พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน หารือปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐ โดยเฉพาะการจัดซื้อจัดจ้างที่เกี่ยวข้องกับงบลงทุน ซึ่งส่งผลต่อประสิทธิภาพการพัฒนาประเทศ และเสนอแนวทางปฏิรูประบบงบประมาณแบบเป็นระบบ ทั้งการใช้ Zero-Based และ Top Down Budgeting เพื่อลดอิทธิพลเส้นสาย เพิ่มความโปร่งใส และป้องกันการใช้งบประมาณอย่างไม่เหมาะสม พร้อมเรียกร้องให้มีการเปิดเผยข้อมูลแบบเรียลไทม์ ตรวจสอบได้ และปฏิรูปบทบาทของ สตง. ให้เน้นสนับสนุนการใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่า ควบคู่กับการตรวจสอบที่เป็นธรรม โดยย้ำความจำเป็นในการใช้งบประมาณของสภาเพื่อการบำรุงรักษาและปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างมีเหตุผล พร้อมท้าให้ตรวจสอบความโปร่งใสและเปรียบเทียบกับหน่วยงานอื่นที่มีวงเงินสูงกว่า
ขอบคุณครับ เชิญท่านรักชนกต่อเลยครับ
ส่วนแรก ดิฉันจะขอเริ่มอธิบายว่าทำไมการจัดการปัญหาคอร์รัปชันมันคือ เรื่องเดียวกับนโยบายพัฒนาเศรษฐกิจ ถ้าดูข้อมูลจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชันแห่งประเทศไทย หรือว่า ACT เอไอ จะชี้ว่าข้อมูลการคอร์รัปชันในภาครัฐสูงถึง ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาทต่อปี และงบก้อนใหญ่ที่สุดในการที่มาทุจริตคอร์รัปชันดื่มกินกันอยู่ที่การจัดซื้อจัดจ้างซึ่งมีการ คอร์รัปชันมูลค่าสูงสุด ๒๐๐,๐๐๐- ๓๐๐,๐๐๐ ล้านบาท โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงบลงทุน ทำไมงบลงทุนถึงกลายเป็นงบก้อนใหญ่ ในการหาส่วนต่างในการจัดซื้อจัดจ้าง เราจะเห็นจาก ตามหน้าข่าวว่าเวลาการคอร์รัปชัน มันจะเกิดขึ้นในไหน ก็จะเป็นงบก่อสร้าง สร้างถนน สร้างตึก อาคาร แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรต่าง ๆ หรือไม่ก็จะเป็นครุภัณฑ์ต่าง ๆ กล้องวงจรปิด ฝักบัว ลู่วิ่งกรุงเทพมหานครเต็มไปหมด ดิฉันก็อดคิดไม่ได้ว่ามันเป็นเพราะ พ.ร.บ. วินัย การเงินการคลังหรือเปล่าที่กำหนดสัดส่วนรายจ่ายลงทุนว่าต้องมีสัดส่วนไม่ต่ำกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ของงบประมาณแผ่นดินหรืองบประมาณประจำปี เลยมีงบประเภทก่อสร้าง หรือว่าจัดซื้อครุภัณฑ์ที่ถูกนับเป็นรายจ่ายลงทุนรวมรวม ๆ กันแล้วปีหนึ่งประมาณ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้าบาท