จุติ ไกรฤกษ์ หารือเรื่องงบประมาณที่คณะกรรมาธิการวิสามัญนำเสนอมา และเรียกร้องการคำตอบจากคณะกรรมาธิการว่าเหตุผลที่อนุมัติงบประมาณนี้ และว่าได้ดูแลความเสี่ยงด้านความมั่นคงประเทศ ความเสี่ยงเสถียรภาพ ทางการเมือง ความเสี่ยงของประสิทธิผลของรัฐบาล และการตรวจสอบถ่วงดุลที่มีความอ่อนแอหรือไม่ นอกจากนี้ยังถามว่าประชาชนได้รับประโยชน์อะไรจากงบประมาณนี้ และว่าได้ดูแลความวิตกของคนไทยหรือไม่
กราบเรียนท่านประธานที่เคารพ กระผม จุติ ไกรฤกษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรครวมไทยสร้างชาติ งบประมาณที่ตั้งไว้นี้ผมก็มีคำถามมากมายกับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่ท่านนำเสนอมาเป็น ๓ เล่มนี้ว่าเหตุผลที่ท่านอนุมัติ ที่ท่านผ่านงบประมาณมาให้เราพิจารณาวันนี้มันคืออะไรบ้าง สิ่งที่ต้องกราบเรียนคือว่าความเสี่ยงด้านความมั่นคงประเทศ ความเสี่ยงเสถียรภาพ ทางการเมือง ความเสี่ยงของประสิทธิผลของรัฐบาล แล้วก็การตรวจสอบถ่วงดุลที่มีความ อ่อนแอ ทั้งหมดนี้คณะกรรมาธิการนั้นได้นำมาพิจารณาในประเด็นนี้หรือไม่ แล้วสิ่งที่จะต้อง ถามคำถามที่ ๒ ก็คือทำไมกรรมาธิการปล่อยให้ความเสี่ยงทางการคลังนั้นสร้างปัญหา ในอนาคตแน่นอน เช่น รายจ่ายสูงเกินความเป็นจริง ๒. งบประมาณไม่ส่งผลต่อเศรษฐกิจ ๓. งบผูกพันไม่สูงถึง ๓๕๑,๐๐๐ บาท แล้วก็งบประมาณขาดดุลเกินมาตรฐานถึง ๓ เท่า นี่คือคำถามที่อยากจะได้คำตอบว่าถ้าท่านให้คำตอบที่น่าพอใจแล้วผมจะได้ลงคะแนนให้ท่าน นอกจากนั้นแล้วอยากจะถามคณะกรรมาธิการด้วยว่าประชาชนได้อะไรจากการที่ท่าน จัดสรรงบประมาณชุดนี้ มีวิกฤติการเมือง วิกฤติเศรษฐกิจ วิกฤติสงครามทางการค้า วิกฤติชายแดน วิกฤติการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี สิ่งที่ท่านได้ตัดสินใจนั้นถามว่า ได้ยึดหลักอะไรบ้าง เพื่อท่านหวังว่าจีดีพีนั้นจะโต ธนาคารโลกท่านประธานครับ กำหนดว่า ๕ ประเด็นสำคัญ เพื่อปฏิรูปพลิกฟื้นการเติบโตของประเทศไทยนั้น ๑. การเสริมสร้าง ด้านความมั่นคงทุนมนุษย์ ๒. สร้างสรรค์เศรษฐกิจเชิงนวัตกรรมและพัฒนาศักยภาพ ในการแข่งขัน ๓. การพัฒนาอย่างยั่งยืน การเตรียมความพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงของโลก ๔. การเสริมสร้างความมั่นคงให้กับสถาบันการเงินและการคลังของรัฐ แล้วก็พูดถึงเรื่อง ท่องเที่ยวท่านประธาน ทั้งหมดนี้จะทำให้ประเทศไทยนั้นเป็นประเทศที่มีรายได้สูงภายใน ปี ๒๕๘๐ ผมถามท่านกรรมาธิการว่าที่ท่านพิจารณาเหล่านี้ได้ยึดหลักอะไรบ้าง นอกจากนั้นแล้ว ได้ดูไหมว่างบประมาณนี้ถึงประชาชนหรือไม่ คำถามแรกผมจะทวงก็คือว่าวันนี้ชาวนา ขอทวงเงินที่ช่วยทำนา ๑๐,๐๐๐ บาทต่อราย วันนี้ชาวนายังไม่ได้แล้วเมื่อไรจะให้เขา ท่านมี งบประมาณมากถึง ๓ ล้านล้านบาท ท่านกู้ถึง ๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท ได้คำนึงถึงความวิตก ของคนไทยไหมในการพิจารณางบประมาณ เพราะฉะนั้น ๑. ประชาชนนั้นห่วงอนาคต ตัวเองว่าจะตกงานไหม กรรมาธิการเสียงข้างน้อยพูดแล้วว่าคนอาจตกงานถึง ๗๐๐,๐๐๐ คน ในอุตสาหกรรมรถยนต์อย่างเดียว กรรมาธิการได้จัดงบประมาณเตรียมไว้รับวิกฤตินี้หรือไม่ ๒. เขาบอกว่าคอร์รัปชันห่วงมากว่าคอร์รัปชันนั้นจะมีสูง กรรมาธิการนั้นได้ดูแลในประเด็นนี้ บ้างหรือไม่ ๓. เขาห่วงเรื่องความยากจนและความไม่เท่าเทียมทางสังคม รัฐบาลได้ดูแล งบประมาณอันนี้อย่างไร นี่คือสิ่งที่เป็นกังวลของพี่น้องประชาชนทั้งหมด อยากจะให้รัฐบาล ได้ตอบว่าสิ่งที่ผมได้นำเสนอมานั้นรัฐบาลหรือกรรมาธิการนี้ได้พิจารณาละเอียดถี่ถ้วนแล้ว และสิ่งที่เขาห่วงคือเรื่องภาษีว่ามนุษย์เงินเดือนนั้นเป็นคนจ่ายภาษีแต่ได้สวัสดิการที่ ไม่เป็นธรรม ผมกราบเรียนท่านประธานว่าผมไม่สบายใจที่คณะกรรมาธิการวิสามัญ เสียงข้างน้อยหยิบยกเรื่องตึก ๆ หนึ่งที่ค่าก่อสร้างสูงถึง ๓,๘๐๐ ล้านบาท วันนี้เรามีวิกฤติ คนตกงาน ๗๐๐,๐๐๐ คน ท่านมีงบประมาณดูแลเขาเพียงพอไหม เรายังเป็นหนี้ชาวนาอยู่ ที่ยังไม่ได้จ่ายเขารายละ ๑๐,๐๐๐ ยังเป็นหนี้ชาวนาอยู่ที่บอกขอให้ไม่เผาฟางเพื่อ PM2.5 จะได้ ทั้งหมดนี้ยังไม่มีใครได้รับ สิ่งที่ห่วงก็คือว่าการพิจารณาของคณะกรรมาธิการวิสามัญนั้น ได้ดูถึงความคุ้มค่า ความจำเป็น ความเร่งด่วนของประเทศไหม ได้ตอบโจทย์ประชาชนไหมว่า วันนี้ประชาชนห่วงอะไร งบประมาณอันนี้จะตอบโจทย์เขาว่าได้ดูเรื่องความจำเป็น ความเร่งด่วนไหม เช่น ตึกที่พูดมานี้ ๓,๘๐๐ ล้านบาท ไม่ควรปรับลดด้วยซ้ำ ควรจะชะลอไป ๑-๒ ปี เพราะว่าเรามีเงินกู้สูงถึง ๘๐๐,๐๐๐ ล้านบาท พื้นที่ที่ฟังกรรมาธิการวิสามัญ เสียงข้างน้อยมาแล้วก็รับราชการเพียงแค่ ๑,๐๐๐ คน แต่พื้นที่เพิ่มขึ้นถึง ๓ เท่า ทั้งหมดนี้ ก็จะบอกได้ว่าสมมุติฐาน วิธีการ วิธีคิดของคณะกรรมาธิการวิสามัญงบประมาณได้ใช้ มือใครยาวสาวได้สาวเอา ชาวบ้านนั้นมือสั้นไปไม่ถึงหรือไม่ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้อยากจะได้ฟัง คำตอบจากคณะกรรมาธิการว่าสิ่งที่ผมถามถ้าท่านตอบได้หมดผมก็เชื่อว่าผมจะลงคะแนนให้ ด้วยความสบายใจ แต่หลายคนเห็นแล้วว่าการใช้เงินแบบเศรษฐีโดยไม่มีประเมินผลเลย อันนี้เป็นสิ่งที่อันตรายท่านประธาน ผมจะขอจบไว้เพียงแค่นี้ ประหยัดงบประมาณ ประหยัดเวลาสภาและขออนุญาตใช้คำอภิปรายของท่านวรภพ ของท่าน สส. เชียงใหม่ มาเป็นคำอภิปรายของผมเพื่อประหยัดเวลาสภา ขอบพระคุณครับ