ณัฐพงษ์ ชี้งบฯ 69 ไร้ทิศทาง ขอปฏิรูประบบเพิ่มโปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑๑ · ๑๔ สิงหาคม ๒๕๖๘

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ วิพากษ์การจัดสรรงบประมาณปี 2569 ที่ขาดความรอบคอบ ไม่ตอบโจทย์วิกฤติทั้งการเมืองและการค้า โดยตั้งข้อสังเกตถึงการเน้นรายจ่ายประจำแทนการลงทุนเพื่ออนาคต และเรียกร้องให้ปฏิรูประบบงบประมาณให้มีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพ และตรวจสอบได้ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการแท้จริงของประชาชนและเศรษฐกิจประเทศอย่างยั่งยืน

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านประธานครับ เนื่องจากผมได้แปรญัตติไว้เกือบทุกมาตรา เกือบทุกกระทรวง เพื่อที่จะสะท้อนปัญหา ให้กรรมาธิการและรัฐบาลเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณในปีนี้มีปัญหาที่ซ้ำ ๆ เหมือน ๆ กัน ในทุก ๆ กระทรวงอย่างไรบ้าง ที่ผมอาจจะขอสรุปว่าเป็นการจัดสรรงบประมาณที่คิดไม่รอบ และคิดไม่ลึก คำว่า คิดไม่รอบ ในที่นี้ก็คือไม่มีความรอบคอบ ไม่ลึก ในที่นี้ก็คืองบลงทุน ไม่ได้ถูกลงทุนไปเพื่อการสร้างอนาคตให้กับประเทศ แต่เพื่อเป็นการประหยัดเวลา ในการประชุมสภาผมจึงจะขอรวบประเด็นทั้งหมดที่ผมได้แปรญัตติไว้ในทุก ๆ กระทรวง มาอภิปรายในกรอบงบประมาณภาพรวมมาตรา ๔ นี้มาตราเดียว เพื่อทำให้การประชุม มีประสิทธิภาพมากที่สุดครับ

ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยกับเพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน โดยเฉพาะ อย่างยิ่ง ท่านศิริกัญญา ตันสกุล ที่ได้มีการอภิปรายว่าจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการปรับลด กรอบวงเงินงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ นี้เพื่อเก็บกระสุนไว้ ประหยัดพื้นที่ ทางการคลังไว้ เพื่อลงทุนสร้างอนาคตให้กับประเทศในระยะยาว ท่านประธานในขณะที่วันนี้ ประเทศไทยของพวกเราเผชิญกับ ๒ วิกฤติ ๒ สงคราม ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของวิกฤติ ชายแดนไทย-กัมพูชา วิกฤตการณ์ทางการเมืองที่รัฐบาลมีเสียงปริ่มน้ำ การประชุมสภา ในการพิจารณางบประมาณในวันนี้ก็ยังมีการตั้งคำถามอยู่เลยว่าตกลงจะผ่านได้ ไม่ได้ องค์ประชุมจะพอหรือไม่พอ มีในเรื่องของกระบวนการนิติสงครามที่ทำให้เกิดความ ไร้เสถียรภาพทางการเมือง รวมถึงสงครามทางการค้าที่เพื่อนสมาชิกหลาย ๆ ท่าน ได้อภิปรายไปแล้วว่าการแปรญัตติกลับเข้ามาของรัฐบาลในครั้งนี้มองไม่เห็นเลยว่า ท่านได้เตรียมงบประมาณสำหรับการรองรับสงครามการค้าอย่างไรบ้าง ทั้ง ๒ วิกฤติ ๒ สงคราม