วีรนันท์ ชี้งบมลพิษควันดำไม่คุ้ม ขอตัด 10% ผลักดัน ร่าง พ.ร.บ.อากาศสะอาด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

วีรนันท์ ฮวดศรี อภิปรายแปรญัตติงบประมาณกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเสนอปรับลดงบ 10 เปอร์เซ็นต์และยกเลิกโครงการตรวจสอบมลพิษจากรถควันดำของกรมควบคุมมลพิษซึ่งมองว่าไม่คุ้มค่าและไร้ประสิทธิผล เน้นย้ำถึงความจำเป็นในการใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมผลักดันให้เร่งพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาด เพื่อเสริมศักยภาพท้องถิ่นในการจัดการมลพิษทางอากาศอย่างยั่งยืน

นายวีรนันท์ ฮวดศรี ขอนแก่น

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม วีรนันท์ ฮวดศรี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดขอนแก่น เขตเลือกตั้งที่ ๑ พรรคประชาชน ขอร่วมอภิปรายงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ในฐานะผู้แปรญัตติ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ในมาตรา ๑๗ ภาพรวมของงบประมาณ ซึ่งกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้ตั้งไว้ที่ ๑๘,๓๗๒,๐๐๗,๓๐๐ บาท โดยกรรมาธิการได้ตัดปรับลดไปที่ ๔๕๙,๒๘๗,๖๐๐ บาท ซึ่งก็คือที่เข้าวาระที่สองนี้ก็อยู่ที่ ๑๗,๐๑๗,๙๑๒ ล้านบาทเศษ แต่ว่าผมมาดูในรายละเอียดแล้วก็ยังสามารถปรับลดได้อีก หลายรายการ หลายตัวโครงการ จึงเสนอปรับลด ๑๐ เปอร์เซ็นต์ อยู่ที่ ๑๖,๕๓๔ ล้านบาทเศษ พอมาดูในรายละเอียดโครงการก็จะพบว่าเป็นโครงการที่เป็นเบี้ยหัวแตกจำนวนมาก ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ผมจะขอยกตัวอย่างเพื่อให้เห็นภาพชัด ๆ โครงการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะของกรมควบคุมมลพิษเสนอ ตั้งงบประมาณที่ ๙,๗๑๗,๙๐๐ บาท ซึ่งในชั้นอนุกรรมาธิการมีการปรับลดไปแค่ ๘๐๐,๐๐๐ บาท ผมเสนอให้ตัดโครงการนี้ทิ้งไปเลย เพราะว่าถ้ามาไล่ดูในไส้ในแล้วก็ยังเป็นเบี้ยหัวแตกอีก เช่นเดิม พอเรามาดูที่วัตถุประสงค์ของโครงการนี้ดีมาก ๆ ครับ

๑. เพื่ออะไร เพื่อกำหนดให้กำกับดูแล ควบคุมการใช้กฎหมายกับรถควันดำ

๒. เพื่อส่งเสริมประสิทธิภาพและศักยภาพของเจ้าหน้าที่ของกรมควบคุม มลพิษให้บังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะให้ระบายมลพิษ หรือว่าเราเรียกสั้น ๆ ว่าควันดำ ออกสู่สิ่งแวดล้อมให้เป็นไปตามกฎหมาย หรือ

๓. เพื่อติดตามประเมินผลสถานการณ์แนวโน้มการป้องกันแก้ปัญหา ฝุ่นละอองที่เกิดจากการใช้ยานพาหนะ

สไลด์ถัดไปพอมาดูที่รายการจัดหาครุภัณฑ์จะพบว่าเครื่องมือตรวจจับควันดำ ระบบวัดความทึบแสงมีอยู่ทั้งหมด ๑๖ เครื่อง ๆ ละ ๔๐๐,๐๐๐ บาท รวม ๖,๔๐๐,๐๐๐ บาท เครื่องมือวัดความเร็วรอบรถยนต์ทั้งหมด ๒๕ เครื่อง ๆ ละ ๖๐,๐๐๐ บาท รวม ๑,๕๐๐,๐๐๐ บาท และอุปกรณ์เทียบเครื่องวัดเสียงทั้งหมด ๑๕ เครื่อง ๆ ละ ๒๓,๕๐๐ บาท รวม ๓๕๒,๕๐๐ บาท รวมรายการจัดหาครุภัณฑ์ของโครงการนี้ทั้งหมด ๘,๒๕๒,๕๐๐ บาท ท่านประธานที่เคารพ ผมจะเรียนกับท่านประธานกับทางกรรมาธิการอย่างนี้ เราก็ต่างทราบกันดีว่ากรมควบคุม มลพิษนั้นเป็นเพียงเสือกระดาษ ไม่มีอำนาจเพิ่มเติมในการลงโทษ หรือว่าไม่มีอำนาจเต็ม ในการลงโทษ มีเขี้ยวมีเล็บแต่กัดไม่เจ็บ เพราะอำนาจในการบังคับใช้กฎหมายอยู่ที่ปกครอง แล้วก็ส่วนท้องถิ่น ทีนี้ในห้องประชุมของอนุกรรมาธิการครุภัณฑ์และไอซีที ซึ่งทางประธาน คณะอนุกรรมาธิการเองก็มีดำริให้ตัดโครงการดังกล่าวนี้ทิ้งเพราะเป็นโครงการเบี้ยหัวแตก แต่ว่าโครงการนี้ก็เข้ามาวาระที่สองให้เราพิจารณาในวันนี้

