ณัฐพล ท้วงติงงบ Soft Power 4,000 ล้าน ชี้ขาดตัวชี้วัด-เสี่ยงผลประโยชน์ทับซ้อน

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือเกี่ยวกับงบประมาณยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ในปีงบประมาณ 2569 โดยตั้งข้อสังเกตถึงความโปร่งใสในการจัดสรรงบประมาณ 4,000 ล้านบาท ซึ่งขาดตัวชี้วัดที่ชัดเจนต่อภาพลักษณ์และอิทธิพลทางวัฒนธรรมของประเทศ พร้อมทั้งวิพากษ์การมีส่วนร่วมของภาคเอกชนที่อาจเกิดความขัดแย้งของผลประโยชน์ และเรียกร้องให้มีการตรวจสอบกำกับแผนอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้โครงการต่าง ๆ หลุดออกไปจากเป้าหมายยุทธศาสตร์อย่างที่เกิดขึ้นกับโครงการอบรมผู้ประกอบการมูลค่า 32 ล้านบาท

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ พรรคประชาชน ในฐานะผู้สงวนคำแปรมาตรา ๔ ท่านประธานช่วงเช้านี้เพื่อนสมาชิกจากพรรคประชาชน ก็พูดถึงภาพรวมงบประมาณไปหลายด้าน งบก่อสร้าง งบลงทุน งบอาคารสำนักงาน งบแพลตฟอร์ม งบ Application ต่าง ๆ มีส่วนหนึ่งที่ยังไม่ได้ถูกหยิบยกขึ้นมาพูด ก็คืองบประมาณในส่วนของแผนยุทธศาสตร์ Soft Power ทำไม Soft Power ต้องถูกหยิบ นำมาพูด เพราะว่านโยบายนี้เป็นนโยบายที่นึกย้อนแล้วก็จะเป็น ๑ ใน ๒ นโยบายที่ชัดเจน จริง ๆ ของรัฐบาลปัจจุบัน ก่อนที่จะไปดูว่างบ Soft Power ในปีงบประมาณ ๒๕๖๙ ได้เท่าไร ผมอยากจะย้ำตรงนี้อีกชัด ๆ ว่าตัวเลขที่ใช้ไปจริง ๆ เป็นเท่าไร ในปี ๒๕๖๗ นโยบายของรัฐบาลเพื่อไทย งบ Soft Power ๒๕๖๗ ใช้ไปประมาณ ๖๐๐ กว่าล้านบาท ปี ๒๕๖๘ ที่ผ่านสภาไปแล้วกำลังใช้อยู่ ๒,๓๐๐ กว่าล้านบาท ส่วนในปี ๒๕๖๙ งบ Soft Power ของรัฐบาลนี้เพิ่มขึ้นมาเป็น ๔,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าสไลด์มาแล้วก็เปิดได้เลยนะครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)

