จุติ ชี้ปัญหาคลัง-งบไม่สอดคล้องวิกฤต เร่งแก้ธรรมาภิบาล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

จุติ ไกรฤกษ์ หารือประเด็นปัญหาในกระทรวงการคลังและเศรษฐกิจของประเทศที่ไม่สอดคล้องกับสถานการณ์วิกฤติและภารกิจพัฒนาทุนมนุษย์ เตือนถึงความเสี่ยงจากเทคโนโลยีที่กระทบภาคอุตสาหกรรม เรียกร้องการจัดสรรงบประมาณเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ พร้อมแสดงความกังวลต่อปัญหาธรรมาภิบาลที่อ่อนแอ ซึ่งส่งผลต่อการลงทุน รายได้รัฐ และการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ จึงเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งแก้ไขช่องโหว่เพื่อเสริมความเข้มแข็งของระบบการเงินและการบริหารราชการอย่างเร่งด่วน

นายจุติ ไกรฤกษ์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ ผม จุติ ไกรฤกษ์ พรรครวมไทยสร้างชาติ ก่อนอื่นอยากจะกราบเรียนท่านรองประธาน คณะกรรมาธิการงบประมาณว่าที่ผมจะกล่าวนี้เป็นความหวังดี อยากจะบอกท่านว่า เกิดอะไรขึ้นเผื่อไม่มีใครรายงานให้กับผู้บริหารกระทรวงการคลัง เพราะวันนี้ผมคิดว่าถ้าจะ แก้ปัญหาต้องแก้ที่ต้นเหตุฉะนั้นผมไม่มีเจตนาร้ายอะไรทั้งสิ้น เพียงอยากจะให้ท่านรัฐมนตรี ในฐานะเป็นรองประธานคณะกรรมาธิการได้รับฟังแล้วก็ไปแก้ปัญหา ผมจะไม่กล่าวหาว่า ใครผิด ใครต้องรับผิดชอบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนี้ต้องแก้ไข

ประเด็นแรก สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่าเราดำเนินนโยบายเศรษฐกิจมา ๒ ปี วันนี้เรายอมรับว่าเศรษฐกิจประเทศไทยมีปัญหาเหมือนกับประเทศอื่น ๆ แต่ท่านทราบ ไหมว่าสถิติคนจนใน ๒ ปีนี้เพิ่มขึ้นถึง ๔ เท่า แน่นอนผมไม่โทษว่าเป็นความผิดของ รัฐบาล เพราะบางอย่างนั้นมันก็เป็นสิ่งนอกเหนือการควบคุม แต่สิ่งที่อยากจะกราบเรียน คือว่าวันนี้เมื่อตอนมาตราแรก ๆ ที่ผมกล่าวกราบเรียนท่านประธานก็คือว่าการจัดสรร งบประมาณเป็นไปตามโจทย์ของประเทศไทยต้องตอบหรือไม่ การจัดสรรงบประมาณนั้น ตอบสะท้อนวิกฤติประเทศกำลังเจอหรือไม่ ธนาคารโลกพูดไว้เลยว่าขีดความสามารถในการ แข่งขันของประเทศไทยนั้นคือต้องพัฒนาทุนมนุษย์ ท่านต้องไปดูว่างบประมาณที่ให้นั้น พัฒนาทุนมนุษย์ของไทยนั้นสอดคล้องกับวิกฤติที่เราเจอหรือไม่ วันนี้เราขาดแคลนแพทย์ จำนวนเท่าไร ขาดแคลนพยาบาลจำนวนเท่าไร เกาหลีใต้ผลิตบัณฑิต STEM ปีละ ๖๓,๐๐๐ คน มากกว่าประเทศไทย ๑๘ เท่า สิงคโปร์มีแผนผลิตผู้เชี่ยวชาญด้านดิจิทัล เหมือนกับมาเลเซีย ๒๐,๐๐๐ คนต่อปี จากประชากร ๕.๕ ล้านคน ไทยมีผู้เชี่ยวชาญ ด้านทักษะดิจิทัลขั้นสูง ๕๐๐,๐๐๐ คน แล้ววันนี้เรากำลังจะไปแย่งตลาดจากสิงคโปร์ แย่งตลาดจากมาเลเซียแต่เราไม่มีมืออาชีพที่จะไปรองรับ เศรษฐกิจไทยวันนี้ยังคงวนเวียน อยู่กับเศรษฐกิจแบบเดิม ๆ โลกนี้ก้าวเข้าสู่ยุคเอไอ Quantum Computer รถ EV เมื่อเช้านี้ท่านกรรมาธิการท่านหนึ่งก็เตือนว่าอุตสาหกรรม รถยนต์ซึ่งไม่ใช่ความผิดของรัฐบาลชุดนี้ เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงไป รถยนต์ไฟฟ้า โดยเฉพาะรถเก๋งจะทำลายการส่งออก ทำลายฐานการผลิตของประเทศไทย และคนที่อยู่ใน อุตสาหกรรมนี้ คนแรงงาน ๗๐๐,๐๐๐ คน มีความเสี่ยงที่จะต้องตกงาน ผมกราบเรียนว่า ท่านต้องเตรียมงบประมาณต่าง ๆ เหล่านี้ไว้สำหรับการปรับตัวอย่างรุนแรง

