ณัฏฐ์ชนน เปิดปมทบทวนงบเกษตร-ปศุสัตว์ ชี้ทุเรียนติดด่านส่งออก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ หารือการจัดสรรงบประมาณปี 2569 ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยเรียกร้องให้ทบทวนการปรับลดงบของกรมวิชาการเกษตรและกรมส่งเสริมการเกษตร พร้อมเสนอให้เพิ่มงบเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากราคาสินค้าตกต่ำ และผลักดันการปรับปรุงระบบตรวจสอบทุเรียนส่งออกให้สอดคล้องมาตรฐานต่างประเทศ โดยเฉพาะจีน รวมถึงเร่งแก้ปัญหาการส่งออกที่ล่าช้าจากขั้นตอนตรวจสอบสารตกค้าง พร้อมเสนอให้ลดระยะเวลา สร้างมาตรฐานกลางทุกด่าน และเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนร่วมตรวจสอบ ส่วนปัญหาปศุสัตว์ เสนอให้ทบทวนงบประมาณกรมปศุสัตว์ใหม่ พร้อมเรียกร้องมาตรการควบคุมการลักลอบนำเข้าเนื้อสัตว์และสัตว์เป็น การส่งออกโคกระบือตัวเมียที่ล้มเหลว และผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้า ทั้งนี้เพื่อคุ้มครองเกษตรกรและรักษาศักยภาพการส่งออกที่มีมูลค่าสูงต่อเศรษฐกิจประเทศ

นายณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สงขลา

กราบเรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ณัฏฐ์ชนน ศรีก่อเกื้อ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดสงขลา เขตเลือกตั้งที่ ๗ อำเภอนาทวี อำเภอสะบ้าย้อย ตำบลลำไพลของอำเภอเทพา พรรคภูมิใจไทย ท่านประธาน มาตรา ๑๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และหน่วยงานในกำกับได้ยื่นคำของบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ไว้ ๖๓,๒๑๙ ล้านบาท คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณางบประมาณปรับลด ๒๘๐ ล้านบาท ผมเองในฐานะเป็นสมาชิกขอปรับลด ๕ เปอร์เซ็นต์ คือขอลดไป ๓,๑๖๐ ล้านบาท ท่านประธานครับ ในรอบปีที่ผ่านมาผมเองรู้สึกผิดหวังกับปัญหา สินค้าเกษตรตกต่ำ เพื่อน สส. หารือในสภาแห่งนี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัญหาราคาสินค้าเกษตร ตกต่ำในพื้นที่ ไม่ว่าจะเป็นยาง ปาล์ม ทุเรียน ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย ลำไย เกือบทุกชนิดครับท่านประธาน ผมก็เลยอยากถามท่านคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณา งบประมาณที่นั่งอยู่บนบัลลังก์ว่าท่านเห็นและได้ยินเหมือนพวกผมหรือเปล่า กรมวิชาการเกษตร งบประมาณ ๑,๘๗๙ ล้านบาท ปรับลดไป ๕๕ ล้านบาท ๒. กรมส่งเสริมการเกษตร งบประมาณตั้งไว้ ๑,๙๐๓ ล้านบาท ปรับลดไป ๒ ล้านบาท ท่านประธานครับ ทั้ง ๒ หน่วยงานคือเป็นตัวหลักในการให้ความรู้ขับเคลื่อนภารกิจของกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ผมไม่แปลกใจว่าทำไมผลสัมฤทธิ์ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ ๒ หน่วยงานนี้ดูแลไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาเกษตรกรได้อย่างทันท่วงที เพราะอะไร เพราะ ๒ หน่วยงานรวมกันแล้วงบประมาณ ๓,๗๐๐ ล้านบาท ถ้าผมตัดอีก ๕ เปอร์เซ็นต์ ถือว่าผมใจดำกับเกษตรกรมาก ถ้างบประมาณปี ๒๕๖๙ ทั้ง ๒ หน่วยงาน กรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรแก้ปัญหาให้กับเกษตรกรได้ดี โดยเฉพาะสินค้าเกษตรหลัก ผมอยากให้ความเป็นธรรมกับ ๒ หน่วยงานนี้ด้วย คือกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสำนักงบประมาณช่วยพิจารณาเพิ่มงบให้เขาหน่อย เพื่ออะไรครับ เพื่อที่จะให้เกษตรกร ได้ลืมตาอ้าปากได้ ท่านประธานครับ โดยเฉพาะปัญหาสิ่งหนึ่งที่ผมจะนำเรียนก็คือ การส่งออกทุเรียน วันนี้กรมวิชาการเกษตรที่ผมนำเรียนต้องปรับปรุงวิธีการทำงาน ในการตรวจสอบสารปนเปื้อนในทุเรียนส่งออกต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน มาดูเป็นลำดับครับ

๑. ให้กรมวิชาการเกษตรทำงานให้มันเร็วหน่อยครับท่านประธาน ระยะเวลา ในการตรวจสอบสารตกค้างให้ลดระยะเวลาให้เหลือน้อยลง

๒. มีมาตรฐานเดียวกันทุกด่าน และเพิ่มช่องทางในการตรวจสอบ โดยเฉพาะ จะให้ภาคเอกชนมาตรวจสอบแทนหน่วยงานของรัฐก็จะช่วยได้ด้วย