แล้วแต่ว่าแต่ละปีงบประมาณแผ่นดินเท่าไร ซึ่งจริง ๆ แล้ว มันเป็นความตั้งใจอันดีในการกำหนดรายจ่ายลงทุนเอาไว้ไม่ต่ำกว่า ๒๐ เปอร์เซ็นต์ เพราะว่า ถ้าเราลงทุนกับครงสร้างพื้นฐานนี่ การลงทุนกับโครงสร้างพื้นฐานมันได้ประโยชน์ทาง เศรษฐกิจ ๒ ต่อ ต่อแรกก็คือการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐนี่มันจะทำให้เงินเข้าไปหมุนเวียน ในระบบเศรษฐกิจ และการจ่ายเงินจัดซื้อจัดจ้างปีละ ๕๐๐,๐๐๐-๗๐๐,๐๐๐ ล้านบาท มันเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจโดยตัวมันเองอยู่แล้ว ต่อที่ ๒ ถ้าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่ดี ประเทศเราก็จะสามารถเดินหน้าพัฒนาเศรษฐกิจศักยภาพของประเทศได้อย่างเต็ม ประสิทธิภาพ แต่แม้ว่าเราจะมีรายจ่ายลงทุนมากเท่านี้มาหลายปี แต่ทำไมโครงสร้างพื้นฐาน และเศรษฐกิจยังไม่เป็นแบบที่เราหวัง คำตอบคือเพราะการคอร์รัปชันในภาครัฐที่เกิดขึ้น มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญที่งบประมาณต่าง ๆ ที่เราจะอภิปรายกันวันนี้มันจะไปปรากฏส่วนใหญ่ อยู่ในฝั่งของ สส. เขต ที่เป็น สส. ฝั่งรัฐบาล ซึ่งประชาชนอย่าหลงดีใจว่าท่านได้ สส. เขต อยู่ฝั่งรัฐบาลแล้วนี่จะมีงบประมาณมาลง แล้วบ้านท่านจะพัฒนา เพราะเขาไม่ได้โยกงบมาลง เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตท่าน เขาโยกงบมาลงให้ผู้รับเหมาในเครือข่ายตัวเอง และสิ่งที่ท่านได้ มันอาจจะไม่ใช่ความเจริญ แต่เป็นถนนกาก ๆ Footpath ห่วย ๆ ที่มันสร้างให้ดีไม่ได้ เพราะว่ามันต้องหาเรื่องทุบทำใหม่ หรือจะเป็นตึกของหน่วยงานราชการที่สร้างกันแล้ว สร้างกันอีก ประชาชนก็หวังว่าถ้าตึกเสร็จแล้วเขาจะได้รับความสะดวกสบายจากการบริการ แต่สุดท้ายแล้วกลับกลายเป็นตึกร้างที่ไม่ได้ใช้งานหลาย ๆ แห่งในทุกจังหวัดมีหมด ตึกที่ถูก ทิ้งร้างหรือว่าถูกผู้รับเหมาทิ้งงาน ของเก่าไม่จัดการ แต่ของใหม่หาสร้างเรื่อย ๆ ปีนี้สร้างตึก ไป ๓๐,๐๐๐-๔๐,๐๐๐ ล้านบาท บางจังหวัดมีงบประมาณบริหารจัดการน้ำลงทุกปี โดยเฉพาะว่าจังหวัดไหนที่รัฐมนตรีอยู่ ท่านก็เอางบประมาณไปวางที่โน่นที่นี่บ้าง แต่ท่วม และแล้งแบบหัวปีท้ายปีมันเป็นไปได้อย่างไร ทั้ง ๆ ที่มีงบประมาณไปลงทุกปีและทำกัน โอ้โฮ ฉ่ำ ๆ บางจังหวัดนี่คือฉ่ำๆ เลยทั้งจังหวัด