ในที่นี้เป็นสิ่งที่พวกเราอยากจะเห็นว่าการจัดสรรงบประมาณรายจ่าย ปี ๒๕๖๙ รัฐบาลได้เตรียมเกราะป้องกันและสร้างการลงทุนที่เป็นอนาคตให้กับประเทศอย่างไรบ้าง แต่เมื่อเราลงไปดูในรายละเอียดผลงานที่ผ่านมา ซึ่งผมไม่ขอโทษว่าเป็นความผิดพลาด ของกรรมาธิการวิสามัญ แต่ขอโทษโดยตรงว่าเป็นข้อผิดพลาดของรัฐบาลที่ท่านแปรญัตติ กลับมาไม่ตรงจุดเลย ท่านประธานปีนี้กรรมาธิการวิสามัญสามารถปรับลดงบประมาณลงไปได้ ๘,๙๒๐ ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนประมาณ ๐.๒๔ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณทั้งหมด ถึงแม้ปีนี้ เราจะสามารถปรับลดงบประมาณได้มากกว่าปีที่แล้ว เพราะปีที่แล้วปรับได้ประมาณ ๐.๒๑ เปอร์เซ็นต์ แต่ต้องบอกว่าผลงานปีนี้ยังต่ำกว่ามาตรฐาน เพราะถ้าท่านไปดูผลงาน กรรมาธิการวิสามัญย้อนหลังหลาย ๆ ปี ๕ ปีย้อนหลังจะพบว่าสัดส่วนการปรับลดได้ ในปีก่อน ๆ เฉลี่ยอยู่ที่ ๐.๔๔ เปอร์เซ็นต์ ดังนั้นสิ่งที่ผมกำลังจะสะท้อนอยู่ ณ ตอนนี้ก็คือ การทำหน้าที่อย่างเต็มที่ของกรรมาธิการวิสามัญนั้นทำได้แค่เพียงการตอดเล็กตอดน้อย ปรับลด ปรับเล็ก ๆ น้อย ๆ เท่านั้น ลองไปดูที่การแปรญัตติกลับเข้ามาของรัฐบาลบ้าง ซึ่งเป็นอำนาจหน้าที่โดยตรงของท่าน พวกเราคาดหวังว่าการแปรญัตติของท่านนี้ควรจะต้อง แปรญัตติเพื่อแก้ปัญหาให้กับประเทศจริง ๆ แต่ก็น่าผิดหวังอีกแล้วท่านประธาน เพราะการแปรญัตติกลับเข้ามานั้นถึงแม้เราจะพยายามปรับลดในส่วนของเงินลงทุน อย่างเช่น ค่าที่ดินและสิ่งก่อสร้างซึ่งเป็นงบก้อนใหญ่ที่เราปรับลดในส่วนนี้ถึง ๑ ใน ๓ เป็นงบสร้างตึก การตัดถนนต่าง ๆ ที่ไม่จำเป็นดังที่เพื่อนสมาชิกผมได้อภิปรายไปเมื่อสักครู่นี้ แต่กลับพบว่ารัฐบาลแปรญัตติกลับมาก็ไม่ได้เปลี่ยนการจัดสรรงบลงทุนไปเป็นการลงทุน เพื่อสร้างอนาคตให้กับประเทศแต่อย่างใด เรายังเห็นการจัดสรรงบประมาณที่ขาดความ รอบคอบเป็นอย่างยิ่ง ยังมีการแปรญัตติกลับเข้ามาไปลงในส่วนของรายจ่ายประจำอื่น ๆ อย่างเช่นเงินเดือนของบุคลากรที่อยู่ในองค์กรอิสระและองค์การมหาชนอื่น ๆ ผมยก ตัวอย่างเช่นเป็นค่าประกันสุขภาพขององค์กรอิสระ เป็นต้น ซึ่งรายจ่ายต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะ ตั้งมาเต็มจำนวนตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ. ในวาระที่หนึ่งแล้ว ไม่ควรที่จะมาแปรญัตติกลับเข้ามา ในวาระที่สอง ที่เกิดแบบนี้ขึ้นแปลว่าตอนที่ร่างเข้าวาระที่หนึ่งนั้นรัฐบาลไม่ได้รอบคอบเลย ที่จะทำให้ค่าใช้จ่ายประจำต่าง ๆ เหล่านี้ถูกตั้งเข้ามาอย่างเต็มจำนวนตามที่มันควรจะเป็น มิหนำซ้ำตัดเรื่องรายจ่ายประจำที่รัฐบาลคิดไม่รอบคอบออกไป ลองไปดูในส่วนของงบ ลงทุนบ้างก็ยังน่าผิดหวังครับ เพราะงบลงทุนส่วนใหญ่ของประเทศนี้หน้าตายังคงเหมือนเดิมเป็นงบการสร้างตึก ตัดถนน ขุดคลอง เราได้ Comment เราได้ให้ข้อคิดเห็นสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไปตั้งแต่ในชั้นวาระที่หนึ่ง แต่ผ่านการพิจารณาของกรรมาธิการวิสามัญ ผ่านมาจนถึงการแปรญัตติ สิ่งที่พวกเราอยากเห็น อยากเห็นรัฐบาลโยกงบประมาณไปลงทุนให้ถูกจุดแต่ก็ยังเห็นไม่ตรงจุดอยู่ดี สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้คือสิ่งที่พวกผมต้องแสดงความผิดหวังเป็นอย่างยิ่งต่อการทำหน้าที่ของรัฐบาลชุดนี้ ที่ดูเหมือนจะเพิกเฉยต่อ ๒ วิกฤติ และ ๒ สงครามที่กำลังเกิดขึ้นในประเทศ ในปัจจุบัน ท่านประธานครับ หากจะให้ผมกล่าวโดยสรุปว่าในภาพรวมผลลัพธ์ก็คือร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายประจำปีฉบับนี้ผ่านวาระที่สองมาแล้วแต่ยังดูเป็นงบที่ไม่ตอบโจทย์ ประเทศนั้นเกิดจากอะไร ผมคงจะสรุปว่าเกิดจากกระบวนการที่หูหนวก ตาบอด ขาดเข็มทิศ ไร้แผนที่ที่รัฐบาลมีอำนาจฝ่ายบริหารสามารถแก้ไขได้แต่ท่านไม่ลงมือแก้ไข หูหนวกอย่างไร ท่านประธาน หูหนวกตรงที่ไม่ฟังเสียงสภาเลย นอกจากการที่กรรมาธิการวิสามัญตัดเล็ก ตัดน้อยได้ไม่เกิน ๑ เปอร์เซ็นต์ทุก ๆ ปีแล้ว ลองดูที่เล่มรายงานฉบับนี้สิครับ ข้อสังเกต ของกรรมาธิการวิสามัญหนาเกือบครึ่งเล่ม ผมถามนิดหนึ่งท่านประธาน เราตั้งข้อสังเกตกัน อย่างยากลำบากกลับไปทุกปี ๆ ส่วนราชการมีการปรับปรุงกลับมาได้ตรงกับข้อสังเกต ของกรรมาธิการมากน้อยขนาดไหน ผมกล้าพนันว่าแทบไม่มีการแก้ไขไส้ในใด ๆ เลย เราจะเห็นแต่เล่มรายงานที่หน่วยงานเขียนกลับมาว่าได้ดำเนินการตามข้อสังเกตแล้ว แต่ท่าน ลงไปทำงานในรายละเอียดจะเห็นว่าโครงการต่าง ๆ นั้นหน้าตายังเหมือนเดิม นี่คือ กระบวนการจัดทำงบประมาณที่เสียงของสภาไม่เคยมีความหมาย สส. เป็นเพียงแค่ตรายาง ตราประทับเท่านั้นให้กับงบประมาณของส่วนราชการประจำประการ

ประการที่ ๒ ท่านประธาน กระบวนการงบประมาณนี้ตาบอดอย่างไร ตาบอดตรงที่ไม่มีความโปร่งใส อย่าลืมว่าเรายังมีเงินก้อนใหญ่ก็คือเงินนอกงบประมาณ อีกเยอะที่อยู่นอกสายตาประชาชน อยู่เหนือการตรวจสอบของสภาผู้แทนราษฎร ผมยกตัวอย่างเช่น ประเด็นที่เป็นหน้าขาวไปแล้ว อาคาร สตง. ถล่มที่เป็นเงินสะสมที่อยู่ตาม องค์กรอิสระที่เราไม่สามารถตรวจสอบได้โดยตรง งบประมาณการซื้อตึก SKYY9 ที่เพื่อน สมาชิกของผม สส. รักชนก และอีกหลาย ๆ ท่านได้อภิปรายไปก่อนหน้านี้แล้วอยู่ใน กองทุนประกันสังคมที่ซื้อแพงเกินจริง สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้เรามุ่งหวังอยากจะให้รัฐบาลเข้ามา แก้ไขกระบวนการจัดทำงบประมาณให้มีความโปร่งใสมากยิ่งขึ้น

