ไชยา พรหมา อภิปรายสนับสนุนร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยเน้นความจำเป็นในการรับมือกับความไม่แน่นอนจากสถานการณ์โลก การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ การค้า และภัยคุกคามต่างๆ พร้อมเรียกร้องให้ใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ
ท่านประธานที่เคารพ กระผม ไชยา พรหมา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดหนองบัวลำภู พรรคเพื่อไทย ผมขออภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๙ ด้วยเหตุผลดังต่อไปนี้ ท่านประธานที่เคารพครับ บนสถานการณ์ของโลกที่มีการเปลี่ยนแปลง อย่างรวดเร็วแล้วก็ส่งผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้นี้ ประเทศไทยเราต้องเผชิญกับสภาวะ ความไม่แน่นอนจากอิทธิพลที่เรียกว่าการจัดระเบียบโลกใหม่ หรือ New World Order ของประเทศมหาอำนาจ ซึ่งขณะนี้ได้เกิดขึ้นแล้วครับท่านประธาน เกิดขึ้นอย่างไรครับ ผมจะอธิบายให้ฟัง ประเทศมหาอำนาจนั้นใช้อิทธิพลของตนในการกำหนดทิศทาง กำหนด กติกาและข้อตกลง ระหว่างประเทศที่เอื้อประโยชน์ให้กับตนเอง ๒. ประเทศมหาอำนาจนั้นใช้อำนาจทาง เศรษฐกิจกดดันโน้มน้าวให้ประเทศอื่นนั้นต้องให้ปฏิบัติตามตามข้อความต้องการของตนเอง ๓. คือประเทศมหาอำนาจนั้นสร้างพันธมิตรและเครือข่ายให้กับประเทศอื่น ๆ นั้น เพื่อกำหนดทิศทางของโลกให้เป็นประโยชน์ของตนเอง ๔. ประเทศมหาอำนาจนั้นใช้อำนาจ ทางการทหารเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของตน หรือกดดันประเทศอื่น ๆ ให้ปฏิบัติตาม ความต้องการของตนเอง เหมือนอย่างที่เรากำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้ ความตึงเครียดทางด้าน เศรษฐกิจและการค้าระหว่างประเทศ ซึ่งประเทศไทยเรานั้นเป็นประเทศที่พึ่งพาการส่งออก ที่มีสัดส่วนถึง ๗๐ เปอร์เซ็นต์ต่อจีดีพี บนสถานการณ์ในปัจจุบันและผลกระทบต่อนโยบาย ภาษีของสหรัฐอเมริกา เราต้องเผชิญกับกำแพงภาษีครั้งใหญ่กับประเทศคู่ค้าอย่าง สหรัฐอเมริกา ขณะเดียวกันเราต้องเผชิญกับภัยธรรมชาติ เราต้องเผชิญกับภัยคุกคามในโลก ของไซเบอร์ ผลกระทบกรณีภาษีสหรัฐอเมริกาหรือที่เรียกว่าทำ Trump’s Tariff นั้น ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของไทยอย่างเห็นชัดเจน กระทบภาคการส่งออก ภาคอุตสาหกรรม ภาคการผลิตและภาคการเกษตร ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้เป็นความเสี่ยง ที่มิอาจหลีกเลี่ยงได้ และเป็นภาวะที่ทุกคนต้องเผชิญ รัฐบาลภายใต้การนำของพรรคเพื่อไทย เราได้เตรียมความพร้อมสำหรับประเทศนี้ เพราะมีปัจจัยภายนอกที่เราไม่สามารถที่จะ หลีกเลี่ยงได้ เราจะรับมือกับสถานการณ์ที่เราไม่ได้ควบคุม หรือว่าสถานการณ์ที่เราไม่ได้ สร้างขึ้นอย่างไร อันนี้คือสิ่งที่จะต้องท้าทาย บนสถานการณ์โครงสร้างสังคมที่มีความ เปลี่ยนแปลงไปนำมาซึ่งการปรับตัว ปรับเปลี่ยนนโยบายอย่างทันท่วงทีของรัฐบาล ทั้งนี้ เพื่อสร้างหลักประกันและรักษาผลประโยชน์ของประเทศ เพื่อความอยู่รอดของพี่น้อง ประชาชนในสภาวะของความไม่แน่นอนผ่านพระราชบัญญัติงบประมาณฉบับนี้ ท่านประธานครับ มาดูภาพรวมของงบประมาณปี ๒๕๖๙ ครม. ได้อนุมัติงบประมาณ ในกรอบวงเงิน ๓.