จุติ ไกรฤกษ์ ตั้งข้อซักถามเกี่ยวกับการใช้งบประมาณซ่อมถนนที่เกี่ยวข้องกับปัญหารถบรรทุกน้ำหนักเกิน รวมถึงผลกระทบจากนโยบายบริหารร้านค้าในท่าอากาศยานต่อผู้ประกอบการท้องถิ่น และตั้งข้อสังเกตถึงความจำเป็นในการก่อสร้างตึกใหม่ของกระทรวงคมนาคม โดยเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงเหตุผลการอนุมัติงบประมาณอย่างโปร่งใส พร้อมเน้นย้ำถึงความคุ้มค่าและเป็นธรรมในการจัดสรรงบประมาณเพื่อตอบสนองความต้องการของประชาชนกลุ่มเปราะบาง
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพครับ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติครับ กระผมมีคำถามที่ติดตามมาตั้งแต่ วาระแรก ต้องบอกว่าผมเป็นแฟนคลับท่านสมาชิกสุรเชษฐ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผมติดใจ เรื่องการใช้งบประมาณ
ข้อ ๑ ผมอยากจะถามกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติ งบประมาณว่าท่านได้ถามเรื่องส่วยทางหลวงที่รถบรรทุกน้ำหนักเกินหรือไม่ เพราะนั่นคือ สาเหตุที่ทำให้ถนนชำรุดเร็วกว่าที่ควรจะเป็น แล้วงบประมาณในการซ่อมแซมปีหนึ่ง หลายหมื่นล้านบาท ฉะนั้นถ้าเผื่อต้นเหตุสามารถกำจัดได้เราก็จะไม่ต้องเสียงบประมาณมาก ขนาดนี้ ก็จะถามกรรมาธิการว่าท่านได้ถามเรื่องนี้หรือไม่
เรื่องที่ ๒ คือกรมท่าอากาศยาน กรมท่าอากาศยานนั้นก็มีร้านค้าที่ในอดีต ผมถามว่าในอดีตรัฐบาลชุดก่อน ๆ ก็บอกว่าให้คนท้องถิ่น SMEs มาทำในท้องถิ่นของ สนามบิน ก็ปรากฏว่าทำมา ๑๐ กว่าปี วันนี้ผมไม่ทราบว่านโยบายใหม่หรืออย่างไร ท่านกรรมาธิการถามหรือไม่ว่าการบริหารท่าอากาศยานนั้นวันนี้คนท้องถิ่นทุกจังหวัด ไม่ได้รับการต่อสัญญา ผมไม่ได้ทำธุรกิจนี้ แล้วผมก็เรียนตรง ๆ ว่ามีผลกระทบกับในท้องถิ่นเยอะ เพราะว่าท้องถิ่นนั้นให้นักศึกษามาฝึกงาน ท้องถิ่นนั้นมี Supply Chain เป็นคนท้องถิ่น อีกเยอะ เมื่อร้านค้าในสนามบินถูกยกเลิกไป ถูกทดแทนด้วยบริษัทยักษ์ใหญ่ ก็ทำให้ คนท้องถิ่นนั้นที่เคยขายแซนวิช เคยขายขนมไทย เคยขายมะพร้าว กล้วยหอม ก็พลอย ขายไม่ได้ด้วย เพราะว่าบริษัทยักษ์ใหญ่นั้นเขาขายสินค้าคนละประเภท แล้วราคาสินค้า ที่ขายให้กับคนเดินทางก็ขึ้นราคาอย่างน้อย ๒๕ เปอร์เซ็นต์ แน่นอนครับ กรมท่าอากาศยาน ก็จะบอกว่าได้รับผลตอบแทนเยอะ แต่ว่าในขณะเดียวกันท่านฆ่า SMEs ในแต่ละจังหวัด ก็อยากจะถามว่ากรรมาธิการนี้ได้ถามวิธีการบริหารนี้หรือไม่ นโยบายนี้ท่านเห็นชอบในการ ให้เปลี่ยนแปลงหรือไม่
เรื่องของส่วยทางหลวงนั้นก็อยากจะให้ทราบว่าเกิดมาไม่ถึงปีเมื่อตอนที่ถนน ในกรุงเทพฯ ทรุด แล้วก็รถบรรทุกน้ำหนักเกิน ๓๐ กว่าตัน ติดที่ถนนสุขุมวิท แล้วอยากจะ ถามว่าบริษัทนั้นถูกปรับ ถูกยกระดับ จ่ายค่าชำรุดไปบ้างแล้วหรือยัง
