ราชิต ยันเร่งคลองเลี่ยงเมืองฯ แก้ท่วม-ปรับแนวตรวจดิน-งบเกษตร

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ราชิต สุดพุ่ม ขออนุญาตอภิปรายงบประมาณปี 2569 เพื่อปรับปรุงให้การจัดสรรงบมีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมหารือการแก้ปัญหาดินเสื่อมเพื่อลดต้นทุนการผลิต โดยเสนอให้กรมพัฒนาที่ดินปรับแนวทางเป็นแบบพุ่งเป้า ตรวจวิเคราะห์ดินและแนะนำการใช้ปุ๋ยอย่างแม่นยำ รวมถึงท้วงติงความล่าช้าของโครงการคลองเลี่ยงเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริ และเรียกร้องให้เร่งรัดการก่อสร้างสะพานและถนนเพื่อให้โครงการแล้วเสร็จทันเวลาและแก้ปัญหาน้ำท่วมได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายราชิต สุดพุ่ม นครศรีธรรมราช

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายราชิต สุดพุ่ม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขตเลือกตั้งที่ ๑ จังหวัดนครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ครับ ผมขออนุญาตที่จะอภิปรายงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ ในมาตรา ๑๔ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ด้วยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ การจัดทำงบประมาณในปีต่อ ๆ ไปได้บรรลุเป้าหมายยิ่งขึ้น

ประการที่ ๒ ก็เพื่อให้การบริหารจัดการงบประมาณในปี ๒๕๖๙ บรรลุ เป้าหมายทันต่อเวลาและทันต่อเหตุการณ์ โดยผมจะมุ่งเน้นไปเรื่องของปัจจัยการผลิตคือ ของเรื่องดิน โดยนำเอากรมพัฒนาที่ดินและกรมชลประทานมาในการอภิปราย ท่านประธานครับ คำแถลงงบประมาณของ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรีที่ผ่านมาก็ให้ความสำคัญในต้นทุนการผลิต และการผลิตสินค้าตาม Agri-Map ถ้าไปดูคำแถลงของท่านพิชัย ชุณหวชิร ท่านรองนายกรัฐมนตรี ซึ่งเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลัง และรับผิดชอบกระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนที่แถลงเรื่องภาษีตอบโต้ หรือ Reciprocal Tariff ว่าเราจะพยายามเรื่องเกษตรจะให้ปรับ Demand Supply ให้มันใกล้เคียงกัน และมีการ นำเข้าสินค้าเกษตรบางตัว และที่สำคัญท่านพูดว่าต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรไทยสูงกว่า ที่อื่น สาเหตุสำคัญก็มาจากดินเสื่อม ผมคิดว่าเรื่องนี้ผมเห็นด้วย และผมคิดว่ามีความจำเป็น ที่จะต้องดูแล แล้วก็เร่งรัด ถ้าเราไปดูกรมพัฒนาที่ดินก็จะพูดได้สวยหรูว่ากรมพัฒนาที่ดินเอง