วิโรจน์ ชี้งบฯ ทางหลวงประหยัดต่ำ เสี่ยงแข่งไม่โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

วิโรจน์ ลักขณาอดิศร แนะนำตัวในฐานะสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อจากพรรคประชาชน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงการจัดสรรงบประมาณของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทที่มีอัตราการประหยัดงบประมาณต่ำในโครงการใหญ่ ซึ่งสะท้อนถึงความไม่โปร่งใสในการประกวดราคา และชี้ให้เห็นปัญหาจากระบบการจัดชั้นผู้รับเหมาที่ไม่เป็นธรรม ส่งผลให้ผู้รับเหมาชั้น 1 ได้เปรียบอย่างมากจนเกิดการแข่งขันที่ไม่เท่าเทียม

นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านที่เคารพครับ ผม วิโรจน์ ลักขณาอดิศร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชนครับ

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentation)

ก่อนที่ผมจะลงรายละเอียด ในงบประมาณปี ๒๕๖๙ ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบท ผมคิดว่าพวกเรา จำเป็นต้องเข้าใจพฤติกรรมในการจัดงบประมาณของทั้ง ๒ กรมนี้เสียก่อนและงบปี ๒๕๖๙ ก็ยังจัดงบประมาณด้วยพฤติกรรมเดิมครับท่านประธาน ตั้งแต่ปีงบประมาณ ๒๕๖๐-๒๕๖๖ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีโครงการก่อสร้างทางที่มีราคากลางตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป จำนวน ๓๕ โครงการ มีราคากลางรวมกันทั้งสิ้น ๗๓,๓๔๖ ล้านบาท มีราคาชนะประมูลรวมกันเท่ากับ ๗๓,๑๗๑ ล้านบาท ดูนะครับ ราคากลางมูลค่า ๗๓,๐๐๐ ล้านบาท ๗ ปีงบประมาณการประกวดราคาประหยัดงบไปได้แค่ ๑๗๕ ล้านบาท ห่างจากราคากลางเพียงแค่ ๐.๒๔ เปอร์เซ็นต์ ประมูลกันได้เก่งมาก ๆ คิดราคากลางกันแบบ เฉือนหวิวเลยทีเดียว มาดูตัวอย่างในปีงบประมาณ ๒๕๖๖ กันครับ เริ่มต้นที่พี่ใหญ่ของเรา กรมทางหลวงเลย ยกตัวอย่าง โครงการก่อสร้างทางหลวงหมายเลข ๔๑๔๐ สายอำเภอ ท่าศาลาถึงอำเภอนบพิตำ ราคากลางอยู่ที่ ๗๙๙,๙๙๓,๔๕๖ บาท ผมต้องอ่านละเอียด อย่างนั้นเพราะมันเฉือนกันหวิวจริง ๆ ชนะประมูลกันที่เท่าไรรู้ไหม ๗๙๙,๙๐๐,๐๐๐ บาท ราคากลาง ๘๐๐ ล้านบาท ราคาชนะประมูลประหยัดงบไปได้แค่ ๙๓,๔๕๖ บาท ไม่ถึง ๑๐๐,๐๐๐ ห่างจากราคากลางแค่ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์ ประมูลแม่นเหมือนจับวาง เหมือนมี ผีเปรตสัมภเวสีมาดลจิตดลใจ มาดูที่น้องคนรองของเราบ้าง กรมทางหลวงชนบทก็ไม่ได้ น้อยหน้าพี่ใหญ่กรมทางหลวงเลย โครงการก่อสร้างถนนสาย ชบ. ๓๐๒๓ แยกทางหลวง ๓๑๕ ที่จังหวัดชลบุรี ราคากลางอยู่ที่ ๘๗๙,๙๗๖,๐๐๐ บาท ประมูลกันดุเดือดจบที่ ๘๗๙,๘๕๐,๐๐๐ บาท โครงการเกือบ ๙๐๐ ล้านบาท การประกวดราคาประหยัดงบไปได้แค่ ๑๒๐,๐๐๐ หรือ ๐.