สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

รังสิมันต์ โรม หารือเรื่องพระราชกำหนดป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) และเรียกร้องการปราบปรามแก๊ง Call Center อย่างมีประสิทธิภาพ พร้อมเสนอแนะการดำเนินการเพื่อป้องกันการหน่วงบัญชี ช่วยเหลือประชาชนที่ถูกหลอก และกำหนดมาตรฐานในการรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น

นายรังสิมันต์ โรม แบบบัญชีรายชื่อ

เรียนท่านประธาน ผม รังสิมันต์ โรม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน วันนี้ขออนุญาตท่านประธาน อภิปรายต่อกรณีที่ทางรัฐบาลได้มีการตราพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปราม อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) ซึ่งก่อนที่จะไปลงถึงในเรื่องของเนื้อหาสาระ ผมก็ต้อง เรียนท่านประธานไปถึงท่านรัฐมนตรีว่าไม่ว่าอย่างไรผมก็สนับสนุนว่าตัวพระราชกำหนด ฉบับนี้อย่างไรมันก็มีความสำคัญ แล้วมันก็คงจะแก้ปัญหาในอดีตได้เพิ่มขึ้น แต่แน่นอน ผมเองก็ต้องเรียนด้วยความเคารพว่าในฐานะของผู้ที่ทำหน้าที่ในฐานะประธาน คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์และการปฏิรูปประเทศ ผมเองต้องเรียนด้วยความเคารพว่าผมมีความคาดหวังต่อกฎหมายฉบับนี้มากกว่านี้ และผมก็ มีความคาดหวังว่าเราจะเห็นการบังคับใช้ที่มีประสิทธิภาพในการที่จะแก้ปัญหาในเรื่องของ แก๊ง Call Center ที่มากกว่าที่เป็นอยู่ ท่านประธานครับ ก่อนที่จะไปลงถึงเนื้อหาผมอยากให้ เราเข้าใจว่าวันนี้เราอยู่กันตรงไหน ผมอยากให้เข้าใจว่าบรรดาพวกแก๊ง Call Center โดยสภาพของมันมันคือกลุ่มอาชญากรข้ามชาติ ซึ่งกลุ่มเหล่านี้ปกติแล้วคนที่อยู่เบื้องหลัง คนที่เป็น Master Mind คนที่เป็นตัวสำคัญคือมีการทำงานกันเป็นลักษณะขององค์กร แล้วโดยมากก็มีลักษณะของการที่พูดง่าย ๆ คือเป็นคนจีน ปัญหาที่สำคัญของเรื่องนี้ก็คือว่า กลุ่มอาชญากรข้ามชาติเหล่านี้มันมาต่อติดกับบรรดากลุ่มอาชญากรท้องถิ่น ซึ่งอาจจะเป็น ท้องถิ่นของประเทศไทยของเราที่อาจจะเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ เป็นข้าราชการที่ไม่สุจริต ทำหน้าที่ ทุจริตมาโดยตลอด หรือที่เราอาจจะเรียกนิยามสั้น ๆ ว่าเป็นไทยเทา อาจจะเป็นอาชญากร ท้องถิ่น อาจจะเป็นเมียนมาเทา อาจจะเป็นกัมพูชาเทา อาจจะเป็นลาวเทาก็เป็นไปได้ แต่เมื่อมันมีการผนวกกันสิ่งที่มันเกิดขึ้นก็คือมันกลายเป็นอาณาจักรขององค์กรอาชญากรรม ซึ่งหนึ่งในธุรกิจที่สำคัญของพวกนี้ก็คือแก๊ง Call Center ซึ่งมีหลากหลายวิธีในการหลอกลวงคน เพื่อเอาเงินไป จะเป็น Romance Scam หลอกให้รัก แล้วก็ชวนไปลงทุน สุดท้ายก็เป็นแค่ Scam อย่างหนึ่ง อาจจะเป็นในลักษณะของการหลอกให้กลัวว่าคุณไปเกี่ยวข้องกับ อาชญากรรมต่าง ๆ เหล่านี้เกิดขึ้นได้หมด ทีนี้ถ้าเกิดสมมุติถ้าเราจะแก้ปัญหาเรื่องนี้ ผมอยากจะแยกออกเป็น ๒ มิติ มิติที่ ๑ ก็คือ เป็นมิติของการทำลายโครงสร้างอาชญากรรม ซึ่งมิตินี้ผมเข้าใจดีว่าท่านรัฐมนตรี ท่านรองนายกรัฐมนตรีจะไปมีภารกิจในการดำเนินการเหล่านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แล้วผมก็เข้าใจ ดีว่า ณ วันนี้ผู้ที่ถูกมอบหมายก็คงจะต้องถูกมอบหมายเป็น สมช. ซึ่งก็คงจะประกอบไปด้วย หลัก ๆ ก็คือท่านรองนายกรัฐมนตรีภูมิธรรมที่ดูแลเรื่องงานความมั่นคง อันนี้เข้าใจ แต่ต้องเรียนตามตรงกับท่านประธานผ่านไปยังท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าขานี้ ณ วันนี้ มีปัญหา เพราะขานี้ในวันนี้ขาดความต่อเนื่องในการปราบปรามโครงสร้างอาชญากรรม สิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นคืออะไรครับ สิ่งที่มันกำลังเกิดขึ้นก็คือ ณ วันนี้บรรดาจีนเทาทั้งหลาย เริ่มกลับไปประกอบธุรกิจในลักษณะแบบเดิม ในสถานที่แบบเดิมแล้ว นั่นหมายความว่า บรรดาแก๊ง Call Center ที่อยู่ตามแนวชายแดนอย่างฝั่งเมียนมาจะกลับมาอย่างแน่นอน มากไปกว่านั้นเมื่อเราไปดูให้มันลึกซึ้ง วันนี้แก๊ง Call Center ที่ร้ายแรงไม่แพ้ไปกว่าเมียนมา ก็คือทางฝั่งกัมพูชา ภาคประชาสังคมให้ข้อมูลกับผมชัดเจนว่าจำนวน Location ของละติจูด ลองติจูดที่มีแก๊ง Call Center อยู่ที่กัมพูชา ณ วันนี้มีนับร้อยแก๊ง เราอาจจะมีความสัมพันธ์ ที่ดีกับทางกัมพูชา แต่ต้องยอมรับว่าความก้าวหน้าในการปราบปรามแก๊งเหล่านี้เป็นสัดส่วน ที่น้อยมาก ดังนั้นต้องบอกว่าในขาของการทำลายโครงสร้างของแก๊งอาชญากรขานี้ ณ วันนี้ ขาดประสิทธิภาพ

ส่วนที่ ๒ คือขาภายในประเทศ ขาภายในประเทศของแก๊ง Call Center ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของบัญชีม้า SIM ม้า แล้วก็รวมไปถึงกระเป๋า Cryptocurrency ม้า ที่มีอยู่ ซึ่งตาม พ.ร.