เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ ตั้งข้อสังเกตถึงความคลาดเคลื่อนในการจัดทำบัญชีและการรายงานทางการเงินของกรมการขนส่งทางบก กรมเจ้าท่า กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบท โดยเฉพาะปัญหายอดคงเหลือติดลบ การจัดแสดงรายการหนี้สินและเจ้าหนี้ที่ไม่ถูกต้อง การไม่บันทึกหนี้จากคดีความ รวมถึงการลงค่าใช้จ่ายผิดประเภทและการบันทึกมูลค่าสินทรัพย์เกินจริง ซึ่งส่งผลต่อความน่าเชื่อถือของข้อมูลทางการเงินและผลการตรวจสอบ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับผิดชอบและชี้แจงต่อสภาอย่างโปร่งใส รวมถึงสนับสนุนการปรับลดงบประมาณของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามหลักเกณฑ์ทางบัญชีอย่างต่อเนื่อง
ท่านประธานครับ ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ ในมาตรา ๑๕ ของกระทรวงคมนาคมและหน่วยงานในกำกับ ผมสงวนความเห็นไว้ ๔ กรม ก็คงเป็นเรื่องรายงานของผู้สอบบัญชีนั่นล่ะ แล้วก็มันเป็นเรื่องที่ แปลกประหลาด ท่านสมาชิกอาจจะมองไปข้างหน้า มองอุปกรณ์ควรถูกใช้ ไม่ใช้อย่างไร บังคับกฎหมายอย่างไรนั่นก็เป็นประโยชน์ด้านหนึ่ง แต่อีกด้านหนึ่งก็คือข้อมูล History Record ก็คือข้อมูลทางบัญชีมันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ในหน่วยงานที่ผมจะพูด หน่วยงานแรกก็อาจจะเยอะสักหน่อย เพราะว่า สตง. เขาเขียนมาหลายหน้า ผมพยายาม จะย่อให้มากที่สุด
ผมเริ่มเลยที่กรมการขนส่งทางบก ความเห็นอย่างมีเงื่อนไขเขาบอกว่า ปี ๒๕๖๗ กรมการขนส่งทางบกยังคงแสดงยอดคงเหลือติดลบของหน่วยเบิกจ่าย จำนวน ๒.๐๙ ล้านบาท คือเงินฝากธนาคาร เงินฝากธนาคารทุกคนเรามี แต่มันต้องเป็นยอดเดบิต คำว่าติดลบคือเครดิต อันนี้ไม่ต้อง ๒ ล้านบาท ๑ บาทก็ผิด อันนี้ถือว่าเป็นการแสดง ข้อเท็จจริงที่ขัด แล้วก็เป็นสาระสำคัญในการตรวจสอบบัญชี
ต่อมาในเรื่องของเจ้าหนี้เงินโอนรายการเงินอุดหนุนระยะสั้นของปี ๒๕๖๗ เจ้าหนี้ก็ควรจะเป็นยอดเครดิต อันนี้แสดงเป็นยอดติดลบ ๓๒ ล้านบาท แล้วก็ไม่มีหลักฐาน ให้ตรวจสอบด้วย คำว่ายอดเจ้าหนี้ควรจะอยู่เครดิต ถ้าติดลบก็แสดงว่าอยู่เดบิต หรืออยู่ทาง ด้านซ้าย ทาง T Account ถ้าพูดถึงนักบัญชีเขาคงจะเข้าใจ
กระผมขออนุญาตอธิบาย อีกรายการหนึ่งคือเงินรับฝากระยะสั้น เงินประกันอื่น ก็แสดงยอดคงเหลือติดลบ ๓๐,๐๐๐ บาท สตง. นี่เขารายละเอียด พอรายการมันสลับข้างกัน เขาก็จำเป็นต้องรายงาน เพราะเวลาเขาปิดงบให้มันดุล เดบิตเท่ากับเครดิต มันเกิดปัญหา
รายการต่อมาหนี้สินระยะยาว มีรายการถูกฟ้อง ๗ คดี ๑๖ ล้านบาท แต่ไม่บันทึกเป็นหนี้สิน สถานะการเงินมันก็จะมีปัญหา อันนี้หมายถึงในหมวดของส่วนที่เป็น การรายงานที่ขัดต่อข้อเท็จจริง เป็นสาระสำคัญ
ต่อมาอีกหมวดหนึ่งคือ ข ไม่สามารถหาหลักฐานการสอบบัญชีที่เหมาะสม อย่างเพียงพอมีอะไรบ้าง เขาอธิบายว่าเขาทำรายงานงบเทียบยอดเงินฝากธนาคาร ณ วันสิ้นงวด จากยอดคงเหลือกับระบบ GFMIS เขาบอกกระทบยอดไม่ได้ นี่เราใช้ระบบปัจจุบันไปเอไอ ไปนู้นไปนี่ แต่ว่าของกรมการขนส่งทางบกเพิ่งมีระบบที่ตรวจทะเบียน ตรวจโน่นตรวจนี่ แต่ว่า สตง. รายงานขึ้นมาอย่างนี้ โดยบอกว่าในปี ๒๕๖๗ กรมการขนส่งทางบกไม่สามารถ หาสาเหตุผลแตกต่างจากยอดคงเหลือในระบบ GFMIS จำนวน ๔ แห่ง ๒๓๐.๐๕ ล้านบาท สตง. ก็ไม่รู้จะตรวจจะปรับปรุงให้ได้อย่างไร ก็ต้องรายงานขึ้นมา และรายงานนี้ก็คงจะต้อง ไปถึงรัฐมนตรี รัฐมนตรี ๒ วันผมไม่เคยเห็นมานั่งฟัง มานั่งอยู่ข้างบน มานั่งตอบ มันเป็น หน้าที่ตามกฎหมาย เดี๋ยวผมจะพูดในมาตราต่อไปว่ารัฐมนตรีทำไมต้องมีหน้าที่ แล้วเดี๋ยวผมจะกล่าวหาด้วยว่าผิดจริยธรรมหรือไม่ เกือบทุกกระทรวงเลยไม่เคยมา ปล่อยให้เรากรรมาธิการเสียงข้างมากเป็นคนตอบสมาชิก แล้วถึงเวลาผ่านวาระที่สาม ขอบคุณท่านสมาชิกที่ผ่านงบให้ มีแค่นั้น
ต่อมาครับท่านประธาน ในการตรวจสอบงบเทียบยอดเงินฝากธนาคารกับ GFMIS อีกก็ไม่มีหลักฐานให้ตรวจสอบอีก ๑ แห่ง ๑.๑๙ ล้านบาท ต่อมาหมายเหตุ ๑๐ ที่ดิน อาคาร อุปกรณ์ จำนวนไม่มาก ๘,๓๐๖.๖๖ ล้านบาท สตง. ไม่สามารถหาหลักฐาน การสอบบัญชีที่เหมาะสมได้ เรื่องอย่างนี้มันไม่ควรจะเกิดในกรมการขนส่งทางบก แล้วก็มา ข้อ ๓ เขาก็ยังอธิบายเพิ่มมาอีกเป็นหน้ารายงานที่ ๔ เป็นเรื่องระหว่างกรมการขนส่งทางบก แสดงบัญชีเจ้าหนี้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยอดคงเหลือสูงกว่าบัญชีเงินฝากคลังและบัญชี ที่เกี่ยวข้อง ๑๗ แห่ง ๓๙๓ ล้านบาท ผมไม่เข้าใจว่าเอางบประมาณไปแล้วทำบัญชีได้อย่างไร ทำไมมันเกิดผิดพลาด ผมขอเวลาอีกหน่อยนะครับท่านประธาน ต้องขออภัยที่เลยกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ไป ก็ขอพูดในกระทรวงคมนาคมแทนเพราะมันเป็นสาระสำคัญ รายการที่ ๖๗ แสดงยอดคงเหลือค้างนานเกินกว่า ๑ ปี ๘ แห่ง ๑๓๕ ล้านบาท อันนี้ก็เป็นปัญหา ผมไม่รู้ว่า ระบบ Aging ลูกหนี้ตั้งอย่างไรของหน่วยงาน แล้ว สตง. เขาก็ตรวจสอบไม่ได้ ยังมีอีกหลาย รายการของกรมการขนส่งทางบก ผมเอาไว้แค่นี้ก่อน เพราะว่าออดมันดัง ผมจะไปอีก ๓ กรมครับ
กรมเจ้าท่ามีอยู่ ๓ รายการ ยอดก็ไม่ค่อยเยอะเท่าไร หมายเหตุ ๖ อาคาร อุปกรณ์สุทธิวันที่ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ ๔,๐๓๘.๑๙ ล้านบาท เป็นรายการที่สำรวจจัดทำ รายละเอียดของสิ่งล่วงล้ำลำน้ำทั่วประเทศ ๙๑๐ ล้านบาท เอาไปเป็นค่าใช้จ่าย ไม่เป็น ทรัพย์สิน มันก็ไม่ตรงกับมาตรฐานการบัญชี อีกอันหนึ่งสินทรัพย์ไม่มีตัวตน ก็เรื่องการจัดทำ แผนที่เหมือนกัน แล้วอธิบายเพิ่มว่าไม่เป็นไปตามมาตรฐานการบัญชีภาครัฐ ฉบับที่ ๓๑ เรื่องสินทรัพย์ไม่มีตัวตน เรื่องอย่างนี้ก็เกิดในชั้นที่อธิบายภาพผมก็ถามแล้ว แต่ว่าคำชี้แจง ยังไม่ได้ชัด ท่านประธานแล้วก็สมาชิกในห้องนี้ไม่ได้รับทราบ ผมถึงเอามาพูดซ้ำอีกครั้งหนึ่ง