มีวิสัยทัศน์เป็นองค์การอัจฉริยะทางดิน มีหน้าที่ในการสำรวจวิเคราะห์และจำแนกดินให้กับ เกษตรกร และที่สำคัญเป็นศูนย์กลางข้อมูลอัจฉริยะทางดินของประเทศ และเมื่อเราไปดู งบประมาณในปี ๒๕๖๙ เพิ่มมาจากปี ๒๕๖๘ ๕๐๐ ล้านบาท ก็มีงบประมาณทั้งสิ้น ๕,๐๐๐ กว่าล้านบาท มี ๑๐ แผนงาน จะเห็นว่าแผนงาน ๒ แผนงานเท่านั้นที่แก้ปัญหา เกี่ยวกับเรื่องดิน แต่ ๒ แผนงานนี้ก็ใช้งบประมาณไปทั้งสิ้น ๖๗ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณ ทั้งหมดก็คือ ๓,๔๘๑ ล้านบาท ถ้าเราไปดูรายละเอียดในแผนงาน ๑๐ แผนงาน แล้วก็ ๒ แผนงานที่สำคัญนี้ก็จะพบว่า การแก้ปัญหาเรื่องดิน เรื่องการพัฒนาที่ดิน การแก้ปัญหาเรื่องดินเสื่อมนั้นเป็นการแก้ปัญหา แบบองค์รวม ประโยชน์กับพี่น้องประชาชนค่อนข้างน้อย ผมเองก็อยากให้ทางกรมพัฒนาที่ดิน ได้คิดใหม่ ได้แก้ปัญหา ได้พัฒนา แล้วก็ทำดินเสื่อมให้เป็นดินเหมาะสม ให้เป็นการแก้ปัญหา แบบพุ่งเป้า ท่านจะเห็นว่าเดี๋ยวนี้ในการรักษาโรคกับคนจะไม่ค่อยรักษาแบบองค์รวมเลย เป็นที่ไหนก็ไปตรงนั้น ดินก็เหมือนกัน ท่านจะปลูกอะไร ดินตรงไหน ท่านก็สามารถมุ่งตรงไป ได้เลย การทำงานแบบพุ่งเป้าแบบหลักวิทยาศาสตร์ อันที่ ๑ ต้องมีการวิเคราะห์ดิน อันที่ ๒ ต้องมาดูว่าพืชที่จะปลูกต้องการธาตุอาหารอะไร ประการที่ ๓ จะต้องดูว่าสิ่งแวดล้อม ในการปลูกนั้นมีความเหมาะสมหรือไม่ แต่ที่สำคัญที่สุดก็คือท่านต้องให้เกษตรกร มีความต้องการวิเคราะห์ดินของตัวเอง ผมเลยเสนออย่างนี้ว่า ๑๐ แผนงานของกรมพัฒนาที่ดิน ผมอยากให้มีจัดทำแผนงานขึ้นมาใหม่ ก็คือแผนงานการตรวจวิเคราะห์ดิน ปุ๋ย ที่พุ่งเป้าไปที่ ชนิดพืชที่ปลูกเลย โดยมีหลักการอย่างนี้ว่าอันที่ ๑ ท่านต้องสร้างห้องปฏิบัติการให้เพียงพอ ในประเทศที่จะให้เกษตรกรไปตรวจ ขณะนี้ในประเทศไทยมีที่ตรวจดินแค่ ๑๓ แห่ง ทั้งประเทศ เรามี ๗๖ จังหวัด เพราะฉะนั้นท่านต้องทำให้เพียงพอ ประการที่ ๒ ท่านต้องให้ เกษตรกรไปตรวจดินได้เลย เพื่อให้มีความถูกต้อง เที่ยงตรง แม่นยำ ไม่ใช่ส่งวันนี้เดือนหนึ่ง ก็ไม่รู้จะได้ผลตรวจไหม หรือว่าเอาของนายราชิตไปแล้วไปได้ของนายสมบัติกลับมาอย่างนี้ ไม่ได้ ต้องมีความเที่ยงตรง แม่นยำ ที่จะทำ ประการต่อมาท่านต้องพัฒนาหมอดินขึ้นมา นักวิชาการขึ้นมาเพื่อให้ดูสภาพแวดล้อมช่วยกัน ประการที่ ๓ ต้องมีทฤษฎีว่าท่านจะปลูกพืช อะไร พืชนั้นต้องการธาตุอาหารอะไร แล้วก็ประการที่ ๔ ท่านต้องไปตรวจว่าในพืช ที่ท่านปลูกมีธาตุอาหารเพียงพอหรือไม่ เพราะฉะนั้นเมื่อท่านตรวจได้ทั้ง ๔ อย่างนี้แล้ว