ภูริวรรธก์ ชี้ TCEB ใช้งบฯ ไม่คุ้ม จี้ทบทวนรายจ่ายงบประมาณ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ตั้งข้อสังเกตการใช้งบประมาณของ TCEB ที่มีปัญหาการใช้จ่ายไม่เหมาะสม โดยเฉพาะค่าใช้จ่ายในรายการ Site Inspection และการอุดหนุนโครงการที่ขาดประสิทธิภาพ พร้อมเรียกร้องให้ทบทวนการจัดสรรงบประมาณและเกณฑ์การประเมินผลให้สอดคล้องกับความเป็นจริงของอุตสาหกรรม MICE ที่กำลังเผชิญวิกฤตหลายด้าน

นายภูริวรรธก์ ใจสำราญ กรุงเทพมหานคร

เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม ภูริวรรธก์ ใจสำราญ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขต ๑๒ บางเขน ท่าแร้ง สายไหม ออเงิน และลาดพร้าว จรเข้บัว ท่านประธานก่อนอื่นเลยเราอาจจะต้องยอมรับกันว่า TCEB มีปัญหา ทุกอย่างไม่ได้สวยหรูเหมือนกับรายงานประจำปี MICE กำลังประสบปัญหา หลายด้าน อย่างเช่น เรื่องของพฤติกรรมที่นักเดินทางเปลี่ยนไป เส้นทางการคมนาคม ระบบโลจิสติกส์ก็ไม่สมบูรณ์ ข้อจำกัด จัดระเบียบ แล้วก็ภาษีที่ยุ่งยากก็เป็นอุปสรรค รวมไปถึงเรื่องของการขาดแคลนแรงงาน ทีนี้เราก็ลองมาดูว่าเมื่อ MICE มีปัญหานั้น งบประมาณของ TCEB แก้ปัญหาในอุตสาหกรรม MICE ได้อย่างไร อย่างไรก็ดีหากจะดู รายจ่ายในหมวดของเงินอุดหนุนก็ต้องขอบอกว่า TCEB เป็นองค์กรที่น่าทำงานมาก ๆ ใช้จ่ายสบาย อ่านงบประมาณในรายโครงการแล้วดูเหมือนอ่าน Quotation ขององค์กร เอกชนเลยประมาณนั้น เอาจริง ๆ เกือบทุกโครงการของ TCEB เวลาเราลากนิ้วลงไปดู ก็สะดุดกันทุกโครงการ โครงการนี้มีการใช้งบประมาณสูงกันในแต่ละรายการ ยกตัวอย่างเช่น โครงการที่หลายโครงการจะต้องมีการทำ Site Inspection หรือการเข้าไปตรวจพื้นที่ วัดพื้นที่ ทำ Detail อะไรพวกนั้น ผู้จัดงานเขาก็จะได้เอาไปออกแบบได้ ในกรุงเทพฯ ในประเทศไทยก็ดีเรามีกี่ Venue Venue ใหญ่ ๆ ขนาดใหญ่หรือโรงแรม เอาจริง ๆ ผมเชื่อว่า TCEB มีฐานข้อมูลนี้มาทั้งหมด ไม่ใช่ว่า Venue เหล่านี้จะต้องมีการแก้ไขเปลี่ยนไปทุกปี เพราะฉะนั้นที่ท่านใส่ Cost Inspection ไปนั้นแรงมาก ยกตัวอย่างเช่น โครงการสนับสนุน เพื่อผลักดันเพิ่มปริมาณนักเดินทางกลุ่มลูกค้าองค์กรจากต่างประเทศ กินค่า Cost Inspection เข้าไป ๔๕๐,๐๐๐ บาท ๑๐ ที่ เฉลี่ยที่ละ ๔๕,๐๐๐ บาท ซึ่งเป็นบริษัทเอกชน เราใช้งบประมาณไม่ถึงแน่นอน ๒๐,๐๐๐ บาทก็ทำได้ หรือโครงการ ประมูลสิทธิงานประชุมนานาชาติที่หากจะจัดจริง ๆ ในกรุงเทพฯ หรือในจังหวัดใหญ่ ๆ นั้น ก็มีไม่กี่ที่ที่จะสามารถรองรับการประชุมใหญ่ ๆ ได้ แต่ท่านกดค่า Site Inspection เข้าไป ครั้งละ ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑๐ งาน ๑ ล้านบาท ปีที่ผ่านมาท่านอาจจะไม่เคยทำเลยหรือ แต่ผมเชื่อว่าท่านเคยทำมาแล้ว เรามีข้อมูลพวกนี้อยู่แล้ว เพราะฉะนั้นเวลาที่เรามาทำใหม่ ในปีนี้ต้องใช้งบประมาณถึง ๑๐๐,๐๐๐ บาท จริง ๆ หรือเปล่า โครงการสนับสนุนการยื่น เสนอตัวเป็นเจ้าภาพงาน World Pride Site Inspection ตรวจเข้าไป ๑ งาน ๒.๕ ล้านบาท แล้วท่านก็ไม่ได้แจกแจงรายละเอียด หรือมาลองดูการเป็นเจ้าภาพมหกรรมพืชสวนโลก ได้งานแล้วที่จังหวัดอุดรธานี ปี ๒๕๖๙ มีการตรวจพื้นที่เป็นการตรวจตามความเป็นเจ้าภาพ อันนั้นเราเข้าใจ ตรวจ ๑ ครั้ง ๓ ล้านบาท ในขณะที่โครงการขอเป็นเจ้าภาพการจัดมหกรรม พืชสวนโลก จังหวัดนครราชสีมา ในปี ๒๕๗๒ มีการทำ AIPS ตรวจเหมือนกัน แต่ว่า Site สำรวจยากกว่าอีก แต่ว่าค่า Cost Inspection ๒ ล้านบาท ๑ ครั้ง ต่างกันถึง ๑ ล้านบาท เวลาที่เราไปตรวจงานดู ไปกำกับดู ๆ เหมือนหน่วยงานของท่านจะ Set Standard มีหลาย โครงการมาก เวลาที่ท่านเดินทางไปกำกับดูงานนั้นเฉลี่ยแล้วตก ๕๐,๐๐๐ บาทต่องาน ทั้ง ๆ ที่ท่านสามารถที่จะควบคุม Cost ค่าใช้จ่ายตรงนี้ได้ อย่างเช่น โครงการที่ ๓.๓ พัฒนา ต่อยอดอุตสาหกรรมสร้างสรรค์และสินค้าชุมชน ท่านใส่ Cost ค่าดูแลโครงการ ค่าเดินทาง ไปเพียงแค่ ๑๒,๕๐๐ บาทเท่านั้น ท่านประธาน TCEB ใช้เงินอุดหนุนเยอะมาก ในปี ๒๕๖๗ ถึงปี ๒๕๖๘ ๔๖๐ ล้านบาท ปี ๒๕๖๙ ตั้งไปถึง ๗๕๖ ล้านบาท สูงขึ้นกว่าเดิมมาก แล้วก็ มีงานที่ได้รับการอุดหนุนถึง ๑๕๓ งาน ในแต่ละงานนั้นก็มีการอุดหนุนตั้งแต่งานละ ๒๐๐,๐๐๐ บาท ๔๐๐,๐๐๐ บาท ๕๐๐,๐๐๐ บาท ไปจนถึง ๘๐๐,๐๐๐ บาท ประเด็น ปัญหาจากการอุดหนุนก็คือว่าเราให้กันจนที่ไม่ได้ดูว่าศักยภาพของงานนั้นตอนปัจจุบัน มันเป็นอย่างไร มีผู้เข้าร่วมเป็นอย่างไร เรายกตัวอย่างจากที่ท่านใส่ในเอกสาร ITCMA ซึ่งต้องย้อนกลับไปหลายปีที่งานนี้เต็มไปด้วยที่หลายชาติเข้ามาเปิดนิทรรศการ Hall ใหญ่นี้ เต็มไปหมดเลย แต่ว่าในปัจจุบันหลายชาติไม่ออกแล้ว บางทีก็ลดลงเหลือพื้นที่ขนาดเล็ก Hall ก็อยู่แค่ครึ่ง Hall กลายเป็นพื้นที่นั่งรับรอง เพราะฉะนั้นมันเกิดอะไรขึ้น เพราะงานนี้ ไม่มีอะไรใหม่ ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงตามยุคสมัยเลย งานแบบเดิม จุดขายแบบเดิม การบริการเหมือนเดิม จะเห็นได้ว่างบประมาณที่ท่านใช้ก็ลดลง ๙.