ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ หารือการใช้งบประมาณราว 100,000 ล้านบาทสำหรับการก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการและที่พักราชการ โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ ทั้งในด้านการนำเสนอโครงการต่อเนื่องหลายปีเป็นรายปี และความไม่สอดคล้องกับมาตรฐานของหน่วยงานความมั่นคงอื่น พร้อมเสนอให้ทบทวนโครงการและปรับลดงบประมาณ 5 เปอร์เซ็นต์เพื่อเพิ่มความโปร่งใสและตรวจสอบได้
ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐพงศ์ เปรมพูลสวัสดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร ประเวศ สะพานสูง พรรคประชาชน ท่านประธานในช่วงการอภิปรายงบประมาณในปี ๒๕๖๙ ในวาระที่หนึ่ง ผมเคยอภิปรายในเรื่องของการก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการ ในเรื่องของหน่วยงานต่าง ๆ ที่มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการและที่พักราชการรวมไปแล้วท่านประธานงบประมาณ ทั้งสิ้นคือหลัก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งในส่วนของหลัก ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ก็ต้องบอกว่า เป็นสิ่งที่เป็นการรวมถึงงบผูกพันที่จะเกี่ยวเนื่องไปในอนาคตด้วย แต่ว่าในการอภิปราย วาระที่สองในครั้งนี้ ในส่วนของมาตรา ๘ ของกระทรวงกลาโหม เดี๋ยวขอสไลด์ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ในส่วนการอภิปราย ของกระทรวงกลาโหมท่านประธาน เหตุผลที่ผมจะต้องมีการอภิปรายเรื่องนี้เนื่องจากว่า หน่วยงานที่มีการก่อสร้างอาคารสถานที่ราชการมากที่สุดในปีนี้ นับเฉพาะปี ๒๕๖๙ ปีเดียว คือกองทัพบกท่านประธาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่อยู่ในกระทรวงกลาโหม กองทัพบกมีการสร้าง อาคารสถานที่ราชการอยู่ถึง ๔,๗๐๐ ล้านบาท ในปีนี้ ถือว่าเป็นงบประมาณก้อนใหญ่ ซึ่งงบทั้งหมดนั้นเป็นการสร้างในการใช้งบประมาณปีเดียวทั้งสิ้นทั้ง ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ ไม่มีแม้แต่โครงการเดียวที่เป็นโครงการผูกพัน โดยที่คณะกรรมาธิการได้มีการปรับลด งบประมาณไปเพียงแค่ ๓๐ ล้านบาทเท่านั้นท่านประธาน คิดว่าไม่ถึง ๑ เปอร์เซ็นต์ ของงบประมาณที่เป็นการก่อสร้างของกองทัพบก ซึ่งนอกจากกองทัพบกถ้าเกิดท่านไปไล่ดู ในส่วนของตัวเลขจะเห็นว่ากองทัพต่าง ๆ ในสังกัดของกระทรวงกลาโหมก็ล้วนแล้วแต่ ติดอยู่ใน Top 10 ทั้งสิ้นท่านประธาน แต่ว่าทุก ๆ หน่วยงานก็มีแต่เรื่องของโครงการผูกพัน มีแค่หน่วยงานเดียวก็คือกองทัพบกที่ไม่มีโครงการผูกพันแม้แต่โครงการเดียวท่านประธาน