ภูมิพัฒน์ ยัน ร่าง พ.ร.ก.ไซเบอร์คุ้มครองประชาชนจากมิจฉาชีพ

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

ภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ หารือปัญหาการหลอกลวงผ่านเทคโนโลยีที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ พร้อมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการป้องกันอย่างมีประสิทธิภาพ โดยเน้นการติดตามจับกุม ตรวจสอบบัญชีม้า และการลงทะเบียนผู้ใช้โทรศัพท์และแอปพลิเคชันเพื่อเพิ่มความโปร่งใสและความปลอดภัยในการซื้อขายออนไลน์

นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ นครพนม

กราบเรียนท่านประธาน สภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม นายภูมิพัฒน์ พชรทรัพย์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร จังหวัดนครพนม เขต ๑ พรรคเพื่อไทย จากผลกระทบมาหลายปีครับท่านประธาน พี่น้องชาวอำเภอศรีสงคราม นาหว้า นาทมและอำเภอบ้านแพง จังหวัดนครพนม ร้องเรียน กับผมมามาก และไปแจ้งความที่สถานีตำรวจก็เป็นจำนวนมาก แต่เรื่องก็เงียบหาย ๑ ปี ๒ ปี ๓ ปี ก็ยังเงียบหาย นั่นเป็นผลกระทบเป็นความเดือดร้อนของพี่น้องราษฎรของเรา และต้องขอขอบพระคุณ รัฐบาลที่ได้เสนอพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรม ทางเทคโนโลยี (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ และเสนอพระราชกำหนดการประกอบธุรกิจ สินทรัพย์ดิจิทัล (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๘ ซึ่งจะมีประโยชน์มากสำหรับพี่น้องราษฎร บริษัท ห้าง ร้าน ภาครัฐ ภาคเอกชน เพราะแต่ละคนได้รับข้อความหลอกลวงให้กดเข้าไปในเว็บไซต์ แล้วก็ได้รับโทรศัพท์หลอกลวง ได้รับการชักชวนในการลงทุนต่าง ๆ เป็นจำนวนมาก แต่ก็ไม่มีหน่วยงานไหนที่เข้าไปแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนให้พี่น้องได้อย่างรวดเร็ว ผมเองเป็นผู้แทนก็มีความหวังพึ่งในกฎหมาย ๒ ฉบับนี้ที่จะช่วยพี่น้องราษฎรของเราจะได้ ไม่ถูกหลอกลวง เพราะผมเห็นบางครั้งคนยากจนหาเช้ากินค่ำไม่ได้ติดตามข่าวสารบ้านเมือง ถูกหลอกเงินไปครั้งแรกโอนไปให้ ๒๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๒ ๕๐,๐๐๐ บาท ครั้งที่ ๓ ๘๐,๐๐๐ บาท โอนไปโอนมาถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท ผมก็สงสัยทำไมคุณตาคุณยายมีเงิน มากมายโอนเงินให้ข้อความหลอกลวงส่งพัสดุมา แล้วก็ส่งรูปตำรวจปราบปรามมา คุณตา คุณยายก็กลัวก็โอนเงินให้เขาไปเรื่อย ๆ ถูกหลอกไปถึง ๓๐๐,๐๐๐ บาท นั่นเป็นปัญหามาก ในพื้นที่ต่าง ๆ ตามที่ผ่านมาของเราใช้ระยะเวลาในการแก้ปัญหาเรื่องนี้ยาวนานมาก ผู้บริหารกระทรวงฝ่ายกฎหมายของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ตลอดจนตำรวจ ไซเบอร์ หรือหน่วยงานอื่น ๆ ควรจะเสนอกฎหมายฉบับนี้นานแล้ว ควรจะออกมาตรการ หรือมีการติดตามเร่งด่วนไม่ให้เกิดความเสียหายอย่างมากมาย อย่างท่านอดีตนายกรัฐมนตรี ท่านดอกเตอร์ทักษิณ ชินวัตร ท่านบอกไม่ใช่เรื่องยากเลยในการที่จะปราบปรามพวกแก๊ง