ก. ฉบับนี้ได้มีการบังคับใช้ไปแล้ว วันนี้มาขอ Stamp จากสภานะครับ เราก็ต้องยอมรับครับท่านรองนายกรัฐมนตรี กลายเป็นว่าวันนี้แม้จะมีการบังคับใช้กฎหมาย ฉบับนี้ แต่แนวโน้มในเรื่องของแก๊ง Call Center ที่มีคนถูกหลอกกลับเริ่มเพิ่มขึ้นอย่างเห็น ได้ชัด มันแสดงให้เห็นว่ามันต้องมีปัญหาในเรื่องของประสิทธิภาพบางอย่าง ซึ่งนั่นละคืออะไร ท่านประธานครับ ในวันที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีมาชี้แจงต่อกรรมาธิการความมั่นคง มีอยู่เรื่องหนึ่งที่ผมจำได้แม่นที่ท่านรองนายกรัฐมนตรีได้นำเสนอต่อที่ประชุมของกรรมาธิการ ความมั่นคงว่าทาง DE ได้มีการเสนอให้ Ban ในเรื่องของ P2P นั่นหมายความว่าบรรดา แพลตฟอร์ม Cryptocurrency ที่จดอยู่ในประเทศไทยจะไม่สามารถอนุญาตให้มี P2P ได้ นี่คือสิ่งที่ผมได้ยินชัดจากท่านรองนายกรัฐมนตรีและผมก็คาดหวังว่าผมจะได้เห็นแบบนั้น ในพระราชกำหนดที่มีการประกาศบังคับใช้ ปรากฏว่าเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมาในห้องวิป ฝ่ายค้าน ทางกฤษฎีกาได้ชี้แจงต่อประเด็นคำถามนี้ว่าทำไมถึงไม่มีการ Ban P2P ทางกฤษฎีกาชี้แจงว่าทางกฤษฎีกาเป็นคนตัดเรื่องนี้ออกไปเอง ผมพยายามถามผู้แทน ของทางกระทรวง DE ว่าแล้วทำไมกระทรวง DE ถึงยอม ทำไมกระทรวง DE ถึงปล่อยให้ มีการตัดไปในเรื่องนี้ เพราะโดยสภาพของกฤษฎีกาคือกฤษฎีกาไม่ได้มีหน้าที่มาดูแลในเรื่อง ของนโยบายหรือ Policy ใด ๆ กฤษฎีกาทำหน้าที่แค่อย่างเดียวก็คือมาดูในเรื่องของ ความชอบด้วยกฎหมาย เข้าฟอร์มกฎหมาย ความเกี่ยวพันกับกฎหมายต่าง ๆ นั่นคือ หน้าที่หลักของกฤษฎีกา ปรากฏว่ากลายเป็นกฤษฎีกามาแทรกแซงกระบวนการการทำงาน ของ DE อย่างนี้มันแปลว่าอย่างไร ผมจึงอยากจะสอบถามท่านรองนายกรัฐมนตรีว่าไฉนเลย ท่านถึงปล่อยให้กฤษฎีกามาแทรกแซง ทำไมท่านถึงไม่ยืนยันว่าจะต้องมีการ Ban P2P ต่อไป แล้วเวลาพูดว่า Ban P2P ถ้าเราไปดูในเนื้อหาสาระเราก็พบจริง ๆ ว่าในช่วงเวลา ที่ผ่านมาที่มันมีการใช้ P2P มันมีการฟอกเงินผ่านกระบวนการ P2P จริง ๆ มีบัญชีม้า ที่โอนเงินต่อ ๆ กันไปเรื่อย ๆ แล้วปลายทางของบัญชีม้าเหล่านี้คือต้องการไปสู่ Crypto เขาก็จะไปซื้อขายกันผ่านช่องทาง P2P โดยมีม้าเลี้ยงที่ประกาศขายเพื่อฟอกเงินอีก Step หนึ่ง ทำกันเป็นขบวนการแบบนี้ ดังนั้นการ Ban P2P จึงเป็นหนึ่งในแนวทางที่สามารถทำได้ แล้วจริง ๆ DE ก็อยากจะทำ แต่กลายเป็นว่าวันนี้ไม่รู้เกิดอะไรไม่ทำ ผมเข้าใจดีว่าการ Ban P2P มันอาจจะกระทบต่อภาคเอกชน อาจจะมีข้อวิจารณ์ว่าภาคเอกชนอาจจะรู้สึกว่า