ซึ่งถ้าเกิดดูแบบนี้มันจะดูเหมือนกับว่ากองทัพบก โครงการทั้งหมดในการสร้างเก่งมาก คือหมายความว่าสามารถที่จะดำเนินการเสร็จจบทุกอย่างภายในปีเดียว สร้างปีเดียวแล้วเสร็จ จบภายในปีเดียวท่านประธาน แต่ว่าความจริงหาเป็นเช่นนั้นไม่ ผมเองได้ไปดูเนื้อหาในสไลด์ ถัดไปท่านประธาน ผมไปย้อนดูในส่วนของเอกสารงบประมาณที่เข้าในการพิจารณา ในวาระที่หนึ่งย้อนไปในช่วงประมาณ ๙ ปี ๑๐ ปีก่อนหน้านี้ ตั้งแต่ช่วงปี ๒๕๖๑ ไล่มาจนถึง ปี ๒๕๖๙ ก็จะพบว่าในส่วนของโครงการต่าง ๆ ที่มีการของบประมาณในการก่อสร้างมาปีนี้ เป็นงบประมาณแบบปีเดียว ความจริงแล้วมันเป็นการขอปีเดียวแบบขอมาซ้ำทุกปี โครงการเดิม ๆ ขอมาปีเดียวโดยตลอดซ้ำทุกปีท่านประธาน ทั้งหมด ๔๗ รายการ ไม่รวมในส่วนของโครงการที่มีงบประมาณต่ำกว่า ๑๐ ล้านบาท มีทั้งหมด ๔๗ โครงการ มีเพียงแค่ ๓ โครงการเท่านั้นที่มีการของบมาปี ๒๕๖๙ เป็นปีแรก นอกนั้นที่เหลืออีก ประมาณ ๔๐ กว่าโครงการ ประมาณ ๔๔ โครงการ เคยของบมาแล้วทั้งสิ้นในช่วง ปีงบประมาณก่อนหน้านี้ ซึ่งทั้งหมดท่านประธานถ้าเกิดไปไล่ดูตัวอย่างบางโครงการท่านจะ เห็นว่าหลายโครงการมีการของบมาทุกปีด้วยซ้ำไป ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของโครงการย้ายที่ตั้ง โรงเรียนนายสิบ ปีนี้ถ้าเราดูในเอกสารจะดูเหมือนกับว่ามีการของบประมาณมาเพียงแค่ ๒๖ ล้านบาท แต่ความจริงไม่ใช่ ๒๖ ล้านบาท แต่ความจริงมีการขอมา ๘ ปีติดต่อกัน รวมแล้วงบประมาณทั้งหมด ๖๐๔ ล้านบาท ขณะเดียวกันท่านประธานถ้าเกิดไปดู ตัวอย่างอื่น อย่างเช่น เรื่องของโครงการซ่อมปรับปรุงเรือนแถวนายทหารสัญญาบัตร ปีนี้ของบมา ๒๖๔ ล้านบาท ซึ่งเราก็จะนึกว่าของบมาแค่ ๒๖๔ ล้านบาท แต่ถ้ามองย้อนไป ๙ ปีย้อนหลังเป็นอย่างน้อยจะเห็นว่าโครงการนี้ไปแล้วถึง ๒,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ซึ่งถ้าเกิดไล่ดูแต่ละโครงการแน่นอนก็เป็นไปในทิศทางเดียวกัน หลายโครงการเราอาจจะ เห็นว่ามีการของบมาไม่ถึง ๑๐๐ ล้านบาท หรืออาจจะ ๑๐๐ ล้านนิด ๆ แต่ส่วนใหญ่แล้ว มันก็มีการของบประมาณอย่างต่อเนื่องมาแล้ว ๗ ปี ๘ ปี ๙ ปีว่ากันไป รวมงบประมาณ ไปแล้วหลายโครงการก็เป็นหลัก ๑,๐๐๐ ล้านบาทท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่ผมพูดถึงทั้งหมดว่า ในโครงการทั้งหมด ๔๗ โครงการ สิ่งที่เราเห็นในสไลด์เมื่อสักครู่ก็คือเรื่องของ ๔,๗๐๐ ล้านบาทใช่ไหมครับ แต่ความจริงแล้วถ้าท่านไปดูตัวเลขที่มันรวมโครงการผูกพัน ที่ดูเหมือนจะไม่ผูกพันแล้ว จะเห็นว่าความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ ๔,๐๐๐ กว่าล้าน แต่ความจริง มันเป็นงบประมาณมากถึง ๓๒,๐๐๐ กว่าล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นงบประมาณก้อนใหญ่