ปีนี้ Soft Power ของรัฐบาล พรรคเพื่อไทยโตก้าวกระโดด จาก ๒,๐๐๐ กว่าล้านบาทปีที่แล้ว เป็น ๔,๐๐๐ ล้านบาท ในปีนี้ จำนวนสาขาอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็เพิ่มขึ้น จากเอกสารชี้แจง ๑๓ สาขา บวก ๑ หน่วยประสานงาน มีทั้งสิ้น ๙๑ โครงการ กระจายไปอยู่ใน ๒๘ หน่วยงาน หลายกระทรวง หลายกรม กอง ผมจะไม่ลงรายละเอียดในแต่ละกระทรวง ในแต่ละกรม ในแต่ละกอง ในแต่ละโครงการว่าแต่ละเรื่องเป็นอย่างไร เพราะว่าตลอด ๓ วันนี้เดี๋ยวเพื่อนสมาชิก พรรคประชาชนจะช่วยกันอภิปรายชี้ให้เห็นว่าแต่ละโครงการ แต่ละอุตสาหกรรมนั้น มัน Work หรือไม่ Work อย่างไร แต่ผมขอให้ข้อสังเกต ๓ ประการ ในภาพรวมของแผน ยุทธศาสตร์ Soft Power อย่างที่ผมบอกว่า Soft Power ๔,๐๐๐ ล้านบาท จริง ๆ ผมต้อง ชื่นชมกับทางสำนักงบประมาณที่รับข้อสังเกตของอนุกรรมาธิการที่ศึกษาการจัดทำ งบประมาณปี ๒๕๖๘ รวมถึงข้อสังเกตที่ผมอภิปรายไปในงบวาระที่หนึ่ง ปี ๒๕๖๘ ว่า สำนักงบประมาณเองควรจะทำแผนอะไรขึ้นมาสักอย่าง เพื่อให้เราเห็นโครงการ Soft Power ทั้งหมด ไม่ให้เกิดการลักลั่น ไม่ให้เกิดการมีโครงการอื่นออกอยู่นอกเหนือคณะกรรมการ ที่ท่านนายกรัฐมนตรีเป็นประธานด้วยตัวเอง อย่างไรก็ดี แผนยุทธศาสตร์สำนักงบรวมมาให้ เลยเห็นว่ามันมี ๔,๐๐๐ ล้านบาท แต่แผนยุทธศาสตร์นี้แตกต่างจากแผนอื่น ปกติแล้ว แผนยุทธศาสตร์ อย่างเช่น การท่องเที่ยวหรืออะไรก็ตามต้องมีตัวชี้วัดว่าการท่องเที่ยว หลายหน่วยงานทำรวมกันแล้วใช้เงินเท่านี้จะมีนักท่องเที่ยวมาเท่าไร จะสร้างเศรษฐกิจ จะสร้างเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวได้เท่าไร แต่แผนยุทธศาสตร์ Soft Power กลับเป็นแผนที่ ไม่มีเคพีไอในภาพรวม มันหมายถึงอะไร เมื่อมันไม่มีเคพีไอในภาพรวมมันบอกไม่ได้เลยว่า ๙๑ โครงการนี้มันสร้าง Soft Power ให้กับประเทศไทยได้อย่างไร แน่นอนในแต่ละโครงการ มันต้องมีตัวชี้วัดอยู่แล้วไม่อย่างนั้นเขาของบไม่ผ่าน แต่ตัวชี้วัดมันจะเป็นลักษณะที่ว่าจัดงานนี้ มีคนมาร่วมกี่ครั้ง พาผู้ประกอบการกลุ่มนี้เดินทางไปต่างประเทศจะต้องทำ Business Matching ได้กี่บาท อันนี้มันเป็นตัวชี้วัดด้านเศรษฐกิจ ด้านตัวเงิน ด้านตัวเลขที่จำเป็นต้องมี อยู่แล้ว แต่เคพีไอด้าน Soft Power ที่จะสร้างความเลื่อมใส ความศรัทธา ความน่าลงทุน ความรู้สึกหลงใหลกับความเป็นไทยมันไม่มีอยู่ในแผนนี้เลย นั่นคือข้อสังเกตข้อที่ ๑ แผนยุทธศาสตร์นโยบายที่คิดมาแล้วกลับไม่มีตัวชี้วัดในภาพรวม

ข้อสังเกตข้อที่ ๒ แม้ว่าปี ๒๕๖๙ จะทำแผนภาพรวมมาแล้วเพื่อให้ไม่เกิด โครงการด้าน Soft Power หรือด้านสร้างสรรค์อะไรหลุดออกไปจากแผนก็ยังคงมีโครงการ ที่หลุดออกไปจากแผน ผมยกตัวอย่างโครงการที่อยู่ในกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม ก็มีกอง กองหนึ่งเขาก็เขียนโครงการมาจะทำการอบรมสัมมนาติดอาวุธให้ผู้ประกอบการสร้างสรรค์ โครงการนี้ ๓๒ ล้านบาท ผมเป็นคนปรับลดโครงการนี้เอง ด้วยเหตุผลง่าย ๆ โครงการนี้ ไม่ได้ผ่านคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power มา ถ้าเราปล่อยโครงการนี้ออกไปแล้วเรา จะมีคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power ไปทำไม ผมคิดว่าอันนี้เป็นเหตุผลที่เพียงพอ แล้วก็สามารถปรับลดโครงการนี้ทั้งก้อนได้สำเร็จ เป็นข้อสังเกตที่ฝากไปยังคณะกรรมการ สำนัก ป.ย.ป. สำนักงบประมาณ ในเมื่อมีแผนยุทธศาสตร์มาแล้วก็ Check ให้ดี อย่าให้มี โครงการใดหลุดออกจากแผนไป

