สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ทิสรัตน์ เลาหพล หารือเรื่องงบประมาณปี 2569 โดยแสดงความกังวลเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนและไม่คุ้มค่าต่องบประมาณของโครงการบางโครงการ และถามถึงการใช้จ่ายเงินภาษีที่ใช้ในการดูแลภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวงว่าเป็นคุ้มค่าหรือไม่

นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานสภา ที่เคารพ ดิฉัน นางสาวทิสรัตน์ เลาหพล ผู้แทนประชาชนบางแค หนองแขม พรรคประชาชน ท่านประธานคะ ดิฉันต้องการพูดลงในรายละเอียดการเสนอคำของบประมาณปี ๒๕๖๙ ตามมาตรา ๑๕ ของกระทรวงคมนาคมค่ะ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

กระทรวงได้เสนอคำขอ งบประมาณในปี ๒๕๖๙ นี้เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น ๑๘๔,๐๐๐ ล้านบาทเศษ ดิฉันขออภิปราย ในฐานะสมาชิก ซึ่งดิฉันเห็นว่ามีกรรมาธิการตัดลดมานั้นยังสามารถปรับลดลงได้อีก เนื่องจากว่ามีหลาย ๆ โครงการที่ดิฉันเห็นว่ามีความซ้ำซ้อนและไม่คุ้มค่าต่องบประมาณ ดิฉัน ขอเริ่มต้นไปที่กรมทางหลวงชนบท หรือ ทช. โดยเฉพาะอย่างยิ่งในส่วนของแผนงาน ยุทธศาสตร์พัฒนาด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ ดิฉันไม่มีข้อกังขาในเจตนาอันดี ของ ทช. ที่ต้องการแก้ไขปัญหาอุบัติเหตุและยกระดับความปลอดภัยบนท้องถนน เพราะความปลอดภัยต่อชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนคือสิ่งสำคัญที่สุด แต่ดิฉัน กลับพบประเด็นที่น่ากังวลอย่างยิ่งเกี่ยวกับความซ้ำซ้อนในการตั้งมาตรฐาน และการกระจุกตัว ของโครงการ ซึ่งอาจทำให้เงินภาษีของประชาชนไม่ถูกใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพเท่าที่ควร ท่านประธานคะ หากเราเปิดดูเอกสารประกอบงบประมาณจะพบว่ามีถนนทางหลวงชนบท อยู่เส้นหนึ่งที่ดูเหมือนจะได้รับงบประมาณด้านความปลอดภัยบนถนนมากกว่าเส้นอื่น ๆ ทั่วประเทศ นั่นคือถนนสาย นบ. ๓๐๒๑ หรือเส้นราชพฤกษ์-บางกรวย เมืองนนทบุรี และปากเกร็ด เฉพาะในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ นี้ถนนราชพฤกษ์เส้นเดียวที่ได้รับงบประมาณ ด้านความปลอดภัย รวมเป็นเงิน ๑๙๕ ล้านบาท ผ่าน ๓ โครงการใหญ่ที่อยู่ในกิจกรรมต่าง ๆ ดังนี้ ในกิจกรรมปรับปรุงจุดเสี่ยงอันตรายตั้งงบไว้ ๙๕ ล้านบาท ในกิจกรรมอำนวย ความปลอดภัยทางถนนตั้งไว้ ๕๐ ล้านบาท และในกิจกรรมเพิ่มประสิทธิภาพความปลอดภัย ก็ตั้งงบไว้อีก ๕๐ ล้านบาท เหตุใดจึงต้องตั้งโครงการสำหรับถนนเส้นเดียวแยกกันถึง ๓ โครงการ ภายใต้ชื่อกิจกรรมที่แตกต่างกัน แต่มีวัตถุประสงค์เพื่อความปลอดภัยเหมือนกัน ลักษณะการตั้งงบเช่นนี้สุ่มเสี่ยงอย่างที่จะเกิดความซ้ำซ้อนในเนื้องานทั้งที่ก็มีงบสำหรับ บำรุงรักษาถนนเส้นนี้ไปแล้ว ๔๐๐ ล้านบาท