การ Ban P2P แบบนี้มันอาจจะเกินสมควร ผมเข้าใจ แต่ผมถามกับท่านประธานไปยัง ท่านรัฐมนตรี DE ว่าในสถานการณ์ที่เรายังคุมแก๊ง Call Center ไม่ได้สิ่งที่เราควรจะทำ มันคืออะไร สำหรับผมนะครับวันนี้ถ้าเกิดว่าท่านต้องการที่จะแก้ปัญหา Call Center ท่านต้องมีมาตรการทุก ๆ มาตรการที่จะมั่นใจได้ว่าท่าน Control สถานการณ์ทั้งหมดได้ โดยที่เอาผลประโยชน์ของประชาชนทั่ว ๆ ไปเป็นศูนย์กลาง หมายความว่าอะไร เอาประชาชนเป็นศูนย์กลาง หมายความว่าสิ่งที่เราต้อง Care ไม่ได้บอกว่าเราต้อง Care ธนาคารเป็นลำดับแรก ไม่ได้บอกว่าต้อง Care ผู้ให้บริการ Internet เป็นลำดับแรก ไม่ได้ บอกว่าต้อง Care ผู้ให้บริการแพลตฟอร์ม Cryptocurrency เป็นลำดับแรก แต่เราต้องมั่นใจ ว่าประชาชนคนไทยจะได้รับความปลอดภัยเป็นลำดับแรก แล้วถ้าเขาถูกหลอกเขาต้องได้ เงินคืน ภาระไม่ควรจะตกเป็นของประชาชน นี่คือหลักการที่ควรจะเป็น แต่กลายเป็นว่าวันนี้ ท่านก็ยังเปิดให้มันมีช่องทางที่ท่านควบคุมไม่ได้ ซึ่งเดี๋ยวคงจะต้องติดตามกันต่อไปว่า หลังจากที่มี พ.ร.ก. ฉบับนี้จะดำเนินการกันอย่างไร

ประเด็นที่ ๒ ประเด็นในเรื่องของการหน่วงบัญชี จริง ๆ การหน่วงบัญชีเป็น ที่ถกเถียงกันเยอะว่าถ้าเรามีการหน่วงบัญชีเกิดขึ้น มันจะทำให้การทำธุรกรรมของพี่น้อง ประชาชนได้รับความเดือดร้อนหรือไม่ จริง ๆ แล้วการหน่วงบัญชีในหลายประเทศมีนะครับ แล้วมันก็ทำให้เวลาที่มีการถูกหลอกกันไปแล้วมันเป็นโอกาสในการที่จะเพิ่มความเป็นไปได้ ในการที่เหยื่อจะได้เงินคืน ปรากฏว่าในเรื่องของการหน่วงบัญชีของเราก็ไม่ปรากฏว่าจะมี ความเปลี่ยนแปลงอะไรเลย สุดท้ายสิ่งที่มันจะเกิดขึ้นก็คือถ้าพี่น้องประชาชนถูกหลอก เงินที่ จะไหลเข้าสู่บัญชีม้าแถวที่ ๑ แถวที่ ๒ แถวที่ ๓ แถวที่ ๔ มันก็ยังสามารถที่จะเดินแบบนี้ ต่อไปได้ในหลักวินาทีหรือไม่กี่นาที แล้วสุดท้ายเมื่อมันไปสู่ Cryptocurrency แล้วออกจาก กระดานแพลตฟอร์มของ Cryptocurrency ที่จดทะเบียนในประเทศไทย แล้วออกไป สู่กระเป๋าข้างนอก เราก็ตามเงินต่อไม่ได้อยู่ดี มันจะกลายเป็นแบบนั้น ดังนั้นในเรื่องของ การหน่วงบัญชี ไม่ว่าจะเป็นบัญชีธนาคาร ไม่ว่าจะเป็นบัญชี Cryptocurrency เป็นหนึ่ง ในมาตรการที่รัฐบาลควรจะต้องดำเนินการ ผมยอมรับว่าทุก ๆ มาตรการต้องมีคนที่ ได้ประโยชน์และเสียประโยชน์ ผมยอมรับว่าทุก ๆ มาตรการมีผลกระทบ แต่ถ้าเกิดว่าเรา ต้องยึดอะไรสักอย่าง วันนี้คำตอบของผมก็คือจะทำอย่างไรทำให้ประชาชนปลอดภัย และมีโอกาสได้เงินคืนมากที่สุด นี่คือประเด็นที่ ๒ ที่ผมอยากจะอภิปรายในตอนนี้นะครับ

ประเด็นที่ ๓ ถ้าลงในรายละเอียดมาตรา หนึ่งในกฎหมายที่มีการประกาศ ไปแล้ว และสภาจะต้องพิจารณาคือการให้สถาบันการเงิน ผู้ให้บริการเครือข่ายโทรศัพท์ โทรคมนาคม จะต้องมีส่วนร่วมในเรื่องของการรับผิดชอบ ฟังดูดีครับ มีส่วนร่วม ในการรับผิดชอบ สมมุติว่าความเสียหายคือ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์ มีส่วนร่วมรับผิดชอบ ๑ เปอร์เซ็นต์ก็ถือว่ามีส่วนร่วมรับผิดชอบ นั่นหมายความว่าโอกาสที่ประชาชนจะได้เงินคืน เขาจะได้คืนเท่าไร มันจะมีมาตรฐานอยู่ตรงไหน ท่านอาจจะบอกว่าในรายละเอียดของ กฎหมายที่ปรากฏเป็นลายลักษณ์อักษรมันเป็นการกำหนดหน้าที่การพิสูจน์ให้บรรดา ผู้ประกอบธุรกิจจะต้องเป็นผู้พิสูจน์นั้น ซึ่งผมเชื่อว่าผู้ประกอบการทุกคน ทุกค่ายมีทีม ทนายความเยอะแยะมากมาย ในการพิจารณาในศาลเขาจะสามารถสำแดงได้ว่าโอเคเขาทำ ตามมาตรฐานนะ นี่คือกระบวนการที่เขาทำเป็นปกติ ดังนั้นมันไม่มีความผิดพลาดในระบบ อะไรเลย ส่วนตาสีตาสาคุณจะไปเอาพยานเชี่ยวชาญจากไหนในการมาหักล้าง ผมนึกไม่ออกว่ามันจะ ทำได้ ดังนั้นการกำหนดแบบนี้ผมถือว่าไม่ได้เป็นการกำหนดภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ ให้กับบรรดาผู้ประกอบธุรกิจอย่างแท้จริง แต่เอาละเมื่อกฎหมายมันออกมาแล้ว ท่านประธาน ท่านรองนายกรัฐมนตรีครับ ข้อเสนอผมในการที่จะแก้เรื่องนี้ ในเมื่อมันออก มาแล้วนี่ท่านต้องมี Guide Book ท่านต้องมี Guide Book ในการกำหนดว่ามาตรฐานของ เรื่อง ๆ นั้นคืออะไร แล้ว Guide Book นี้จะต้องถูกปรับใช้ ไม่ว่าจะเป็นต่อผู้ให้บริการ และต่อประชาชนทั่ว ๆ ไป ถ้าประชาชนและผู้ให้บริการเขารู้ร่วมกันนี่ เวลาที่มันมีปัญหา ที่เราจะต้องขึ้นโรงขึ้นศาล Guide Book นี้จะเป็นพยานหลักฐานสำคัญในการที่จะพิสูจน์ ในชั้นศาลต่อไป แต่ผมต้องเรียนด้วยความเคารพว่า Guide Book นี้จะต้องเป็น Guide Book ที่มีลักษณะของการปกป้องผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก นี่คือประการที่ ๓ ที่ผมอยากจะใช้โอกาสนี้ในการในการเสนอแนะ