อีกเรื่องที่ผมตามมาคือเรื่องของประมาณ ผมถามนอกจากท่านกรรมาธิการ วิสามัญแล้ว ผมจะถามสำนักงบประมาณซึ่งเป็นต้นน้ำ คณะกรรมาธิการนั้นได้รายงานสภาว่า มีข้อยกเว้นตึกคมนาคม ข้อยกเว้นโดยสำนักงบประมาณ ก็จะถามว่าข้อยกเว้นนั้น ใช้กับกระทรวงอื่นหรือไม่ หรือใช้แค่กระทรวงเดียว เพราะนี่จะเป็นมาตรฐานสำคัญของ สำนักงบประมาณว่าท่านนั้นมีธรรมาภิบาลในการพิจารณางบประมาณหรือไม่ โปร่งใส มาตรฐานเท่าเทียม คำนึงถึงความจำเป็นและความคุ้มค่าหรือไม่ สิ่งที่เราได้ทราบก็คือว่า ตึกใหม่นี้พื้นที่มากกว่าเดิม ๓ เท่า ตึกใหม่ค่าก่อสร้างต่อหน่วยก็แพงกว่า ในขณะเดียวกัน ก็ตอบโจทย์ว่าข้าราชการมีอยู่ ๑,๐๑๘ คน มีที่จอดรถ ๑,๑๐๐ คัน ผมถามว่าจำเป็นหรือไม่ คุ้มค่าหรือไม่ ผมอยากจะถามคณะกรรมาธิการวิสามัญด้วยว่าสำนักงบประมาณรายงาน ท่านว่าอย่างไร ท่านอย่าลืม ผมพูดเสมอว่าเราต้องกู้มาถึง ๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วงบนี้ เป็นงบผูกพันปีแรก ๓,๘๐๐ กว่าล้านบาท ก็อยากถามว่าตรงนี้มีความจำเป็นเร่งด่วนอย่างไร นโยบายมีทางเลือกเสมอ ผมบอกท่านประธานได้ว่างบ ๓,๘๐๐ ล้านบาทนี้ถ้าชะลอแค่ ปีเดียว เอาเงินนี้ไปสร้างซ่อมบ้านให้กับคนกลุ่มเปราะบาง คนพิการ คนแก่ ท่านจะสามารถ ซ่อมบ้านได้ถึง ๙๕,๐๐๐ หลังคาเรือน ในขณะเดียวกันถ้าท่านไม่ใช้งบตรงนี้ไป วันนี้เรามีอยู่แล้วว่าสภาได้พูดถึงว่า กยศ. กู้เงิน เพื่อเรียนหนังสือขอไป ๒๑,๐๐๐ ล้านบาท ให้มา ๕,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าเผื่อท่านให้เด็กกู้ คนละ ๑๐,๐๐๐ บาท ท่านจะได้นักเรียนเรียนหนังสือ ๓๘๐,๐๐๐ คน จึงอยากจะถาม สำนักงบประมาณ ถามคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณว่า ความจำเป็น ความคุ้มค่า ที่เปรียบเทียบอย่างนี้ว่าระหว่างคนสูงอายุ คนจน ๙๕,๐๐๐ ครอบครัว กับข้าราชการ ๑,๐๑๘ คน อันไหนประเทศจะได้ประโยชน์มากกว่ากัน ระหว่างทุนการศึกษา ๓๘๐,๐๐๐ ทุนที่ให้เด็กนั้นสามารถเรียนต่อไปได้ กับสร้างตึกชะลอไปเพียงแค่ปีเดียว อันไหน จะคุ้มค่า อันไหนจะมีความจำเป็นมากกว่ากัน เพราะผลของการตัดสินอันนี้ก็จะเป็น สัญลักษณ์ของสำนักงบประมาณ จะเป็นสัญลักษณ์ของคณะกรรมาธิการและสภาชุดนี้ว่า เราให้ความสำคัญกับคนจนหรือคนรวย เราให้ความสำคัญอยู่กับคนที่จำเป็น คนที่จนที่สุด หรือว่าคนที่สบายอยู่แล้ว นอกจากนั้นไม่ต้องพูดถึง ศูนย์แพทย์ฉุกเฉินซึ่งช่วยเหลือชีวิตคน งบประมาณจัดสรรไม่พอ เอาไปให้เขาเขาจะช่วยให้คนมีชีวิตต่อยืนได้อีก ผมถามว่าอย่างนี้ คุ้มค่ามากกว่าหรือไม่ ผมกำลังถามถึงธรรมาภิบาลในการจัดสรรงบประมาณปีนี้ว่า คณะกรรมาธิการนั้นได้พิจารณาประเด็นเหล่านี้ครบถ้วนหรือไม่ พร้อมที่จะชะลอโครงการนี้ ไปปีหน้าหรือไม่เพื่อประโยชน์ของคนจน คนเปราะบาง คนอายุมาก ๙๕,๐๐๐ ครอบครัว หรือเพื่อเด็กมีเงินเรียนหนังสือต่อไป ๓๘๐,๐๐๐ คน เรื่องนี้เป็นเรื่องที่น่าคิด ก็จะกราบเรียนไว้ ว่าจำเป็นที่จะต้องได้รับคำตอบจากคณะกรรมาธิการว่าท่านได้พิจารณาด้วยความรอบคอบ ด้วยธรรมาภิบาล แล้วก็สำนักงบประมาณก็กรุณาเขียนคำตอบให้กับคณะกรรมาธิการด้วยว่า ที่ท่านยกเว้นระเบียบว่าตึกอาคารใหม่ที่ Over เกินความจำเป็นทำไมถึงได้อนุมัติให้ผ่าน แล้วตึกหลายตึกวันนี้ห้องผ่าตัดโรงพยาบาลชนบทไม่มีสตางค์สร้าง แล้วเราใช้เงินผิดประเภท ถูกต้องตามโจทย์ความทุกข์ยากของประชาชนหรือไม่ วันนี้ก็ขออนุญาตอย่าได้คิดผมผิด ผมขอพูดแทนประชาชนทั้งประเทศ ผมไม่ใช่ฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล ผมเป็นสภาผู้แทนราษฎร อยากจะฟังว่าวันนี้เราตัดสินใจว่าเราจะให้ประชาชนมาก่อน ประเทศไทยต้องมาก่อน หรือความสุขของคนเพียงส่วนน้อยต้องมาก่อน กราบขอบพระคุณครับ