ยศวัฒน์ เสนอโครงการโดรนเกษตรเต็มรูปแบบ พร้อมประกัน-อบรมฟรี

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน หารือปัญหาข้อจำกัดการใช้โดรนในภาคการเกษตรที่กระทบเกษตรกรทั่วประเทศ เรียกร้องให้กระทรวงคมนาคมปรับระบบการอนุญาตให้มีประสิทธิภาพและเข้าถึงได้ง่าย พร้อมเสนอแนวทางส่งเสริมการใช้โดรนอย่างเบ็ดเสร็จ รวมถึงการอบรม ใบอนุญาตฟรี การบูรณาการข้อมูล และการจัดตั้งงบประมาณสนับสนุนประกันภัยโดรนสำหรับเกษตรกรรายย่อย โดยเสนอให้ตัดงบ 1 เปอร์เซ็นต์จากหน่วยงานในสังกัดมาใช้ขับเคลื่อนโครงการตามความต้องการของประชาชน

นายยศวัฒน์ มาไพศาลสิน กาญจนบุรี

เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม ยศวัฒน์ มาไพศาลสิน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดกาญจนบุรี อำเภอท่ามะกา อำเภอพนมทวน พรรคภูมิใจไทยครับ ท่านประธานครับ วันนี้ผมขออภิปรายในวาระที่สอง ของร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ ในมาตรา ๑๕ สัดส่วน ของกระทรวงคมนาคมที่ท่านณัฏฐ์ชนนบอกว่าเป็นกระทรวงเศรษฐีครับ เนื่องจากประเด็น ที่ผมจะอภิปราย ผมได้รับทราบรับรู้จากกรณีในช่วงที่เกิดปัญหารบกันระหว่างชายแดน ของไทย-กัมพูชาที่ทำให้พี่น้องประชาชนได้รับผลกระทบ โดยเฉพาะพี่น้องภาคการเกษตร ได้รับผลกระทบจากการใช้ Drone บินเพื่อการเกษตร ซึ่งไม่ใช่แค่เพียง ๔ จังหวัดที่มีปัญหา ชายแดน แต่ปัญหานั้นก็คือการที่ไม่ให้ใช้ Drone บินในภาคการเกษตรซึ่งไม่ใช่เพียงแค่ จังหวัดกาญจนบุรี แต่เป็นผลกระทบของเกษตรกรไทยที่ใช้ Drone ทั้งประเทศ ท่านประธาน ปัจจุบันเกษตรกรไทยนั้นกำลังเผชิญหน้ากับต้นทุนการผลิตที่สูงและมีรายได้หรือว่าผลผลิต ที่ต่ำตามที่เพื่อน ๆ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรพูดกันมาโดยตลอด และพี่น้องประชาชน ก็พูดกันมาตลอด ผมยังอยากจะให้พี่น้องประชาชนนั้นได้ Phone In เข้ามาพูดให้ผู้บริหาร ได้ฟังเช่นเดียวกันครับ ผมจึงขอเป็นตัวแทนว่าวันนี้เรื่องนี้มันเกี่ยวอะไรกับกระทรวงคมนาคม เพราะว่า Drone คือเครื่องมือที่จะทำให้ช่วยลดต้นทุนของการผลิตได้กับพี่น้องเกษตรกร เพราะ Drone ถือว่าเป็นเทคโนโลยีสมัยใหม่ โดยเฉพาะ Drone เพื่อการเกษตร แล้วถามว่า มันเกี่ยวข้องอะไรกับกระทรวงคมนาคม เกี่ยวครับ เพราะกระทรวงคมนาคมเป็นผู้กำกับดูแล และอนุญาตการนำ Drone บินนั่นเอง เพราะฉะนั้นในช่วงที่เกิดสงครามได้สั่งระงับ อันนี้ เกษตรกรเข้าใจ สิ่งที่ผมได้รับทราบว่าไม่ให้ Drone บินหลังจากนั้น นั่นก็คือว่าเกษตรกร มีปัญหากับส่วนข้าราชการกับการใช้ Drone ทั้ง ๆ ที่เป็นสิ่งที่จะช่วยลดต้นทุนการผลิต ของเขา นั่นก็เพราะว่า Drone นั้นใช้เพียงแค่ Drone สามารถลดต้นทุนของเขา ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการลดค่าใช้จ่ายในเรื่องของแรงงาน และยังจะสามารถช่วยลดค่าใช้จ่ายในเรื่อง ของการใช้ปุ๋ยยาถึง ๒๐ และ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ แล้วที่สำคัญเร็วกว่าการใช้แรงงานคน แต่ปัจจุบันปัญหาที่เกิดคืออะไร ผมอยากจะฝากถึงกระทรวงคมนาคมว่าปัญหาที่เกิดคือ กระทรวงคมนาคมที่ผ่านมาไม่ได้ให้ความสำคัญกับการใช้ Drone ในทางเกษตร ที่บอกไม่ให้ ความสำคัญอย่างไร คมนาคมไม่เคยให้การสนับสนุนในเรื่องของความรู้ในเรื่องของความรู้ ในเรื่องของการฝึกทักษะของการใช้เทคโนโลยีกับเกษตรกรยุคใหม่ เพราะฉะนั้นสิ่งที่ เป็นปัญหานั่นก็คือว่าพี่น้องชาวเกษตรกรจะต้องขออนุญาตการใช้ Drone เพื่อที่จะบิน ในการให้ปุ๋ย ให้ยา ท่านครับ การขออนุญาตนั้นต้องขอเข้าสู่ระบบอินเทอร์เน็ตหรือว่า CAA ถามหน่อยว่า ถ้าเกษตรกรตาสีตาสาหรือผู้ที่กำลังฝึก Drone บินแล้วเป็นเกษตรกรไม่มีความรู้เรื่องของ การที่จะเข้าสู่ระบบเขาจะทำได้อย่างไร เขาจะต้องตกเป็นจำเลยในเรื่องของกฎหมาย และ ๒. ถ้าเกิดผู้ที่รับจ้างขออนุญาตแล้ว ท่านประธานทราบหรือไม่ว่าเขาใช้เวลา ๗-๑๕ วัน กว่าระบบจะตอบ คำโบราณเขาบอกว่ากว่าถั่วจะสุกงาก็ไหม้ กว่าเกษตรกรจะได้รับอนุญาต จากการบิน Drone เพื่อที่จะให้ปุ๋ย ให้ยา ลดต้นทุนในการเกษตร บางทีไร่นาเขา พืชผลเขา อาจจะเหี่ยว อาจจะตายไปแล้วก็ได้ เพราะฉะนั้นวันนี้ผมจึงขอให้ทางกระทรวงคมนาคม ผมจะฝากถึงแนวทางว่าให้กระทรวงคมนาคมได้พิจารณาดังนี้

