เรืองไกร ตั้งข้อสังเกตการแต่งตั้ง รักษาการนายกฯ ไม่มีลายเซ็นเห็นชอบ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ หารือกรณีปัญหาการออกโฉนดที่ดินในพื้นที่ต้นน้ำลำธารที่ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง โดยตั้งข้อสังเกตถึงความไม่ชอบด้วยกฎหมายและมีความเชื่อมโยงกับผู้บริหารระดับสูง พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และเสนอปรับลดงบประมาณของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติจากความบกพร่องในการบริหารจัดการ ขณะเดียวกัน ยังตั้งคำถามถึงความชอบด้วยขั้นตอนของการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรีรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี โดยชี้ให้เห็นความผิดปกติของหนังสือที่ขาดลายเซ็นเห็นชอบเมื่อเทียบกับกรณีก่อนหน้า พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงความสอดคล้องตามพระราชกฤษฎีกาการประชุมคณะรัฐมนตรี

นายเรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ

กราบเรียนท่านประธาน ผม เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ กรรมาธิการ สำหรับมาตรา ๗ ผมขอสงวนความเห็นปรับลดไปในข้อ ๙ ข้อ ๑๖ ข้อ ๑๗ ตามในเอกสารหน้า ๒๗ ข้อ ๙ หมายถึง สำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ซึ่งมีหน้าที่จะต้องตอบกรมที่ดิน สำหรับที่ดินตามมติคณะรัฐมนตรีเมื่อปี ๒๕๑๔ คือพื้นที่ ตำบลหมูสี อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งหนังสือดังกล่าวได้มาในชั้นคณะกรรมาธิการ ด้วยส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่งมาจากการอภิปรายไม่ไว้วางใจนายกรัฐมนตรีของพรรคฝ่ายค้าน ก็ต้องขอบคุณสำหรับข้อมูลของท่าน แล้วก็ข้อมูลที่ปะติดปะต่อเรื่องนี้มาก็ต้องขอขอบคุณ สำนักข่าวที่ได้ลงเรื่องราวต่าง ๆ ซึ่งข้อเท็จจริงเรื่องนี้มีเอกสารราชการ มีสำเนาจาก กรมพัฒนาธุรกิจการค้ามีหนังสือหารือไปยังสำนักงานคณะกรรมการที่ดินแห่งชาติ อย่างน้อย ๓-๔ ครั้ง รวมถึงมติคณะรัฐมนตรีด้วย และที่ดินในลักษณะเดียวกันนี้คณะกรรมการ ป.ป.ช. ได้ชี้มูลเจ้าหน้าที่กรมที่ดินว่าไปออกโฉนดบนพื้นที่ต้นน้ำลำธารในเขตนิคมสร้างตนเอง ลำตะคอง หรือเรียกว่าที่ น.ค. ๓ โดยไปออกพื้นที่ต้นน้ำลำธาร ซึ่งมติ ครม. ห้ามไว้ ก็ดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่ดินประมาณ ๒๐ กว่าราย รายละเอียดปรากฏอยู่ในสำนักข่าว ที่ลงไว้ ซึ่งเรื่องนี้วันที่ ๗ ผมทำหนังสือถึงรักษาการนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงมหาดไทยให้ดำเนินการแต่ยังไม่ได้รับแจ้งผลทั้งที่ผ่านมาร่วมสัปดาห์ ต่างจาก กรณีอื่นที่ท่านบอกว่า ๒ วันทำได้เลย พื้นที่ไหนก็คงจะรู้กัน ท่านประธานกลับมาดูที่ดินที่ทาง สมาชิกพรรคฝ่ายค้านได้อภิปรายเป็นที่ดินที่เกี่ยวข้องกับตัวท่านนายกรัฐมนตรีที่ถูก ศาลรัฐธรรมนูญสั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ เมื่อผมร้องไปวันที่ ๗ ยังไม่ได้คำตอบ วันที่ ๑๑ ผมก็ร้อง ป.ป.ช. สิครับ ร้อง ป.ป.ช. เพราะอะไร เพราะกล่าวหานายกรัฐมนตรีฝ่าฝืน จริยธรรมหรือไม่ ผมเอาตัวอย่างมาจากอะไรท่านประธาน คดีรัฐมนตรีช่วยท่านหนึ่งที่ ป.ป.ช. ส่งเรื่องให้ศาลฎีกา แผนกคดีจริยธรรมว่ารุกที่ป่าเขาใหญ่ ส่งไป ๒ คดี พอคดีแรกตัดสิน คดีที่ ๒ ศาลก็เลยยก เพราะว่าไม่มีผลทำให้การตัดสินเปลี่ยนแปลงไป ที่ดินที่ผมร้องที่สมาชิก พรรคฝ่ายค้านอภิปรายนั้นปัจจุบันทำเป็นธุรกิจ นำที่ดิน น.ค. ๓ ไปเป็น น.ส. ๓ มีชื่อเจ้าของ ต้นเรื่องเป็น น.ส. ๓ แล้วก็โอนเปลี่ยนเป็นโฉนด ๔ แปลง รายละเอียดก็ปรากฏในสำนักข่าว ที่เกี่ยวข้อง เมื่อเป็นเช่นนี้แล้วบังเอิญสัปดาห์ที่แล้วศาลฎีกา คดีเลือกตั้งของการได้มาซึ่ง สว. ไปตัดสินคดีหนึ่งว่าผู้สมัคร สว. ขาดคุณสมบัติ มันก็เป็นเหตุให้ผมสงสัยว่า เอ๊ะ การที่ท่าน นายกรัฐมนตรีปัจจุบันที่กำลังอยู่ในศาลรัฐธรรมนูญ ท่านอยู่ในบัญชีรายชื่อ ลำดับที่ ๑ ซึ่งมาตรา ๘๙ (๒) เขียนชัดว่าจะต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีลักษณะต้องห้าม ตามมาตรา ๑๖๐ มาตรา ๑๖๐ ก็คุ้นกับสิ่งที่เราเจอประจำก็คือ (๔) (๕) ซึ่งอดีตนายกรัฐมนตรีก่อนหน้านี้ ก็โดนไปแล้ว เรื่องนี้ก็เลยต้องนำข้อเท็จจริงต่าง ๆ ไปร้อง คือร้องทั้งรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีที่รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย แล้วก็ตัวนายกรัฐมนตรี ที่ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ด้วยว่าเข้าข่ายที่จะผิดมาตั้งแต่ยื่นบัญชีหรือไม่ อันนี้ก็เป็นเรื่อง เป็นราวที่มีข้อเปรียบเทียบต่าง ๆ แล้วทำไมถึงอยู่ในมาตรานี้ ทำไมถึงอยู่ในสำนักงาน คณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ เพราะกรมที่ดินทำหนังสือถึงสำนักงานคณะกรรมการ นโยบายที่ดินแห่งชาติ แล้วก็แนบมติ ครม. แล้วก็แนบมติของคณะกรรมการว่าพื้นที่เป็น ป่าต้นน้ำลำธาร หรือภาษาอังกฤษเรียกว่า Watershed Area ออกกรรมสิทธิ์ไม่ได้ เมื่อออกไม่ได้พยานหลักฐานต่าง ๆ ผมส่งไปปกติผมจะใช้ซอง A4 ไม่ขยายข้าง แต่ครั้งนี้ เมื่อวันที่ ๑๑ ผมต้องขยายข้างเพราะเอกสารมันเยอะ ก็เสียค่าส่งเพิ่มขึ้นมาอีกนิดหน่อย อันนี้ก็เลยเป็นเหตุที่บอกว่าเมื่อสำนักงานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติได้รับข้อหารือ จากกรมที่ดินแล้วไม่ดำเนินการก็ปรับลดสิครับ ปรับลดงบประมาณไม่มาก ๔๖๓,๓๐๐ บาท เงินไม่เยอะแต่ผลคดีตามมาเยอะแน่ อันนี้ประเด็นที่หนึ่ง