ข้อสังเกตข้อที่ ๓ คณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power ก็ต้องบอกว่า เป็นกลุ่มเอกชนที่มีความถนัดในสาขาต่าง ๆ เข้ามาช่วยกันคิดโครงการอย่างนั้นอย่างนี้ ประเด็นมันที่น่าสนใจตรงนี้ท่านประธาน เงิน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของมันเป็น งบอุดหนุน งบอุดหนุนหมายถึงอะไร ก็คือเขียนโครงการมาอุดหนุนไปให้กับเอกชนไปออก Booth ออกไปนั่นโน่นนี่ อุดหนุนให้เขาไปทำ Business Matching อย่างนั้นอย่างนี้ ซึ่งสุดท้าย ๘๐ เปอร์เซ็นต์ของ ๔,๐๐๐ ล้านบาท มันต้องมีคนใดคนหนึ่งแล้วล่ะที่ต้องได้เงิน ไปทำ ข้อสังเกตของผมคือโครงการเหล่านี้เป็นโครงการที่เอกชนต่าง ๆ ที่เขานั่งอยู่ใน คณะกรรมการเขาเป็นคนคิดขึ้นมา เสร็จแล้วโครงการเหล่านี้ก็ถูกตั้งงบประมาณขึ้นมาแล้วก็ มาวิ่งผ่านหน่วยงานต่าง ๆ อย่างที่ผมบอก ๒๘ หน่วยงาน สุดท้ายแล้วหน่วยงานก็ต้องไป เขียนโครงการนี้ขึ้นมาแล้วก็ทำการจัดซื้อจัดจ้างหรืออะไรต่าง ๆ นานา ผมถามคำหนึ่ง เอกชนที่เขาคิดโครงการขึ้นมาแล้วถ้าวันหน้างบออกไปแล้วเขาดันไม่ได้โครงการที่เราคิด ขึ้นมามันจะเกิดการโวยวายขึ้นมาไหม ผมไม่รู้การจัดซื้อจัดจ้างหรืออะไรต่าง ๆ ตามเอกสารมันก็อาจจะถูกต้องก็ได้ แต่ก็ต้องตั้งข้อสังเกตไว้ตัวโต ๆ หากโครงการเหล่านั้น ที่เอกชนเขาคิดขึ้นมาแล้วถ้าเขาได้โครงการนี้ไปแม้จะถูกต้องในกระบวนการแต่มันก็อาจจะ ถูกตั้งข้อสงสัยว่ามันเป็นผลประโยชน์ที่ทับซ้อนกันหรือเปล่า ผมเคยได้สอบถามกับทาง ป.ย.ป. เขาทำหน้าที่เป็นเลขาในที่ประชุมของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ Soft Power ผมถามเขาว่าท่านมีหลักเกณฑ์อย่างไรในการเลือกเอกชนแต่ละรายให้เข้ามานั่ง ในคณะกรรมการแต่ละสาขา ผมถามไปจนถึงทุกวันนี้ผมยังไม่ได้คำตอบเลย หน่วยงานได้แต่ อมยิ้มแล้วก็จะขอจัดส่งเป็นเอกสาร แต่ผมก็ยังไม่ทราบว่าการจะได้เป็นเอกชนผู้เชี่ยวชาญ ช่วยคิดโครงการด้าน Soft Power มีที่มาอย่างไร มีส่วนร่วมมากเพียงพอหรือเปล่า

สุดท้ายครับท่านประธาน ยุทธศาสตร์ Soft Power นโยบายหลักของรัฐบาล ปี ๒๕๖๙ จะได้ไป ๔,๐๐๐ ล้านบาท เคพีไอในภาพรวมไม่มี ไม่รู้จริง ๆ ว่าสิ่งที่ทำไปจะสร้าง ความเชื่อมั่น ความหลงใหล ความศรัทธาได้อย่างไร ซึ่งถ้าเทียบกับ Global Soft Power Index ที่เขามีการทำจริง ๆ ในระดับสากล เขาไม่ได้ดูเป็นเพียงแค่ว่าความร่ำรวยด้านวัฒนธรรม เขาไม่ได้ดูเพียงแค่ว่ากีฬาเรามีชื่อเสียง เขาดูด้านการศึกษา ธรรมาภิบาล รัฐบาล สิ่งแวดล้อม เขาดูประมาณ ๓๕ บริบท ที่มันจะส่งผลต่อ Soft Power ของประเทศนั้น ๆ แต่สิ่งที่อยู่ใน แผน ๔,๐๐๐ ล้านบาท ที่เพื่อนผมจะอภิปรายกันต่อไป ๓ อันนี้ มันดูแล้วก็เป็นเพียงแค่ ยกระดับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ต่าง ๆ ขึ้นมา และยังคงเน้นแค่มุ่งขายหารายได้แต่ไม่ได้ สร้างความศรัทธา ความหลงใหลในประเทศไทยอย่างยั่งยืน ผมยืนยันปรับลดตามที่ผมสงวนไว้ ท่านประธาน ขอบพระคุณครับ