กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ หารือเรื่องโครงการตาพญาอินทรีย์ของสำนัก PDPC ที่มีงบประมาณ 55 ล้านบาท และมองว่าโครงการนี้มีลักษณะคล้ายกับโครงการอื่นๆ ที่มีงบประมาณ 67 ล้านบาท ซึ่งทำให้เขาสงสัยว่าโครงการนี้จะสามารถควบคุมข้อมูลส่วนบุคคลได้หรือไม่
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ ในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรี สะพานสูง วันนี้ขออนุญาตมาอภิปรายในมาตรา ๑๖ กระทรวง DE หรือกระทรวง ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมนะครับ ซึ่งโครงการหรือหน่วยงานที่เราจะขออนุญาตพูดถึงก็คือสำนัก สคส. ย่อว่า PDPC ก็คือ เป็นสำนักที่เอาไว้คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ทีนี้โครงการที่เราสนใจหรือ อ.เอทสนใจ อยากที่จะให้พ่อแม่พี่น้องในประเทศไทยทุกคนได้เข้าใจว่าโครงการนี้มีชื่อว่า The Eagle Eye ซึ่งก็แปลว่าตาพญาอินทรีย์ แค่ชื่อก็ไม่ธรรมดาแล้ว เรามาดูกันว่าตาพญาอินทรีย์คืออะไร มันคือเป็นการที่มีโครงการเอามาดูแล เอามาดูแลเรื่องเกี่ยวข้องกับการใช้สิทธิป้องกัน ไม่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลมันหายไปไหน และเป็นการทำเชิงรุก เราจึงเรียกว่าตาพญาอินทรีย์ ถามว่ามีงบประมาณปีนี้เท่าไร คำตอบประมาณ ๕๕ ล้านบาท แล้วก่อนหน้านี้ ปี ๒๕๖๗ มีไหม ตอบมีครับ มี ๑๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๘ มีไหม มีครับ อีกประมาณ ๘ ล้านบาท ๗ ล้านบาท สรุปแล้วปีนี้อีก ๑๕ ล้านบาท ไม่พอ ยังมีค่าที่เป็นครุภัณฑ์อีกประมาณ ๔๐ ล้านบาท ปีนี้จัดเต็มมากครับ ตาพญาอินทรีย์ ถามว่าทำอะไร เป้าหมายประมาณสัก ๗-๘ เป้าหมาย เอาไว้ค้นหา เอาไว้ยกระดับ เอาไว้เพิ่มขีดความสามารถ เอาไว้เข้าร่วมให้คน เข้ามาเยอะ ๆ สร้าง DPO คือ Digital Projector Officer เป็นบุคคลที่เอามาช่วยกันป้องกัน ข้อมูลไม่ให้มันสูญหาย สร้าง Network ต่าง ๆ ขออนุญาตหยุดไว้แค่นี้ก่อน นี่คือหลักการ ของเขา แล้วเขาทำอยู่ ๓ กิจกรรม คือ ๑. เอามาสร้างศูนย์เฝ้าให้มันดีขึ้น ก็คือศูนย์เฝ้าระวัง ๒. เอามาติดตามและวิเคราะห์ข้อมูล และ ๓. เอามายกระดับข้อมูล ยกระดับการส่งเสริม ให้มันแข็งแกร่งมากขึ้น ๕๕ ล้านบาท ทีนี้เราไปดูต่อว่าแล้ว PDPC เขาของบประมาณปีนี้ ขอไปเท่าไร คำตอบเขาขอประมาณ ๒๓๙ ล้านบาท The Eagle Eye ขอไป ๒๓๙ ล้านบาท เฉพาะโครงการเดียว ๕๕ ล้านบาท อ.