ประการต่อมา สิ่งที่อยากจะกราบเรียนก็คือว่ามีความเป็นห่วง เราไม่เคย ยอมรับกันสักทีหนึ่งว่าสาเหตุที่ต่างชาติไม่มาลงทุนในประเทศไทยมันเพราะอะไร หลัก ๆ ต้องยอมรับคือระบบธรรมาภิบาลเราเข้มแข็งน้อยลง ผมกราบเรียนได้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้น ในประเทศไทยวันนี้เอไอทุกคนสามารถหาข่าวได้ภายในวินาทีคือไม่เกิน ๒๐ วินาที ก็ได้ข่าว ประมวลเป็นภาษาท้องถิ่นทั้งหมดแล้ว ทุกคนรู้จุดอ่อนจุดแข็งของประเทศไทยหมด วันนี้ต้อง กราบเรียนท่านรัฐมนตรีจริง ๆ ว่าเรามีความเสี่ยงเรื่องการจัดเก็บรายได้ เรามีความเสี่ยง เรื่องรายจ่าย เรามีความเสี่ยงเรื่องปัญหาหนี้ ถ้าท่านรัฐมนตรีได้ไปดูจริง ๆ ว่ากฎหมายที่จะ เข้าสภาในอันใกล้นี้เปิดเสรีภาพให้กับรัฐวิสาหกิจสร้างหนี้ได้เอง กู้เงินได้เอง แล้วเราจะ ควบคุมอย่างไร รายได้ต้องกราบเรียนท่านว่าวันนี้รายได้มีปัญหามาก กรมจัดเก็บ สรรพากร ภาษีมูลค่าเพิ่ม ๓๐๐,๐๐๐ ล้าน ตรวจสอบให้ละเอียดได้ไหม ให้โกงภาษีมูลค่าเพิ่มได้น้อยลง ได้ไหม อย่างน้อยให้มันโกงน้อย ๆ เป็น ๑,๐๐๐ ล้าน อย่าเป็นหมื่นเป็นแสนล้าน นี่คือ จุดรั่วไหลที่ท่านต้องไปแก้ กรมสรรพากรซึ่งผมทราบว่าท่านรัฐมนตรีอาจจะคุมโดยตรง วันนี้ ท่านให้อาวุธเขาไม่พอเครื่องเอกซเรย์ ท่านต้องให้เครื่องเอกซเรย์เขามาก ๆ วันนี้เขามี ศักยภาพเอกซเรย์สินค้านำเข้าเพียงแค่ ๑๐ เปอร์เซ็นต์ของ Container ที่เข้าประเทศไทย ท่านลองนึกดูนี่คือการลงทุน สำนักงบประมาณฟังไว้ด้วยว่าให้งบเขาไปสร้างเอกซเรย์ที่ ไม่ต้องเปิดตู้ Container แล้วเขาจะทำงานเก็บภาษีเข้าประเทศได้มากขึ้น กรมสรรพสามิต ก็อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีได้ตอบด้วยว่าตำรวจที่ขนบุหรี่เถื่อนรถคว่ำวันนี้เข้าคุกอยู่ หรือเปล่า ถูกสอบสวนออกจากราชการไหม เก็บภาษีได้ไหม นี่คือตัวอย่างที่ให้เห็น ไม่เว้นแม้กระทั่งเรือ ๓ ลำที่หายไป น้ำมัน ๓๐๐,๐๐๐ ลิตร หนีภาษีศุลกากร หนีภาษี สรรพสามิตวันนี้เราทำอะไรกับเขาบ้าง ไม่มี ฉะนั้นรัฐบาลจะต้องเข้มแข็งในเรื่อง การแก้ปัญหาการฟอกเงินควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเรื่องธรรมาภิบาลของภาครัฐ ผมมีอะไร มากมายมากกว่านี้อีกแต่อยากจะให้ท่านไปดูว่าจริง ๆ แล้วระบบหัวใจธรรมาภิบาลคือ ถ้าประเทศไทยทำได้ดี เราจะแข่งขันกับสิงคโปร์ มาเลเซีย ญี่ปุ่นและเซี่ยงไฮ้ได้ วันนี้ระบบ นิเวศธรรมาภิบาลเราไม่มีเลย เราเทียบกับเขาไม่ได้เลย ฉะนั้นผมจะไม่กล่าวหาอะไรกับ ท่านประธาน เพียงแต่บอกเตือนไว้ว่าเกิดอะไรขึ้นรีบไปแก้ไขเสีย เพราะนี่ไม่ใช่การอภิปราย ไม่ไว้วางใจ เป็นการเตือนให้ปิดช่องโหว่ของกระทรวงการคลัง ของรัฐบาล ขอบพระคุณครับ