๗ ล้านบาทต่อปี มาเป็น ๕.๔ ล้านบาท แล้วปีล่าสุดขอ ๕ ล้านบาท นั่นก็แสดงให้เห็นว่างานนี้มันก็ค่อนข้างที่จะลดลงไป เช่นเดียวกับ Glasstech Asia ก็เป็นแบบเดียวกัน แน่นอนครับยังมีอีกหลายงานมากที่หาก เราตรวจสอบกันจริง ๆ แล้วเราก็จะพบว่าเงินอุดหนุนนั้นมันมีความซ้ำซ้อน ประสิทธิผล ของงานก็ลดลง แต่ก็ให้เงินอุดหนุนเรื่อยมาเพราะว่าดันเอาจำนวนรายอุดหนุนมาเป็น ตัวเคพีไอชี้วัดไปแทนที่จะเป็นเรื่องของประสิทธิภาพของการต่อยอดจากงานนั้น มันจึง ย้อนกลับไปถามว่าโครงสร้างกรรมการแบบใดที่ให้อำนาจในการคัดสรรการได้รับเงินอุดหนุน เหล่านั้น หรืองานเหล่านั้นต้องมีประสิทธิภาพเท่าใดถึงควรจะได้รับการสนับสนุน หรือสุดท้ายแล้วการจ่ายนั้นก็เป็นการจ่ายให้ผู้จัดงานที่อยู่ในกลุ่มอำนาจเดียวกัน ซึ่งหากถาม ท่านก็จะมีรูปแบบในการจัดประเมินความพึงพอใจในเชิงบวก เพราะฉะนั้นเราก็จะเห็น ในเรื่องของคุณภาพที่ออกมานั้นเป็นเชิงบวก แต่ในความเป็นจริงนั้นคุณภาพและ ประสิทธิภาพในการจัดงานนั้นมันค่อนข้างที่จะลบ การประเมินแต่ละครั้งท่านก็ใช้ งบประมาณไปค่อนข้างเยอะ บางงานนั้นใช้งบประมาณไปงานละ ๔๔๗,๐๐๐ บาท ทำ ๑๐ ครั้ง ค่าประเมินกินไปถึง ๔ ล้านบาท จริง ๆ แล้วอยากจะขอเวลาเพิ่มอีกนิด แต่ว่า ก็เคารพเวลาของผู้อภิปรายท่านอื่น จริง ๆ แล้วมันมีเรื่องของการใช้เงินในเรื่องของค่าผลิต เว็บไซต์ซึ่งยอดวิวน้อยมาก แล้วก็เรื่องของการยกระดับศักยภาพของบุคลากรต่าง ๆ ซึ่งก็มีการเฉลี่ยรายหัวถึง ๑๒๐,๐๐๐ บาทต่อคน ชี้วัดแค่ ๔๐ คน สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งหนึ่งที่เรา อยากจะนำเสนอ แล้วก็อยากจะให้ทาง TCEB นั้นค่อนข้างที่จะต้องกลับมาดูว่าเราใช้อำนาจ ของเราในการจัดงบประมาณที่ต้องมีการพิจารณาในการเข้าถึงงบอุดหนุนเหล่านั้นใหม่ สุดท้ายแล้วท่านเสนอ Quotation แบบนี้มาให้มันเป็นเหมือน Agency Rate ซึ่งก็สมควร จะต้องถูกปรับลดต่อไปอีก ผมเชื่อว่าทุกวันนี้ท่านก็ทำงานอยู่ แล้วก็ขอให้ท่านลองพิจารณาดู เรื่องของ Quotation หรือว่างบประมาณของท่านให้ได้สมบูรณ์มากกว่านี้ ขอบคุณมากครับ