ชวน เปิดประเด็นเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบชายแดนใต้ ชี้งบกลางต้องครอบคลุมทุกกลุ่ม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

ชวน หลีกภัย หารือการปรับเพิ่มงบประมาณรายจ่ายเพื่อรองรับกรณีฉุกเฉิน โดยเฉพาะการเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชายแดนและนโยบายความมั่นคงในภาคใต้ พร้อมเรียกร้องให้ใช้งบกลางช่วยเหลือครอบครัวผู้บาดเจ็บ ทุพพลภาพ และเสียชีวิต ทั้งประชาชนและเจ้าหน้าที่จากราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยง โดยตั้งคำถามถึงความเหลื่อมล้ำในการชดเชยและเรียกร้องความเป็นธรรมในการเยียวยาอย่างทั่วถึง

นายชวน หลีกภัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชวน หลีกภัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พรรคประชาธิปัตย์ เนื่องจากมาตรา ๖ งบประมาณรายจ่ายงบกลางได้มีการแก้ไข ผมเลยขออนุญาตท่านประธานเพื่อใช้สิทธิ ในการอภิปรายอันเนื่องมาจากกรรมาธิการได้แก้ไข มาตรา ๖ รายจ่ายงบกลางที่ตั้งเอาไว้เป็น รายจ่ายทั้งหมด ๑๒ รายการ รายการที่ ๑-๑๑ ไม่มีการแก้ไข รายการที่ ๑๒ เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เดิมตั้งไว้ ๙๘,๐๐๐ ล้านบาท กรรมาธิการได้แก้ไขเพิ่มเป็น ๙๙,๐๐๐ ล้านบาท ผมคิดว่า จะเป็นประโยชน์ถ้าจะได้ให้ข้อสังเกตบางเรื่อง ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมาเนื่องจากเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นนั้น เมื่อเราใช้ในกรณีจำเป็นจริง ๆ ก็จะเป็นประโยชน์มาก กราบเรียนท่านประธานว่ากรณีเงินกู้ กยศ. ตั้งไว้สมัยผมเป็นนายกรัฐมนตรี ขณะนี้มีปัญหา เรื่องเงินไม่พอจ่ายเนื่องจากผู้กู้คืนเงินไม่พอ การที่รัฐบาลได้ใช้เงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน จำเป็นช่วยเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เป็นประโยชน์ เพราะนักเรียนทั่วประเทศได้มีโอกาสได้ใช้ เงินก้อนนี้ในการเรียนเป็นการลดช่องว่างสังคมที่ดีที่สุดก็คือให้คนได้มีความรู้ผมก็ถือโอกาส กราบเรียนเรื่องนี้ไว้ในเบื้องต้น แต่สำหรับวันนี้ที่หยิบยกประเด็นนี้ขึ้นมาขอเวลาท่านประธาน ถ้าหากว่าเกิน ๕ นาทีไปเล็กน้อยขออนุญาตท่านด้วย เงินสำรองจ่ายกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ผมก็ดูจากมติ ครม. เมื่อวันที่ ๕ สิงหาคม ๒๕๖๘ คือกรณีที่รัฐบาลได้มีมติเห็นชอบ กรอบวงเงินเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากกรณีเหตุการณ์สถานการณ์บริเวณชายแดน ไทย-กัมพูชา พูดง่าย ๆ กรณีที่รัฐบาลจะจ่ายเงินเพื่อให้ความช่วยเหลือ เพื่อที่จะเป็นกำลังใจ และให้เจ้าหน้าที่มีกำลังใจในการทำงาน โดยรัฐบาลได้ประกาศเป็นมติให้ผู้เสียชีวิตและ ทุพพลภาพ โดยถ้าเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เช่น ทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตชด. น่าจะมี ส่วนอื่น อส. หรือไม่ผมไม่แน่ใจ แต่นี่ผมอ่านตามที่ปรากฎ ถ้าเสียชีวิตและทุพพลภาพรัฐบาล จะจ่ายให้ ๑๐ ล้านบาท ถ้าบาดเจ็บสาหัส ๑ ล้านบาท บาดเจ็บมาก ๕๐๐,๐๐๐ บาท อันนี้ เป็นย่อ ๆ ปลีกย่อย ถ้าเป็นประชาชนเสียชีวิตและทุพพลภาพ ๘ ล้านบาท บาดเจ็บสาหัส ๘๐๐,๐๐๐ บาท บาดเจ็บมาก ๔๐๐,๐๐๐ บาท มีรายละเอียดปลีกย่อยเรื่องอื่นเกี่ยวกับ เรื่องชดเชยนั้นอีกมาก แต่ว่าจะไม่ให้เสียเวลา ที่หยิบเรื่องนี้ขึ้นมาพูดต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าจะเป็น ๑๐ ล้าน ๒๐ ล้าน ๑๐๐ ล้าน เทียบกับชีวิตที่เสียไปนั้นมันไม่อาจจะ เทียบกันได้ ผมยืนยันผมพูดเรื่องนี้ในห้องนี้มาหลายครั้งว่าเราเสียหายจากความผิดพลาด นโยบายเศรษฐกิจ จะเสียหายกี่แสนล้านบาท ไม่อาจเทียบได้กับชีวิตที่เสียกับความผิดพลาด นโยบายความมั่นคง ในกรณีภาคใต้นับแต่นโยบายวันที่ ๘ เมษายน ๒๕๔๔ เป็นต้นมา ซึ่งบัดนี้เราก็สูญเสียชีวิตเจ้าหน้าที่ก็คือทหารในกองทัพไทยนั่นเอง เช่นเดียวกับทหารที่อยู่ พื้นที่ชายแดนในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เราสูญเสียทหาร ทหารพราน ตำรวจ ตชด. อส. และประชาชนเป็นจำนวนมาก กราบเรียนท่านประธานว่าตัวเลขถึง ๗,๐๐๐ กว่าคน อันนี้เสียหายหายจากเสียชีวิต เราไม่นับผู้ที่บาดเจ็บทุพพลภาพซึ่งขณะนี้มีเป็นจำนวนนับเป็น หมื่น ๆ คนรอคอยคำตอบอยู่ในขณะนี้ ผมหยิบเรื่องนี้ขึ้นมากราบเรียนท่านประธานว่า เมื่อเราเห็นคุณค่าของชีวิตมากกว่าตัวเงิน เราก็ต้องมาคิดครับว่าความมั่นคงนั้นมีด้วยกัน ทุกภาค ภาคเหนือเราคิดว่าไม่น่ามีปัญหา เราไม่มีข้อขัดแย้งกับประเทศเพื่อนบ้าน แต่ใคร จะคิดว่าอาจจะมีคนกลุ่มน้อยบางกลุ่มทำตัวเป็นปฏิปักษ์ต่อประเทศ ความมั่นคงเช่นนี้ เจ้าหน้าที่ก็ต้องเสี่ยงครับ แต่ว่าสำคัญก็คือภาคใต้ ท่านประธานที่เคารพครับต้องย้ำเรื่องนี้ เพราะเราได้สูญเสียเจ้าหน้าที่ ชีวิตคนและประชาชน ไปถึง ๗,๐๐๐ กว่าคน ผู้บาดเจ็บหลายหมื่นคน ผมต้องกราบเรียนท่านประธาน โดยส่วนตัว ก็ไปเยี่ยมเขาทุกปีที่จังหวัดตรัง นายพันตำรวจเอก ซึ่งก็ต้องขอบคุณสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ที่ดูแลเขา ที่จริงแล้วต้องชื่นชมหน่วยงานไม่ทอดทิ้งคนเหล่านี้ เพียงแต่ทุกคนจะปรารภ เหมือนกันว่าถ้าได้เพิ่มหน่อยก็จะเป็นประโยชน์ ดังนั้นจะขอใช้สิทธิในการอภิปรายมาตรา ๖ (๑๒) นี้ว่ากรณีที่เรามีมติ ครม. ไปนี้มันเกิดความรู้สึกขึ้น ๒ ด้าน ผมพยายามพูดด้านบวก ด้านที่รู้สึกน้อยเนื้อต่ำใจเกิดขึ้น ท่านประธานครับ อันนี้เป็นความจริง ๔ วันในช่วงปิดก่อนที่ เราประชุมวันนี้ผมก็มีโอกาสได้ลงไปภาคใต้ ๔ จังหวัด ไม่ได้ลงไปใน ๓ จังหวัด แต่ว่าก็ ได้รับฟังเจ้าหน้าที่ระดับที่เป็นผู้ดูแลความมั่นคงในพื้นที่มีความรู้สึก ๑. จะมีการเหลื่อมล้ำไหม นั่นเป็นทางลบ ๒. มีความรู้สึก มีความหวังว่ารัฐบาลคงจะได้ช่วยปรับชดเชยที่เขาได้รับอยู่ ขณะนี้ให้เพิ่มขึ้น จะเป็น ๑๐ ล้านบาท ๘ ล้านบาท ตามมติ ครม. วันที่ ๕ สิงหาคมหรือไม่ นั่นก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ประเด็นที่ผมคิดว่าความมั่นคงที่ผมพูดถึงนั้นในภาคใต้ต้องกราบเรียน ท่านประธานว่าเขาเสี่ยงไม่ต่างอะไรกับพี่น้องทหารของเราต้องเสี่ยงที่ชายแดนกัมพูชา กล่าวคือก็มีระเบิดขาขาด ระเบิดที่ภาคใต้บางลูกก็แรงรถยนต์ขาดทั้งท่อน เสียชีวิตหมด ทั้งคันรถไม่ใช่ขาขาดอย่างเดียว อันนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นมาในอดีตและแน่นอนในอนาคตก็เชื่อว่า ยังมีเหตุการณ์เช่นนี้อยู่ ดังนั้นความรู้สึกของผู้ที่อยู่ในพื้นที่ประสบการณ์ผ่านมาแล้วเขาย่อม มีความรู้สึกว่ามันเหลื่อมล้ำไหม แตกต่างกันไหม ผมก็เลยถือโอกาสกราบเรียนเพื่อประโยชน์ ของรัฐบาลว่าเราต้องการความสามัคคี รัฐบาลเรียกร้องความสามัคคี ความสามัคคีจะเกิดขึ้น ต่อเมื่อเราต้องปฏิบัติต่อคนสถานภาพอย่างเดียวกัน ในระดับเดียวกันแล้วจะทำให้เกิด ความรู้สึกว่าไม่ถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งผมเชื่อว่ารัฐบาลไม่คิดจะทำเช่นนั้น แต่อยากจะกราบเรียน ท่านประธานว่าเมื่อมติ ครม. วันที่ ๕ สิงหาคมเกิดขึ้นนั้น น่าจะได้มีการระลึกไว้ล่วงหน้าว่า ในที่สุดมันจะเกิดความแตกต่างผู้ดูแลความมั่นคงในบางพื้นที่นอกเหนือจากภาค ตะวันออกเฉียงเหนือและประชาชนที่ได้รับกรรมเหล่านั้นว่าเขาจะได้รับการตอบแทน เปลี่ยนแปลงไปหรือไม่ จึงอยากเรียนข้อหนึ่ง ข้อนี้ว่าประเด็นแรก โดยที่กรรมาธิการนั้น มีท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รัฐมนตรีช่วยว่าการอยู่ ซึ่งท่านเป็น ครม. และ เห็นชอบในการเพิ่มรายจ่ายสำหรับช่วยทหาร พลเรือน กรณีมติ ครม. วันที่ ๕ ท่านคงนึกไว้ ล่วงหน้าว่าถ้าอย่างนั้นพื้นที่อื่นที่มีพฤติกรรมเสี่ยงอย่างเดียวกัน ไม่แตกต่างกัน เราจะปรับเขา ให้เท่าหรือไม่ ๒. ถ้าสมมุติว่าเราไม่สามารถทำได้เราคิดว่าจะปรับไหม อันนี้ผมคิดว่าสามารถ ตอบได้ทันทีเพื่อว่าผู้ที่ติดตามสถานการณ์เขาจะได้สบายใจ แต่ตัวเลขนั้นยังไม่จำเป็น ถ้าหากว่าเรายังไม่พร้อม เพราะว่าพูดไปก็ผูกมัดตัวเอง ดังนั้นขอคำตอบเบื้องต้นว่า ๑. เราคิด ที่จะปรับชดเชยช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยที่เกิดขึ้นในภาคอื่น โดยเฉพาะในภาคเหนือหรือ ภาคใต้ที่ประสบภัยด้านความมั่นคงเช่นเดียวกันหรือไม่ กรุณาตอบอันนี้เสียก่อนว่ามีหรือไม่ ถ้ายังไม่คิดผมเสนอให้คิดนะครับ

ประเด็นที่ ๒ ก็ถือโอกาสกราบเรียนขออนุญาตว่าคนที่ประสบภัยบาดเจ็บ ทุพพลภาพอยู่ขณะนี้ ที่ผมพูดผู้เสียชีวิต ๗,๐๐๐ กว่าคนนั้น คือผู้ที่เสียชีวิตซึ่งเลยไปแล้ว แต่ครอบครัวคนที่ทุพพลภาพบาดเจ็บกระจายอยู่ทั่วไปไม่ใช่เฉพาะในภาคใต้ คนที่สูญเสีย ชีวิตและประสบภัยภาคใต้อาจจะมาจากจังหวัดอื่นครับ เช่น เชียงใหม่ ผู้พิพากษาคนเชียงใหม่เสียชีวิตที่ปัตตานี เมื่อเดือนที่แล้วตำรวจชั้นผู้น้อย จังหวัดตรังเสียชีวิตที่ยะลา พี่น้องที่ภาคอื่น ๆ ไปรับราชการในพื้นที่ ๓ จังหวัด คนเสียชีวิต ไม่ใช่ว่าคนใน ๓ หรือ ๔ จังหวัดเท่านั้น แต่คนที่อื่นก็ประสบภัยเช่นเดียวกัน ดังนั้น คำถามที่ ๒ ที่ผมจะกราบเรียนท่านประธาน รัฐบาลได้ช่วยกรุณาพิจารณาก็คือว่าคนที่ ประสบภัยไปแล้วเหล่านั้นพอที่จะมีโอกาสใช้งบกลางใน (๑๒) ที่เพิ่มขึ้น ๑,๐๐๐ ล้านบาทนี้ เพื่อเพิ่มรายจ่ายให้กับครอบครัวคนเหล่านั้นได้หรือไม่ ผมเชื่อว่าเรื่องนี้ไม่ยาก ก็กราบเรียน ขออนุญาตท่านประธานที่นำเรื่องนี้มาเพื่อให้เกิดความรู้สึกที่คนน้อยใจจะได้หมด ความน้อยใจและแน่นอนที่สุดคนที่เสี่ยงเหมือน ๆ กันจะได้รับการตอบแทนเช่นเดียวกัน ก็ขอบพระคุณครับ