เรืองไกร ชี้ปัญหาบันทึกบัญชีสินทรัพย์ภาครัฐไม่สอดคล้องมาตรฐาน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ท้วงติงความไม่สอดคล้องของการบันทึกบัญชีและการจัดการสินทรัพย์ของหน่วยงานรัฐ เช่น กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กรมป่าไม้ และกรมอุทยานแห่งชาติ ที่ยังไม่โอนสินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานให้ท้องถิ่นและไม่บันทึกครุภัณฑ์จากรายได้สนับสนุนอย่างถูกต้อง ทำให้รายงานการเงินไม่เป็นไปตามมาตรฐานบัญชีภาครัฐ และเกิดช่องว่างในการตรวจสอบค่าเสื่อมราคา การติดตามงบประมาณ รวมถึงเสี่ยงต่อการทุจริตในกระบวนการเบิกจ่าย เนื่องจากเอกสารประกอบไม่ครบถ้วนและยังไม่มีการแก้ไขตามคำชี้แนะของ สตง.

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ มาตรา ๑๗ ผมสงวนความเห็นไว้ ๔ หน่วย ซึ่งก็มาจาก พยานหลักฐานของงบปี ๒๕๖๗ เหมือนเดิม เริ่มที่กรมทรัพยากรน้ำก็ต้องเอาออก รายงานความเห็นแบบมีเงื่อนไขในหมายเหตุ ข้อ ๗ สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานสุทธิ ๒๔,๘๖๘,๘๖๑,๗๐๖.๒๔ บาท ในจำนวนดังกล่าวหน่วยงานได้รวมสินทรัพย์รอการโอน ที่ต้องโอนให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นตามแผนการกระจายอำนาจให้แก่องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ พ.ศ. ๒๕๕๑ และแผนปฏิบัติการกำหนดขั้นตอนการกระจายอำนาจ ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ฉบับที่ ๒ ซึ่งกำหนดให้กรมทรัพยากรน้ำถ่ายโอนภารกิจ การก่อสร้างและบำรุงรักษาแหล่งน้ำที่มีปริมาตรกักเก็บน้ำน้อยกว่า ๒ ล้านลูกบาศก์เมตร ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นสินทรัพย์รอการโอนจึงไม่เข้าเกณฑ์การรับรู้ เป็นสินทรัพย์โครงการพื้นฐาน ก็หมายความว่าสินทรัพย์โครงการพื้นฐาน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ควรจะอยู่ที่กรมทรัพยากรน้ำ ควรไปอยู่ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จากรายงานหน้านี้ ก็แสดงว่าทรัพย์สินอยู่ผิดที่ผิดทาง เห็นหลายปีก็อภิปรายกันเรื่องนี้ แล้วก็บอกว่าท้องถิ่นเอง ก็ไม่รู้จะรับโอนไปอย่างไร มีการดูแลรักษาหรือไม่ อันนี้ที่พอฟังความมาได้ แต่แผนต่าง ๆ มันก็คือกฎ การไม่ทำมันจะทำถูกต้องได้อย่างไร อันนี้ผมก็ไม่ทราบว่าบรรดา สส. ที่อยู่ใน พื้นที่ท่านจะไปติดตามให้มีการรับโอนให้เหมือนกับโรงพยาบาล เหมือนกับอันนี้หรือเปล่า เพราะว่าการที่ยังแสดงบัญชีอยู่ในกรมทรัพยากรน้ำมันก็ไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๑๗ ซึ่ง สตง. บอกว่าถ้าปรับปรุงให้ถูกต้องมันกระทบฐานะการเงินรายการสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งก็เป็นจำนวนที่มาก และขณะนี้ยังไม่สามารถระบุจำนวนเงิน ของข้อผิดพลาดดังกล่าวได้ เดี๋ยวกรรมาธิการเสียงข้างมากคงตอบแทนรัฐมนตรี เพราะรัฐมนตรีก็คงไม่ได้มา