๓. การแก้ปัญหาเฉพาะหน้า ให้ชาวสวนผู้ส่งออกทุเรียนได้ระบายสินค้า ได้ทันเวลา ท่านประธานรู้ไหมว่าทุเรียนเมื่อโดนล็อกตู้ ไม่มีใครแก้ปัญหาได้เพราะฉะนั้น กรมวิชาการเกษตรท่านต้องเร่งแก้ปัญหาเฉพาะหน้าให้กับพี่น้องชาวสวนทุเรียน ท่านประธาน ปี ๒๕๖๗ ปีที่แล้วไทยส่งออกทุเรียนอันดับ ๑ มูลค่า ๑,๕๗๐,๕๖๐ ล้านบาท เท่ากับอะไร เท่ากับเงินกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลเลยครับ แต่ปีนี้ปี ๒๕๖๘ ในระยะเวลาเดียวกัน ส่งออกทุเรียนเหลือ ๗๒,๘๘๗ ล้านบาท ครึ่งหนึ่ง เกิดจากสาเหตุการส่งออก เกิดจากสาเหตุ การซื้อขายภายใน ปีที่แล้วบ้านผมขายได้กิโลกรัมละ ๑๓๐ บาท เมื่อวานซืนที่บ้านขายได้ ๖๕ บาท นี่คือเหตุผลที่ราคาตกต่ำ งบประมาณปี ๒๕๖๙ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องวางแผนแก้ปัญหาทุเรียนในระยะยาว

ท่านประธานครับ อีกหน่วยงานหนึ่งคือกรมปศุสัตว์ ผมเองไม่ค่อยได้อภิปราย แต่ลงพื้นที่เหมือนท่านประธานครับ พี่น้องที่เลี้ยงวัว เลี้ยงกระบือ บอก สส. ทำไมราคาตก ท่านประธานปรากฏว่ากรมปศุสัตว์ตั้งงบประมาณไว้ค่อนข้างเยอะถ้าเทียบกับหน่วยงานอื่น คือ ๒,๔๒๑ ล้านบาท ปรับลดเท่าไร กรรมาธิการปรับลด ๗๐๐,๐๐๐ บาท ปรับแบบน่ารัก ๗๐๐,๐๐๐ บาท เป็นหน่วยงานรับงบประมาณที่ถูกกรรมาธิการปรับลดน้อย เพราะฉะนั้น มีคนกล่าวกับผมก่อนที่ผมมา ท่าน สส. ท่านกล่าวในสภาได้เลย นี่คือการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ ปศุสัตว์ไทย โอ้โฮ ท่านประธาน ค่อนข้างรุนแรง หมายถึงอะไร โค กระบือ เป็นการฆ่า ล้างเผ่าพันธุ์ เพราะฉะนั้นปัญหารุมเร้าปศุสัตว์ไทย ๑. การนำเข้าเนื้อสดจากประเทศ เพื่อนบ้าน ที่บ้านผมคือประเทศมาเลเซีย และเนื้อเถื่อนใส่ตู้คอนเทนเนอร์ มาส่งในใจกลาง กรุงเทพมหานครแบบ Delivery ๒. การนำเข้าโค กระบือ ตัวเป็น ๆ จากชายแดน แบบผิดกฎหมาย และไม่ผ่านด่านกักกันสัตว์เพื่อตรวจโรค ๓. มาตรการภาษีทรัมป์นำเข้าโค สุกร ภาษี ๐ เปอร์เซ็นต์ ส่งผลกระทบกับผู้เลี้ยงปศุสัตว์ในประเทศ ท่านประธาน ปรากฏว่า คนที่เลี้ยงโค เลี้ยงกระบือ บอกว่า สส. ในรอบ ๑๐๐ ปีรัฐบาลสั่งห้ามนำส่งออกโค กระบือ ที่เป็นตัวเมียไปยังต่างประเทศเด็ดขาด แต่ปัจจุบันทราบว่ามีการส่งออกกระบือตัวเมียไปยัง ต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศเวียดนามและประเทศมาเลเซีย โดยการไปซื้อขายที่ตลาด ซื้อขาย และจูงไปยังประเทศตัวเอง ๒. กรรมาธิการได้สอบถามกรมปศุสัตว์หรือไม่ว่า โค กระบือจากตลาดภาคอีสานเดินทางไปประเทศมาเลเซีย ระยะทาง ๑,๕๐๐ กิโลเมตร อนุญาตถูกต้องหรือไม่ ปีหนึ่งเป็นแสนตัวต้องผ่านตะเข็บชายแดน ผ่านแม่น้ำแนวธรรมชาติ วัวกับควายเดินทางจากอีสานไปประเทศมาเลเซียได้อย่างไร ๓. ขอให้กระทรวงเกษตร และสหกรณ์คิดถึงประโยชน์ของชาติและประชาชนให้มาก ๆ ๔. เกษตรกรไทยถูกปัญหา รุมเร้าจากภายในและภายนอกประเทศ ข้อสุดท้ายครับท่านประธาน ข้อตกลงระหว่าง ประเทศในเรื่องของการค้า ในเรื่องของภาษี เหลือเชื่อไปกระทบกับวัวกับควาย ไปกระทบวัว ควายในประเทศ ไม่ใช่เฉพาะคนไทยปศุสัตว์ได้รับผลกระทบหมด ผมเลยขอปรับลด งบประมาณของกรมปศุสัตว์ ๕ เปอร์เซ็นต์ ตั้งไว้ ๒,๔๒๑ ล้านบาท ขอลดไป ๑๒๑ ล้านบาท คงเหลือ ๒,๓๐๐ ล้านบาท ขอบคุณครับ