ข้อสุดท้ายที่ผมอยากจะใช้ช่วงเวลานี้ที่เหลืออีกประมาณ ๑ นาทีในการ อภิปราย วันนี้เรื่องปัญหาแก๊ง Call Center มันจะเกิดขึ้นไม่ได้เลยถ้ามันไม่มีบัญชีม้า SIM ม้า หรือแม้กระทั่งกระเป๋า Wallet ม้า ผมยกตัวอย่างอย่างธนาคาร มันมีอยู่ธนาคารหนึ่ง สีสว่าง ๆ หน่อย ข้อมูลในชั้นของความมั่นคงชี้ชัดว่ามันมีอยู่ธนาคารหนึ่งที่พวกแก๊ง Call Center นิยมไปเปิด เพราะบัญชีม้ามันเปิดได้ง่าย มาตรฐานของธนาคารแต่ละธนาคาร ด้วยความเคารพทำงานด้วยกันดีกับทางธนาคารแห่งประเทศไทย แต่ด้วยความเคารพว่ามันมี ธนาคารนี้ที่มักจะอนุญาตให้เปิดบัญชีม้าแบบนี้ คำถามก็คือว่าทำไมเราถึงไม่เห็นมีการ ดำเนินการอะไรเลยกับธนาคารแบบนี้ ดังนั้นสิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านก็คือว่าอย่างน้อย ที่สุดเราสามารถเริ่มทำให้บรรดาให้ผู้ให้บริการเหล่านี้ จะเป็นธนาคารพาณิชย์หรืออะไร ก็แล้วแต่นี่แสดงความรับผิดชอบได้เลย นี่คือสิ่งที่ผมอยากจะฝากกับท่านไว้ประการที่ ๑ ประการถัดมาเรื่อง SIM ม้าท่านลองไปดูตามแนวชายแดน ยังมีการเอาชื่อคนต่างด้าวมาสวม เป็น SIM ม้า SIM ที่เอาไว้ใช้สำหรับผิดกฎหมายอยู่หรือไม่ เรื่องนี้คงต้องฝากทางสำนักงาน ตำรวจแห่งชาติในการดำเนินการ แล้วเมื่อดำเนินการไปแล้วอย่าให้มันจบแค่การจับ SIM อย่าให้มันจบแค่นั้น แต่มันต้องไปหาให้เจอว่าระบบของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ตนี่มันมี ส่วนไหนที่ผิดพลาด มีส่วนไหนที่ต้องแก้ แล้วมันมีเจ้าหน้าที่ของผู้ให้บริการอินเทอร์เน็ต หรือผู้ให้บริการในสถาบันการเงินนี่มีใครบ้างที่ทำตัวเป็น Agent ให้กับแก๊ง Call Center นี่คือสิ่งที่ผมอยากเห็น และสุดท้ายอีกนิดเดียวท่านประธาน ใช้เวลาเกินสักนิดหนึ่ง ก่อนหน้านี้ตอนที่มีการทลายกันไปรอบหนึ่งก็มีเจ้าหน้าที่รัฐบางส่วนถูกดำเนินการกันไป บ้างแล้วโดยการย้ายแล้วตั้งกรรมการสอบ ท่านสอบกันเสร็จหรือยัง พลตำรวจตรี ต เสร็จหรือยัง แสดงให้เห็นหน่อยว่ารัฐบาลนี้จะเอาผิดกับบรรดาไทยเทา เจ้าหน้าที่รัฐเทา แสดงให้เห็น แล้วผมเชื่อว่ามาตรการต่าง ๆ ที่ท่านจะดำเนินการต่อไปประชาชนจะได้เชื่อมั่น วันนี้ท่านออกมาตรการอะไรมาก็แล้วแต่ประชาชนก็จะตั้งคำถามว่า ตกลงแล้วรัฐบาลนี้ มีแรงจูงใจมากเพียงพอจริง ๆ หรือไม่ในการที่จะปราบปรามแก๊ง Call Center และการที่ ท่านจะแสดงให้เห็นถึงสิ่งนี้ได้ท่านต้องพิสูจน์ตั้งแต่วันนี้เลย แล้วผมเชื่อว่าการทำงานของสภา แล้วก็กับทาง ครม. นี่เราจะได้ช่วยกันสนับสนุนกันและกันในการที่จะแก้ปัญหาแก๊ง Call Center ต่อไป ขอบคุณท่านประธานครับ