เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล ขอร่วมอภิปรายแปรญัตติในมาตรา 7 โดยใช้สไลด์ประกอบ หารือบทบาทและงบประมาณของ สคทช. พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความไม่สอดคล้องของโครงการส่งเสริมอาชีพและปัญหาการจัดสรรงบประมาณที่ไม่สอดรับกับภารกิจหลัก รวมถึงปัญหาความขัดแย้งเรื่องที่ดินที่ คทช. ไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชน ทำให้การดำเนินงานล่าช้า จึงเสนอให้ สคทช. เร่งออกแบบกฎหมายและนโยบายที่เหมาะสม พร้อมเสนอปรับลดงบประมาณ 0.5 เปอร์เซ็นต์เพื่อลดภารกิจที่ไม่จำเป็น
เรียนท่านประธาน ที่เคารพ ผม เลาฟั้ง บัณฑิตเทอดสกุล สมาชิกผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน สัดส่วนเครือข่ายชาติพันธุ์ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายแปรญัตติในมาตรา ๗ ขอสไลด์ ด้วยนะครับ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)
ท่านประธานครับ ผมจะขอพูดเฉพาะบทบาทหน้าที่แล้วก็งบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติ หรือ สคทช. พอเราพูดถึงบทบาทหน้าที่ของ สคทช. เปิดดูตัวกฎหมายแล้ว สรุปได้เป็น ๔ เรื่องก็คือ เรื่องของการพัฒนากฎหมายนโยบาย ติดตามตรวจสอบการใช้ที่ดิน แล้วก็แก้ไขปัญหาเรื่องสิทธิในที่ดิน กระจายการถือครองที่ดิน รวมทั้งเรื่องของการพัฒนา ระบบฐานข้อมูลที่ดิน นี่ก็คือเป็นบทบาทหน้าที่ที่สำคัญของ สคทช. ทางสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้ทำเอกสารชี้แจงคณะกรรมาธิการงบประมาณ ซึ่งผมคิดว่าทำได้ดีพอสมควร แล้วก็ส่วนที่สรุปปัญหาการดำเนินงานของ สคทช. ที่ทำให้เรา ได้ทราบว่าการทำงานของ สคทช. มีปัญหาอะไรบ้างอย่างนี้ ถ้าเราดูมันจะมีอยู่ ๓ เรื่อง ใหญ่ ๆ ที่เป็นปัญหาการดำเนินงานของ สคทช. อันที่ ๑ ก็คือเรื่องของความล่าช้าในการ พิสูจน์สิทธิ อันที่ ๒ ก็คือเรื่องของปัญหาการดำเนินการตามนโยบายจัดที่ดิน อันที่ ๓ ก็คือ ปัญหาการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพ ผมอยากจะให้สังเกตตัวอักษรสีเหลืองเอาไว้ ความสำคัญ ของมันคืออะไรเดี๋ยวผมจะพูดในลำดับต่อไปนะครับ โครงการของปีงบประมาณ ๒๕๖๙ เมื่อเอามาคลี่ดูแล้วมีอยู่ ๑๐ โครงการด้วยกัน ตามสีที่ผม แบ่งเอาไว้ สีเหลืองคือโครงการที่จัดเป็น Priority หรือโครงการที่สำคัญ สีขาวคือโครงการ ที่รองลงไป ส่วนสีแดง ๑ โครงการคือโครงการที่ผมคิดว่ามีปัญหา แล้วก็ผมอยากจะลง รายละเอียดในโครงการนี้ ท่านประธานผมไม่ได้มีเจตนาที่จะมาพูดเพื่อที่จะตัดงบของ สคทช. เสียเลยทีเดียว แต่ว่ามันก็มีความจำเป็นที่เราต้องพูดถึงโครงการบางประการที่คิดว่ามีปัญหา แล้วก็เมื่อดูตัวงบประมาณแล้วผมคิดว่ารัฐบาลยังไม่ได้ให้ความสำคัญกับการจัดงบประมาณ มาแก้ไขปัญหาที่ดินของประเทศ ถ้าให้สรุปโดยรวมตอนนี้บอกได้ว่าปัญหาที่ดินของ ประเทศไทยเรามีปัญหาวิกฤติในหลายประการ แล้วสำนักงานคณะกรรมการนโยบาย ที่ดินแห่งชาติก็เป็นหน่วยงานที่มีอำนาจหน้าที่โดยตรงในการไปแก้ไขปัญหา โดยเฉพาะ การเป็นผู้ที่จะร่วมกับรัฐบาลในการดำเนินการในระดับนโยบายจริง ๆ แล้วก็อยากจะให้ดู ตัวโครงการที่ผมคิดว่าอาจจะมีปัญหาแล้วก็ยังสงสัยอยู่ว่าตรงกับภารกิจของ สคทช. หรือ สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติหรือไม่ โครงการที่เกี่ยวกับการส่งเสริม พัฒนาอาชีพและการตลาดดูเหมือนว่าจะเป็นสิ่งที่ดี แน่นอนเป็นสิ่งที่ดีต้องการและจำเป็น ในสังคมไทยปัจจุบันเป็นอย่างมาก แต่ว่าเมื่อมาดูอำนาจหน้าที่และภารกิจของ สคทช. แล้ว มันก็ยังมีข้อสงสัยว่าตกลงแล้วมันใช่อำนาจหน้าที่ไหม ถ้ามาดูตัวเนื้อหาของภารกิจในการ ส่งเสริมและพัฒนาอาชีพแล้วก็เรื่องการตลาด ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของงบประมาณ ไม่ว่าจะเป็น เรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี เรื่องของการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน การพัฒนาและวิจัย การขนส่ง การรวมกลุ่มอะไรทั้งหลายเหล่านี้ ถ้าทำทั้งหมดจริงอย่างวันนี้มันต้องใช้ งบประมาณเป็นหลักพันหรือว่าอาจจะหลาย ๑,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งความจริงกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ กระทรวงพาณิชย์ ๒ กระทรวงนี้รวมกันใช้งบประมาณในการทำภารกิจเหล่านี้ เกินหลาย ๑๐๐ ล้านบาท หลาย ๑,๐๐๐ ล้านบาทด้วยซ้ำไป แต่ก็ยังทำอะไรไปไม่ได้ถึงไหน เพราะฉะนั้นเรื่องนี้ผมคิดว่าอาจจะไม่ได้เหมาะในการที่จะเอามาให้เป็นภารกิจของ สคทช. งบประมาณที่ถูกปรับลดลงไปก็คือค่าปรับปรุงอาคารที่ทำการของ สคทช. ซึ่งในส่วนนี้ ก็ยังสงสัยอยู่เพราะว่าทางคณะกรรมาธิการการที่ดิน ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เราเคยไปประชุมร่วมกับทาง สคทช. ก็ได้รับการสื่อสารมาว่า สคทช. จำเป็นต้องมีอาคาร สำนักงานเป็นของตัวเอง โดยเฉพาะจำเป็นต้องมีสถานที่สำหรับการจัดเก็บข้อมูล ซึ่งหมายถึงว่า ข้อมูลที่ดินทั้งประเทศมันจำเป็นต้องมีอาคารสำนักงานเป็นของตัวเอง แต่ว่าตอนนี้ก็ถูกตัดงบ ก็ยังเป็นที่สงสัยกันอยู่ว่าชี้แจงแล้วก็มีความเห็นกันอย่างไร ทีนี้ในสิ่งที่ควรถูกตัดแต่ว่าไม่ได้ ถูกตัดก็คือโครงการที่ผมได้พูดไปเมื่อสักครู่นี้ ก็คือโครงการที่เกี่ยวกับการพัฒนาและส่งเสริม อาชีพ โครงการที่จำเป็นต้องเร่งรัด ซึ่งความจริงแล้วผมคิดว่ามีอยู่ ๒-๓ โครงการ ที่ทาง สคทช. จำเป็นต้องเร่งรัดเป็นอย่างยิ่งก็คือ
อันที่ ๑ ที่สำคัญเลยก็คือการศึกษาแนวทางในการแก้ไขปัญหาที่ดิน คทช. ที่ตอนนี้เป็นปัญหาอยู่ว่าประชาชนไม่ยอมรับ คทช. ไม่ยอมเข้าโครงการ คทช. ก็เลยทำให้ การดำเนินการเป็นไปได้ด้วยความล่าช้า เกิดปัญหาด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย รัฐเองไม่สามารถ ทำงานได้ ไม่สามารถที่จะไปรับรองสิทธิแล้วก็ปกป้องคุ้มครองพื้นที่ป่าได้
อันที่ ๒ ก็คือในส่วนของประชาชนก็ยังอยู่ในภาวะที่คลุมเครือ แล้วก็ต้องต่อสู้ ขัดแย้งกับรัฐเรื่อยไป อันนี้เป็นปัญหาด้วยกันทั้ง ๒ ฝ่าย เพราะฉะนั้นมันมีความจำเป็นที่ สคทช. ต้องไปเร่งรัดดำเนินการในส่วนนี้ให้ได้ โดยเฉพาะการไปออกแบบตัวกฎหมาย และนโยบายที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวรัฐแล้วก็ตัวประชาชน เพราะฉะนั้นผมก็เลยคิดว่า ภารกิจสำคัญมีอยู่ แต่ภารกิจที่คิดว่าอาจจะไม่ใช่หน้าที่ภารกิจก็ยังมีอยู่ เพราะฉะนั้นก็เลยคิดว่า ในส่วนนี้ควรจะต้องถูกตัดออกไป สำหรับของผมก็เลยเสนอว่าให้ปรับลด ๐.๕ เปอร์เซ็นต์ ขอบคุณมากครับ