ต่อไปกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ในหมายเหตุ ข้อ ๗ มีที่ดินอาคารอุปกรณ์สุทธิ ๑๙,๘๖๔,๙๕๔,๖๗๕.๙๓ บาท ก็ลักษณะเดียวกัน ก็คือเป็นการรวมสินทรัพย์รอการโอน ที่ต้องโอนให้องค์การปกครองส่วนท้องถิ่นตามที่ได้รับจัดสรรงบประมาณตามพระราชบัญญัติ งบประมาณรายจ่ายประจำปี โดยมีวัตถุประสงค์ที่ทราบตั้งแต่ต้นว่าเมื่อดำเนินการก่อสร้าง แล้วเสร็จจะต้องดำเนินการส่งมอบสินทรัพย์ให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้น จึงไม่เข้าเกณฑ์รับรู้เป็นที่ดินอาคารและอุปกรณ์ เนื่องจากหน่วยงานก็คือกรมทรัพยากร น้ำบาดาลไม่ได้รับประโยชน์เชิงเศรษฐกิจในอนาคต หรือศักยภาพในการให้บริการเพิ่มขึ้น จากการใช้ทรัพย์สินนั้น คำนี้เป็นภาษาบัญชี ภาษาตามที่มาตรฐานการบัญชีเขาแปลมาจาก ภาษาอังกฤษ แล้วก็บอกว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๑๗ เหมือนกัน สตง. ก็ไม่สามารถระบุจำนวนเงินที่จะต้องปรับปรุงแก้ไขได้ ก็มีเงื่อนไข เพราะฉะนั้น ทั้ง ๒ รายการยอดเงินไม่ใช่น้อย ๆ อันแรกก็ ๒๔,๐๐๐ อันหลังก็ ๑๙,๐๐๐ เกือบ ๆ จะ ๒๐,๐๐๐

หน่วยต่อไปกรมป่าไม้ ก็มีเงื่อนไขเป็น ๒ กรณี กรณีหนึ่งคือแสดงข้อมูล ที่ขัดต่อข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญ ก็คือเรื่องของกรมป่าไม้ได้รับเงินสนับสนุนจาก กทอ. คือกองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน ในกรมพัฒนาพลังงานทดแทนและอนุรักษ์ พลังงาน แล้วก็เอาเงินนี้ไปเข้าฝากธนาคารเบิกจ่ายส่งคืนรายได้ดอกเบี้ยและเงินเหลือจ่าย จากการยกเลิกโครงการให้กองทุนไปแล้ว แต่หน่วยงานมิได้บันทึกรายการเกี่ยวกับรายการ เคลื่อนไหวดังกล่าว คือรับมาแล้ว คืนแล้ว แต่ไม่บันทึกบัญชี อ่านได้ลักษณะเช่นนั้น แล้ว สตง. ก็ให้ความเห็นช่วยเหลือนะ บอกว่า สตง. ไม่สามารถระบุจำนวนเงินข้อผิดพลาดได้ เนื่องจากหน่วยงานอยู่ระหว่างการรวบรวมข้อมูล ก็ฝากกรรมาธิการเสียงข้างมาก หรือรัฐมนตรีไปดูสิ ปลัดท่านเดิมท่านก็ไปเป็นรองนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีไปแล้ว คนที่ดูอยู่ปัจจุบันนี้ท่านจะไปแก้ไขอย่างไร แล้วกรรมาธิการเสียงข้างมากจะตอบผมได้ มากน้อยแค่ไหน เหมือนอย่างเมื่อสักครู่ผมถามไม่หมด แต่ท่านบอกว่าท่านจะตอบได้หมด ผมก็ยังแปลกใจอยู่นะครับ

ต่อไปอีกอันหนึ่งของกรมป่าไม้ก็ลักษณะเดียวกัน ก็คือได้รับเงินสนับสนุนจาก กทอ. ของกรมพัฒนาทดแทนและอนุรักษ์พลังงาน ชื่อย่อ พพ. ก็ไปซื้อครุภัณฑ์ แล้วครุภัณฑ์ ดังกล่าวก็ตรวจรับใช้งานแล้ว แต่ไม่บันทึกบัญชี ก็เลยสรุปไม่ได้ว่าครุภัณฑ์ที่ตรวจรับไป มีเท่าไร จะตัดค่าเสื่อมอย่างไร แล้ว สตง. ก็ช่วยอีกบอกว่าหน่วยงานอยู่ระหว่างตรวจสอบ แล้วรวบรวมหลักฐานการได้มาและการตรวจรับงานครุภัณฑ์ ท่านประธานครับ นี่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ วันนี้ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘ มันล่ามาพอสมควรแล้ว อย่างไร ก็เสียงข้างมาก หรือรัฐมนตรี หรือเจ้าหน้าที่จะช่วยตอบอย่างไรก็สุดแล้วแต่นะ