เอทก็ไปดูว่าแล้วเขาทำอย่างอื่นบ้างไหมนอกจาก จะเป็นตาพญาอินทรีย์ เขาทำกิจกรรมอื่น ๆ ประมาณ ๘ อย่าง ก็คือปรับปรุงประมาณ ๕-๖ ล้านบาท ซ่อมเสริม ส่งเสริม PDPA อีกประมาณ ๕ ล้านบาท มีนะครับ อาสา เมื่อวานนี้เราบอกว่าอาสามีทุกโครงการ มาอีกแล้วครับ อาสานี้เขาเรียกว่า PDPA Man เท่ห์มากครับ PDPA Man อีกประมาณ ๑ ล้านบาท มีการบังคับให้กฎหมาย ปรับปรุง กฎหมายอีกเกือบ ๕ ล้านบาท ทำเรื่องของการประเมิน มีตัวชี้วัดอีก ๓.๔ ล้านบาท มีการพัฒนาบุคลากรอีกประมาณ ๕ ล้านบาท จัดทำอุปกรณ์ต่าง ๆ จัดทำการพัฒนาศูนย์ อีกประมาณ ๑๕ ล้านบาท ทำ Network ที่ดีขึ้นอีกประมาณ ๗ ล้านบาท และที่สำคัญ ทำแพลตฟอร์มอีกแล้ว แพลตฟอร์มนี้มีทุกโครงการ เมื่อวานนี้ อ.เอทเพิ่งอภิปรายไป กระทรวง กระทรวงการคลังก็มี กอ.รมน. ก็ยังมีการทำแพลตฟอร์ม นี่แพลตฟอร์มเขาอีก ๑๙ ล้านบาท รวม ๆ กันอีกประมาณ ๖๗ ล้านบาท ที่ทำไม่ได้ต่างอะไรกันเลยกับ The Eagle Eye โครงการตาพญาอินทรีย์ อ.เอทก็เลยมองว่า ๕๕ ล้านบาทนี้มันจะเละเทะ หรือเปล่า ก็เลยมาดูว่ามี Model ถ้าไม่มี Model ไม่ได้ ก็เลยขออนุญาตมาดูที่ Model คำว่า Eye แปลว่า ตา E ตัวแรกครับ อ.เอท ขอใช้คำว่า Eccentric Eccentric แปลว่ามันเพี้ยน หรือเปล่า มันประหลาดหรือเปล่า ปกติท่านก็ทำอยู่แล้ว ๖๗ ล้านบาท ท่านมาขออีก ๕๕ ล้านบาทเพื่อไปทำโครงการแบบเดียวกัน ต้องเพี้ยนแน่ ๆ ๒. ก็คือตัว Y Y คือ Yummy Yummy แปลว่าอะไร เอร็ดอร่อยเลย ไม่แน่ว่าโครงการนี้อีก ๕๕ ล้านบาท ท่านจะมีการกินกันอย่างเอร็ดอร่อยหรือเปล่า อันนี้เป็นคำถาม และ E สุดท้ายมันคือคำว่า Empty Empty แปลว่าอะไร แปลว่าว่างเปล่า เพราะสุดท้ายแล้วท่านก็ยังไม่สามารถที่จะ ควบคุมได้ ภาครัฐทำข้อมูลรั่ว โรงพยาบาลเอกชนก็ทำข้อมูลรั่ว บริษัทเอกชนอีกหลายบริษัท ก็รั่ว ทุกวันนี้ที่เรามีอะไรครับ Call Center ก็มาจากปัญหาท่าน และยังมีอีกอย่างหนึ่งครับ World ID ที่มีการทำโดย Tools for Humanity บริษัทนี้เป็นการพิสูจน์ความเป็นมนุษย์ PDPA ก็ยังไม่สามารถที่เข้ามา Check ได้ เห็นไหมว่ามีปัญหาแน่นอน และนี่คือสิ่งที่เรา เรียกว่า The Eagle Eye ตาพญาอินทรีย์ อ.เอทกลัวว่ามันจะเป็นตาปลา แล้วมันสร้าง ความเจ็บปวด ความรวดร้าว และสร้างความอับอายให้กับงบประมาณของประเทศไทยครับ ฝากไว้ด้วยครับ Respect