ธีระชัย แสนแก้ว ชี้แจงการจัดสรรงบประมาณกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ปี 2569 โดยเน้นการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเกษตร พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของงบประมาณกับผลลัพธ์ในหลายโครงการ เช่น โครงการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวและโครงการเตือนภัยสัตว์น้ำที่ถูกปรับลดงบ รวมถึงการล่าช้าของโครงการอุทกภัยนครศรีธรรมราชจากปัญหาผู้รับจ้างทิ้งงาน และเรียกร้องให้มีการจัดซื้อเครื่องมือตรวจสอบคุณภาพผลผลิตเพื่อป้องกันความเสียหายทางการส่งออก ขณะเดียวกันยังรายงานการปรับลดงบรวมของกระทรวงเกือบ 300 ล้านบาท แต่ได้เพิ่มงบกรมฝนหลวงเพื่อแก้ไขปัญหา PM2.5 โดยขอบคุณทุกฝ่ายที่ร่วมพิจารณาอย่างรอบด้าน
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม นายธีระชัย แสนแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุดรธานี พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ตั้งแต่เมื่อวานนี้ท่าน สส. และคณะกรรมาธิการผู้สงวนคำแปรญัตติ ได้มีการอภิปรายไว้เยอะแยะ ถ้าหากว่าไม่ตอบมันก็จะเหมือนว่าเป็นการรวบรัดจนเกินไป ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นกระทรวงใหญ่และเป็นกระทรวง ที่เป็นกระทรวงเศรษฐกิจที่สามารถสร้างมูลค่ารายได้ให้กับประเทศชาติอย่างมากมาย ตั้งแต่สมัยบรรพบุรุษมาจนถึงทุกวันนี้ เพราะฉะนั้นในเรื่องเศรษฐกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นพืช ในแต่ละชนิดมันก็มีองค์ประกอบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องราคาเรื่องอะไรก็แล้วแต่ มีคำจำกัดความที่เราได้พูดในสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้เยอะแยะ รวมทั้งผมด้วย เกษตรกรคือ กระดูกสันหลังของชาติ บางท่านก็บอกว่าเป็นกระดูกสันหลังผุ ๆ บางท่านก็บอกว่าเกษตรผลิต พาณิชย์ขาย และหลาย ๆ เรื่องมันเป็นองค์ประกอบทั้งหมดก็ไม่พ้น รัฐบาลนั่นละครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ในฐานะที่เป็นกรรมาธิการได้รับผิดชอบเกี่ยวกับ เรื่องงบประมาณนี้ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ตั้งงบประมาณมา ๖๓,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งก็เป็นงบประมาณที่ได้ตั้งเพิ่มขึ้นมาพอสมควร เนื่องจากว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นกระทรวงใหญ่ มีหลายหน่วยงานที่คอยดูแลรับผิดชอบพี่น้องเกษตรกรในแต่ละด้าน ทั้งหมดเกือบ ๒๐ หน่วยงาน เพราะฉะนั้นเราพยายามในการที่จะปรับลดงบประมาณเพื่อให้ มันมีความจำเป็นจริง ๆ ในคณะกรรมาธิการ และมีการตั้งคณะอนุกรรมาธิการเพื่อที่จะดูแล ในเรื่องนี้ กระผมอยากจะขอกราบเรียนต่อท่านประธานว่าที่ท่านกรรมาธิการ ท่านวิโรจน์ ลักขณาอดิศร ซึ่งท่านได้อภิปรายคนแรกเมื่อคืนนี้ ผมอยากจะตอบคำถามของท่านว่า เกี่ยวกับกรณีประเด็นคำถามงบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ในแผนยุทธศาสตร์และเกษตร สร้างมูลค่าจำนวน ๗,๓๘๗,๒๐๐ บาทนั้น คำชี้แจงก็คือว่าสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ได้รับจัดสรรงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ นี้ภายใต้แผนยุทธศาสตร์สร้างมูลค่าเพิ่มประสิทธิภาพ ในการจัดการสารสนเทศของเกษตร และบริหารจัดการข้อมูลขนาดใหญ่ งบลงทุนครุภัณฑ์ จำนวน ๗,๓๘๗,๒๐๐ บาท เพื่อเป็นเครื่องมือในการสำรวจประโยชน์ในการจัดทำข้อมูลที่ สามารถอ้างอิงในพื้นที่ได้อย่างแม่นยำ รวมถึงบูรณาการข้อมูลพื้นที่เพื่อข้อมูลให้ถูกต้อง แม่นยำ ซึ่งปัจจุบันนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้มีนโยบายในการทำพื้นที่แปลงใหญ่ ถ้าพื้นที่แปลงใหญ่ที่รวมเกษตรกรมารวมเป็นแปลงเดียวกันแล้วมันจะสามารถสำรวจได้อย่าง แม่นยำแล้วก็มั่นคงต่อไป ในกรณีที่มีรายได้เพิ่ม ปริมาณ คุณภาพ เพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มโอกาสในการขายให้เป็นราคาดีได้ ท่านประธานที่เคารพ ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ที่ ท่านวิโรจน์ได้ถามมานั้น ครุภัณฑ์คอมพิวเตอร์ ๑ ชุด จำนวน ๑,๑๑๐,๒๐๐ บาท เป็นเครื่อง คอมพิวเตอร์ Notebook พร้อมชุดโปรแกรมสำหรับงานประมวลผลภาพถ่ายดาวเทียม เป็นข้อมูลเชิงพื้นที่ขนาดใหญ่ และอุปกรณ์ประกอบด้วยครุภัณฑ์สำรวจ ๑ ชุด จำนวน ๖,๒๗๗,๐๐๐ บาท เป็นอากาศยานขับเคลื่อนเหมือน Drone ท่านประธานรู้จัก Drone ไหม กำลัง Hot เดี๋ยวนี้ นี่ล่ะก็สอบถามท่านวิโรจน์ไว้นะครับ
ประการที่ ๒ ท่านชุติมา คชพันธ์ ซึ่งเป็นกรรมาธิการเช่นเดียวกัน ก็ได้มี การถกเถียงกันคุยกันอยู่ในที่ประชุมแล้ว ท่านก็ได้สอบถามในที่ประชุมแห่งนี้ที่เกี่ยวข้องกับ เรื่องโครงการเพิ่มประสิทธิภาพขยายระบบเตือนภัยเชิงพื้นที่เพื่อลดความเสี่ยงผลกระทบ ต่อกิจการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ จากความแปรปรวนสภาพภูมิอากาศด้วยเทคโนโลยี อินเทอร์เน็ตและปัญญาประดิษฐ์เอไอ จำนวน ๓๕ ล้านบาท มีราคาไม่สมเหตุสมผล ท่านครับ โครงการนี้เพิ่มประสิทธิภาพถ้าผมจำได้เขาเสนอตั้งงบประมาณมา ๓๕ ล้านบาท เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยพื้นที่ชายฝั่งเกี่ยวกับปริมาณน้ำและคุณภาพน้ำเปลี่ยนแปลงจาก มาตรฐานโดยเทคโนโลยีดิจิทัลให้ทันสมัยในการเชื่อมโยง แจ้งข้อมูลเตือนให้กับเกษตรกร แล้วก็สามารถลดความเสี่ยงต่อตรงนี้ได้ และทางคณะกรรมาธิการก็ได้มีการปรับลดจาก ๓๕ ล้านบาท ปรับลดจำนวนดังกล่าว ๘,๒๐๐,๐๐๐ กว่าบาท คงเหลืออยู่ ๒๖ ล้านบาทเศษ เป็นการประหยัดค่าใช้จ่าย เพิ่มประสิทธิภาพในการใช้จ่ายงบประมาณ
และในส่วนท่านเลาฟั้งในงานอบรมสัมมนาที่ท่านได้อภิปรายจำนวนเงิน ๓๔๘ ล้านบาท ๖ หน่วยงานนั้น ในส่วนนี้ก็เยอะเกินความเป็นจริงหรือไม่ ในส่วนงบประมาณ ปี ๒๕๖๙ นั้นในการฝึกอบรม สัมมนา ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์มี ๖ หน่วยงาน ได้แก่ กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร สำนักงานมาตรฐานสินค้าการเกษตร กรมส่งเสริมสหกรณ์ สำนักงาน สศก. กรมพัฒนาที่ดิน ทั้งหมดรวม ๓๕๕,๕๐๐,๐๐๐ บาทเศษ ๆ และลดลงจากปีที่แล้วปี ๒๕๖๘ จำนวน ๑๔๘,๗๒๐,๐๐๐ กว่าบาท ลดลง ๒๙ เปอร์เซ็นต์ โดยในงบประมาณปี ๒๕๖๙ รัฐบาลได้มีนโยบายในการปรับลดค่าใช้จ่ายในการฝึกอบรม เกือบทุกคณะ และตรงนี้ก็ปรับลงเหลือเยอะเลยทีเดียว ซึ่งมันมีรายละเอียดอยู่ในตรงนี้ อยู่แล้ว
แล้วก็ท่านณรงเดช อุฬารกุล โครงการสร้างผลิตภัณฑ์ข้าวของกรมการข้าว ขอรับจัดงบประมาณเพิ่มทุกปี แต่ทำไมผลผลิตก็เท่าเดิม โครงการผลิตและกระจาย เมล็ดพันธุ์ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ งบประมาณจำนวน ๑,๙๑๑ ล้านบาทเศษ ๆ นั้น กำหนด เป้าหมายผลิตเมล็ดพันธุ์คุณภาพดีจำนวน ๑๐๔,๐๐๐ กว่าตัน เพื่อดำเนินการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าว คุณภาพดีให้เพียงพอต่อความต้องการของพี่น้องเกษตรกรผู้ปลูกข้าว วิจัย และพัฒนา เทคโนโลยีและนวัตกรรมการผลิตและแปรรูปผลิตภัณฑ์ข้าวให้ตรงกับความต้องการ ของตลาด ในปี ๒๕๖๖ ดำเนินการผลิตและการกระจายเมล็ดพันธุ์ข้าวให้กับเกษตรกร ผู้ปลูกข้าวจำนวน ๑๑๕,๕๖๖ ตัน เป้าหมาย ๙๕,๐๐๐ ตัน และปี ๒๕๖๗ จำนวน ๙๔,๑๓๗ ตัน เป้าหมาย ๙๘,๙๖๐ ตัน และในปี ๒๕๖๘ เป้าหมายจำนวน ๑๓๔,๐๐๐ กว่าตัน อันนี้ ก็เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ คือมันก็ต้องมีเป้าหมาย การกระทำมีเป้าหมาย ถ้าถดถอยก็คงไม่มีใครทำ