อีกข้อหนึ่ง ข้อ ข ไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสม อย่างเพียงพอ หมายเหตุ ข้อ ๔ เงินสดรายการเทียบเท่าเงินสด ๑,๕๑๗,๙๘๐,๙๑๖.๗๗ บาท หน่วยงานไม่สามารถจัดหาเอกสารประกอบยอดยกมางวดปีก่อน ๆ ยอดยกมาภาษาพวกผม เรียกว่า EF คือ Balance Forward จำนวน ๒๒,๑๙๓,๔๙๙.๖๙ บาท อันนี้ สตง. บอก เคยแสดงความเห็นไว้แล้วของปี ๒๕๖๖ แต่ก็ยังไม่แก้ไข ก็ยังเหมือนเดิมก็รายงานต่อไป ข้อผิดพลาดทำได้อย่างสม่ำเสมอดีสำหรับหน่วยงาน

อันสุดท้าย กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ก็แสดงความเห็น แบบมีเงื่อนไขในหมายเหตุ ข้อ ๙ คือที่ดิน อาคาร และอุปกรณ์ของปี ๒๕๖๗ ๗,๙๓๗,๔๓๕,๒๓๕.๖๗ บาท ในจำนวนดังกล่าวมีอยู่ ๘๙๑,๕๓๙,๖๑๘.๙๐ บาท เป็นงาน ระหว่างก่อสร้างที่ดำเนินการแล้วเสร็จตั้งแต่ปี ลองทายสิครับ ปี ๒๕๕๓-๒๕๖๐ แต่นี่รายงาน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ผมว่ากรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช กรมต่าง ๆ ที่พูดมาน่าจะ Engineer เยอะ แต่ตัวเลขท่านสู้นักบัญชีอย่างผมไม่ได้ ผมงงว่าปี ๒๕๕๓- ๒๕๖๐ แล้วรายงาน ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ยังค้าง แล้วก็โอนไม่ได้ด้วยเหตุผลอะไร แล้วก็ หน่วยงานก็ยังไม่ได้โอนเป็นสินทรัพย์หรือค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องอีก ๑๙๒,๗๐๘,๔๒๒.๑๘ บาท ดังนั้นจึงไม่สามารถหาเอกสารหลักฐานการส่งมอบงานเพื่อนำมาแยกราคาทุน สินทรัพย์ หรือค่าใช้จ่าย รวมถึงวันที่งานแล้วเสร็จพร้อมใช้งานของงานระหว่างก่อสร้างที่แล้วเสร็จได้ ทำให้ไม่ทราบจำนวนผลกระทบของค่าเสื่อมราคาค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้อง อ่านถึงตรงนี้แล้ว ก็ยิ่งย้อนกลับมาถึงรายงานเวลาเราเข้าห้องกรรมาธิการในภาพรวม ก็รายงานทุกปี เบิก ๕ ปี ล่วงหน้า ๕ ปีที่ผ่านมาเรียบร้อยดี PO ออก งบใช้ ๙๙ เปอร์เซ็นต์ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ แต่พอมาดูจากการตรวจสอบของผู้สอบบัญชีไม่เป็นไปตามนั้น นี่ก็แสดงว่าเอางบไปใช้ ใช้ก็ใช้ไป ตรวจรับก็ตรวจไป แต่การลงทะเบียนพัสดุครุภัณฑ์หรืออาคาร หรือจะเป็นสะพาน เป็นเขื่อน เป็นอะไร ผมว่าใช้ไม่ได้ ผมใช้คำนี้เลยจากที่ดูมาหลาย ๆ หน่วย ระบบ New GFMIS Thai กรมบัญชีกลาง ท่านควรจะประสานงานกับหน่วยรับงบประมาณ แล้วก็ สตง. ว่ามันจะแก้ไขอย่างไร จะปล่อยอย่างนี้ต่อไปอีกเป็นอย่างนี้ทุกปีหรือเปล่า ปีหน้าถ้าผม มีโอกาสผมก็คงพูดซ้ำซากเหมือนกับปีนี้อีก อันนี้ก็ฝากไว้เป็นข้อคิดว่างบประมาณแผ่นดิน ใช้ไปแล้วมันต้องตรวจสอบได้ พวกท่านไปช่วยกันดู แล้วการตรวจสอบพวกนี้ถ้ามันเป็นแค่ ข้อผิดพลาดทางบัญชีผมไม่ว่าหรอก แต่ผมห่วงว่ามันเป็นการทุจริตคอร์รัปชันของคนที่มี อำนาจอนุมัติ คนที่ตรวจรับ คนที่ขยายสัญญา คนที่ไม่เรียกหลักประกัน หรือคนที่ จ่ายล่วงหน้าแล้วเป็นเงินทอนหรือไม่ อย่างนี้ฝากพวกท่านไปช่วยกันตรวจสอบด้วยแล้วกัน ขอบคุณครับ