วิโรจน์ ตั้งข้อสังเกตพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่า ชี้งบบานปลาย-ขัดหลักพอเพียง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร ตั้งข้อสังเกตถึงการบานปลายของโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพื่อเฉลิมพระเกียรติ ที่มีการย้ายพื้นที่ก่อสร้าง ขยายเวลา และเพิ่มงบประมาณอย่างต่อเนื่องโดยไม่มีแนวโน้มจะแล้วเสร็จ พร้อมตั้งคำถามถึงความสอดคล้องกับหลักเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะในส่วนของงบประมาณปรับปรุงภูมิทัศน์ระยะที่ 3 ที่มีค่าใช้จ่ายสูงถึง 5,575 บาทต่อตารางเมตร ซึ่งถือว่าเกินสมเหตุสมผล และเรียกร้องให้ทบทวนและปรับลดงบประมาณลงอีก 11,311,239 บาท เพื่อให้สอดคล้องกับหลักความพอประมาณ ความมีเหตุผล และภูมิคุ้มกันตามแนวพระราชดำริ.

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร กรรมาธิการ

ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะกรรมาธิการ ท่านประธานครับ แต่เดิมโครงการจัดสร้างพิพิธภัณฑ์องค์ความรู้ เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดินเฉลิมพระเกียรติเนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธี บรมราชาภิเษก โครงการนี้ได้รับการอนุมัติจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ หรือ คสช. ให้ดำเนินการก่อสร้างด้วยกรอบวงเงิน ๒,๔๕๖ ล้านบาท โดยผูกพันงบประมาณตั้งแต่ ปี ๒๕๕๗-๒๕๖๐ ควรจะต้องจบไปตั้งนานแล้ว แต่เดิมโครงการนี้กำหนดพื้นที่ก่อสร้าง เดิมอยู่ที่หอประชุมกองทัพบกที่เขตดุสิตบนเนื้อที่ประมาณ ๑๙ ไร่ แต่ต่อมาโครงการที่ ควรจะจบกลับไม่จบ ได้มีการย้ายพื้นที่ก่อสร้างไปยังเขตวังทองหลางบนที่ดิน ๗๙ ไร่ ๒ งาน ๖๐.๙ ตารางวา และเมื่อวันที่ ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๑ ครม. ก็มีมติเพิ่มวงเงินก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณของโครงการนี้เป็น ๖,๒๘๔ ล้านบาท พร้อมขยายระยะเวลาก่อหนี้ผูกพัน ข้ามปีงบประมาณออกไปจนถึงปี ๒๕๖๖ และจนถึงปัจจุบันก็ยังคงขยายระยะเวลาก่อหนี้ ออกไปเรื่อย ๆ ซึ่งไม่เพียงแต่จะเป็นการผูกพันข้ามปีงบประมาณเท่านั้น แต่ยังบานปลาย จนไม่อาจคาดได้ว่าจะสิ้นสุดในปีงบประมาณใด เนื่องจากโครงการนี้ทำไมผมต้องพูดผมต้องอภิปราย เพราะโครงการนี้จัดสร้าง เพื่อเฉลิมพระเกียรติ การพิจารณาด้านการจัดการงบประมาณจึงควรต้องยึดหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงอย่างเคร่งครัด โดยคำนึงถึงความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมี ภูมิคุ้มกันที่ดีในตัว แต่เมื่อพิจารณาตัวเลขแล้วผมไม่อาจจะเข้าใจได้ว่ามีสิ่งใดเกิดขึ้นกับ โครงการนี้ ผมเคยสอบถามไปยังสำนักปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการประชุมคณะอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้างว่าการใช้งบประมาณขนาดมหึมา แบบไม่จบไม่สิ้น บานปลายต่อเนื่องในลักษณะนี้ในอนาคตยังจะกล้านำพื้นที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ ไปใช้จัดนิทรรศการหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างไร แต่ผมก็ไม่ได้รับคำตอบ ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ขอสไลด์ครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

สำนักงานปลัดกระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้แจ้งวงเงินที่ต้องใช้ในโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ ระยะที่ ๓ ผมย้ำนะครับ โครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเป็นจำนวนเงิน ๔๐๑,๖๕๗,๑๐๐ บาท โดยการปรับปรุงภูมิทัศน์ครั้งนี้ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ ๓๐ ไร่ หรือประมาณ ๔๘,๐๐๐ ตารางเมตร งบ ๔๐๑,๖๕๗,๑๐๐ บาท แบ่งออกเป็นงบงานระบบ ประกอบอาคารและงานระบบภายนอก ๑๐๕,๕๑๕,๗๒๘ บาท และงบงานระบบต่อเนื่อง จากระยะที่ ๒ อีก ๒๘,๕๓๔,๖๘๐ บาท เมื่อนำงบที่เกี่ยวข้องกับระบบทั้ง ๒ ส่วนนี้ ออกไปจะพบว่างบสำหรับการปรับภูมิทัศน์อย่างเดียวเพียว ๆ ถูกจัดสรรเอาไว้สูงถึง ๒๖๗,๖๐๖,๖๙๒ บาท ผมเอามาหารเฉลี่ย เฉลี่ยสูงถึง ๕,๕๗๕ บาทต่อตารางเมตร นี่งบปรับปรุงภูมิทัศน์ ๕,๐๐๐ กว่าบาทต่อตารางเมตร ผมเอามาเทียบให้ดู โดยปกติงานปรับ ภูมิทัศน์หรืองานภูมิสถาปัตย์รอบโครงการมักจะมีต้นทุนต่ำกว่านี้มากอยู่แล้ว ยกตัวอย่างเลย ที่ทุกคนรู้จักกันดีคือโครงการสวนเบญจกิติ งบประมาณที่ใช้ก็เพียงแค่ ๒,๐๐๐ บาท ต่อตารางเมตรเท่านั้น งานที่หรูหราที่สุดอย่างไรก็ไม่ควรเกิน ๓,๐๐๐ บาทต่อตารางเมตร นี่หรือหลักการปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ดังนั้นงบประมาณ ๕,๕๗๕ บาทต่อตารางเมตร ในการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโครงการนี้ผมจึงจำเป็นต้องตั้งคำถาม และชวนเพื่อนสมาชิก ต้องตั้งคำถามร่วมกันว่าไหนคือความพอประมาณ ไหนคือความมีเหตุผล ไหนคือภูมิคุ้มกัน ที่ดีตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รัฐบาลต้องตั้งงบประมาณแบบขาดดุล และการตั้ง งบประมาณแบบขาดดุลต้องมีภาระดอกเบี้ยจ่าย แต่กลับนำเงินมาใช้กับโครงการที่สุรุ่ยสุร่าย ในลักษณะนี้ แทนที่จะนำไปพัฒนาประเทศแก้ไขปากท้อง ไปดูแลสวัสดิการให้กับประชาชน งบปรับปรุงภูมิทัศน์แบบนี้ไม่สามารถอธิบายได้บนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ได้เลยแม้แต่น้อย หากยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ทั้งความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันที่ดีบนเงื่อนไขความรู้และเงื่อนไขคุณธรรมที่เราเรียกกันว่า ๓ ห่วง ๒ เงื่อนไข อัตรา ๓,๐๐๐ บาทต่อตารางเมตรก็ถือว่าแพงที่สุดแล้ว งบปรับปรุงภูมิทัศน์ อย่างไรก็ตามควรอยู่ที่ ๑๔๔ ล้านบาท ผมเอามารวมกับงานระบบ ๑๓๔,๐๕๐,๔๐๘ บาท งบ รวมของโครงการนี้ทั้งหมดที่สมเหตุสมผลและพอจะเป็นไปได้จึงควรอยู่ที่ ๒๗๘,๐๕๐,๔๐๘ บาท ไม่ใช่ ๔๐๑,๖๕๗,๑๐๐ บาทอย่างที่สำนักงานปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและ สิ่งแวดล้อมเสนอมาไม่ยึดหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเลย หรือยึดแต่ปากเท่านั้น ดังนั้น งบที่ขอตั้งในปี ๒๕๖๙ จำนวน ๖๐,๒๔๘,๖๐๐ บาท ซึ่งเป็นการก่อหนี้ผูกพันในปีแรก ในอัตราร้อยละ ๑๕ ตามมติ ครม. เมื่อวันที่ ๑๑ มีนาคม ๒๕๖๘ และจะมีการผลักภาระ ไปยังปีงบประมาณ ๒๕๗๐ อีก ๓๔๑,๔๐๘,๕๐๐ บาท จึงไม่สมเหตุสมผลเลยครับ และขัดต่อหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงอย่างชัดเจน โดยควรปรับลดงบประมาณของโครงการนี้ในปี ๒๕๕๙ ลง ๑๘,๕๔๑,๐๓๙ บาท ให้เหลือเพียง ๔๑,๗๐๗,๕๖๑ บาท เมื่อสักครู่ผมคำนวณแบบสมเหตุสมผล อ้างอิงตามหลักปรัชญา เศรษฐกิจพอเพียงไปเรียบร้อยแล้ว แต่ในชั้นกรรมาธิการกลับปรับลดเพียงแค่ ๗,๒๒๙,๘๐๐ บาท เท่านั้น ผมจึงจำเป็นต้องขอให้สภาแห่งนี้ปรับลดงบโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ระยะที่ ๓ ของโครงการพิพิธภัณฑ์ไม้มีค่าเพิ่มเติมอีก ๑๑,๓๑๑,๒๓๙ บาท เพื่อให้การจัดสรร งบประมาณสอดคล้องกับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และเพื่อให้โครงการจัดสร้าง พิพิธภัณฑ์องค์ความรู้เรื่องไม้มีค่าเพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน เป็นประโยชน์ของแผ่นดิน สมชื่อจริง ๆ ไม่ใช่เพื่อประโยชน์ของผู้รับเหมาไม่กี่ราย ขอบพระคุณท่านประธานครับ