แล้วก็ท่านณัฏฐ์ชนน ท่านตั้งประเด็นคำถามที่ได้ฟังอยู่สักครู่นี้เกี่ยวกับ การต้องห้ามที่ทำให้การส่งออกทุเรียนถูกแล้วครับ ท่านประธานที่เคารพครับ ทุเรียน ที่ส่งออกไปทางด่าน ทั้งทางบก ทางเรือ ทางอากาศ ก่อนวันที่ ๑๐ มกราคม ๒๕๖๘ ถูกตีกลับจากจีน และตกค้างอยู่ที่ด่านฝั่งไทยตั้งแต่วันที่ ๑๐-๑๕ มกราคม มีความเสียหาย ไปแล้ว ๑๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๕ ล้านบาทต่อตู้ทุเรียน ในปี ๒๕๖๙ ได้เสนอตั้งงบประมาณ คำนึงถึงการแก้ไขปัญหาดังกล่าวที่กรมวิชาการเกษตรได้รับการจัดสรรงบประมาณโครงการ ยกระดับสินค้ามูลค่าสูง ก็คือเราจะต้องมีเครื่องตรวจ ตรวจสอบสารแคดเมียมตกค้าง ปนเปื้อน หลาย ๆ เรื่อง ไม่ใช่เฉพาะทุเรียนอย่างเดียวเวลาเราส่งออก ถ้าไม่มีคุณภาพ เขาเอาคืนเลยทุกเรื่อง ในตัวนี้ก็เหมือนกัน เครื่องอย่างนี้มันต้องมีความจำเป็นที่ต้องซื้อมา เพื่อที่จะวัดคุณภาพ
แล้วก็สุดท้ายจากเพื่อนสมาชิกที่ได้มีการพูด ได้มีการสอบถามที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องของกรมชลประทาน ความคืบหน้าก่อสร้างสะพานยนต์ ๕ แห่ง โครงการบรรเทา อุทกภัยนครศรีธรรมราช ก็คือว่าโครงการบรรเทาอุทกภัยนครศรีธรรมราชอันเนื่องมาจาก โครงการพระราชดำริ จังหวัดนครศรีธรรมราช งบประมาณโครงการ ๙,๕๘๐,๐๐๐ บาทนั้น ครม. ขยายเวลาโครงการต่อไปอีกจนถึงปี ๒๕๗๐ สรุปรวมความก็คือว่าทำไปแล้วประมาณร้อยละ ๔๖ งานยังเหลืออีก ๗๕ เปอร์เซ็นต์ ล่าช้ากว่าแผนงานที่กำหนดประมาณ ๒๙ เปอร์เซ็นต์ ผลงานล่าช้าคือผู้รับจ้างทิ้งงาน ผู้รับจ้างทิ้งงานตอนนี้ทางกรมชลประทานกำลังดำเนินการหาผู้รับจ้างใหม่ เหมือนกัน เกือบทุกกรม ณ เวลานี้ เดี๋ยวกระทรวงต่อ ๆ ไปถ้าพูดถึงการทิ้งงานของผู้รับจ้างต่าง ๆ เยอะแยะไปหมด เพราะฉะนั้นทั้งหลายทั้งปวงที่ผมได้พูดมานี้นั้นท่านสมาชิกประมาณ เกือบ ๒๐ ท่านได้กรุณาสอบถามด้วยความเป็นห่วง ทั้งแปรญัตติ ทั้งไม่ได้แปรญัตติ เพราะฉะนั้นคณะกรรมาธิการพยายามทำเต็มที่ และมีการปรับลดงบประมาณของกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ลงมาเยอะอยู่ ถึงแม้ว่าจะเป็นงบเพิ่มเพราะเป็นกระทรวงใหญ่ แต่เราก็ปรับมาประมาณเกือบ ๓๐๐ ล้านบาท ถ้าเป็นตัวเลขที่ปรับลดทั้งภาพรวมทั้งหมด และมีการแปรเพิ่มไปให้กรมฝนหลวง เพราะฉะนั้นตัดกรมฝนหลวง ๑๕ ล้านบาท แล้วก็ แปรเพิ่มมาอีก ๒๐ ล้านบาท ผมก็เห็นใจเพราะว่าเรามีการพูดคุยกันในคณะกรรมาธิการ บอกว่ากรมฝนหลวงเป็นกรมที่เราจะต้องดำเนินการในการแก้ไขปัญหาส่วนหนึ่งที่เกี่ยวข้อง กับเรื่อง PM2.5 เพราะฉะนั้นผมก็ขอขอบคุณท่านคณะกรรมาธิการทั้งเสียงข้างมาก ข้างน้อย และพี่น้องเพื่อนสมาชิกทุกท่านด้วย ขอบคุณครับ