ประการที่ ๓ กระบวนการการจัดทำงบประมาณนั้นขาดเข็มทิศ สะเปะสะปะ ไร้ทิศทางต่างคนต่างทำ อย่างที่ผมได้บอกไปแล้วว่างบลงทุนเป็นส่วนสำคัญที่จะหาทางออก ให้กับประเทศได้ผมไม่พูดซ้ำ แต่ยังคงกระจุกตัวอยู่กับการสร้างตึก ตัดถนน และขุดคลอง

ส่วนสุดท้ายครับท่านประธาน กระบวนการจัดทำงบประมาณในปัจจุบันนั้น เป็นกระบวนการจัดทำงบประมาณที่ไร้แผนที่ มองไม่เห็นภาพรวม มองไม่เห็นป่าทั้งป่า ประมาณรายจ่ายประจำปีไม่ควรเป็นเรื่องของงบประมาณรายจ่าย แต่เราต้องดูฝั่งรายได้ รายได้สำคัญอย่างไร หน่วยงานของรัฐมีรายได้อื่น ๆ ที่ไม่ต้องส่งคืนคลังอีกเยอะ อย่างเช่น รัฐพาณิชย์ ธุรกิจกองทัพ อีกหลาย ๆ ส่วนที่พวกเรายังมองไม่เห็น รวมถึงภาระทางการคลัง อื่น ๆ ของรัฐด้วย สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมพูดมา ถ้าผมมีอำนาจในฝ่ายบริหารยืนยันอีก ๑ ครั้ง เราสามารถแก้ได้เกือบทุกเรื่องเพื่อให้งบประมาณนั้นฟังเสียงสภามากขึ้น ประชาชนมองเห็น ไส้ในงบประมาณมากขึ้น มีทิศมีทางมากขึ้น แล้วเราเห็นสุขภาพทางการคลังภาพรวม ของประเทศมากยิ่งขึ้น กระบวนการแบบนี้ทำให้เราได้ผลผลิตแบบไหน ผมขอสะท้อนเสียง เล็ก ๆ น้อย ๆ เป็นตัวอย่างไม่กี่ตัวอย่าง เพื่อให้พ่อแม่พี่น้องประชาชนได้เห็นว่าการที่เรา ขาดรัฐบาลที่เอาจริงเอาจังกับเรื่องการปฏิรูประบบงบประมาณนั้นทำให้ประชาชนได้รับ พ.ร.บ. งบประมาณหน้าตาอย่างไรบ้าง ท่านประธานในขณะที่วันนี้เราส่งเสียงเรียกร้อง ให้มีการลงทุนอย่างถูกจุด แต่เพื่อนสมาชิกของผมได้บอกไปแล้วเรากลับกำลังมีการสร้าง อาคารราชการใหญ่โตสิ้นเปลือง ไม่มีความจำเป็นรวมอีกกว่า ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท ในขณะที่ ประชาชนคนไทยหลาย ๆ คนประสบปัญหาอุทกภัย ประสบปัญหาในเรื่องของการปะทะกัน ตามแนวชายแดนที่ส่งผลกระทบถึงเศรษฐกิจปากท้อง แต่เรากำลังมีการจัดสรรงบประมาณ ไปจัด Event รวม ๆ อีก ๗,๐๐๐ ล้านท่านประธาน ตั้งคำถามว่าจัด Event ไปแล้วประชาชน ได้ประโยชน์โดยตรงอะไรบ้าง เพื่อนสมาชิกของผมท่านวรภพ รวมถึงท่านภัณฑิลได้อภิปราย ไปแล้วว่าเรามีงบประมาณในการทำ App อีกเยอะแยะเต็มไปหมด ผมลองรวมตัวเลขออกมาอย่างต่ำปีนี้ ๒,๕๐๐ ล้านบาท App บน App Store Pay Store ที่เห็นคือประมาณ ๔๐๐ กว่า App แต่ยังมี App เบื้องหลังระบบเบื้องหลังที่ส่วนราชการ ทำแล้วทำอีกอยู่อีกประมาณ ๒,๐๐๐ กว่าระบบ เราจะทำกันซ้ำ ๆ ซ้อน ๆ ไปทำไม ทำให้เป็น App ผีไม่มีคนใช้ใช่หรือไม่ ยังไม่รวมในเรื่องของการใช้งบประมาณเงินในงบ กับเงินนอกงบที่มีความซ้ำซ้อน ผมยกตัวอย่างอย่างงบประมาณในการปลูกป่าท่านประธาน