ท่านประธานต่อมาเป็นปัญหาข้อกฎหมาย เมื่อท่านนายกรัฐมนตรีหยุดปฏิบัติ หน้าที่ก็มีการตั้งรักษาการซึ่งเป็นเรื่องที่แปลก ผมก็มันนอนไม่ค่อยหลับ เช้า สาย บ่าย เที่ยง เย็น ตื่นได้ก็เปิดจอ วันที่คณะรัฐมนตรีตั้งรองนายกรัฐมนตรีรักษาการก็มีหนังสือจาก เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ตามหนังสือ ที่ นร ๐๔๐๑.๓/๗๒๗๖ ลงวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ เรื่องมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี เรียนเลขาธิการ คณะรัฐมนตรี แล้วก็ลงชื่อเลขาธิการนายกรัฐมนตรี หนังสือฉบับนี้มันแปลกตรงที่ว่า ถ้ามีสไลด์ก็เปิดด้วยมันหลายหน้าผมจะย่อให้ฟัง

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ไม่มีลายเซ็น แล้วก็เอาเข้าสู่ คณะรัฐมนตรีเลย เอาเข้าสู่ตามหนังสือดังกล่าวเสร็จแล้วคณะรัฐมนตรีก็มีมติเมื่อวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๘ ก็บอกว่าโอเคมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีรักษาการแทนนายกรัฐมนตรี ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยคนปัจจุบัน ผมว่ามันผิดขั้นตอน เพราะอะไรท่านประธาน ผมจะพูดแค่หน่วยนี้หน่วยสุดท้าย กองอำนวยการรักษาความมั่นคง ภายในผมจะไม่พูดแล้วเพื่อประหยัดเวลา เพราะก่อนหน้านี้ตามหนังสือของเลขาธิการ นายกรัฐมนตรีได้เคยเสนอขึ้นไปเหมือนกัน แต่หนังสือดังกล่าวนั้นปรากฏว่ามีลายเซ็น กราบเรียนนายกรัฐมนตรีมีลายเซ็นกำกับ คนเซ็นกำกับเห็นชอบ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ ต้องขออนุญาตเอ่ยนาม เนื่องจากเป็นรัฐมนตรี เป็น สส. สว. เรากล่าวพูดถึงได้แล้วก็ไม่ได้เสียหาย เพราะฉะนั้นจาก ๒ หนังสือนี้ก็จะเห็นว่า ฉบับที่ ๒ ที่ตั้ง รองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยรักษาการชอบหรือไม่ ทีนี้ผมจะเรียนท่านประธานว่าไม่น่าจะชอบ เพราะหนังสือฉบับนี้ที่เลขาธิการนายกเซ็นไป แล้วก็มีท่านนายกแพทองธารเซ็นเห็นชอบไปคือหนังสือบันทึกข้อความด่วนที่สุด ที่ สลค. (กบค.) ๓๐๔๙/๒๕๖๗ ลงวันที่ ๑๖ กันยายน ๒๕๖๗ แล้วอ้างข้อกฎหมาย ตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการเสนอเรื่องและการประชุมคณะรัฐมนตรี ปี ๒๕๔๘ มาตรา ๔ (๑) กับมาตรา ๗