๗๘ ล้านล้านบาท และในการนี้ท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้มีข้อสั่งการที่เป็นสาระสำคัญอยู่ ๓ ประการด้วยกัน ๑. คือให้หน่วยรับ งบประมาณนั้นใช้งบประมาณอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ๒. ให้หน่วยรับงบประมาณ สามารถนำเงินนอกงบประมาณมาใช้และพิจารณาแหล่งเงินกู้อื่น ๆ ได้ ๓. เร่งรัด การเบิกจ่ายงบลงทุนเพื่อการกระตุ้นเศรษฐกิจ หรือการลงทุนภาครัฐที่ส่งผลต่อการเติบโต จีดีพีของประเทศ โดบคาดการณ์ว่างบประมาณปี ๒๕๖๙ นั้น มีเป้าหมายสำคัญคือ การเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ หรือที่เรียกว่า Efficiency Growth ซึ่งแนวทางดังกล่าวนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมของประเทศในการรับมือกับความท้าทายที่กำลังจะเกิดขึ้น เพราะในเมื่อหน่วยรับงบประมาณได้รับการจัดสรรงบประมาณแล้วจะต้องดำเนินการในการ ใช้จ่ายงบประมาณให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างมีประสิทธิภาพ และสามารถผลักดันการ เติบโตทางด้านเศรษฐกิจของประเทศได้ในอนาคต เรามาดูภาพรวมของงบประมาณครับ ท่านประธาน งบประมาณรายจ่ายตั้งไว้ที่ ๓.๗๘ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๑๘.๙ เปอร์เซ็นต์ ต่อจีดีพี ประมาณการรายรับอยู่ที่ ๒.๙ ล้านล้านบาท คิดเป็น ๑๔.๖ เปอร์เซ็นต์ ต่อจีดีพี มีการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท คิดเป็น ๔.๓ เปอร์เซ็นต์ ต่อจีดีพี สรุปงบประมาณแบ่งออกมีรายละเอียดดังนี้ เป็นงบกลาง ๖๓๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายของหน่วยรับงบประมาณ ๑.๔ ล้านล้านบาท งบประมาณรายจ่าย บูรณาการ ๙๐,๐๐๐ ล้านบาท งบรายจ่ายบุคลากร ๘๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณ รายจ่ายสำหรับเงินทุนหมุนเวียนอยู่ที่ ๒๗๐,๐๐๐ ล้านบาท และงบประมาณรายจ่าย เพื่อชำระหนี้ภาครัฐอยู่ที่ ๔๒๐,๐๐๐ ล้านบาท งบประมาณรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง ๑๒๐,๐๐๐ ล้านบาท สภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติมีการคาดการณ์ว่าจีดีพี ของประเทศนั้นจะเติบโตอยู่ในระดับที่ ๒.๓-๓.๓ เปอร์เซ็นต์ มีการคาดการณ์ว่าตัวเลขของ จีดีพีนั้นจะอยู่ที่ ๒๐ ล้านล้านบาท ---------------------------------------------------------- ด้วยงบประมาณรายจ่ายประจำปีน้อยกว่ารายรับ ดังนั้นรัฐบาลจึงมีความจำเป็นเนื่องจาก รายรับมีความจำเป็นน้อยกว่ารายจ่ายนั้น รัฐบาลจึงมีความจำเป็นต้องกู้เงินเพื่อชดเชย การขาดดุลงบประมาณ ๘๖๐,๐๐๐ ล้านบาท รัฐบาลเลิกใช้งบประมาณรายจ่ายนั้น เป็นเครื่องมือสำคัญในการรักษาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศในช่วงเวลาที่โลก ต้องเผชิญกับความผันผวนที่เกิดจากเศรษฐกิจระหว่างประเทศ และเกิดจากผลกระทบ ที่ตกค้างจากวิกฤติต่าง ๆ ของประเทศในหลายช่วงปีที่ผ่านมา โดยในปีนี้รัฐบาลเราเดินหน้า ลดภาระหนี้ในระยะยาวอย่างมั่นคงด้วยการตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชดเชยเงินคงคลัง สูงถึง ๑๒๓,๐๐๐ ล้านบาท พร้อมทั้งลดการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณลดลง จากปีที่ผ่านมา ดังนั้นการลดลงของเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณในปี ๒๕๖๙ เป็นการสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการใช้จ่ายเงินและการเพิ่ม ประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ และลดภาระของการขาดดุลงบประมาณ ลดการกู้เงิน ในระยะยาวเพื่อสร้างความมั่นคงทางสถานะทางการคลังของประเทศ และการเผชิญกับ ความจำเป็นในการใช้จ่ายเงินเพื่อการฟื้นฟูเศรษฐกิจ และสร้างโอกาสใหม่ ๆ ให้กับประเทศ งบประมาณปี ๒๕๖๙ ไม่ใช่เพียงเอกสารตัวเลขเท่านั้น แต่เป็นแนวทางของรัฐบาลที่เชื่อว่า ประเทศไทยจะสามารถยืนอยู่บนความมั่นคงท่ามกลางกระแสโลกที่มีความเปลี่ยนแปลง หากเราได้รู้จักการวางน้ำหนักให้ถูกต้องระหว่างการใช้จ่ายงบประมาณ การกู้เงิน การสร้าง ความมั่นคงทางการคลัง จะเป็นแนวทางในการสร้างความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตา ของชาวโลก ทั้งหมดนี้คือการบริหารงบประมาณอย่างมีวินัย และยังสามารถลงทุน เพื่ออนาคตของประเทศ โดยไม่ต้องแลกมากับความเสี่ยงทางด้านการคลังจนเกินความ จำเป็น หนึ่งในแนวทางของรัฐบาลในการจัดทำงบประมาณก็คือการเปลี่ยนโครงสร้าง การจัดทำงบประมาณจากการจัดงบประมาณแบบรวมศูนย์ไปสู่การกระจายอำนาจ การใช้จ่ายอย่างมีเป้าหมายและมีประสิทธิภาพสูงสุด การที่รัฐบาลปรับลดวงเงินงบกลาง ถึง ๒๐๐,๐๐๐ ล้านบาทนั้นไม่ใช่ลดความสำคัญของโครงการ แต่เป็นกลยุทธ์ในการบริหาร ยุคใหม่ที่เรียกว่ายืดหยุ่นเพื่อกระจาย โดยให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณนั้นสามารถที่จะ รับมือกับภารกิจอันเร่งด่วนของตนเองได้อย่างรวดเร็ว ตรงจุด สอดคล้องกับแนวทาง การแก้ปัญหาเฉพาะหน้าขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและจังหวัด งบประมาณไม่ได้ รวมศูนย์อยู่ที่ผู้มีอำนาจเพียงไม่กี่คน แต่งบประมาณได้กระจายไปยังหน่วยรับงบประมาณ เป็นการตอบโจทย์เชิงภารกิจและรับผิดชอบต่อประชาชนอย่างแท้จริง นี่คือการจัด งบประมาณเพื่ออนาคตที่พร้อมรับมือกับวิกฤติต่าง ๆ และเปิดทางให้เกิดการบูรณาการ ร่วมกันของหน่วยงานอย่างแท้จริง การจัดทำงบประมาณในครั้งนี้จำเป็นต้องมีงบประมาณ และการบริหารที่ไม่เพียงแค่เอาตัวรอด แต่เป็นการเติบโตท่ามกลางความท้าทาย งบประมาณปี ๒๕๖๙ จึงถูกออกแบบเพื่อให้บรรลุเป้าหมายคือการเติบโตอย่างมี ประสิทธิภาพในภาวะที่ไม่แน่นอน เรามาดูรายละเอียดของงบประมาณ แนวทางการจัดสรร งบประมาณนั้นรัฐบาลให้ความสำคัญอยู่บนพื้นฐานความยืดหยุ่นแบบกระจาย หรือการ เปลี่ยนแปลงจากรัฐส่วนกลางสู่รัฐใกล้ตัว เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณหรือองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นนั้นสามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างรวดเร็วและมี ประสิทธิภาพ งบประมาณที่มีความยืดหยุ่นแบบกระจายเป็นเครื่องมือที่รัฐบาลใช้ในการ รับมือกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ยกตัวอย่างเช่น กรณีเกิดภัยพิบัติธรรมชาติ จำเป็นที่ จะต้องได้รับการแก้ไขแบบปัจจุบันเร่งด่วนอย่างรวดเร็วและทันท่วงทีจากองค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่นและจังหวัดในการแก้ไขปัญหาและจัดการปัญหาเฉพาะหน้า หรือการแก้ไข ปัญหา PM2.5 ก็เช่นกัน จำเป็นที่ต้องแก้ไขแบบบูรณาการจากทุกภาคส่วน ทั้งมาตรการ ทางกฎหมาย การจูงใจทางด้านเศรษฐกิจ ๒ กรณีนี้ไม่สามารถที่จะแก้ไขได้ถ้างบประมาณนั้น มากระจุกตัวอยู่ที่ส่วนกลาง ดังนั้นจะเกิดความยุ่งยาก ความสลับซับซ้อน ผ่านการตัดสินใจจากส่วนกลาง การลดขั้นตอน และความซับซ้อนของการบริหารราชการนั้น รัฐบาลที่นำโดยพรรคเพื่อไทยจึงได้ออกแบบ รูปแบบของบประมาณในปัจจุบันให้เป็นงบประมาณที่มีความยืดหยุ่น แต่มีการกระจายตัวสูง การจัดงบประมาณปีนี้เป็นการจัดงบประมาณบนพื้นฐานที่บอกว่าประเทศที่มีความเจริญ ในยุคปัจจุบัน ไม่ใช่ประเทศที่ใช้เงินมากที่สุด แต่คือประเทศที่ออกแบบการใช้เงินอย่าง ชาญฉลาดที่สุด งบกลางลดลง ๒๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ไม่ได้หายไปไหนครับ แต่ถูกกระจาย ไปยังหน่วยรับงบประมาณต่าง ๆ มากขึ้น เพื่อช่วยให้แต่ละหน่วยรับงบประมาณนั้น สามารถบรรลุวัตถุประสงค์เป้าหมายอย่างมีประสิทธิภาพ เรามาดูรายละเอียดของ งบประมาณ จะเห็นได้ว่างบจังหวัดและกลุ่มจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้น ๑๐.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวง ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพิ่มขึ้น ๙.๘ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจ และสังคมเพิ่มขึ้น ๖.๔ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงอุดมศึกษา วิจัย นวัตกรรมเพิ่มขึ้น ๖.๑ เปอร์เซ็นต์ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเพิ่มขึ้น ๓.๓ เปอร์เซ็นต์ กระทรวงมหาดไทย เพิ่มขึ้น ๒.๓ เปอร์เซ็นต์ งบประมาณที่เพิ่มขึ้นนี้เป็นการเพิ่มบทบาทของรัฐใกล้ตัวหรือรัฐ ที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้น เมื่อเกิดภัยพิบัติ ไม่ว่าจะน้ำท่วม ไฟป่า ดินถล่ม องค์กร ปกครองส่วนท้องถิ่นสามารถเข้าไปถึงที่หมายแก้ไขปัญหาโดยไม่ต้องรอคำสั่งจากส่วนกลาง ได้เป็นต้น งบของกลุ่มจังหวัด องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เพิ่มขึ้นนั้น นั่นหมายถึงคุณภาพ ชีวิตของประชาชนนั้นจะดีขึ้น ประเทศเรานั้นจำเป็นที่จะต้องมีรากฐานที่มั่นคง เพียงพอที่จะ รับแรงกระแทกและพร้อมที่จะใช้โอกาสท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงนี้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด โครงสร้างพื้นฐานจึงมีความจำเป็น โครงสร้างพื้นฐานนั้นก็คือกลไกสำคัญในการ ประคับประคองเศรษฐกิจให้ผ่านพ้นวิกฤติ หรือเป็นเครือข่ายที่มีความมั่นคง ดังนั้น งบประมาณในปี ๒๕๖๙ รัฐบาลมีเป้าหมายในการที่จะสร้างต้นทุนพื้นฐานที่มีความแข็งแรง สำหรับขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว ไม่ว่าความไม่แน่นอนจากภายนอกจะเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม แต่โครงสร้างพื้นฐานที่ดีจะทำหน้าที่ในการรองรับให้ระบบการผลิตเดินหน้าได้ การค้าการลงทุนยังสามารถเชื่อมต่อและประเทศยังมีศักยภาพที่จะฟื้นตัวและเติบโตได้ ในอนาคต การออกแบบโครงสร้างงบประมาณจึงไม่เพียงการจัดสรรงบประมาณในช่วง เวลาหนึ่งเท่านั้น แต่เป็นกลยุทธ์ของประเทศแม้ว่าโลกจะไร้ความแน่นอนก็ตาม เราสามารถ สร้างความมั่นคงเชิงโครงสร้างที่ยึดโยงกับเศรษฐกิจ สังคมและโอกาสของคนไทยได้ เรามาดู งบประมาณลงทุนของรัฐบาล รัฐบาลลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านการคมนาคม ถนน ระบบราง เรือ อากาศยาน วงเงิน ๑๙๐,๐๐๐ ล้านบาท มาดูโครงสร้างพื้นฐานการบริหาร จัดการน้ำ แก้ไขปัญหาน้ำท่วมน้ำแล้ง วงเงิน ๑๓๐,๐๐๐ ล้านบาท แก้ไขปัญหาเรื่องน้ำ ทุกภาคส่วน การจัดหาน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคให้กับประชาชน การเข้าถึงระบบชลประทาน การกระจายน้ำ การสร้างแหล่งกักเก็บน้ำ เป็นต้น มาดูโครงสร้างพื้นฐานในเรื่องของงานวิจัย และนวัตกรรม วงเงิน ๒๒,๐๐๐ ล้านบาท อันนี้เพื่อพัฒนาให้นักวิจัย ผู้ประกอบการ ในภาคเอกชนสามารถที่จะยกระดับสินค้าและเพิ่มประสิทธิภาพในตลาดไทยเช่นกัน งบประมาณที่ลงทุนนี้เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ เป็นการกระตุ้น การเติบโตทางเศรษฐกิจ เกิดการสร้างงาน เกิดการจ้างงาน อีกทั้งเป็นการส่งเสริมภาคธุรกิจ SMEs ให้เติบโตและเข้มแข็งได้ ดังนั้นโครงสร้างพื้นฐานทั้งระยะสั้นและระยะยาวเป็นการ ลงทุนเพื่ออนาคตภายใต้สถานการณ์โลกที่ไม่แน่นอน ไม่ว่าสถานการณ์โลกจะเปลี่ยนแปลง ไปอย่างไรก็ตาม แต่คนไทยทุกคนยังสามารถที่จะใช้ประโยชน์จากโครงสร้างพื้นฐานเหล่านี้ได้ เช่น ขนส่งที่ปลอดภัย รวดเร็ว ราคาประหยัด ระบบขนส่งที่เชื่อมโยง การเพิ่มศักยภาพ ในการแข่งขันของประเทศ ไม่ว่าจะขนส่งสินค้า การคมนาคม การท่องเที่ยวเพื่อกระตุ้น การบริโภคภายในประเทศ เป็นต้น ท่านประธานครับ โครงสร้างพื้นฐานดังกล่าวนี้เมื่อสำเร็จ ลุล่วงทั้งหมดแล้ว จะเป็นโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันทำให้ชีวิตของประชาชนทุกคนได้รับ ความสะดวกสบายมากขึ้น ลดการย้ายถิ่นฐานของแรงงานเข้าสู่เมืองหลวง สร้างท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งด้วยการ กระจายอำนาจและงบประมาณให้กับท้องถิ่นสามารถแก้ไขปัญหาด้วยตนเองตามหลักการ กระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือการจัดงบประมาณของรัฐบาลที่เน้น ลดความเสี่ยงให้กับคนไทย ด้วยการลดลงของเงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ซึ่งเป็นการสะท้อนถึงความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมการใช้จ่ายเงินและ เพิ่มประสิทธิภาพในการจัดเก็บรายได้ เพื่อลดการขาดทุน เพื่อลดการขาดดุลงบประมาณ และลดการกู้ยืมในระยะยาว เพื่อสร้างความมั่นคงในสถานะทางการคลังของประเทศ เพื่อให้เศรษฐกิจไทยได้เติบโตอย่างมั่นคง อีกทั้งจัดงบประมาณที่เน้นการกระจายอำนาจ ในการรับมือกับภัยพิบัติแบบบูรณาการด้วยการร่วมมือของทุกหน่วยงานสามารถมี งบประมาณ มีอำนาจในการบริหารจัดการที่ใกล้ชิดกับประชาชนมากยิ่งขึ้นและทันท่วงที อีกทั้งการสร้างโอกาสเข้าถึงสิ่งใหม่ ๆ สำหรับคนไทย เช่น การเปิดเส้นทางใหม่ ๆ ทางการค้า การให้ความสำคัญต่อตลาดในระดับภูมิภาค การเปิดโอกาสและเพิ่มช่องทางใหม่ ๆ ให้กับ คนไทยผ่านงบประมาณปี ๒๕๖๙ ตามตัวอย่างและรายละเอียดที่ผมได้อธิบายมาแล้ว ทั้งหมดนี้นำไปสู่ข้อสรุปเดียวกันก็คือ โลกเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน โครงสร้างเปลี่ยน แต่คนไทยไม่เปลี่ยน ที่สำคัญคือยังมีความเชื่อมั่นในการแก้ไขปัญหาประเทศของรัฐบาล ภายใต้การนำของท่านนายกรัฐมนตรี นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ดังนั้นเราพร้อมที่จะ ปรับตัว ปรับนโยบาย ปรับการออกแบบงบประมาณให้ตอบโจทย์บนพื้นฐานของความ เป็นจริงในปัจจุบันมากที่สุด ดังนั้นผมจึงขอสนับสนุนงบประมาณและรับหลักการ พระราชบัญญัติรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ฉบับนี้ ขอบคุณครับท่านประธาน