และไม่นานโครงการเหล่านี้ก็จะสลายหายไปกับน้ำ และสุดท้ายปีหน้าต้องมาตั้งงบทำใหม่ เสือตัวที่ ๕ ที่ประเทศไทยอยากเป็นเราเป็นไม่ได้ แต่คอร์รัปชันติดอันดับ ๑ ใน ๕ ของเอเชียเราใกล้จะเป็นได้แล้ว เพราะว่าตอนนี้เราอยู่ใน อันดับที่ ๖ แล้ว ดัชนีคอร์รัปชันมันไม่ได้สะท้อนแค่ปัญหาคอร์รัปชันอย่างเดียว แต่มัน สะท้อนถึงโอกาสทางเศรษฐกิจด้วย ท่านลอง นึกภาพดู นึกตามดิฉันว่าถ้าวันนี้เราเสกให้ คอร์รัปชันหายไปจากประเทศไทยได้เราจะมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเศรษฐกิจทันที ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท นี่คือ ๓ เปอร์เซ็นต์ของจีดีพีประเทศ และถ้ารัฐบาลจะอยากเอาไป กระตุ้นเศรษฐกิจ ท่านจะกระตุ้นท่าไหนก็ได้กระแทก กระแทก กระแทกกี่ปี ทุกปีเลย กระแทกได้ ๕๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ท่านลองดูข้อมูลดัชนีคอร์รัปชันของประเทศไทย ตลอดระยะเวลา ๒๐ ปีที่ผ่านมาเราถูกเพื่อนบ้านเราแซงไปหลายเรื่อง เพราะว่าไม่ว่าโลกนี้ จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็แล้วแต่ แต่ประเทศไทยไม่เคยมีเลยก็คือรัฐบาลที่มีเจตจำนง ในการจัดการปัญหาทุจริตและคอร์รัปชัน ย้อนหลัง ๒๐ ปีไป ดัชนีทุจริตคอร์รัปชันเราไม่เคย ลดลงอย่างมีนัยสำคัญเลย สะท้อนปัญหาทุจริตคอร์รัปชันในภาครัฐที่มันสูงขึ้นเรื่อย ๆ ด้วย นายกรัฐมนตรีเมื่อสักครู่ท่านอ่านท่านบอกว่าอะไร ต้องติดอันดับ ๑ ใน ๔๕ และได้ คะแนน ๕๖ ตั้งเป้าแบบนี้ท่านรู้หรือเปล่าที่อ่านมา เราตั้งกันมาตั้งแต่สมัยประยุทธ์ จันทร์โอชา ตั้งกันมาตั้งแต่สมัยนั้น แต่ทุกวันนี้ท่านลองดูดัชนีคอร์รัปชันเอาเองก็แล้วกัน ลองเทียบดูกับ ประเทศสิงคโปร์เส้นสีเขียวที่อยู่ด้านล่างนี้ อันดับคอร์รัปชันเขาดีมากเพราะคอร์รัปชันเขา ต่ำมาก ดาวค้างฟ้ายืนหนึ่งในเรื่องความโปร่งใสไร้คอร์รัปชัน เขาถึงได้รับความไว้วางใจ จากทั่วโลกให้กลายเป็นฮับทางด้านการเงิน ซึ่งเราเทียบเขาไม่ได้มันไม่ติดฝุ่นไปแล้ว แต่เราลองมาเทียบดูกับประเทศที่เราเทียบได้คือประเทศเวียดนาม เพราะเขาเคยได้ชื่อว่า ตามหลังเรา แต่มันน่าเจ็บใจไหม เมื่อ ๑๐ ปีที่แล้วปัญหาเรื่องทุจริตคอร์รัปชันเวียดนาม แย่กว่าเรา แต่ปัจจุบันมันดีวันดีคืนจนสุดท้ายกราฟมันตัดกันแล้วเขาดีกว่าเราไปแล้ว สอดคล้องกับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจของเขาด้วยเพราะมันดีวันดีคืน หรือว่านี่อาจจะ เป็นคำตอบหรือเปล่าว่าทำไมเวียดนามถึงได้เป็นที่ดึงดูดนักลงทุนทั่วโลก เพราะเวียดนาม เขาเอาจริงเอาจังกับเรื่องการปฏิรูปรัฐ หรือการแก้ไขคอร์รัปชันหรือเปล่า เพราะเขาทำเรื่อง คอร์รัปชันอย่างจริงจังจึงทำให้นักลงทุนมั่นใจและทำให้เศรษฐกิจของเขาโตวันโตคืน