กรมพัฒนาที่ดินก็จะมีใบสั่งยามาให้ท่าน ก็คือเป็นใบสั่งปุ๋ยว่าอันที่ ๑ ท่านต้องใส่หรือไม่ อันที่ ๒ ถ้าท่านใส่แล้วท่านจะใส่ปุ๋ยอะไร ผมว่าอย่างนี้มันจะเกิดผลประโยชน์โดยตรง เป็นการดูแลการปรับสภาพดิน ดินเสื่อมให้เป็นการพัฒนาที่ดินแบบพุ่งเป้า เพราะฉะนั้น ผมคิดว่าสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เราจะต้องรีบเร่งทำ แล้วก็กรมพัฒนาที่ดินเองจะต้องปรับวิธีคิด ให้มาดำเนินการเพื่อแก้ปัญหาดินเสื่อมและพัฒนาที่ดิน ที่สำคัญเกษตรกรไทยจะมีการลด ต้นทุน จะไม่มีการใช้ปุ๋ยโดยคาดเดา ไม่ใช้ปุ๋ยแบบสอบถามคนอื่น ผลผลิตต่อไร่ก็จะสูงขึ้น แก้ปัญหาโดยใช้หลักวิชาการ และที่สำคัญเมื่อรายได้สูงขึ้นคุณภาพชีวิตก็จะดีขึ้น

ประการที่ ๒ ที่ผมจะขอเร่งรัดของทางกรมชลประทาน ขณะนี้โครงการ บรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ชาวนครเรียกว่า คลองเลี่ยงเมืองนั้นขณะนี้ดำเนินการไปได้น้อยมาก ผมเองได้ติดตามในห้องประชุมนี้ไป ๒ ครั้ง ครั้งแรกที่ ๒๗ สิงหาคมดำเนินการไปได้ ๓๙ เปอร์เซ็นต์ พอครั้งที่ ๒ วันที่ ๒๙ มกราคมดำเนินการไปได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านเชื่อไหม ๕ เดือนทำไปเพิ่มแค่ ๑ เปอร์เซ็นต์ ณ วันนี้วันที่ ๑๔ สิงหาคมทำไปได้ ๔๖.๕ เปอร์เซ็นต์ ระยะเวลา ๘ เดือนเพิ่มขึ้นแค่นี้ ท่านประธานครับ โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจากพระราชดำรินี้ เป็นพระเมตตา เป็นพระมหากรุณาธิคุณที่รัชกาลที่ ๙ ทำเพื่อแก้ปัญหาให้กับพี่น้อง ชาวนครศรีธรรมราช ผมคิดว่าทุกส่วนราชการควรที่จะรับใส่เกล้า แล้วก็ดำเนินการให้รวดเร็ว เรามีเป้าหมายว่าจะให้เสร็จภายในปี ๒๕๗๐ ผมขออนุญาตนิดเดียวว่าขณะนี้เรามีสัญญา ทั้งสิ้น ๗ สัญญา แต่ที่สำคัญขณะนี้ แล้วก็ทางหน่วยงานรับมาเองว่าจะไม่เสร็จภายใน ปี ๒๕๗๐ ก็คือการทำถนน การทำสะพานข้ามคลอง ๕ จุด เพราะฉะนั้นถ้าท่านดำเนินการ สร้างสะพานไม่เสร็จภายในปี ๒๕๗๐ โดยจะไปสร้างให้เสร็จภายในปี ๒๕๗๒ โครงการนี้ ก็แก้ปัญหาไม่ได้ ผมก็ขอฝากไปทางท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ฝากไปทาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ท่านได้ช่วยประสานงานกันให้เรียบร้อย แล้วงานนี้ ในปี ๒๕๗๐ ขอให้เสร็จสมบูรณ์ ทั้งถนน ทั้งน้ำอะไรต่าง ๆ จะได้แก้ปัญหาให้กับคนนคร ก็ต้องขอฝากไว้ผ่านท่านประธาน แล้วก็ฝากไปยังกรรมาธิการคราวหน้าเวลาพิจารณา งบประมาณก็ขอให้ท่านได้ดูการบริหารงบประมาณเหล่านี้เพื่อในการจัดทำงบประมาณ ปีต่อไปด้วย ขอกราบขอบพระคุณครับ