ต่อมารายการสุดท้ายของกรมเจ้าท่า ค่าใช้สอย ๑,๒๒๘.๕๒ ล้านบาท มีค่าจ้างที่ปรึกษาจัดทำแผนที่ซึ่งควรจะเป็นสินทรัพย์ ท่านเอาไปลงเป็นค่าใช้จ่าย ผมก็ไม่รู้ว่า เวลาของบประมาณท่านเขียนเป็นค่าดำเนินงานหรืองบลงทุนด้วยซ้ำไป ก็ฝากท่านลอง ย้อนกลับไปดูรายละเอียดงบประมาณปี ๒๕๖๗ ที่ขอ เวลาขอขอเป็นงบดำเนินงาน งบลงทุน งบบุคลากร หรืองบสัมมนาอะไร แต่เวลาลงบัญชี สตง. เขาก็รายงานขึ้นมาอย่างนี้
ท่านประธานครับ มาถึงกรมทางหลวง กรมทางหลวงรายการเดียวครับ จากการตรวจสอบ ณ ๓๐ กันยายน ๒๕๖๗ หมายเหตุ ๖ ที่ดิน อาคารและอุปกรณ์ มียอดคงเหลือ ๙๔,๙๔๖.๘๗ ล้านบาท เป็นที่ดินที่มีกรรมสิทธิ์ ๗๗,๕๓๒.๑๖ ล้านบาท ซึ่งหน่วยงานไม่สามารถหาเอกสารหลักฐานให้ตรวจสอบได้ ไม่น้อย ๖๐,๐๐๐-๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และกรมทางหลวงมีทั้งงบปกติของหน่วย มีทั้งงบแผนบูรณาการแล้วก็ไม่เคยแยก ผมถาม ทุกครั้งเฉพาะกรมทางหลวงอันเดียว ยอดเป็นหลายหมื่นล้านบาท
อันสุดท้ายกรมทางหลวงชนบทมีอยู่ ๒ รายการที่น่าสนใจ คือสินทรัพย์ โครงสร้างพื้นฐานแสดงมูลค่าสูงไป จำนวน ๒,๕๔๕ ล้านบาท ท่านเอาอะไรมาบันทึกบัญชี ของบไปแล้วเงิน ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท เอามาบันทึกบัญชีสูงไปเอามาจากไหน ถามง่าย ๆ แค่นี้ เดี๋ยวท่านรัฐมนตรีจะตอบหรือกรรมาธิการเสียงข้างมากจะตอบ หรือว่าฝ่ายเจ้าหน้าที่ ข้างหลังสำนักงบประมาณจะตอบ เขียนมาให้กรรมาธิการก็ว่าไว้ แต่ผมว่ารัฐมนตรีไม่เคยรับรู้ เรื่องนี้ตามกฎหมายวิธีงบประมาณหรือกฎหมายวินัยการเงินการคลังด้วยซ้ำไป ข้อ ๒ อันสุดท้าย หมายเหตุ ๗ สินทรัพย์โครงสร้างพื้นฐานเหมือนกัน ก่อสร้างเสร็จแล้ว งานระหว่างก่อสร้าง ๒,๑๖๗.๘๑ ล้านบาท แต่ไม่โอนไปเป็นบัญชีถนนและสะพาน เมื่อไม่โอนงานระหว่างก่อสร้าง ภาษาอังกฤษเรียกว่า Work in Process หรือ WIP มันก็ Depreciation ไม่ได้ ตัดค่าเสื่อมไม่ได้ เมื่อตัดค่าเสื่อมไม่ได้ ผลกำไรขาดทุนมันก็สูงไป ค่าเสื่อมสะสมก็ต่ำไป เขาก็อธิบายมาหมด แต่ว่าผมไม่อ่านให้ฟังทั้งหมดหรอก เพราะว่า อ่านไปแล้วมันก็จะฟังแล้วยืดยาวไป
แต่อันนี้ผมพยายามจะสรุปให้ฟังสั้น ๆ ว่าทั้ง ๔ หน่วย ที่ผมขอปรับลด ในรายงานเอกสารหน้า ๗๕ ก็ด้วยเหตุผลทางบัญชีตามที่ได้กราบเรียนท่านประธาน แล้วก็ สมาชิกทุกท่านทราบก็ยังขอปรับลดด้วยเหตุผลนี้ต่อไป ขอบคุณครับ