ส่วนที่ ๒ การหาส่วนต่างจากงบประมาณเขาทำกันอย่างไร ก่อนเราจะไป ป้องกันเราก็ต้องรู้ว่ากลเม็ดเด็ดพรายเขาใช้กันท่าไหน ใช้กันช่องไหน ในการหาส่วนต่างจาก งบประมาณ ถ้าลองแบ่งวิธีการหาส่วนต่างจากงบประมาณออกเป็นกลุ่มจะได้ประมาณ ๕ กลุ่มใหญ่ ๆ ในการจัดซื้อจัดจ้าง ที่เราเห็นกันเราสูญเสียงบประมาณไปกับ ๕ สิ่งนี้ กลุ่มแรกเลยคือการเพิ่มรายการและโครงการที่ไม่จำเป็น กลุ่มที่ ๒ คือการซื้อของแพงเกิน ราคาตลาด ๓. คือการล็อกสเปก ๔. ฮั้วประมูล ๕. แก้ไขสัญญา จากเสาไฟกินรี สู่ตึก สตง. ถล่ม ถ้าเราลองเอาเคสงบประมาณที่แปลก ๆ ที่เห็นตามหน้าข่าวมาเรียงกัน ท่านจะเห็นว่าทุก ๆ โครงการที่ส่อเค้าลางว่าทุจริตดิฉันไม่ได้กล่าวหา หรือบางโครงการชี้ไปแล้วว่าทุจริตแน่ ๆ จะเข้าเค้าองค์ประกอบอันใดอันหนึ่งในนี้ เสาไฟกินรี เสาไฟเครื่องบิน เสาไฟโซลาร์เซลล์ เหล่านี้เป็นรายการที่อาจจะไม่จำเป็นแต่ก็บอกว่าจำเป็น และซื้อของแพงเกินจริงและ ล็อกสเปกในบัญชีนวัตกรรม หรือยกตัวอย่างเช่นนี่ของ Hit hot เลยสมัยนี้ปฏิทิน ประกันสังคม ของที่ถามประชาชนได้ว่าจำเป็นไหม แต่ยังดื้อดึงจะทำ ทำมากเกินจำเป็น ราคาแพงเกินจำเป็นและล็อกสเปกให้เจ้าเดิม ๆ สุดท้ายตึก สตง. อันนี้เข้าเกือบทุกอย่างเลย ตั้งแต่รายการที่ไม่จำเป็น ของแพง ล็อกสเปกแก้ไขสัญญา ทั้งหมดที่ว่ามานี้เราสามารถ ปรับปรุงกระบวนการงบประมาณเพื่อลดทุจริตคอร์รัปชันหรือทำให้การคอร์รัปชันในภาครัฐ ทำยากขึ้นได้ และถึงที่สุดเราสามารถป้องกันก่อนที่จะเกิดขึ้นได้ ไม่ต้องมานั่งจับผิดหลังจากที่ ทุจริตคอร์รัปชันกันแล้วเป็นเคส ๆ ดิฉันเลยขอเสนอหัวข้อสุดท้ายคือข้อเสนอในการปฏิรูป งบประมาณเพื่อป้องกันทุจริตและลดคอร์รัปชันในภาครัฐโดยแบ่งตามขั้นตอนงบประมาณ ๔ ขั้นตอน ขั้นตอนแรกกระบวนการเตรียมคำของบประมาณ ขั้นตอนที่ ๒ กระบวนการ พิจารณางบประมาณ ขั้นตอนที่ ๓ กระบวนการจัดซื้อจัดจ้างและขั้นตอนสุดท้ายที่ ๔ การสอบทาน
