ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือการแก้ไขมาตรา ๓๘ เกี่ยวกับคณะกรรมการบริหารกองทุน โดยตั้งข้อสังเกตถึงการแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน ที่อาจไม่ครอบคลุมความเชี่ยวชาญทั้ง 7 ด้าน พร้อมกังวลเรื่องความเป็นธรรมในการบริหารกองทุนตั๋วร่วม และสอบถามความชัดเจนเกี่ยวกับวาระการดำรงตำแหน่ง การแต่งตั้งซ้ำ รวมถึงการเว้นว่างและกลับมาใหม่ เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายมีความชัดเจนและสอดคล้องกับนโยบายในอนาคต
ขอบพระคุณครับ ท่านไชยา พรหมา จะได้เอ่ยชื่อท่านด้วยเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ก็แว่ว ๆ ว่า รถไฟก็เริ่มสำรวจเส้นทางที่จะไปจังหวัดอ่างทองแล้วนะครับ ในมาตรา ๓๘ ที่พูดถึงเรื่องของ คณะกรรมการบริหารกองทุน มีอยู่ ๒ จุดที่กรรมาธิการมีการแก้ไขด้วยกันครับ จุดที่ ๑ ก็คือ ใน (๓) ที่พูดถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ และจุดที่ ๒ นั้นอยู่ในวรรคสาม ที่พูดถึงเรื่องของ คุณสมบัติ ลักษณะต้องห้ามต่าง ๆ รวมถึงวาระการดำรงตำแหน่ง ทั้ง ๒ จุดนั้นมีการแก้ไข แล้วก็แน่นอนครับถึงแม้ว่าอาจจะดูเป็นรายละเอียดปลีกย่อย แต่ผมคิดว่าเป็นรายละเอียด ปลีกย่อยที่จำเป็นต้องให้ท่านตอบคำถามของผม แล้วก็บันทึกไว้เป็นเจตนารมณ์ที่จะต้อง นำไปสู่เวลาที่มีการบังคับใช้ต่อ ว่าท่านหมายความในชั้นพิจารณาของกรรมาธิการว่าอย่างไร
ประเด็นใน (๓) พูดถึงกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ มีการปรับแก้จากจำนวน กรรมการ จาก ๓ คน เป็น ๕ คน อันนี้ผมเห็นชอบด้วย มีการใส่ตำแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ หรือความเชี่ยวชาญต่าง ๆ เพิ่มด้านขนส่ง ด้านเทคโนโลยีเข้าไป อันนี้ผมก็เห็นชอบด้วย แต่ว่าถ้าท่านนับจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะเห็นได้ว่าถ้าเราลงมติเห็นชอบนั้นจะมี กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิทั้งหมด ๕ ท่านด้วยกัน แต่ถ้านับด้านที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็น ๑. ด้านการเงิน ๒. ด้านเศรษฐศาสตร์ ๓. ด้านการลงทุน ๔. ด้านกฎหมาย ๕. ด้านขนส่ง ๖. ด้านเทคโนโลยี และ ๗. หรือด้านอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งอาจจะมีมากกว่า ๗ ด้านก็ได้ ฉะนั้นจะเห็นได้ว่าจำนวนด้านนั้นมีมากกว่าจำนวนกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่ระบุไว้ ๕ คนแน่ ๆ กฎหมายหลายฉบับก็เขียนไว้แบบเดียวกัน อันนี้ผมเข้าใจและตระหนักดี กฎหมายหลายฉบับ ก็มีการเขียนอีกแบบหนึ่ง เช่น มีการระบุไปเลยว่าในท้ายที่สุดจะเลือกจากด้านใด ๆ อย่างไร ก็แล้วแต่ แต่แต่ละด้านนั้นต้องไม่เกินด้านละ ๑ คน ผมไม่แน่ใจว่าตกลงในชั้นกรรมาธิการ มีการพิจารณา ท่านมีการพูดถึงประเด็นเรื่องของจำนวนต้องไม่เกินด้านละ ๑ คนไว้ใน การพิจารณาหรือไม่ ไม่เช่นนั้นผมไม่ทราบหรอกครับ ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ท่านเป็นนักการคลัง พี่หนิม จุลพันธ์ ท่านเป็นนักบริหาร ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการอีกท่านหนึ่ง ท่านเผ่าภูมิ ท่านเป็นนักเศรษฐศาสตร์ ท่านอาจจะชอบขึ้นมา ท่านเลือกเศรษฐศาสตร์ ๕ คนเลย ผมทำอย่างไรล่ะครับ ถ้าพี่หนิม จุลพันธ์บอกว่าด้านลงทุนนี้สำคัญ ท่านเลือกมา ๕ คนเลย ทำอย่างไรล่ะครับ ท่านรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอื่นท่านบอกว่าด้านเทคโนโลยี สำคัญ เลือกมา ๕ คน ทำอย่างไรล่ะครับ ฉะนั้นผมไม่แน่ใจว่าการที่ท่านเขียนไว้แบบนี้ มีถึงอย่างน้อยที่สุด ๗ ด้านด้วยกัน แต่มีจำนวนคนแค่ ๕ คน และเวลามีการพิจารณา มีการเลือกมา มีการแต่งตั้งขึ้นมานั้น ตกลงจะมีหลักประกันว่าจะได้อย่างน้อยที่สุดจำนวน ด้านละ ๑ คนได้อย่างไร หรือมีหลักประกันใด ๆ ว่าจะไม่เลือกด้านใดด้านหนึ่งในสัดส่วนที่ มากกว่ากัน จนส่งผลกระทบต่อเรื่องของการบริหารกองทุนซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่า เรากำลังพูดถึงเงินกองทุนที่จะต้องเอาเข้าไปใช้ในระบบตั๋วร่วม นี่เป็นประการที่ ๑ ที่ผม อยากจะเรียนสอบถามชั้นพิจารณาถึงเจตนารมณ์ของวงเล็บนี้ครับ
ประการที่ ๒ ที่ผมต้องเรียนสอบถามก็คือในกรณีของวรรคสามครับ วรรคสาม มีการเขียนและมีการปรับแก้ถ้อยคำเพียงเล็กน้อย จาก มิ เป็น ไม่ อันนี้ก็คงไม่ได้ถาม รายละเอียดว่าทำไมต้องเป็นมิหรือเป็นไม่ต่าง ๆ นะครับ แต่ท่านใช้คำว่า ในกรณีกรรมการ ตาม (๓) ก็คือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒินั้น มีวาระการดำรงตำแหน่ง ๔ ปี และอาจได้รับแต่งตั้ง อีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกิน ๒ วาระ ท่านใช้คำที่แก้ก็คือไม่ได้ พูดง่าย ๆ ก็คือว่า เป็นมาแล้ว ๔ ปีและอาจแต่งตั้งได้อีก ในท้ายที่สุดก็แต่งตั้งได้อีกครั้งหนึ่ง รวมแล้วเป็น ๘ ปี แต่เกินไปมากกว่า ๒ วาระหรือ ๘ ปีแบบนี้ไม่ได้ นี่ว่ากันตามตัวอักษร แต่นัยความหมาย ผมไม่ติดใจเลย เพราะผมเชื่อมั่นว่ากรรมการผู้ทรงคุณวุฒิก็ผู้ทรงคุณวุฒิจริง ๆ ท่านควรได้รับ การแต่งตั้ง บางท่านควรได้รับการแต่งตั้งตลอดชีวิตด้วยซ้ำ หรือกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ หลายข้อจำกัดก็มีน้อยมากในบางด้าน เช่นด้านเทคโนโลยีที่อาจจะไม่มีตัวเลือกให้ท่านแต่งตั้ง มากนัก ฉะนั้นในประเด็นที่ผมสอบถามก็คือในความหมายที่เขียนไว้ บอกว่าต้องมีวาระ ไม่เกิน ๔ ปี แต่งตั้งอีกได้ แต่จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันไม่ได้ ติดต่อกันไม่ได้นะครับ ฉะนั้น หากเขาเคยเป็นมา ๔ ปีแล้วเขาไม่ได้รับแต่งตั้งอีก เขากลับมาได้รับแต่งตั้งอีกรอบหนึ่ง เป็นมาอีก ๔ ปี แต่เขาสามารถได้รับแต่งตั้งอีกเป็นวาระที่ ๓ อีกรอบหนึ่งใช่ไหม ทำแบบนั้น ได้ใช่ไหม นี่แบบที่ ๑ นะครับ หรือแบบที่ ๒ ก็คือแต่งตั้งปุ๊บ แต่งตั้งรวดเดียวเลย ๔ ปีแรก บวก ๔ ปี ปีที่ ๒ เป็น ๘ ปี พอเป็น ๘ ปี รอบที่ ๓ ไม่ได้รับการแต่งตั้ง เว้นวรรคปุ๊บ มาได้รับ การแต่งตั้งในครั้งที่ ๔ มาได้รับการแต่งตั้งต่อเนื่องในครั้งที่ ๕ เป็นวาระการดำรงตำแหน่ง รวมแล้วอาจจะเป็น ๑๖ ปี แบบนี้ก็ได้ใช่ไหม ซึ่งผมคิดว่าทำได้ครับ แต่ผมอยากได้ยินคำตอบ จากทางกรรมาธิการว่าตกลงในลักษณะที่ผมถามทั้ง ๒ ประเด็นนั้นชั้นกรรมาธิการพิจารณา อย่างไร เจตนารมณ์ที่ท่านต้องการระบุไว้เป็นอย่างไร เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อ ผู้ที่นำกฎหมายนี้ไปบังคับใช้ในอนาคต และเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อระบบตั๋วร่วม ที่พวกผมยืนยันมาโดยตลอดว่าพรรคประชาชนเห็นด้วย เป็นนโยบายใน ๓๐๐ ข้อ แล้วก็ ให้ความสำคัญอย่างยิ่ง มิใช่เพียงแต่ในกรุงเทพมหานคร แต่ในทุก ๆ จังหวัดที่ควรมีบริการ แบบนี้ที่จำเป็นครับ ผมนั่งรถมา ต่อรถไฟที่ท่าพระมาลงที่บางโพ ขึ้นรถเมล์ต่อมาที่สภา ก็จำเป็นต้องเข้าสู่บริการในระบบตั๋วร่วมแบบเดียวกัน ก็ต้องขอคำตอบจากทางกรรมาธิการ ใน ๒ ประเด็นที่ผมได้นำเรียนสอบถามครับ กราบขอบพระคุณครับ