วิโรจน์ ลักขณาอดิศร หารือปัญหาข้อกฎหมายที่ขัดแย้งกับการใช้งานรถเครนในประเทศไทย โดยระบุว่ารถเครนที่ผลิตตามมาตรฐานถูกจัดอยู่ในหมวดรถบรรทุก ทำให้ถูกจับในข้อหาน้ำหนักเกิน ทั้งที่ไม่ได้ดัดแปลงและใช้งานตามหน้าที่ จึงเรียกร้องให้แก้ไขกฎหมายและเสนอให้ทบทวนการจัดซื้อรถเครนของกรมทางหลวงชนบทจนกว่าปัญหาจะคลี่คลาย
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ ปัจจุบันนี้กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทก็ทราบกันดีอยู่แล้วว่า รถเครนในประเทศไทยกำลังเผชิญปัญหากฎหมายที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน และเป็นกฎหมาย ที่ไม่สอดคล้องกับหลักการทางวิศวกรรมการผลิตรถเครนเลย เชื่อไหมครับท่านประธาน รถเครนที่ผลิตจากโรงงานตามมาตรฐานอุตสาหกรรมมีมาตรฐานความปลอดภัยถูกต้อง ครบถ้วนทุกอย่าง สามารถวิ่งใช้งานบนท้องถนนได้ทั่วโลก ทั้งที่ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา แต่ปรากฏว่าต้องมาถูกตำรวจไทยจับด้วยข้อหาน้ำหนักเกินบนท้องถนน ของประเทศไทยนี่ละครับ ทั้ง ๆ ที่รถเครนเหล่านี้ไม่ได้มีการดัดแปลงใด ๆ เลย มาจาก โรงงานแท้ ๆ ออกมาจากโรงงานปุ๊บวิ่งปั๊บถูกจับทันที มันเป็นอย่างนี้ได้อย่างไร ประเทศอื่น ญี่ปุ่น ยุโรป ออสเตรเลีย และสหรัฐอเมริกา เขาจัดรถเครนให้อยู่ในกลุ่มรถเฉพาะกิจซึ่งได้รับ อนุญาตให้มีน้ำหนักรวมเกินกว่ารถบรรทุกทั่วไป เนื่องจากรถเครนนี่หน้าที่ของรถเครนก็คือ เคลื่อนย้ายตนเองไปยังพื้นที่ปฏิบัติงานหรือ Site งาน จากนั้นก็จะอยู่ในพื้นที่ทำงานนั้น จนกว่างานจะแล้วเสร็จ ไม่ได้มีลักษณะหน้าที่ขนถ่ายสินค้าแล้ววิ่งส่งสินค้าไปมา แบบรถบรรทุกทั่วไป แต่กฎหมายของประเทศไทยกลับจัดให้รถเครนไปอยู่ในหมวดเดียว กับรถบรรทุก ทำให้รถเครนต้องถูกจับด้วยข้อหาบรรทุกน้ำหนักเกิน ทั้ง ๆ ที่รถเครน ไม่ได้บรรทุกอะไรเลย ไม่ได้มีการดัดแปลงอะไรเลย เดิม ๆ แท้ ๆ ออกจากโรงงาน กลับผิดกฎหมายเสียอย่างนั้น นี่มันเรื่องอะไรกันกับประเทศไทย ยกตัวอย่างง่าย ๆ กับรถที่ กรมทางหลวงชนบทกำลังจะซื้อ รถบรรทุกหกล้อปัจจุบันกฎหมายกำหนดน้ำหนักรวมไม่เกิน ๑๕ ตัน แต่พอรถเครนโดยธรรมชาติของมันติดตั้งอุปกรณ์ครบชุดตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ไม่ว่าจะเป็นเครน ขาเหยียบ น้ำหนักถ่วง และอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่จำเป็นต้องใช้งานก็จะมี น้ำหนักเกิน ๑๕ ตันอยู่แล้ว ประมาณสัก ๑๖ ตันเศษ ๑๗ ตันบ้างตั้งแต่ออกจากโรงงานเลย หมายความว่าอย่างไร พอวิ่งออกมาใช้งานก็พร้อมถูกตำรวจทางหลวง Seal ทันที แล้วจะให้ ทำอย่างไร จะให้เขาเอาไปดัดแปลงเอาน้ำหนักถ่วงออกหรือครับ ถ้าเอาน้ำหนักถ่วงออก เกิดอะไรขึ้นท่านประธานรู้ไหมครับ เวลาไปยกของหนัก ๆ เพลาหน้าก็จะลอยเสี่ยงต่อ การพลิกคว่ำอีก น้ำหนักถ่วงสำคัญมาก ๆ เพราะว่าเครนเอาไว้ยกของหนัก สุดท้ายรถเครน ที่ควรต้องใช้เพื่อการยกของกลับถูกใช้เป็นเครื่องมือในการไถ แต่หากไม่ยอมให้ไถ หากไม่ยอมจ่ายค่าไถสูงถึง ๗๐,๐๐๐ บาท ก็จะถูกตำรวจบางนายทำสำนวนริบรถทันที ทั้ง ๆ ที่รถเครนไม่ใช่ราคาถูก ๆ คันหนึ่งเกือบ ๔ ล้านบาท และถ้าเป็นสเปกที่สูงกว่านั้น ราคาอาจแตะเป็นหลัก ๑๐ ล้านบาท สิ่งที่น่าเศร้าก็คือว่าอะไรรู้ไหมครับ เวลาเกิดภัยพิบัติ อย่างนี้ อย่างตึก สตง. ถล่มอย่างนี้หน่วยงานราชการไปขอความช่วยเหลือจากสมาคม ผู้ประกอบการรถเครน บอกกับเขาว่าอย่างไรรู้ไหมครับ ให้เอารถเครนออกมาช่วยหน่อย แล้วไปกระซิบกระซาบบอกเขาว่าคราวนี้ยกเว้นไม่จับ แต่เดี๋ยวพ้นภัยพิบัติไปแล้วเดี๋ยวค่อย ว่ากันใหม่ ดูสิครับ มีหน้าไปกระซิบกระซาบบอกเขาอย่างนั้น ปัญหานี้มีสาเหตุมาจาก ประกาศผู้อำนวยการทางหลวงพิเศษ ผู้อำนวยการทางหลวงแผ่นดิน และผู้อำนวยการ ทางหลวงสัมปทาน รวมถึงประกาศกรมทางหลวงที่ คค ๐๖๔๓/๕๓๐ เรื่อง หลักเกณฑ์ การขออนุญาตให้ยานพาหนะเดินบนทางหลวงพิเศษ ทางหลวงแผ่นดิน และทางหลวง สัมปทาน ลงวันที่ ๒๒ ธันวาคม ๒๕๔๘ ซึ่งทั้งอธิบดีกรมทางหลวง อธิบดีกรมทางหลวง ชนบท และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมต่างก็ทราบกันดี แต่แทนที่จะเร่งแก้ไขกฎหมาย และจัดเก็บค่าธรรมเนียมการใช้ทางอย่างสมเหตุสมผลเอารายได้เข้ารัฐ กลับปล่อยให้เกิด การรีดไถอย่างไม่จบไม่สิ้น ท่านประธานครับ เข้าท่อนฮุกเลย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ กรมทางหลวงชนบทมีแผนจัดซื้อรถเครน ๖ ล้อ พร้อมเครนยกไม่น้อยกว่า ๑๐ ตันเมตร จำนวน ๒ คัน คันละ ๓.๗๘ ล้านบาท รวมงบประมาณ ๗.๕๖ ล้านบาท ซึ่งหากยังไม่มี การแก้ไขกฎหมาย หมายความว่าอย่างไร ก็เท่ากับว่ากรมทางหลวงชนบทกำลังซื้อครุภัณฑ์ ที่ผิดกฎหมายมาใช้งาน ผมทราบมาว่าตอนนี้ผู้ประกอบการรถเครนหลายรายเขาทนไม่ไหว เขากำลังระดมอาสาสมัครพลเมืองดีไปเฝ้าตามแขวงทางหลวงและหน่วยงานราชการต่าง ๆ การไฟฟ้าต่าง ๆ เมื่อไรรถเครนของกรมทางหลวงหรือกรมทางหลวงชนบทออกมาวิ่ง บนทางหลวงเมื่อไร พลเมืองดีเหล่านี้ อาสาสมัครเหล่านี้จะชี้ให้ตำรวจจับ คราวนี้ท่านอธิบดี กรมทางหลวง ท่านอธิบดีกรมทางหลวงชนบทรับผิดชอบไหว ตำรวจไม่จับก็ไม่ได้ ก็ละเว้น การปฏิบัติหน้าที่อีก กฎหมายที่ลักลั่นแบบนี้ปล่อยเอาไว้ได้อย่างไร ดังนั้นผมจึงขอเสนอ ให้ปรับลดงบประมาณ ตัดเลยดีกว่าในการจัดซื้อรถเครนของกรมทางหลวงชนบทจำนวน ๒ คัน มูลค่า ๗.๕๖ ล้านบาท ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ออกไปก่อน และให้กรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทตลอดจนท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมด้วย ไปแก้ไข กฎหมายที่เกี่ยวกับรถเครนให้สอดคล้องกับโลกใบนี้เหมือนกับที่ประเทศอื่น ๆ เขาทำกัน เสียก่อน เพื่อไม่ให้รถเครนที่ผลิตตามมาตรฐานอุตสาหกรรม ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม กลายเป็นของผิดกฎหมายเพียงเพราะว่ากฎหมายของประเทศไทยเราล้าหลัง และไม่สมเหตุสมผล ไม่คำนึงถึงหน้าที่การใช้งานของรถเครน ซึ่งสร้างความเดือดร้อนให้กับ ผู้ประกอบการที่ประกอบวิชาชีพโดยสุจริต แถมยังเป็นการเปิดช่องให้มีการขูดรีด รีดไถ ผู้ประกอบการที่ทำอาชีพโดยสุจริตอย่างไม่เป็นธรรม และเมื่อไรก็ตามที่กฎหมายแก้ไข เรียบร้อยแล้วในปีถัดไปจึงของบประมาณก้อนนี้กลับมาใหม่ ขอบพระคุณท่านประธานครับ