เริ่มกันที่ขั้นตอนแรกกระบวนการเตรียมคำของบประมาณ ในชั้นการทำ คำของบประมาณ หน่วยรับงบประมาณจะทำคำขอเข้ามาที่สำนักงบประมาณ โดยจริง ๆ แล้ว เรามีเงินอย่างเช่นปีนี้เรามี ๓.๗๘ ล้านล้านบาท แต่งบประมาณจะมาประมาณ ๒ เท่า ยกตัวอย่างเช่นปีนี้มาประมาณ ๗.๕ ล้านล้านบาท แล้วสำนักงบประมาณก็ค่อยมาเลือก ตัดออกว่าจะให้โครงการไหนหรือว่าไม่ให้โครงการไหน ซึ่งกระบวนการตอนจัดสรร งบประมาณของสำนักงบประมาณที่เป็นหลุมดำ สำนักงบประมาณสามารถที่จะใช้ดุลยพินิจ ในการจัดสรรงบประมาณได้ เพราะว่าไม่ได้มีหลักเกณฑ์อะไรตายตัวเลย ซึ่งนี่อาจจะเป็นเหตุ ให้ใคร ๆ ก็แล้วแต่ที่มาตีซี้กับสำนักงบประมาณ เพื่ออยากให้ใช้ดุลยพินิจในการพิจารณา โครงการของตัวเอง ถ้าหากดูสมการคอร์รัปชันที่ประกอบด้วย ๓ สิ่งก็คือการใช้ดุลยพินิจ การผูกขาด แล้วเรื่องความรับผิดรับชอบ ต้องบอกว่าขั้นตอนในการจัดสรรงบประมาณ เข้าข่ายทุกข้อ สิ่งที่ดิฉันจะเสนอในขั้นตอนแรก คือการทำงบประมาณแบบ Zero-Based Budgeting และ Top Down Budgeting การทำงบประมาณแบบ Top Down คือรัฐบาลต้องมีการกำหนด กรอบงบประมาณให้กับแต่ละกระทรวงหรือแต่ละนโยบายสำคัญ โดยที่การกำหนดกรอบ งบประมาณต้องกำกับให้หน่วยงาน หรือหน่วยรับงบประมาณขอคำของบประมาณมา ภายใต้กรอบ เพื่อให้คนจัดสรรงบประมาณคือตัวหน่วยงานจัดสรรด้วยตัวเอง เอาอำนาจ ในการใช้ดุลยพินิจในการจัดสรรงบประมาณจากสำนักงบประมาณกลับมาให้กระทรวงหรือ หน่วยงานที่ต้องเป็นผู้รับผิดรับชอบในตัวชี้วัดนั้น ๆ จัดสรรด้วยตัวเอง เพื่อให้ความรับผิดรับ ชอบมันชัดเจน เมื่อใช้งบประมาณไปแล้วมันไม่บรรลุวัตถุประสงค์หรือทำแล้วโครงการมี ทุจริตคอร์รัปชัน คนที่ต้องเอาคอขึ้นเขียงก็คือรัฐมนตรีเจ้ากระทรวง มันจะไม่มีอีกแล้วที่ หน่วยงานจะมาพูดว่าทำโครงการไม่สำเร็จเพราะว่าสำนักงบประมาณจัดมาให้แค่นั้นแค่นี้ ท่านจัดเองเลย แล้วท่านก็รับผิดชอบชีวิตตัวเอง ต่อมา Zero-Based Budgeting สำนัก งบประมาณไม่ต้องกลัวนะคะว่า Top Down แล้วเดี๋ยวไม่มีงานทำ ดิฉันจัดให้แล้ว เปลี่ยนหน้าที่จากคนเลือกโครงการมาเป็นคนวัดผลแทน โครงการไหนที่ทำมาแล้วกี่ปีกี่ชาติ ประเทศก็ยังเหมือนเดิม ท่านต้องทบทวนและส่งความคิดเห็นให้หน่วยงานเลิกทำโครงการ แบบเดิม ๆ ยกตัวอย่างเช่นกระทรวงแรงงาน ถ้าท่านไปไล่ดูโครงการเกินครึ่งหน้าตาแบบเดิม ๆ จัดอบรมแบบเดิม ๆ โดยคนกลุ่มเดิม ๆ หรือถ้าเป็นกระทรวงไหนที่มีทุจริตคอร์รัปชัน ในโครงการแบบเดิม ๆ เยอะ ๆ ยกตัวอย่างเช่น กรมการข้าว Zero-Based Budgeting นี้ จะช่วยให้ท่านยกเลิกโครงการที่ไม่มีประสิทธิภาพหรือว่าส่อทุจริตคอร์รัปชัน และยังจะเป็น การล้างบางระบบเส้นสายของข้าราชการกับผู้รับเหมาที่ได้รับโครงการแบบซ้ำ ๆ แบบเดิม ๆ ดิฉันหาท่าให้ท่านแล้วนะคะ ท่านลองเลือกดูว่าท่านชอบท่าไหน
ขั้นตอนที่ ๒ กระบวนการพิจารณางบประมาณ ส่วนนี้แบ่งออกเป็น ๒ ส่วน โดยมี ๒ ข้อเสนอด้วยกัน ข้อเสนอแรก เรียบง่ายมาก คือเปิดข้อมูลคำของบประมาณ กระบวนการพิจารณางบประมาณ ทุกวันนี้ประชาชนอาจจะยังไม่ทราบ สส. เราได้เล่มขาว คาดแดง ก่อนอภิปรายวันนี้วาระที่หนึ่ง เราได้ก่อนหน้านี้ ๘ วัน เราต้องอ่านหนังสือ ๓๙ เล่ม ๒๑,๗๖๙ หน้า ภายในเวลา ๘ วัน Thailand 4.0 เพราะว่าเรายังไม่มีหน่วยงานไหนที่มี ปัญญาทำ File แบบ Machine Readable ให้กับ สส. แล้ว สส. จะได้เอาข้อมูลโยนใส่ คอมพิวเตอร์ โยนใส่อะไร แล้วก็ให้วิเคราะห์ข้อมูลออกมาได้เลย ยังไม่มีใครทำให้นะคะ เพราะว่า File ที่สำนักงบประมาณส่งมามันยังไม่ Machine Readable คำถามก็คือ แล้วทำไมเราต้องมานั่งดูเล่มขาวคาดแดง แล้วทำไมเราต้องมีเวลา ๘ วัน ในเมื่อสำนัก งบประมาณท่านมีข้อมูลคำของบประมาณอยู่ในมือตั้งแต่ต้นปีแล้ว ท่านเก็บเอาไว้ทำไม ข้อเสนอของดิฉันก็เลยบอกว่าสำนักงบประมาณต้องเปิดเผยข้อมูลคำของบประมาณ ของทุกโครงการที่หน่วยรับงบประมาณส่งมาขอเงินกับท่าน ให้เห็นกันไปเลยว่ารายละเอียด ไส้ในโครงการคืออะไร ข้อมูลราย Item ขอมาซื้ออะไรบ้าง BOQ ราคาของที่จะซื้อ เปิดออก สู่สาธารณะเลยให้ประชาชนได้เห็น เพราะว่าอะไร แค่เปิดประเทศก็เปลี่ยน ดิฉันยกตัวอย่าง เคสนี้เลยชัดเจนที่สุด ต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา สส. พริษฐ์ วัชรสินธุ ของเรา ได้กระทำ การเปิดเผยคำของบประมาณของรัฐสภา เปิดมานี่ต้องบอกว่าเป็นมิติใหม่ เพราะปกติแล้วนี่ เราต้องรอเขาทำอะไร กินกันให้เสร็จก่อน แบ่งกันให้เสร็จก่อน แล้วค่อยมาจับได้ทีหลัง แต่อันนี้จับผิดได้ตั้งแต่งบประมาณยังไม่ถูกใช้ ดิฉันเลยบอกว่าเป็นมิติใหม่ จนทำให้ประชาชน หูตาสว่าง ได้รู้ว่ารัฐสภาอันทรงเกียรติแห่งนี้ใช้งบทำของที่ไม่จำเป็น อย่างห้องดูหนัง ๔ มิติ ซ่อมของที่มันไม่ได้พังอย่างห้องประชุมงบประมาณ สร้างของที่ไม่เคยมีใครได้ใช้ประโยชน์ จะไปบำรุงอีกแล้วนี่อย่างศาลาแก้ว