พิเชษฐ์ ชี้ข้อบกพร่อง พ.ร.ก. สินทรัพย์ดิจิทัล

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน อภิปรายข้อบกพร่องใน พ.ร.ก. ว่าด้วยการกำกับสินทรัพย์ดิจิทัล โดยเน้นประเด็นการพิสูจน์ความเป็นเจ้าของ คดีอาญา และการยึดทรัพย์ พร้อมเสนอแนวทางแก้กฎหมายให้ครอบคลุมผู้เล่นนอกระบบ ก่อนขอบคุณและเชิญผู้ร่วมประชุมคนต่อไปเพื่อนำเสนอความเห็นต่อในที่ประชุม

นายพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน รองประธานสภาผู้แทนราษฎร คนที่หนึ่ง

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ เชิญครับ

นายกันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ (กรุงเทพมหานคร) เรียนท่านประธานที่เคารพ ผม อ.เอท กันต์พงษ์ ประยูรศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต เขตมีนบุรีสะพานสูง วันนี้มาในนามของพรรคประชาชน มาร่วมอภิปรายเกี่ยวข้องกับ พ.ร.ก. ที่จะจัดการกับ Call Center ซึ่งแน่นอนครับ มันก็ต้องเกี่ยวข้องกับภัยที่มาจากไซเบอร์และที่สำคัญที่สุดครับ อีกหนึ่ง พ.ร.ก. ก็คือการจัดการธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลเมื่อสักครู่นี้เพื่อน ๆ หลายท่านได้กล่าวมาชัดเจนครับ ไม่ว่าจะเป็น Bitcoin Ethereum SOL อ.เอท ก็ได้มาลงทุน หมดแล้ว ซึ่งก็ค่อนข้างเสียมาเยอะนะครับ วันนี้ก็เลยขออนุญาตมาทำความเข้าใจกับพี่น้อง ว่าตัว Bitcoin หรือ Coin มันคืออะไร Model วันนี้ครับ Coin เลย ซี โอ ไอ เอ็น คอยน์ ๔ ตัวอักษรว่าทำไมปัญหาของไซเบอร์มันถึงไม่จบไม่สิ้น แล้วทำไมตัว Bitcoin หรือ Coin ต่าง ๆ เหล่านี้มันถึงสร้างให้เราต้องมานั่งแก้กัน เริ่มต้นที่ C ตัวแรกครับ C ตัวแรกของคำว่า Coin ก็คือคำว่า Criminal Case ก็แปลว่าความอาญา พ.ร.ก. ฉบับที่ล่าสุดที่เรามีมาตั้งแต่ ปี ๒๕๖๑ แล้วเราพยายามแก้ปี ๒๕๖๘ ก็ยังไม่ได้ส่งผลถึงความอาญาหรือคดีความที่เป็น Criminal Case หรือคดีความที่มันไปครอบคลุมกับบุคคลทั่วไปครับ คือต้องเรียนแบบนี้ว่า เราพยายามที่จะแก้มาตรา ๒๖ ซึ่งก็เป็นการดูแลและควบคุมผู้ประกอบการและคนที่เข้ามา อยู่ในระบบนิเวศนั้น แต่สิ่งที่เกิดขึ้นจริงคือคนที่เป็นคนนอกระบบเมื่อสักครู่นี้อย่างที่ท่าน เพื่อน ๆ ได้พูดอภิปรายไปนะครับ ก็คือเขายังไม่ได้มีการที่จะเข้ามา Register ใด ๆ ก็ตามแต่ หรือเข้ามาจดทะเบียน เพราะฉะนั้นคนที่เป็น Peer to Peer หรือคนที่นอกระบบ คนที่เป็น Minor ก็คือคนที่เคยขุด Bit นี่เขาอาจจะอยู่นอกระบบกลายเป็นช่องทางในการที่จะทำให้ ผิดกฎหมายหรือเปล่า นี่คือ C ตัวแรก Criminal Case หรือคดีความอาญาที่ยังไม่ได้มีการ บัญญัติใด ๆ ไว้เลยใน พ.ร.ก. ฉบับนี้ ต่อมาครับ คือตัว O O ในที่นี้หลายท่านอาจจะเดาว่า เป็น Opportunity เป็นโอกาส แต่ อ.เอทขอเสนอคำว่า Owner ครับท่านประธาน Owner คืออะไรครับ คือความเป็นเจ้าของ เมื่อสักครู่นี้มันต่อเนื่องเลยครับ คือ พ.ร.