สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

วิทยา แก้วภราดัย หารือเรื่องงบประมาณที่ล้วงเงินคงคลัง 125,000 ล้านบาท และกล่าวถึงความประมาทในการทำงบประมาณ โดยมองว่าโครงการที่ดีที่สุดคือการช่วยเหลือเกษตรกรให้สามารถขายผลผลิตได้ในราคาที่เหมาะสม เช่น ข้าวละ 4,000 บาท และลำไยละ 1 บาทต่อกิโลกรัม และเรียกร้องการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน เนื่องจากผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำและความมั่นคงอธิปไตยของชาติ

นายวิทยา แก้วภราดัย แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานสภาที่เคารพ กระผม วิทยา แก้วภราดัย จากพรรครวมไทยสร้างชาติ ผมได้แปรญัตติตัดงบของงบประมาณ รายจ่ายงบกลางไว้ ก็คงเป็นคำถามที่จะสอบถามจากเพื่อนกรรมาธิการที่ทำหน้าที่แทน พวกเราทั้งสภาในการไปตรวจสอบการใช้จ่ายเงินของรัฐบาลในปีหน้า

เรื่องที่ ๑ ผมมีความเห็นเหมือนเพื่อนสมาชิกสุภาพสตรีฝ่ายค้านที่อภิปราย เป็นท่านแรก คือผมสงสัยเรื่องที่เราตั้งปี ๒๕๖๙ ว่าเราจะชดใช้เงินคงคลัง ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งผมเข้าใจว่าเพื่อน ๆ ไปทำหน้าที่อยู่ ๒ เดือนเต็มด้วยความเหนื่อยยากคงมีคำตอบว่า ในปี ๒๕๖๘ ปีนี้ เราล้วงเงินคงคลังไปใช้อะไร ๑๒๕,๐๐๐ ล้านบาท และมีบทเรียนหรือยังว่า ปีหน้าจะไม่ล้วงอีก เพราะว่าถ้าเป็นการล้วงมาเพื่อจ่ายเงินเดือน จ่ายค่ารักษาพยาบาล จ่ายรายจ่ายที่เพื่อนสมาชิกพูด ๆ มาหลายคน ผมคิดว่าก็จะเป็นการกระทำงบประมาณที่ ไม่รอบคอบ ไม่ตั้งหลักให้เพียงพอ กลับมาต้องใช้ล้วงเงินคงคลัง ซึ่งเป็นความประมาทในการ ทำงบประมาณ

เรื่องที่ ๒ ที่ผมติดใจอยู่ แล้วก็คิดว่าอยากฟังความคิดเห็นจากคณะกรรมาธิการ ก็คือ ๑. ค่าใช้จ่ายเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็งของระบบเศรษฐกิจ ๒๕,๐๐๐ ล้านบาท เงินนี้ท่านประธานกับผมเป็นผู้แทนมาหลายสมัยจากต่างจังหวัด เหมือนกัน สิ่งที่เราตั้งใจมาในสภาก็คือสะท้อนความเดือดร้อนประชาชน ผมอยากเรียนถาม คณะกรรมาธิการว่าโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็ง ผมคงไม่เห็นเรื่อง ทำถนน ทำสะพาน ขอต่อตรงโน้นตรงนี้ เพราะว่าเราผู้แทนต่างจังหวัดทั้งหมดที่นั่งในนี้รู้ว่า วิกฤตที่เกิดขึ้นทางเศรษฐกิจที่รุนแรงที่สุดปีนี้ท่านประธาน ท่านก็รู้ดีว่าผลผลิตทางการเกษตร ตกต่ำที่สุด ตั้งแต่ข้าว ยางพารา ลำไย เงาะ ทุเรียน มังคุด ระเนระนาดมาหมดทุกประเภท คราวนี้ถ้าเราจะมียุทธศาสตร์ในการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างความเข้มแข็ง ผมก็อยาก เรียนถามกรรมาธิการพวกเรา ท่านมองยุทธศาสตร์ตรงนี้ไหมว่าทำอย่างไรราคาข้าวเกวียนละ ๔,๐๐๐ บาทขณะนี้ขยับขึ้นไปให้ได้ นี่คือการสร้างความเข้มแข็งทางเศรษฐกิจ ลำไย ที่กิโลกรัมละบาท และปลายฤดูแล้วขึ้นมาเท่าไรไม่รู้ทำอย่างไรให้เขายืนอยู่ได้ ผมคิดว่าอันนี้ น่าจะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ตรงที่สุด แล้วก็น่าจะมีผลมากที่สุด