Call Center เราดูว่าเขาโทรศัพท์จากแหล่งไหน จากที่ไหนโทรออกเยอะ ๆ หมายเลขไหน ที่โทรออกมาก ๆ ต่อวัน นั่นละคือแก๊ง Call Center เราต้องรีบไปจับกุม ตรวจสอบยึดทรัพย์ หรือข้อความไหนที่ส่งกันออกมาก ๆ มีส่งออกบ่อย ๆ นั่นคือข้อความหลอกลวงเราต้องรีบ ปิดโทรศัพท์ รีบจับกุมยึดทรัพย์ แม้กระทั่งบัญชีม้าบัญชีสีเทาบัญชีไหนที่มีคนโอนเงินเข้า มาก ๆ บ่อย ๆ โอนเข้าไปแล้วรีบถอนเงินออก นั่นคือบัญชีหลอกลวง บัญชีม้า บัญชีที่โกง พี่น้องประชาชน เราต้องรีบจับกุม นั่นคือผมก็อยากฝากทุกหน่วยงานที่รับผิดชอบ เพราะว่า ปัจจุบันนี้ประชาชนเขาไปแจ้งความเรียบร้อย ๑ ปีเงียบหาย ๒ ปีเงียบหาย ไม่มีการที่จะตอบ รับหรือไม่มีแจ้งข่าวคราวว่าผลเป็นอย่างไรบ้าง ก็คือแจ้งความก็คือได้แจ้งความไว้เฉย ๆ ตำรวจก็ไม่ดำเนินการที่จะไปติดตามจับกุมให้ บางคนเสียเงินหลักหมื่นหลักแสน หลักหลายล้านบาท ก็ฝากให้ทุกหน่วยงานได้ติดตาม จับกุม หรือตรวจสอบผลว่าไม่ได้ก็แจ้ง ว่าไม่ได้ หรือติดตามแล้วตามตัวไม่เจอ อาจจะแจ้งทาง LINE หรือทางสื่อออนไลน์อื่น ๆ ก็ได้ ที่สำคัญที่สุดทุกหน่วยงานต้องให้พี่น้องประชาชนของเราแจ้งข้อมูลข่าวสารเบาะแสต่าง ๆ ให้ได้สะดวกสบายรวดเร็ว อาจจะแจ้งทาง LINE ทางโทรศัพท์ เลข ๔ ตัว หรืออื่น ๆ ก็ได้ ปัจจุบันนี้โทรศัพท์ไปก็เงียบหายเป็นเอไอรับ แจ้งทาง LINE ก็ไม่มีการตอบรับ ไม่มีการ ติดตาม ไม่มีการแจ้งผลอะไรใด ๆ ทั้งสิ้น เป็นการสื่อสารทางเดียวจากผู้เสียหาย ก็อยากจะ ให้ทางหน่วยงานที่รับผิดชอบได้มีมาตรการได้มีการบริหารจัดการให้ดีมากยิ่งขึ้น ผู้ใช้โทรศัพท์ทุกหมายเลขต้องให้ลงทะเบียนมีรูปถ่าย ให้รู้หลักแหล่ง รู้ที่อยู่ของผู้ใช้หมายเลข โทรศัพท์ทุกหมายเลข ถ้าไม่มีแล้วเกิดปัญหาขึ้นมากมายครับ ใช้โทรศัพท์หลอกลวงหรือใช้ โทรศัพท์ไปกด Remote ระเบิด เกิดการจลาจล สร้างความเสียหายอย่างมากมาย ปัจจุบันนี้ บางคนมี ๒ หมายเลขก็ไม่ต้องลงทะเบียน มี ๕๐ หมายเลขก็ไม่ต้องลงทะเบียน แล้วก็แจ้งให้ เขาลงทะเบียน แล้วเขาไม่ไปลงทะเบียนก็ไม่มีมาตรการอื่น ๆ ต่อไป App ที่จะมีการซื้อขาย ในทางโทรศัพท์ ไม่มีการลงทะเบียนคนจะซื้อ ยกตัวอย่างซื้อทอง ๑๐,๐๐๐ บาท ๑๐๐,๐๐๐ บาท ๑ ล้านบาท ๒ ล้านบาท คนซื้อก็ไม่ทราบคนขายคือใคร ผู้บริหารคือใคร บริษัทขายทองผ่าน App ในมือถือว่าเป็นใคร ใครเป็นผู้บริหาร ที่อยู่ที่ไหนก็ไม่ทราบ ทางกระทรวงต้องให้ทุกหน่วยงานหรือภาคเอกชน บุคคลธรรมดา ลงทะเบียนให้รู้หน้าตา รู้ที่อยู่อาชีพการงาน ให้รู้ผู้บริหารของบริษัทนั้น ๆ มีใครบ้าง ในการซื้อขายทางออนไลน์ หรือผ่าน App ต่าง ๆ ถึงจะป้องกันการเกิดปัญหาต่าง ๆ เกิดขึ้น ถึงจะไม่มีปัญหาทางด้าน เศรษฐกิจ เพราะปัจจุบันนี้การซื้อขายทางออนไลน์คนนิยมซื้อขายกันมาก และเป็นธุรกิจ ที่ทำกำไรได้มาก เพราะไม่ต้องผ่านนายหน้าไม่ต้องเสีย ๓๐ เปอร์เซ็นต์ ถ้ารัฐบาลของ พรรคเพื่อไทยและพรรคร่วมได้ร่วมมือกันในการแก้ไขปัญหาเรื่องนี้ก็จะทำให้เศรษฐกิจ ของประเทศไทยของเราดีขึ้นอย่างมากมายครับ กราบขอบพระคุณครับ