๑. ขอให้จัดตั้งระบบ One Stop One Service สำหรับการขออนุญาต Drone เพื่อการเกษตร ให้เกษตรกรติดต่อได้ที่เดียวครับ และได้รับคำตอบอย่าเกิน ๓ วัน

๒. ขอให้สนับสนุนงบประมาณจัดอบรมและออกใบอนุญาตบังคับ Drone ให้แก่เกษตรกรโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่าย

๓. ขอบูรณาการฐานข้อมูลระหว่าง กพท. กสทช. และกรมวิชาการเกษตร เพื่อจะลดการยื่นเอกสารที่ซ้ำซ้อน

๔. ขอสนับสนุนประกันภัย Drone สำหรับเกษตรกรรายย่อยโดยผ่านกองทุน ของภาครัฐ

ใน ๔ ประการที่ผมได้นำเสนอไปหวังว่าในกระทรวงคมนาคมจะนำไป พิจารณา เพราะผมไม่อยากให้เกษตรกรนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้นและตกเป็นจำเลย เพราะในสิ่งที่ ปฏิบัติอาจจะไม่รู้และเข้าไม่ถึง

และท้ายที่สุดนี้ผมเองก็ขออนุญาตตัดลดงบประมาณในส่วนที่ผมได้นำเสนอ ๑ เปอร์เซ็นต์อย่างที่ท่านณัฏฐ์ชนนบอกว่ากระทรวงคมนาคม ในส่วนของกรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทใช้ไปประมาณ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาทแล้ว ตัดสัก ๑ เปอร์เซ็นต์ ของส่วนอื่น ๆ เอามาทำในสิ่งที่ควรทำเถอะ โดยเฉพาะขอให้ฟังเสียงของพี่น้องประชาชน ไม่ใช่ว่าสิ่งที่ไม่ควรทำ เช่นถนนสภาพยังเสียหายเพิ่งจะ ๒๐ เปอร์เซ็นต์ ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ท่านถากออก รื้อออก ทำแล้วทำอีก แต่สิ่งที่ผมหรือเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่านได้พูดไปว่า ขอให้ทำในสิ่งที่ควรทำ ผมยกตัวอย่าง เช่น ขอไฟแดงบริเวณถนนสาย ๓๒๓ ทางเข้าวัดดงสัก ผมพูดมานานหลายครั้งยังไม่เห็นทำสักที ไฟที่ดับแล้วดับอีก ถนนเส้นสีสะท้อนแสงเพื่อที่จะ ลดอุบัติเหตุ พูดแล้วพูดอีก พวกเราพูดกันอยู่ตลอด สิ่งเหล่านี้ท่านยังไม่ทำ เพราะฉะนั้น ผมจึงขอตัดลดงบประมาณเพื่อที่จะเอามาทำในสิ่งที่ควรทำ และท้ายที่สุดนี้ผมก็ยังยืนยัน ขอตัดลด ๑ เปอร์เซ็นต์เพื่อที่จะให้เอามาสนับสนุนในภาคของการเกษตรที่เกี่ยวกับคมนาคม และเป็นหัวใจของคนไทยทั้งประเทศคือเกษตรกรไทย ขอบพระคุณครับ