วัตถุประสงค์ที่ทางกระทรวงที่ทางกรมเขียนมาดีมาก ผมก็เข้าใจ ความปรารถนาดีของเจ้าหน้าที่ของข้าราชการ แต่ว่าสุดท้ายแล้ววิธีการดำเนินการต้องไป สุ่มตรวจจับอยู่ดี ตัวเจ้ากรมที่มาตอบในชั้นอนุกรรมาธิการเองก็ไม่สามารถปฏิเสธได้ ในประเด็นนี้สุดท้ายถ้าสภาพวกเราผ่านงบประมาณนี้ไป แล้วคำถามตัวใหญ่ ๆ ของผมคือว่า แล้วพวกเราก็คือกระทรวงมีกำลังคนเพียงพอที่จะไปตั้งด่านตรวจจับหรือว่าสุ่มตรวจจับ ทั้งประเทศหรือครับ ไหนจะอุปกรณ์ที่จัดหามาเพียงไม่กี่เครื่อง แต่จะไปดักจับรถยนต์ที่วิ่งกัน อยู่ทั้งประเทศ ถ้าจะให้ใช้งานจริง ๆ ผมว่าลำพังแค่ขอนแก่นบ้านผมกับร้อยเอ็ด บ้านท่านประธานท่านก็ทำไม่ไหวแล้วครับ หรือรัฐบาลและหน่วยงานราชการจะลงมือทำกัน จริง ๆ ผมว่ารถเมล์ของ ขสมก. ทั้งหมด หรือรถบรรทุกที่วิ่งอยู่ในทั้งประเทศก็คงไม่ได้วิ่งครับ เพราะอะไรครับ เพราะค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายกับยานพาหนะ ท่านประธานทราบไหมว่าตั้งไว้อยู่ที่เท่าไร ๑,๔๖๕,๔๐๐ บาท ผมขอถามอีกครั้งว่าค่าใช้จ่ายนี้ จะไปเพียงพออะไรกับการจัดการดำเนินการปัญหาที่มันยิ่งใหญ่ระดับประเทศขนาดนี้ แล้วระยะเวลาการดำเนินการทั้งหมด ๘ ปี ก็คือตั้งแต่ปี ๒๕๖๕ ยาวไปจนถึงปี ๒๕๗๒ วงเงิน รวมทั้งหมดประมาณ ๒๘,๓๐๐,๓๐๐ บาท แต่ผลลัพธ์กลับไม่เป็นรูปธรรมว่าจะดำเนินการ แก้ไขปัญหามลพิษจากยานพาหนะตามชื่อโครงการอย่างไร แบบไหน ผมฝาก เรียนผ่านท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิกทุกท่านให้ช่วยกันตัดงบประมาณนี้เถอะครับ ตัดโครงการนี้ทิ้งเถอะก่อนที่เราจะผลาญงบประมาณแผ่นดินของประเทศไปมากกว่านี้ เพื่อความประหยัดงบประมาณ เพื่อประโยชน์ประสิทธิภาพของการใช้งบประมาณอย่าง เต็มที่ แล้วก็ลดภาระทางการคลังของประเทศเรา และที่สำคัญเดี๋ยวมีคนเอาคลิปไปตัดต่อ หรือไปลงเพียงบางส่วนว่าที่ผมอภิปรายมาผมไม่ได้มีเจตนาจะตัดงบแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 แต่ว่าตัดงบที่เป็นเบี้ยหัวแตกจากรัฐราชการไทยที่กำลังผลาญภาษี ที่กำลังใช้ภาษีไม่ถูกจุด ในการแก้ปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องอย่างยั่งยืน โดยที่รัฐบาลจะปล่อยปละละเลยไม่ยอมตัด งบประมาณในส่วนนี้ครับ

สุดท้ายผมยังมีเสนอทางเลือกให้ท่านประธาน แล้วก็ทางกรรมาธิการที่ยั่งยืน ให้แก่รัฐบาลและประเทศนี้คือให้รีบพิจารณาร่าง พ.ร.บ. อากาศสะอาดในวาระที่สอง วาระที่สาม เพื่ออะไรครับ เพื่อติดอาวุธให้กับหน่วยงานท้องถิ่นน่าจะเป็นการแก้ปัญหาฝุ่น PM ได้ดีและมีประสิทธิภาพมากกว่าในการแก้ปัญหามลพิษ หรือว่ามลภาวะจากรถยนต์ ที่ท่านตั้งโครงการเพื่อของบนี้ ผมจึงขอยืนยันว่าขอเสนอตัดงบในของกระทรวงทรัพยากร มาตรา ๑๗ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณครับ