ภัณฑิล แจงเหตุตัดงบสนามบิน ชี้ขาดคุ้มทุน-พะรุงพะรังงบฯ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๒ · ๑๕ สิงหาคม ๒๕๖๘

ภัณฑิล น่วมเจิม ชี้แจงการแปรญัตติขอตัดลดงบประมาณกรมท่าอากาศยานตามมาตรา ๑๕ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่เหมาะสมในการผลักดันโครงการสนามบินทั่วประเทศ ทั้งในด้านต้นทุนที่สูง ขาดความคุ้มทุน และภาระค่าใช้จ่ายระยะยาวที่รัฐต้องรับผิดชอบ ทั้งที่ความต้องการจริงและความยั่งยืนของโครงการยังไม่ชัดเจน พร้อมเตรียมนำเสนอข้อมูลประกอบการพิจารณาด้วยสไลด์นำเสนอ

นายภัณฑิล น่วมเจิม กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธานครับ ผม ภัณฑิล น่วมเจิม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตวัฒนาและเขตคลองเตย พรรคประชาชน ก็ขอร่วมอภิปรายในฐานะกรรมาธิการเสียงข้างน้อย ที่ผมสงวน คำแปรญัตติขอตัดลดงบประมาณในมาตรา ๑๕ กรมท่าอากาศยาน ก็มีเพื่อนสมาชิกพูดไป แล้วบางส่วน ท่านชิตวันนะครับ แต่ผมก็ต้องขอออกตัวไว้อีกครั้งหนึ่ง ก็อยากจะมาแชร์ให้ เพื่อน ๆ สมาชิกรับทราบว่าในกรรมาธิการงบประมาณเกิดอะไรขึ้น แล้วก็เข้าใจว่า เพื่อน ๆ สมาชิกก็คงอาจจะไม่ค่อยถูกใจนักในสิ่งที่ผมจะพูด เดี๋ยวจะมีสไลด์นะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

๑ จังหวัด ๑ สนามบิน ของมันต้องมี อันนี้ไม่ใช่นโยบายของพรรค ไม่ใช่นโยบายของผม แต่เป็นสิ่งที่ผมอยากจะมาเตือนสติ ฝ่ายบริหารว่าทุกครั้งที่เราสร้างสนามบินอยากจะมีกันมากนัก ไปวิ่งงบประมาณจังหวัดฉัน จะต้องมี เดี๋ยวคนก็จะมาหาว่าผมเป็นพวกถ่วงความเจริญไม่อยากให้มีสนามบิน แต่มีแล้ว มันมีค่าใช้จ่ายตามมา งบที่มีปัจจุบันยังทำของเดิมให้มีมาตรฐานได้ยังไม่พอเลย แล้วเปิด สนามบินใหม่นี้จะไปปักป้ายมันไม่จบ มันมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามมา เรื่องด้วยความปลอดภัย ของ ICAO หรือองค์การการบินพลเรือนมันมีข้อบังคับ กฎ ระเบียบอะไรต่าง ๆ มากมาย ต้นทุนเวลามันมีสนามบินภูมิภาคขึ้นมาเราลงทุนไปแล้ว ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ค่าใช้จ่าย ระยะยาวในการที่จะดูแลมันตามมานะ ๓๐-๕๐ ล้านบาท แล้วต้นทุนค่าโดยสารที่แท้จริงอยู่ที่ ประมาณ ๘๐๐-๑,๕๐๐ บาท เราก็งงบางทีขายตั๋วกันถูก ๆ นี่มันคือการอยากจะเอาลูกค้า เข้ามาครั้งแรก แต่สุดท้ายแล้วถ้าเผื่อมันไม่ยั่งยืนจริง ๆ ไม่ Sustain อยู่ไม่ได้ เพราะว่าต้นทุน ค่าโดยสารมันไม่ได้ถูก ซึ่งสุดท้ายแล้วรัฐก็ต้องเข้าไปอุดหนุนเป็นภาระค่าใช้จ่ายที่ต้อง รับผิดชอบต่อเนื่องในระยะยาว งบของกรมท่าอากาศยานไปอยู่ที่งบลงทุน ๘๘ เปอร์เซ็นต์ เยอะมากเลย น่าสงสารมากเขาต้องไปตัดหญ้ากันเอง งบดำเนินงานก็เหลือน้อยมาก ข้าราชการก็มาบ่นให้ฟังหลังไมค์ เพราะอะไรครับ มีสรุปจากทาง PBO อาจจะตัวเล็กนิดหนึ่ง ผมยกตัวอย่างแค่บางท่าอากาศยาน ผมเห็นแล้วผมก็ เอ๊ะ ท่าอากาศยานหัวหินวงเงิน ๒๒๔ ล้านบาทกับ ๗ โครงการ ต้องทำเรื่องความปลอดภัย Runway ต้องไปขอซื้อ เครื่องเอกซเรย์เพิ่ม ๗ รายการ เป็นมูลค่า ๒๒๔ ล้านบาท ผมก็ไป Check ว่ามี Flight จากไหนไปหัวหิน ปรากฏมีแค่เชียงใหม่ไปหัวหิน เครื่องเล็กด้วยวันเว้นวัน พูดแค่นี้ก็คงรู้แล้วว่าค่าโดยสาร มันจะเก็บได้สักเท่าไร แม่ฮ่องสอนก็ระงับปิดไปก็ยังขอเงินเข้ามา สนามบินมันมีค่าใช้จ่าย ต่อให้ไม่มี Flight ก็ต้อง Maintenance ๑๓๕ ล้านบาท ๙ โครงการ ต้องซื้อรถแทรกเตอร์ ต้องซื้อเครื่องตัดหญ้า ต้องซื้อป้อม รปภ. หมดไปอีก ๑๕๓ ล้านบาท นครราชสีมา เพชรบูรณ์ ร้างแล้วไม่มีการดำเนินการก็ยังต้องขอค่าใช้จ่ายมา ของบประมาณทุกปี สนามบินร้างยังต้อง มีภาระงบที่ต้องได้รับการจัดสรรทุกปี ยิ่งสร้างสนามบินก็เท่ากับเราต้องมีภาระค่าใช้จ่าย ผูกพัน ค่าไฟ ค่าดูแลทางวิ่ง ค่าคน ค่ารักษาความปลอดภัย คิดให้ดี ๆ ก่อนจะไปสร้าง สนามบิน ต้องพึ่งพางบประมาณจากรัฐทั้งนั้น ลำพังแค่ค่า Passenger Service Charge ค่าธรรมเนียมบริการผู้โดยสารไม่พอ ค่าบริการลงจอดก็ไม่พอ ความสามารถในการพึ่งพิง ตัวเองไม่มี ขนาดนี่เก็บถูกกว่า AOT แล้วยังไม่รอดเลย ผมก็เรียกร้องกรมท่าอากาศยาน ผมว่าถ้าคิดว่ามันจะ Freeze จริง ๆ สนามบินนั้นในเชิงพาณิชย์แล้วมันจะมีคนมาใช้บริการ จริงเก็บเลยค่า PSC ค่า Landing Free แล้วดูสิว่าสนามบินนั้นจะรอดหรือเปล่าถ้าไม่มี เงินอุดหนุน มันมีความต้องการจริงเลยหรือทุกครั้งที่เราจะสร้างสนามบิน หรือมันมีธง ในการศึกษาความเป็นได้ทุกครั้ง ถ้าเผื่อแน่จริงไปขอเลยเอกสาร Letter of Intent จากสายการบินว่าจะมีเที่ยวบินมาลง มีความต้องการจริง ๆ ศึกษาความต้องการ วิเคราะห์ ความต้องการมันต้องประกอบทั้งข้อมูลเชิงประชากร รายได้การท่องเที่ยว พฤติกรรม การเดินทาง หลายสนามบินอยู่ใกล้กันมาก ความจริงมันมีเกณฑ์ ๙๐ นาที หรือต้องขับรถ หรือระยะทางต้องกี่ร้อยกิโลเมตร และเมื่อมีสนามบินก็ต้องมีแผนการเชื่อมโยงโครงข่าย คมนาคมไม่ให้มันอยู่ Stand Alone โดยลำพัง เพราะว่าจริง ๆ ประชาชนส่วนใหญ่ใช้ ระบบถนน แล้วก็ระบบราง ไม่ใช่สนามบิน อันนี้มันสำหรับคนบางกลุ่มเท่านั้น ปัจจุบันอัตรา การใช้งานยังต่ำมาก ยกตัวอย่างอย่างนี้ สนามบินแม่ฮ่องสอน สนามบินหัวหิน อัตราการใช้ ผู้โดยสาร ๒.๖ เปอร์เซ็นต์ ยกตัวอย่างง่าย ๆ ก็คือถ้าเผื่อพื้นที่ของ Terminal จุได้ ๑๐๐ คน มีคนไปใช้อยู่ ๒-๓ คน เบตง แพร่ หลายครั้งอ้างว่า Runway มันสั้นต้องสร้างให้มันยาวขึ้น จะได้รองรับเครื่องที่มันใหญ่ขึ้น ผมขอถามจริง ๆ เครื่องบินยังไม่เต็มเลย คุณจะไปลงทุนเพิ่ม คิดอย่างไรครับ มันต้องวิเคราะห์ ขีดความสามารถในการรองรับเป็นอย่างไร อัตราการใช้งานจริง เป็นอย่างไร ก็คือ Capacity Utilization มันไม่ Balance ไม่สมดุลกัน ศักยภาพยังไม่มีเลย ถ้าเผื่อเป็นเอกชนไม่มีใครไปลงทุนเพิ่ม อัตราการใช้งานต่ำขนาดนี้ชะลอเถอะครับ การลงทุน โครงสร้างพื้นฐานควรจะทำเรื่องการตลาดหรือสายการบินให้เขามาลงก่อนดีไหม ไม่ใช่ วาดฝันมีแต่ภาพสวยงาม Render ออกมา ของมันต้องมี ของมันต้องอยากได้ก็สร้างถลุงงบ กันเข้าไป สร้างสนามบินหนึ่ง ๒,๐๐๐-๓,๐๐๐ ล้านบาท ยังเดินหน้าต่อ ลองดูในงบปี ๒๕๖๙ มีอะไรบ้าง สนามบินสตูลพับไปแล้วปีที่แล้ว ปีนี้เอากลับขึ้นมาอีก ค่าจ้างออกแบบก่อสร้าง ทางวิ่ง ทางขับ ลานจอดเครื่องบิน มันห่างจากหาดใหญ่ประมาณ ๑๐๐ กว่ากิโลเมตรเอง นั่งรถไม่เกิน ๙๐ นาทีแต่จะเอาให้ได้ ผมเสนอตัดทั้งโครงการอย่าไปศึกษาเลย ศึกษาไป ท่าอากาศยานเขาก็มาบอกผมหลังไมค์ว่าอย่าเลยครับท่าน ต้องไปบอกฝ่ายนโยบาย ฝากบอกทางรัฐบาลอย่าหาทำเลยครับ ถัดมาพัทลุงก็จะเอาด้วย ทำอีไอเอแล้วลุยต่อจะสร้าง ศึกษาว่าผลกระทบมีอะไรบ้าง แล้วก็ยังจะออกแบบต่อ ๔๐ กว่าล้านบาท สุดท้าย สร้างสนามบินยังไม่พอ ต้องมีการตกแต่งอัตลักษณ์อาคารผู้โดยสาร ผลประโยชน์ ทางเศรษฐกิจคืออะไร ท่านทำเข้าใจครับ ถ้าเผื่อเราร่ำรวยมีเงินเหลือเฟือเราอยากจะทำ เหมือนดูไบอลังการใหญ่โตสร้างให้มันมีความมหัศจรรย์ทางสถาปัตยกรรม แต่ถามเถอะ สร้างพวกศาลาพวกนี้แล้วมันทำให้ผู้โดยสารเพิ่มหรือครับ ขอตัดลดทั้งหมด ปีหน้า อย่ากลับมาแบบนี้ สร้างสนามบิน สร้างอะไรพวกนี้ประชาชนไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย ขอบคุณมากครับ