และทุ่มเทงบประมาณ จะทุ่มเทงบประมาณอย่ามหาศาล ไปเพื่อกลบเกลื่อนความผิดที่ตัวเองทำผิดกฎหมายอย่างที่จอดรถรัฐสภา ดังนั้นดิฉันเลยเสนอ เปิดให้ประชาชนและภาคประชาสังคมเห็นกันไปเลยตั้งแต่ต้นปี และดูไส้ในกันไปเลยทุก โครงการ ส่องกันให้เห็นทุกซอกทุกมุมค่ะว่าหน่วยงานไหนขอเงินมาทำอะไรบ้าง และส่วนที่ ๒ การพิจารณางบประมาณในสภาชั้นกรรมาธิการ หลังจากที่เราอภิปรายกัน เสร็จวันนี้ เดี๋ยวอาทิตย์หน้าจะมีการประชุมคณะกรรมาธิการงบประมาณซึ่งต้องพิจารณา รายละเอียดไส้ใน เขาจะมาบอกเราว่าโครงการที่ขอมา ไส้ในหน้าตามันเป็นอย่างไร ข้อเสนอ คือถ่ายทอดสดกรรมาธิการและเปิดเอกสารที่ไม่ได้ตีลับ อนาคตใหม่ ก้าวไกล ปัจจุบัน พรรคประชาชนเราเสนอทุกปี ให้มีการถ่ายทอดสดกรรมาธิการงบประมาณ แต่ไม่เคยสำเร็จ ไม่เป็นไร ดิฉันมีความอดทน ดิฉันเสนอได้ทุกปี แล้วเดี๋ยวปีนี้ดิฉันก็จะเสนออีก และนอกจาก เสนอให้ถ่ายทอดสดที่อย่างไรท่านก็ไม่เอาแล้ว ดิฉันจะเสนอให้มีการเปิดเผยเอกสารที่ไม่ตีลับ ของกรรมาธิการงบประมาณและอนุกรรมาธิการทุกชุด สส. ได้เอกสารแบบไหน ประชาชน ต้องสามารถโหลดและอ่านเอกสารแบบนั้นได้ นั่งตรวจสอบกันที่บ้านเลย แล้วก็ดู Live สด ไปด้วย โครงการไหนไร้สาระ ประชาชนพิมพ์ด่ากันมาให้เห็นแบบสด ๆ ได้เลย น่าสนุกไหม และไม่ใช่แค่กรรมาธิการงบประมาณ ดิฉันเสนอให้เปิดถ่ายทอดสดของอนุกรรมาธิการด้วย เพราะว่าอนุกรรมาธิการก่อสร้าง พูดแล้วขนลุกค่ะท่านประธาน มีผู้รับเหมาทั้งชั้นพิเศษ ชั้นหนึ่ง เข้าไปนั่งกันไม่รู้ใครเสนอชื่อโควตาไป เราจะได้เห็น พอถ่ายทอดสดปุ๊บ ใครพูด เพื่อรักษาผลประโยชน์ของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ใครพูดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของ ผู้รับเหมา เราเปิดให้เห็น ๆ กันไปเลย แต่ว่าที่ท่านไม่เปิด ท่านบอกว่าเพราะว่าเดี๋ยวมันไป พาดพิงบุคคลที่สามซึ่งดิฉันก็งง เพราะว่ามันเป็นการพิจารณางบประมาณ มันก็พาดพิง แค่งบประมาณ รัฐมนตรี แล้วก็หน่วยงานราชการ มันไม่มีบุคคลที่สามอยู่แล้ว แล้วส่วนหนึ่ง ที่สมาชิกกังวล ดิฉันไม่รู้กังวลอะไร กังวลอันนี้หรือเปล่า เพราะมันเคยมีเคสที่ สส. รีดไถเงิน อธิบดีในกรรมาธิการงบประมาณ จนสุดท้ายเคสนี้สั่งติดคุกกันไปแล้วนะคะ จากพรรคไหนนะ ขออภัยนะคะ ขอถอน เพราะว่าอันนี้ดิฉันเอามาจากหน้าข่าว ไม่ได้ตั้งใจจะพาดพิงพรรคไหน