กฟผ. และรัฐวิสาหกิจก็มีงบประมาณในการปลูกป่าซ้ำซ้อนกับกรมป่าไม้ ยังไม่นับรวม โครงการอื่น ๆ ดังนั้นวันนี้อย่างที่ผมได้บอกปัญหาทุกปัญหาที่ผมบอกไปถ้าเราไม่ปฏิรูประบบ งบประมาณที่รัฐบาลมีอำนาจฝ่ายบริหารในการลงมือทำได้ทันทีไม่ต้องแก้กฎหมาย ไม่มีวัน เลยที่เราจะมองเห็นเงินในทุก ๆ กระเป๋าที่หน่วยงานของรัฐถืออยู่ ไม่มีวันที่เราจะสามารถ บูรณาการการใช้จ่ายเงินแผ่นดินต่าง ๆ เหล่านั้นให้พุ่งเป้ามีทิศทางและตรงจุดมากยิ่งขึ้น ทางออกของปัญหานี้ผมขอไม่ใช้เวลาในที่ประชุมในวาระนี้ในการอภิปรายเพราะเดี๋ยว จะเสียเวลา จริง ๆ กรรมาธิการติดตามงบประมาณที่ท่านประธานเองเคยเป็นอดีตประธาน คณะกรรมาธิการชุดนี้เราได้มีเล่มรายงานผลการศึกษารอเข้าสู่สภาแล้ว เดี๋ยวผมไปอภิปราย ในวาระนั้นลำดับถัดไป ก็หวังว่ารัฐบาลได้ยินเสียงสะท้อนจากผมในวันนี้อยากจะให้ท่าน หยิบเล่มรายงานผลการศึกษานี้ไปใช้ในการปฏิรูปปรับปรุงระบบงบประมาณของประเทศ ให้ดียิ่งขึ้น ท่านประธานครับ ผมขอใช้เวลาช่วงสุดท้ายนี้ประมาณไม่เกิน ๔ นาทีต่อจากนี้ เพื่ออภิปรายสรุปว่าแล้วหน้าตาของงบประมาณที่พวกผมอยากเห็น เงินลงทุนที่พวกเรา อยากเห็นควรจะมีหน้าตาแบบไหนบ้าง ท่านประธานวันนี้สิ่งที่เศรษฐกิจไทยเราต้องการ พูดให้ชัด ๆ อีก ๑ ครั้ง เราต้องการเม็ดเงินลงทุนใหม่แต่ควรจะต้องเป็นเม็ดเงินลงทุนที่สร้าง การเติบโตให้กับประเทศในอนาคตและทำให้เกิดประโยชน์กับประชาชนคนส่วนใหญ่ ในประเทศนี้ ไม่ใช่เม็ดเงินลงทุนที่กระจุกตัวอยู่ผู้ได้รับสัมปทานบางกลุ่มเท่านั้น เม็ดเงิน ลงทุนต่าง ๆ เหล่านี้ควรจะต้องสะท้อนอยู่ในร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ เพื่อทำให้นักลงทุนเขาเกิดความเชื่อมั่นและมองเห็นโอกาส แน่นอนที่สุดว่าความเชื่อมั่น มาจากในเรื่องของเสถียรภาพทางการเมือง มาจากความชอบธรรมของรัฐบาล มาจาก ในเรื่องของกลไกการถ่วงดุลตรวจสอบที่มีธรรมาภิบาล ผมเข้าใจดีว่าความเชื่อมั่นนั้นอาจจะ โยงใยไปสู่เรื่องของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ รวมถึงการที่เราจะต้องมีรัฐบาลที่มีเสถียรภาพและ มีความชอบธรรมมากยิ่งขึ้น ซึ่งสิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่สามารถแก้ไขได้ในร่าง พ.ร.บ. งบประมาณ รายจ่าย แต่ในเรื่องของการมองเห็นโอกาสท่านประธาน ผมอยากเน้นย้ำว่าถ้ารัฐบาลเตรียม ร่าง พ.ร.