๐๑ เปอร์เซ็นต์เท่านั้น ปกป้องผลประโยชน์ของผู้รับเหมาได้อย่างสุดยอด จริง ๆ ท่านประธานครับ แรก ๆ ผมคิดว่าอาการหลอนแบบนี้จะเกิดขึ้นกับทุกโครงการของ ทั้ง ๒ กรม แต่พอเข้ามาดูโครงการก่อสร้างทางที่มีราคากลาง ๔๕๐-๕๐๐ ล้านบาทของทั้ง ๒ กรม กลับไม่พบเรื่องชวนหลอนแบบนี้ มาดูตัวอย่างกัน ผมสรุปสถิติเลย ในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๖ มีโครงการที่มีราคากลาง ๔๕๐-๕๐๐ล้านบาท อยู่ทั้งสิ้น ๑๐ โครงการ มีราคากลางร่วมกัน ๔,๖๗๘ ล้านบาท มีราคากลางชนะประมูลรวมกันที่ ๓,๙๖๖ ล้านบาท ประหยัดงบไปได้ถึง ๗๑๑ ล้านบาท คิดเป็น ๑๕.๒๑ เปอร์เซ็นต์ เมื่อสักครู่โครงการ ราคากลางตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาท ประหยัดได้แค่ ๑๐๐ กว่าล้านบาทนี่ ๑๐ โครงการ ๗๑๑ ล้านบาท นั่นหมายความว่าอย่างไร หมายความว่าเรื่องชวนหลอนในการประกวดราคากลาง ของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทจะเกิดขึ้นเฉพาะกับโครงการก่อสร้างทางที่มี มูลค่าตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไปเท่านั้น ผมมาคำนวณถ้าในปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ถึง ๒๕๖๖ โครงการก่อสร้างทางของทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทที่มีราคากลาง ตั้งแต่ ๕๐๐ ล้านบาทขึ้นไป มีการประกวดราคาอย่างเป็นธรรมเหมือนมนุษย์มนาทั่วไป เขาทำกัน ประเมินได้เลยว่า ๗ ปีงบประมาณนี้ประเทศของเราจะสามารถประหยัด งบประมาณได้เพิ่มเติมอีก ๑๔.๙๗ เปอร์เซ็นต์ หรือประมาณ ๑๐,๙๘๐ ล้านบาท เฉลี่ยก็ปีละ ประมาณ ๑,๕๖๙ ล้านบาท ผมคิดว่าเรื่องนี้คุณสุริยะในฐานะที่เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมมาหลายสมัย ก็น่าจะรู้ดี เรื่องของเรื่องสาเหตุมาจากประกาศหลักเกณฑ์จัดชั้นผู้รับเหมานั่นเองครับ พอมาดูประกาศฉบับเดิมผมไล่เรียงก่อนเสียเวลาไม่นาน เมื่อวันที่ ๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๕ ก็จะเห็นปัญหานี้อย่างชัดเจน มาดูกันครับ ผู้รับเหมาชั้น ๓ ถ้าจะเลื่อนเป็นชั้น ๒ ก็ต้องมี ผลงาน ๑ โครงการไม่ต่ำกว่า ๗๕ ล้านบาท โดยที่ผู้รับเหมาชั้น ๓ จะมีเพดานในการประกวด ราคาเป็น ๒ เท่าของผลงานซึ่งก็คือ ๑๕๐ ล้านบาท จะเลื่อนชั้นต้องเอาผลงาน ๗๕ ล้านบาท แต่ตัวเองประมูลงานมีเพดานอยู่ที่ ๑๕๐ ล้านบาท คือ ๒ เท่า ผู้รับเหมาชั้น ๒ ถ้าจะขอเลื่อน ขึ้นชั้น ๑ ก็ต้องมีผลงาน ๑ โครงการไม่ต่ำกว่า ๑๕๐ ล้านบาท แล้วเพดานเท่าไรครับ ก็ ๒ เท่า ก็อยู่ที่ ๓๐๐ ล้านบาท แต่พอมาเป็นผู้รับเหมาชั้น ๑ จะขึ้นชั้นพิเศษกำหนดว่า ต้องมีผลงาน ๑ โครงการไม่ต่ำกว่า ๔๕๐ ล้านบาท เอาสิครับ แต่ทำไมเพดานในการ ร่วมประกวดราคาของผู้รับเหมาชั้น ๑ ที่ควรจะเป็น ๒ เท่า คือ ๙๐๐ ล้านบาท กลับถูกกดให้ เหลืออยู่แค่ ๕๐๐ ล้านบาทเท่านั้น นี่คือเรื่องชวนหลอน ผู้รับเหมาชั้น ๑ ประกวดราคาได้ ไม่เกิน ๕๐๐ ล้านบาท ในขณะที่การขอเลื่อนชั้นขึ้นไปเป็นผู้รับเหมาชั้นพิเศษต้องใช้ผลงาน ๑ โครงการ ไม่ต่ำกว่า ๔๕๐ ล้านบาท และที่ผ่านมาครับ โครงการก่อสร้างทางที่มีราคากลาง ๔๕๐-๕๐๐ ล้านบาท ก็มีอยู่ไม่กี่โครงการ จากปีงบประมาณ ๒๕๖๐ ถึงปี ๒๕๖๖ กรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีโครงการที่มีราคากลาง ๔๕๐-๕๐๐ ล้านบาท ที่ผู้รับเหมาชั้น ๑ สามารถร่วมประกวดราคาแล้วใช้เป็นผลงานในการเลื่อนชั้นเป็นผู้รับเหมา ชั้นพิเศษได้แค่ ๑๐ โครงการเท่านั้น และด้วยช่องว่างเพียงแค่ ๕๐ ล้านบาท ต้องการผลงาน ๔๕๐ ล้านบาท แต่เพดานในการประมูล ๕๐๐ ล้านบาท ช่องว่างแค่ ๕๐ ล้านบาท จึงทำให้ ผู้รับเหมาชั้นพิเศษสามารถลงมาฟันราคาให้ราคาชนะประมูลอยู่ในระดับที่ต่ำกว่า ๔๕๐ ล้านบาทได้ ๔๔๙ ล้านบาทบ้าง ๔๔๘ ล้านบาทบ้าง เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้รับเหมาชั้น ๑ ชนะประมูล แล้วเอาผลงานไปขอเลื่อนชั้นเป็นชั้นพิเศษ ผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่ประเทศนี้ มีอยู่แค่ ๗๙ ราย จึงอยู่ในสภาพผูกขาดเป็นเสือนอนกินรอสัมภเวสีประจำกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทมาจัดฮั้วประมูล แล้วส่งเงินทอนให้โดยที่ไม่ต้องดิ้นรนแข่งขันอะไรเลย ผมได้ตั้งกระทู้ถามถึงนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ตอนนั้นท่านดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังด้วย เมื่อวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๖๖ และนำเรื่องนี้เข้าคณะกรรมาธิการ ติดตามงบประมาณเมื่อวันที่ ๒๓ พฤศจิกายน ๒๕๖๖ แล้วที่ประชุมวันนั้นผมพบว่า คณะกรรมการราคากลางได้มีการแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์จัดชั้นผู้รับเหมาในเบื้องต้นไปแล้ว และนายกรัฐมนตรีเศรษฐาก็ตอบกระทู้มาด้วยว่าแก้ปัญหาเบื้องต้นด้วยการเพิ่มรับเหมา ชั้น ๑ ก ขึ้นมา และขยับเพดานให้สามารถประกวดราคาได้ถึง ๖๐๐ ล้านบาท ไม่ใช่ ๕๐๐ ล้านบาทแล้ว และจะมีการแก้ไขประกาศฉบับนี้อีกครั้งหนึ่งโดยคาดว่าจะแล้วเสร็จ ในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ ดูเหมือนจะดีครับ หลังจากการประชุมกรรมาธิการผมยังไม่ลดละ ผมตั้งกระทู้แจ้งไปทางนายกรัฐมนตรีเศรษฐาเพิ่มเติมเลยว่าการเพิ่มผู้รับเหมาชั้น ๑ ก ขึ้นมา แก้ปัญหาการฮั้วประมูลไม่ได้ เนื่องจากจำนวนโครงการก่อสร้างที่มีราคากลางอยู่ที่ ๔๕๐ ถึง ๖๐๐ ล้านบาท ในแต่ละปีมีอยู่น้อยมาก และในอนาคตผมทำนายไว้ล่วงหน้าว่ากรมทางหลวง และกรมทางหลวงชนบทอาจจะจัดให้มีโครงการที่มีราคากลางสูงกว่า ๖๐๐ ล้านบาท เพื่อกีดกันไม่ให้ผู้รับเหมาชั้น ๑ ก เข้าร่วมประกวดราคา ในวันที่ ๒๓ พฤษภาคม ๒๕๖๗ ผมตามต่อครับท่านประธาน ผมเล่า Story เลย ผมเอาปัญหานี้เข้าคณะกรรมาธิการติดตาม งบประมาณอีกครั้งหนึ่ง เนื่องจากเลยกำหนดการในเดือนมีนาคม ๒๕๖๗ มานานแล้ว แต่ยังไม่มีการแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์จัดชั้นผู้รับเหมาตามที่ท่านนายกรัฐมนตรีเศรษฐา ได้ให้คำมั่นเอาไว้ ในวันนั้นผมรู้ความจริง ผู้แทนจากกรมบัญชีกลางบอกกับที่ประชุมว่า กรมบัญชีกลางมีมติให้ขยับเพดานการประกวดราคาของผู้รับเหมาชั้น ๑ ก จาก ๖๐๐ ล้านบาท เป็น ๙๐๐ ล้านบาท ไปตั้งแต่วันที่ ๒๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๗ แล้ว แต่ถูกกรมทางหลวงและ กรมทางหลวงชนบทคัดค้านจนต้องตั้งคณะทำงานขึ้นมาชุดหนึ่งเพื่อหาข้อสรุป สัมภเวสี ปรากฏตัวแล้ว ในวันนั้นผู้แทนกรมทางหลวงอ้างในที่ประชุม ตลกมากครับท่านประธาน ขำกันทั้งห้องประชุม นี่วิศวะนะครับ จบวิศวะด้วยนะ อ้างในที่ประชุมว่าการที่ต้องสงวนงาน เอาไว้ให้กับผู้รับเหมาชั้นพิเศษ เป็นเพราะอะไร แรก ๆ ผมก็คิดว่าเป็นเพราะเทคนิค ทางวิศวกรรมชั้นสูง ไม่ใช่ครับ เขาบอกว่าเป็นเพราะการจัดการจราจรระหว่างก่อสร้าง ร้องฮะกันทั้งห้องประชุมครับ เพราะเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลย เพราะการจัดการการจราจร ระหว่างการก่อสร้างเป็นเรื่องพื้นฐานที่สุดที่ไม่ว่าผู้รับเหมาชั้นไหนก็ทำได้ ผมไม่ทราบว่า ผู้แทนกรมทางหลวงมาพูดอย่างนี้ได้อย่างไร ยังครับ ผมตามเรื่องนี้ต่อครับ เล่นกับใครไม่เล่น เล่นกับวิโรจน์ ผมตั้งกระทู้ถามไปต่อเนื่องอีก ๕ กระทู้ครับ ถามรัฐมนตรีว่าการ กระทรวงการคลังไป ๓ กระทู้ และจัดกระทู้ถามไปทางรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอีก ๒ กระทู้ สาระสำคัญไม่มีอะไรครับ เพื่อตามเรื่องว่าจะแก้ไขประกาศหลักเกณฑ์จัดชั้น ผู้รับเหมาทันกับงบปี ๒๕๖๘ หรือไม่ และจะมีการจัดโครงการก่อสร้างทางเพื่อเปิดการ แข่งขันด้านราคาให้กับผู้รับเหมาชั้น ๑ ก ได้ร่วมประมูลหรือไม่ เพื่อป้องกันไม่ให้การฮั้ว ประมูลเกิดขึ้น จนถึงตอนนี้งบปี ๒๕๖๙ เข้าสภาแล้ว ผมยังไม่ได้รับคำตอบเลย แต่แม้ว่า ผมจะไม่ได้รับคำตอบตรง ๆ ผ่านราชกิจจานุเบกษา แต่ผมได้รับคำตอบทางอ้อมผ่านการจัด งบประมาณปีที่แล้วคือปี ๒๕๖๘ ทั้งกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทมีโครงการ ก่อสร้างทางที่มีราคากลาง ๔๕๐-๖๐๐ ล้านบาท ที่ผู้รับเหมาชั้น ๑ ก สามารถร่วมประกวด ราคาเพื่อขอเลื่อนชั้น มีกี่โครงการรู้หรือไม่ครับ มีโครงการเดียว ซึ่งก็คือโครงการปรับปรุง สะพานข้ามแยกพระราม ๙ ประดิษฐ์มนูธรรม แยกรามคำแหง มีราคากลางอยู่ที่ ๔๙๓,๔๑๐,๐๐๐ บาท มีโครงการเดียวครับ อำมหิตจริง ๆ ผมยกตัวอย่างให้เห็นอีกอันหนึ่ง งบปี ๒๕๖๘ เหมือนกัน มาดูการแบ่งซื้อแบ่งจ้าง อย่างกรณีโครงการทางหลวงหมายเลข ๑๑๘ สายเชียงใหม่-เชียงราย บ้านสันมะแฟน อำเภอแม่สรวย ในงบประมาณปี ๒๕๖๘ ของเราเมื่อปีที่แล้ว อยู่ดี ๆ มีการแบ่งออกเป็น ๒ ตอน ตอนที่ ๑ มีราคากลางที่ ๗๔๙,๙๙๖,๐๓๘.๖๐ บาท ตอนที่ ๒ มีราคากลางที่ ๗๔๙,๙๙๘,๑๖๑.๑๐ บาท ทั้ง ๒ ตอน มีราคากลางร่วมกันอยู่ที่ประมาณ ๑,๕๐๐ ล้านบาท ผมก็มีคำถามว่าในเมื่อจะแบ่งซื้อ แบ่งจ้างแล้วทำไมไม่แบ่งออกเป็น ๓ ตอน ซึ่งจะทำให้ราคากลางของแต่ละตอนอยู่ที่ประมาณ ๕๐๐ ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ผู้รับเหมาชั้น ๑ ก เข้าร่วมประกวดราคาได้ และจะทำให้ประเทศ สามารถประหยัดงบได้เพิ่มมากขึ้น และโครงการที่ถูกแบ่งอย่างเหมาะสมยังจะทำให้โครงการ เสร็จเร็วขึ้นอีกด้วยครับ