ลองมาดูอีกกรมหนึ่ง กรมทางหลวงในแผนงานยุทธศาสตร์เดียวกันกับ ทช. ผลผลิตที่ ๒ การบำรุงรักษาและบริหารจัดการโครงข่ายทางหลวงและสะพาน มีกิจกรรม ปรับปรุงภูมิทัศน์และสถาปัตยกรรมทางหลวง ถนนมีทั้งหมด ๑๙ เส้น บวกกับโครงการ ที่ราคาต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาทอีก ๒ โครงการ รวมแล้ว ๔๓๘ ล้านบาท ส่วนใหญ่ใช้ไปกับ การปลูกต้นไม้บนเกาะกลางถนน ดิฉันไม่ปฏิเสธว่าการปลูกต้นไม้ช่วงแรก ๆ นั้นทำให้ ภูมิทัศน์บนท้องถนนสวยงามขึ้น แต่ทุกท่านก็ทราบดีอยู่แล้วใช่ไหมว่าการปลูกต้นไม้ ต้องได้รับการดูแล ไม่ว่าจะเป็นการรดน้ำ ใส่ปุ๋ย และการตัดแต่งกิ่ง เพราะถ้าหากไม่ได้รับ การตกแต่งกิ่งก็มีความเสี่ยงที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนได้ ตัวอย่างตามสไลด์เลยค่ะ ดิฉันอยากตั้งคำถามว่าถ้าหากโครงการเหล่านั้นหมดค้ำประกันไปแล้ว ไม่มีคนดูแล แล้วหลังจากนั้นท่านก็ต้องจัดตั้งงบประมาณเพื่อมาดูแลต้นไม้เหล่านั้นอีกใช่หรือไม่ เช่นเดียวกับ ทช. ในผลผลิตที่ ๓ การเพิ่มประสิทธิภาพและยกระดับความปลอดภัย บนทางหลวงมีวงเงินรวมกว่า ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อใช้ในการปรับปรุงพัฒนาถนน เพื่อความปลอดภัยเช่นเดียวกัน ทั้งที่ก็มีตั้งงบสำหรับการก่อสร้างและซ่อมแซมไว้อยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีงบในส่วนพัฒนาทางและสะพานสนับสนุนด้านคมนาคมและระบบโลจิสติกส์ งบแผนบูรณาการอีอีซี ทั้งที่ทั้ง ๒ กรมได้เสนอคำขอไว้แล้วยังมีงบตามแผนส่งเสริม การพัฒนาจังหวัดและกลุ่มจังหวัดแบบบูรณาการ และงบอุดหนุนท้องถิ่นอีกที่กระจาย เม็ดเงินลงไปทั่วทุกพื้นที่ ซึ่งของบเข้ามาเพื่อนำไปใช้สร้าง ซ่อม ปรับปรุง พัฒนาถนนหนทาง และรวมถึงสะพานต่าง ๆ ได้อีกสารพัด ท่านประธานคะ คนที่ใช้รถใช้ถนนอยู่เป็นประจำ คงไม่มีใครอยากจะปฏิเสธกับการเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน แต่งบประมาณท่านที่ตั้ง มานั้นมันคุ้มค่าจริงหรือไม่ แล้วมันแก้ไขปัญหาให้พี่น้องประชาชนได้มากแค่ไหน ดิฉันหวังว่า เพื่อนสมาชิกทุกท่านจะเห็นด้วยกับการปรับลดนี้ เพื่อให้เงินภาษีทุกบาททุกสตางค์ ที่มาจากพี่น้องคนทำงานทั้งประเทศถูกใช้อย่างคุ้มค่า และช่วยรักษาชีวิตความปลอดภัย ได้อย่างแท้จริง ขอบคุณค่ะ