บ. งบประมาณรายจ่ายฉบับนี้มาดีเพียงพอ เราสามารถทำให้นักลงทุนทั้งไทย และต่างประเทศมองเห็นทิศทาง มองเห็นโอกาสตรงกันว่าอะไรคืออนาคตของประเทศไทย และเรากำลังจะเดินไปสู่จุดไหน ผมให้ข้อคิดเห็นในเรื่องของงบรายจ่ายลงทุน มาพอสมควรแล้ว สิ่งที่ผมอยากเห็น ผมลองยกตัวอย่างท่านประธาน งบลงทุน ที่พวกเราอยากเห็น ยกตัวอย่างเช่น เราอยากเห็นงบลงทุนที่นำไปปลูกป่าเศรษฐกิจ สร้าง Supply Chain อุตสาหกรรมใหม่ ๆ อย่างเช่น Biomaterial วัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ในโลกอนาคตที่จำเป็นที่จะต้องลดการปล่อยคาร์บอนออกสู่สิ่งแวดล้อม เดี๋ยวนี้หลาย ๆ ประเทศเขาเริ่มลงทุนที่เอาไม้ไปเป็นส่วนประกอบในวัสดุก่อสร้างต่าง ๆ ประเทศไทย มีจุดแข็งในเรื่องนี้ เรามีพื้นที่เยอะ ในขณะที่วันนี้เรามองไปที่สิงคโปร์เราบอกว่าคนเขาเก่ง เขาเป็น Digital Hub เป็น Financial Hub แต่เขาไม่มีที่ดินแบบประเทศไทย เขาไม่มี ทรัพยากรธรรมชาติแบบประเทศไทย นี่ล่ะครับสิ่งที่เรามีศักยภาพปลูกป่าเศรษฐกิจ ได้พื้นที่ป่า ลดคาร์บอน แถมพัฒนาต่อยอดไปเป็นอุตสาหกรรมแห่งอนาคตได้ เราอยากเห็น งบลงทุนแบบไหน ผมอยากเห็นงบลงทุนในการปลูกเมืองรอง พัฒนาคุณภาพชีวิตของพ่อแม่ พี่น้องประชาชน น้ำประปาสะอาดดื่มได้ ขนส่งสาธารณะทั่วถึงที่ทำให้คนในต่างจังหวัด มีคุณภาพชีวิตที่ดี เกิดการลงทุนกระจายความเจริญไปยังต่างจังหวัด ชวนเอกชนมาทำบริษัท พัฒนาเมือง พัฒนาประเทศร่วมกันกับรัฐบาลสิครับ แต่ถ้ารัฐบาลไม่ถือธงนำใครจะมา กล้าลงทุนท่านประธาน สิ่งที่ผมอยากเห็นงบลงทุนคืออะไรอีก ผมอยากเห็นการลงทุนปลูก Solar บนหลังคาประชาชน ประกาศให้ชัดเลยรัฐบาลจะปลูก Solar บนหลังคาประชาชน กี่ล้านหลังคาเรือน เปลี่ยนผ่านโครงสร้างพลังงานของประเทศไปสู่พลังงานสะอาด เพิ่มสัดส่วนพลังงานสะอาดกี่เปอร์เซ็นต์ว่าไป แล้วดึงดูดเม็ดเงินลงทุนให้เอกชนมาร่วมลงทุน ส่วนนี้กับรัฐบาล ประชาชนก็ได้ประโยชน์ได้ลดค่าไฟไปในตัว ผมอยากเห็นการลงทุนอะไรอีก ผมอยากเห็นการลงทุนในการปลูกข้าวอนาคตปลูก ข้าวยั่งยืนท่านประธาน เรามีของดีอยู่ใน ประเทศ เรามีข้าวหอมมะลิหลาย ๆ ตัวเป็น GI มีแต่ประเทศไทยที่มี แต่วันนี้สิ่งที่โลกต้องการ เขาไม่ได้ต้องการข้าวหอมมะลิ เขาต้องการข้าวที่รักษ์โลก เราจะเปลี่ยนกระบวนการในการ ปลูกข้าวอย่างไรให้ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นี่ล่ะครับ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ที่ผมอยากเห็น เม็ดเงินลงทุนเพื่อสร้างอนาคตให้กับประเทศ รัฐบาลมีหน้าที่ประกาศเป้าหมายให้ชัดเจน แล้วเอกชนเขาจะมาร่วมลงทุนกับพวกเรา ดังนั้นจากเหตุและผลที่ผมได้กล่าวไปทั้งหมดว่า ร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายฉบับนี้ เป็นงบที่คิดไม่รอบและคิดไม่ลึก ผมจำเป็น ที่จะต้องขอสงวนการแปรญัตติ เพื่อปรับลดกรอบวงเงินงบประมาณในภาพรวม เพื่อให้ ประเทศของเรามีพื้นที่ทางการคลังมากเพียงพอในการลงทุนอย่างถูกจุด ในการสร้างอนาคต ให้กับประเทศนี้ครับ ขอบคุณครับ