ทีนี้ในสไลด์ถัดไป ในส่วนของผมเองก็สงสัยว่าเอ๊ะทำไมในส่วนของกองทัพบก ถึงได้มีการตั้งงบประมาณในลักษณะแบบนี้ ไม่ได้ตั้งในมาตรฐานเดียวกับที่กระทรวงกลาโหม หน่วยงานอื่น หรือว่าหน่วยงานด้านความมั่นคงอื่นทำไปในทิศทางเดียวกัน เพราะว่าอย่างที่ ผมบอกเมื่อสักครู่ว่าหน่วยงานอื่น ไม่ว่าจะเป็นกองทัพเรือ ไม่ว่าจะเป็นกองทัพอากาศหรือ กองบัญชาการกองทัพไทย ก็มีการตั้งงบประมาณโครงการก่อสร้างเป็นลักษณะของโครงการ ผูกพันหรือว่าเห็นแผนงานอย่างชัดเจนทั้งสิ้น แต่ในส่วนของกองทัพบกการตั้งงบประมาณ ในลักษณะแบบนี้ทำให้พวกเราไม่สามารถที่จะเห็นได้ว่าตัวเลขงบประมาณโดยภาพรวมทั้งหมด ที่จะทำจนแล้วเสร็จจะเสร็จในปีไหน อย่างไร และใช้งบประมาณเท่าไรในการที่จะดำเนินการ ทั้งหมด ประชาชนเองก็ไม่สามารถที่จะตรวจสอบความคืบหน้าได้ว่าจะดำเนินการอย่างไร ต่อไปท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่พวกเราเห็นในการพิจารณานี่ลำบากมากเนื่องจากว่าสิ่งที่ กองทัพบกดำเนินการลักษณะนี้ โครงการต่าง ๆ จะเป็นลักษณะของโครงการที่ใช้คำใหญ่ ๆ คำกว้าง ๆ แต่ทีนี้ถ้าเกิดไปดูจริง ๆ ถ้าไม่ได้อยู่ในคณะอนุกรรมาธิการหรือว่าไม่ได้ไปดู เอกสารในอนุกรรมาธิการจะไม่สามารถที่จะเห็นรายละเอียดด้านในได้เลยว่าความจริงแล้ว ใน ๑ โครงการนั้นมันแบ่งย่อยเป็น ๓๐-๔๐ โครงการย่อยก็มีด้านในท่านประธาน ซึ่งมันทำให้ คณะกรรมาธิการหรือว่าสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พวกเราไม่สามารถที่จะพิจารณางบประมาณ ได้อย่างมีเวลามากเพียงพอ แล้วเราสามารถที่จะพิจารณาได้เพียงแค่ในอนุกรรมาธิการ ซึ่งมีเวลาน้อยมากเท่านั้นท่านประธาน ทีนี้สิ่งที่ผมเองได้อภิปรายมาทั้งหมดนี้ก็เลยอยากจะ นำเรียนว่าการที่พวกเราพิจารณาแล้วก็ผมอภิปรายวันนี้ความจริงแล้วพวกเรามีความเข้าใจว่า หลาย ๆ โครงการมีความจำเป็นที่จะต้องมีการดำเนินการ เป็นสิ่งที่จะต้องมีการทำต่อไป เพียงแต่เรื่องรูปแบบของการตั้งงบประมาณผมคิดว่าเป็นสิ่งสำคัญที่เราจะต้องให้มีการเป็นไป ในมาตรฐานเดียวกันกับหน่วยงานราชการอื่น หรืออย่างน้อยมาตรฐานเดียวกันกับหน่วยงาน ด้านความมั่นคงหน่วยงานอื่น อย่างเช่น กองทัพ กองบัญชาการกองทัพไทยต่าง ๆ ก็ควรที่จะ ดำเนินการไปในทิศทางเดียวกัน ดังนั้นสุดท้ายที่ผมกล่าวมาทั้งหมดทั้งมวล จึงขอเสนอ ในการปรับลดงบประมาณของกระทรวงกลาโหมในส่วนของโครงการก่อสร้างอาคารราชการ ของกองทัพบกลง ๕ เปอร์เซ็นต์ท่านประธาน ขอบคุณครับ