เงินก้อนที่ ๒ ที่ผมต้องเรียนถามกับท่านเพื่อนสมาชิกก็คือเงินสำรองจ่าย เพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น ผมคิดว่าปัญหาประเทศชาติเรามีเรื่องหลัก ๆ ๒ เรื่อง ณ วันนี้ ๑. คือเรื่องเศรษฐกิจ เศรษฐกิจที่น่ากังวลคือเศรษฐกิจฐานราก เศรษฐกิจของเกษตรกร ซึ่งเป็นกระดูกสันหลังของประเทศทั้งหมด เรื่องที่ ๒ คือเรื่องความมั่นคง ปัญหาที่ถูกก่อกวน จากประเทศเพื่อนบ้าน ก็พูดตรง ๆ เขารู้กันหมดแล้วคือประเทศกัมพูชา ซึ่งหาเรื่องก่อกวน มาตลอด และเมื่อวานนี้ก็เพิ่งวางระเบิดเข้ามาอีกแล้ว ทหารของเราขาขาดไม่ใช่เรื่องเล็ก ผมเป็นคนที่เคยเจ็บปวดกับเรื่องการบาดเจ็บอย่างนี้มาในวัยหนุ่ม ผมรู้ว่ามันไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะฉะนั้นผมคิดว่าความจำเป็นในการสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉิน เพื่อนกรรมาธิการ มองเห็นไหมว่าเรามีเรื่องฉุกเฉิน ๒ เรื่อง เรื่องที่ ๑ คือผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ อันนี้ ประชาชน คนยากคนจนทั้งประเทศ กำลังซื้อจะกลับมาถ้าเรารู้จักใช้เงินฉุกเฉินหรือกระตุ้น เศรษฐกิจ แก้ปัญหาเศรษฐกิจลงไปถูกจุด เรื่องที่ ๒ ก็คือความมั่นคงและอธิปไตยของชาติ ผมเคยอภิปรายตั้งแต่วาระแรกว่าวันที่ผมอภิปรายเริ่มเกิดกรณีพิพาทกับเขมร ผมเรียนไว้ แล้วว่าวันนั้นเรากำลังพิสูจน์ว่าเรามีทหารไว้ทำไม ผ่านมา ๒ เดือน เราพิสูจน์ได้แล้วว่า ทหารมีไว้ทำไม ขณะเดียวกันเรื่องใหญ่ที่เราต้องมีทหารไว้ทำไมก็คือเรื่องอธิปไตย ผมคิดว่า การสำรองจ่ายฉุกเฉินท่านต้องทำใจว่าสงครามยังไม่จบ แล้วปฏิเสธไม่ได้การรุกล้ำเข้ามาวางระเบิดในเขตประเทศเราเป็นการประกาศสงคราม กลาย ๆ เพราะฉะนั้นท่านต้องเตรียมรับมือกับเรื่องนี้ กับเงินที่สำรองไว้ สุดท้ายที่จะถามก็คือ งบต่าง ๆ ที่ผมพูดเมื่อสักครู่ ไม่ว่าค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาล ค่าช่วยเหลือลูกจ้าง เบี้ยหวัด บำเหน็จ บำนาญ เงินเลื่อนเงินเดือน และเงินปรับวุฒิของข้าราชการ ท่านซักหรือยัง ตัวเลขที่ตั้งมาวันนี้เพียงพอ ไม่ใช่ปีหน้ามาล้วงเอาเงินคงคลังอีก แต่อย่างไรก็ตามผมต้องการ ทราบเงินคงคลังที่ตั้งชดเชยปีหน้า ๑๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เราใช้อะไรไปบ้าง เพื่อผมจะได้ กลับไปบอกกับประชาชนว่ารัฐบาลจำเป็นจริง ๆ จึงต้องล้วงกระป๋องออมสินลูกมาใช้กันครับ