อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ วิพากษ์การทำงานของสำนักงบประมาณที่อนุมัติโครงการซ้ำซ้อนและขาดประสิทธิภาพ พร้อมท้วงติงการบริหารงบประมาณที่ไม่โปร่งใส ล้าสมัย และการใช้บัญชีนวัตกรรมที่กลายเป็นช่องว่างในการหากิน โดยเรียกร้องให้มีการทบทวนราคากลาง ใช้ข้อมูลเรียลไทม์เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเร่งส่งข้อมูลสำคัญเพื่อสนับสนุนการตรวจสอบงบประมาณของรัฐอย่างมีประสิทธิภาพ
ขอบคุณครับท่านประธาน เรียนท่านประธานและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม อัศวิน สุทธิวิเชียรโชติ กรรมาธิการ ผมได้สงวนความเห็นในมาตรา ๗ สำนักนายกรัฐมนตรี โดยผมจะพูดถึง แค่หน่วยงานในกำกับหน่วยงานเดียวคือสำนักงบประมาณ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีอำนาจ อย่างแท้จริง โดยในแต่ละปีจะเป็นผู้กลั่นกรองโครงการต่าง ๆ มูลค่า ๖ ล้านล้านบาท ในรอบ Pre-Ceiling ซึ่งมักจะตัดออกไปครึ่งหนึ่งเหลือให้คณะกรรมาธิการพิจารณา ๓ ล้านล้านบาท ตลอดการทำงานในฐานะกรรมาธิการผมมีข้อสังเกต ๕ ข้อ ที่สะท้อนว่า การทำงานของสำนักงบประมาณยังขาดการปรับตัวให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน และอาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้การอนุมัติโครงการจำนวนมากมีลักษณะซ้ำซ้อนแพงเกินจริง และไม่มีความจำเป็น
ข้อที่ ๑ สำนักงบประมาณปล่อยให้หน่วยงานทำโครงการที่มีความซ้ำซ้อนกัน ตัวอย่างเช่น ในปีงบประมาณ ๒๕๖๘ ปีที่แล้วทั้งกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. และสำนักงานปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือ DE ต่างยื่น ของบประมาณการระบบ Cell Broadcast ใช้งบประมาณเท่ากัน ๔๓๐ ล้านบาท และต่าง ก็ได้รับอนุมัติจากสำนักงบประมาณ แล้วก็ขอบคุณที่สภาแห่งนี้มีมติให้ผ่านเฉพาะของ ปภ. เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ในปีงบประมาณปัจจุบันก็เกิดกรณี ลักษณะเดียวกันขึ้นอีกคือโครงการแพลตฟอร์มแฟ้มสะสมทักษะ หรือ Credit Portfolio ที่เป็นการเก็บข้อมูลของนักเรียนนักศึกษาที่มีการเสนอโดย ๒ หน่วยงานพร้อมกันคือ สำนักงานปลัดกระทรวงอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. ในกระทรวง อว. และสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. แต่สำนักงบประมาณ ก็ยังอนุมัติให้ทั้งคู่เข้าสู่ขั้นตอนการพิจารณาในชั้นคณะกรรมาธิการวิสามัญ และเป็น ที่น่าเสียดายว่ากรรมาธิการสัดส่วนเสียงข้างมากก็ปล่อยให้ทั้ง ๒ โครงการที่ทำเหมือนกัน เข้ามาในสภาแห่งนี้ ซึ่งผมก็ขอเรียกร้องให้สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งนี้พิจารณา ให้งบประมาณแค่หน่วยงานเดียว ไม่เช่นนั้นมันก็จะเกิดความสิ้นเปลืองและสร้าง ความลำบากให้กับนักเรียนในอนาคตที่จะต้องลงทะเบียนทั้ง ๒ ระบบ
ข้อที่ ๒ สำนักงบประมาณไม่ใช้เทคโนโลยีมาช่วยพิจารณาราคาจัดซื้อจัดจ้าง เรื่องของหน่วยงานรัฐซื้อของแพงส่วนหนึ่งเพราะสำนักงบประมาณยังใช้วิธีเทียบกับ ราคากลาง ถ้าไม่มีข้อมูลใหม่ก็ใช้ราคาที่กำหนดไว้ในราคากลางเมื่อหลายปีก่อน หรือให้ หน่วยงานไปขอใบเสนอราคาจากผู้ประกอบการ ๓ ราย แล้วเลือกรายที่ถูกที่สุด ซึ่งหลายครั้ง ก็ถูกตั้งข้อสังเกตว่าเป็นบริษัทกลุ่มเดียวกัน และตรงนี้ล่ะเป็นสาเหตุของราคาที่แพง เพราะให้เอกชนเสนอมาโดยไม่มีการตรวจ Check ราคาในตลาด ขอยกตัวอย่าง ในฐานะอนุกรรมาธิการที่ดินและสิ่งก่อสร้างด้วย ผมพบว่าโรงพยาบาลราชทัณฑ์ แห่งที่ ๒ และโรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) ต่างของบประมาณเพื่อซื้อครุภัณฑ์ ประเภทเดียวกันแต่ราคากลับแตกต่างกันอย่างน่าตกใจ โรงพยาบาลราชทัณฑ์ แห่งที่ ๒ ซื้อแต่ละรายการเป็นหลักแสนหลักล้าน ขณะที่โรงพยาบาลบ้านแพ้ว (องค์การมหาชน) กลับซื้อได้ในราคาหลักหมื่น ไม่แน่ใจว่าสำนักงบประมาณมองไม่เห็นความแตกต่างนี้ หรือมองเห็นแล้วแต่ไม่ได้ตั้งคำถาม ในปัจจุบันนี้เราสามารถใช้เทคโนโลยี Update ราคากลาง แบบ Real Time ได้ และใช้เทคโนโลยีในการตรวจสอบใบเสนอราคาได้ทันทีแต่กลับ ไม่มีการทำ ทั้งที่บางรายการขอซื้อมาจำนวนมากทุกปี อย่างเช่น ลิฟต์ เครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ทางการแพทย์ก็ยังไม่มีราคากลาง ผลก็คือภาษีของประชาชนต้องจ่ายแพง เกินจำเป็น
ข้อที่ ๓ อนุมัติให้มีการสร้างอาคารต่าง ๆ มากมายในเวลาที่ไม่เหมาะสม สำนักงบประมาณในปีนี้อนุมัติโครงการให้สร้างอาคารราชการขนาดใหญ่ อย่างเช่น ศูนย์ราชการกระทรวงมหาดไทยริมแม่น้ำเจ้าพระยา วงเงิน ๖,๐๐๐ ล้านบาท ตึกกระทรวงคมนาคมแห่งใหม่ติดสถานีกลางบางซื่อ วงเงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ตึกกระทรวงพลังงานแห่งใหม่ที่ปีนี้ขอตั้งงบออกแบบมาเตรียมจะสร้างขึ้นในอนาคต ผมได้สอบถามท่านอธิบดีว่าเหตุใดต้องสร้างอาคารให้มันหรูหราและใหญ่โตเช่นนี้ คำตอบที่ได้น่าตกใจมากก็คือเพื่อให้สมศักดิ์ศรีและเป็นหน้าเป็นตา เพื่อเมื่อมีแขกบ้าน แขกเมืองมาเยี่ยม ซึ่งผมก็เห็นว่าศักดิ์ศรีของประเทศนี้มันควรขึ้นอยู่กับผลงานและ ความสามารถในการแก้ปัญหามากกว่าความอลังการของสิ่งปลูกสร้างหรือเปล่า
ข้อที่ ๔ ปัญหาเรื่องบัญชีนวัตกรรม บัญชีนวัตกรรมถูกตั้งขึ้นด้วยเจตนาดี เพื่อให้หน่วยงานรัฐซื้อของนวัตกรรมไทย สนับสนุนผู้ประกอบการให้มีตลาดสร้างรายได้ แล้วนำไปพัฒนาต่อ ลดต้นทุน และแข่งขันได้ในประเทศ แข่งขันกับผู้ประกอบการต่างชาติ แต่ในทางปฏิบัติบางรายการในบัญชีนวัตกรรมกลับเป็นเครื่องมือหากินของคนบางกลุ่ม เช่น โครงการโคมไฟโซลาร์เซลล์เสากินรี ซึ่ง ป.ป.ช. ตรวจสอบแล้วพบว่ามีปัญหาหลายพื้นที่ ในประเทศ ผมอยากเน้นว่ารายการในบัญชีนวัตกรรมควรทบทวนราคาทุกปี เพราะเมื่อ ขายมากขึ้นต้นทุนต่อหน่วยต้องลดลง ราคากลางก็ต้องปรับให้เหมาะสม ถ้าไม่ทำ มันก็จะกลายเป็นซื้อของแพงจากภาษีประชาชนไป ๘ ปี ๑๐ ปี
สุดท้ายข้อที่ ๕ สำนักงบประมาณไม่ให้ความร่วมมือกับสภา คณะกรรมาธิการ ศึกษาการจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ ในคณะกรรมาธิการสามัญเคยขอข้อมูล โครงการรอบ Pre-Ceiling มูลค่ารวมประมาณ ๖ ล้านล้านบาท มา ๒ ปีแล้ว พยายาม เต็มที่มา ๒ ปีแล้ว สำนักงบประมาณกลับบอกว่าต้องมีหนังสือยืนยันจากรัฐมนตรีก่อน พอได้หนังสือยืนยันจากรัฐมนตรีมาแล้วก็ยังไม่ยอมส่งให้คณะกรรมาธิการศึกษาการจัดทำ และติดตามการบริหารงบประมาณอยู่ดี ซึ่งข้อมูล Pre-Ceiling นี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะช่วยให้วิเคราะห์ได้ว่าสำนักงบประมาณปฏิเสธโครงการใดบ้าง ซึ่งโครงการที่ถูกปฏิเสธ มีมูลค่าใกล้พอกับโครงการที่ได้รับอนุมัติคือ ๓ ล้านล้านบาท ซึ่งเราจะได้ทราบเหตุผลและ หลักเกณฑ์ที่ใช้ในการตัดสินใจของสำนักงบประมาณได้ ในฐานะกรรมาธิการวิสามัญ งบประมาณผมก็เคยขอข้อมูลการใช้งบประมาณการสร้างสำนักงานของสำนักงบประมาณ ในจังหวัดต่าง ๆ ไป เพราะเห็นว่าสำนักงบประมาณไปสร้างสำนักงานทิ้งไว้ที่จังหวัดต่าง ๆ มากมาย แต่ขอไปก็ไม่ส่งให้ผมทำให้ผมในฐานะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณขาดข้อมูล สำคัญในการตรวจสอบใช้เงินภาษี ผมจึงได้มีการสงวนความเห็นเพื่อปรับลดงบประมาณไว้ ขอบคุณครับ