ก. ฉบับนี้บอกว่า เจ้าของคือผู้ประกอบการ เจ้าของ Bitcoin หรือเจ้าของ Ethereum หรือเจ้าของ SOL หรือ Bit ADA อะไรต่าง ๆ นี่ คือคนที่ลงทะเบียน แต่เจ้าของที่ไม่ลงทะเบียนอันนี้มีปัญหา เพราะคนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนอีกมากมายที่ยังไม่ได้จัดเข้าระบบซึ่งเราควรที่จะเข้าไปแก้ กฎหมาย หรือเข้าไปแก้ประกาศพระราชกำหนดตรงนั้นนะครับ ซึ่งตรงนี้ยังไม่มีเดี๋ยวจะ แนะนำให้นะครับว่าควรที่จะแก้มาตราใดบ้าง นี่คือ O ตัวที่ ๒ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น คืออะไรครับ คือคนที่เป็นเจ้าของอยู่แล้วมีคนอ้างว่าเป็นของฉัน คนที่เป็นคนอ้างสบายใจ นอนอยู่บ้าน แต่คนที่เป็นเจ้าของต้องมานั่งบอกว่าฉันเป็นเจ้าของนะ ฉันซื้อมา คือการที่จะมา นั่งพิสูจน์สิ่งนี้คือยากลำบากสำหรับคนที่เป็นเจ้าของจริง ๆ แต่คนที่อ้างกลับกลายเป็นเขามี สิทธิมากกว่า นี่คือกฎหมายมันเหลื่อมล้ำหรือเปล่าของคำว่า Owner หรือสิทธิในความเป็น เจ้าของ ต่อมาคือตัว I ตัว I นี่คิดนานมากว่าจะเป็นอะไรดี แต่สุดท้ายแล้วคำนี้ดีสุด I ที่นี้คือ คำว่า Impound Impound แปลว่าการยึดทรัพย์ เมื่อเกิดปัญหาขึ้น เมื่อตำรวจไปสืบค้น เจอว่าเฮ้ย นาย ก มันทำผิดตาม พ.ร.บ. ไซเบอร์ ต้องไปยึด Bitcoin ไปยึดมาปุ๊บ ยึดแล้ว ทำอะไรไม่ได้ครับ เพราะไม่ได้มีบัญญัติในพระราชกำหนดใด ๆ ไว้เลย ยึดมาก็ไม่ได้ ยึดมาได้ แต่อะไรครับ ยึดมาได้แต่ตัว Hardware ตัว Software ยึดแล้วก็ไม่มี Password ในการที่จะ เข้าไปบอกว่าคุณมี Bitcoin อยู่กี่ Bitcoin มี Ethereum อยู่กี่เหรียญ มันไม่สามารถทำอะไร ได้เลย ดังนั้น Impound ก็คือกฎหมายนี้วันนี้ อ.เอท เชื่อว่าถ้าเกิดท่านทำ พ.ร.ก. ชุดนี้ ออกมามันก็ยังคงรู้สึกว่าไม่มีประสิทธิภาพหรือเปล่า นี่คือสิ่งที่ อ.เอทเป็นห่วงนะครับ เพราะท่านแก้เฉพาะมาตราเดียวคือมาตรา ๒๖ ก็คือผู้ประกอบการท่านก็ต้องอย่างน้อย คิดถึงคนนอกระบบที่ไม่ได้อยู่ในระบบของผู้ประกอบการด้วย และมาถึงตัวสุดท้ายครับ Model Coin C Criminal Case O Ownership I ก็คือ Impound แปลว่าการยึด สุดท้าย คือตัว N N คืออะไรครับ คือคำว่า New ways to soft this problem ก็แปลว่าวิธีการที่จะ แก้ไขปัญหานี้ อ.เอท ขอนำเสนอ ๓ ทิศทางครับ ทิศทางที่ ๑ ก็ขอให้ท่านช่วยไปเพิ่ม คดีความทางอาญาไปเลยว่าใครที่ทำผิดอันนี้ถ้าเป็นเกี่ยวกับ Bitcoin คดีความยักยอกทรัพย์ เป็นการโกงทรัพย์ หรือกรรโชกทรัพย์ ท่านทำไปเลยตามประมวลกฎหมายอาญาของท่าน มาตรา ๑๐ มันมีไว้แล้วก็รวมเข้าไปเลย นี่คือหนทางที่ ๑ หนทางที่ ๒ ให้ท่านแก้มาตรา ๔๓ ของ พ.ร.ก. นี้ เป็นการบอกว่าคนนอกระบบทุกคนต้องเข้ามาอยู่ในระบบ เมื่อสักครู่นี้ท่านผู้ อภิปรายก่อนหน้า อ.เอทก็ได้พูดไปแล้วว่ามันมีคนนอกระบบอีกเยอะเชิญเขามาลงทะเบียน กับ ก.ล.ต. ทุกอย่างจะได้สำเร็จเสร็จสิ้น จะได้อยู่ในระบบด้วยกัน ผิดก็ต้องมีกฎหมาย มารองรับ และสุดท้ายในการที่จะแก้กฎหมายนี้ก็คือให้แก้มาตรา ๕๑ ซึ่งตรงนี้ก็คืออะไรครับ ก็คือให้ศาลที่พอยึดตัว Software หรือ Hardware มา ให้ศาลเขาบอกว่าคุณต้องเอา Password มาด้วยจะได้รู้ว่าคุณมีอะไรบ้างจะได้ยึด แล้วเอาสิ่งที่ยึดทรัพย์มาได้ หรือจะเป็น สินทรัพย์กลับคืนให้กับใครครับ ให้กับประชาชนผู้เสียหาย และนี่คือ Model Coin เพราะฉะนั้นสุดท้ายนี้ Coin ก็คือเหรียญ เหรียญมี ๒ ด้านเสมอ อ.เอท ก็อยากที่จะให้ กฎหมายของเราเป็นการกำกับและควบคุมทุนผูกขาดได้แล้ว บริษัทที่ให้บริการเรานี่ไม่ใช่มา กดขี่ข่มเหงสิทธิของประชาชน แล้ว Coin คือเหรียญ ไม่ใช่ต้องมานั่งคอยแก้ปัญหา คอยทำ สิ่งที่มันไม่ควรทำ นี่คือสิ่งที่ อ.เอท อยากจะให้เห็นครับ ขอบคุณท่านประธานครับ Respect

ขอบคุณครับ ต่อไปท่านรังสิมันต์ โรม เชิญครับ