จริง ๆ กลับบ้านกันไปหมดแล้ว เลยไม่มีใครประท้วง สบายดิฉันเลย ดิฉันต่อเลย ก็เปิดให้ ประชาชนเห็นกันไปเลยสิว่า สส. มีใครพล่ามอะไรบ้างในกรรมาธิการงบประมาณหรือว่าใคร พูดเพื่อรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติ ประชาชนหรือใครรักษาผลประโยชน์ของ ผู้รับเหมา และข้าราชการเวลาเขาอธิบาย ประชาชนก็จะได้เข้าใจแล้วว่าของบประมาณแบบนี้มา เอาไปใช้ทำประโยชน์อะไร นอกจากสภาผู้แทนราษฎร ดิฉันเสนอให้สภาท้องถิ่นทั่วประเทศ มีการ Live สด กรรมการงบประมาณเช่นเดียวกัน เอาง่าย ๆ เลยก็ได้ อย่างกรุงเทพมหานคร ทรัพยากรสภากรุงเทพฯ พร้อมแน่นอนอยู่แล้ว ท่าน Live สดเลย กรรมการงบประมาณ ของท่านเริ่มเลยไหม ปีนี้เอาเลยไหม จะได้รู้ว่าสมาชิกสภากรุงเทพฯทำงานกันอย่างไร แล้วใครเข้ามาดื่มกินหรือว่าใครเข้ามาเพื่อทำงานให้ประชาชนจริง ๆ
ต่อมากระบวนการจัดซื้อจัดจ้าง ขั้นตอนที่ ๓ ดิฉันมี ๓ ข้อเสนอในขั้นตอนนี้ ข้อแรกดิฉันขอเริ่มให้ทุกท่านดูข้อมูลตรงนี้ ตัวอย่างที่ ๑ ชุดตรวจยาเสพติดในแผนบูรณาการ ต่อต้านยาเสพติด ที่ปีนี้ก็เป็นนโยบายเรือธงของรัฐบาล แล้วเมื่อครู่นี้ก็มีเพื่อนสมาชิก อภิปรายไป ดูในเส้นสีแดงตรงนี้ค่ะ มันเป็นไปได้อย่างไรคะที่ของแบบเดียวกันคือเครื่องตรวจ ยาเสพติด ๑๐ หน่วยงาน บางอันคือตรวจแบบเดียวกันนะ แต่ ๑๐ หน่วยงาน ไม่เหมือนกัน เลยสักหน่วยงาน ราคาตั้งแต่ ๘ บาทถึง ๒๐๐ มันเป็นไปได้อย่างไร แค่นี้ยังไม่พ ทุกคนคงได้ เห็นอันนี้แล้ว ฝักบัว สตง. ซื้อกันชุดละ ๑๑,๐๐๐ บาท อาบกันแบบฉ่ำเลย เพราะว่าไปเทียบ ราคาตลาดแล้ว ๑,๕๐๐ ท่านประธานคะ ต่อมากล้องวงจรปิด สตง. ไม่รู้ส่องเห็นถึงอะไรนะ เพราะว่าแบบโดมสั่งกันไป ๒๘,๐๐๐ แบบหัวกระสุน ๒๕,๐๐๐ แต่ราคาตลาด ๒,๔๐๐ เกินไปไหม และต่อมากรุงเทพมหานครดินแดนแห่งของวิเศษ นี่ค่ะของวิเศษกรุงเทพมหานคร กรวย กรวยวิเศษ ดิฉันต้องบอกว่ามันวิเศษจริง ๆ เพราะว่ากรมทางหลวง กรมทางหลวง ชนบทที่เขาซื้อของแพงจัดหนักเหมือนกันนะ แต่ว่าซื้ออันละ ๘๐๐ กรุงเทพฯ ซื้อ ๑,๘๐๐ พอดิฉันลองไปสืบราคากดใน Shopee ๒๒๕ ก็เลยเรียกว่ากรวยวิเศษ กระจกโค้งวิเศษอีก ๑๐,๗๐๐ แต่พอลองไปสืบราคา Page Strong เขาบอกว่าเอาแบบ อย่างดีเลยเอาแบบดีที่สุดที่มีอยู่ในตลาด ๘,๐๐๐ แล้วถ้าดิฉันไปสืบมาต่ำลงมาหน่อย ๕,๐๐๐ แล้วก็ต่ำลงมาหน่อย ๒,๗๙๐ ก็มี แต่ไม่รู้ท่านไปสืบราคาหาจากไหน ๑๐,๗๐๐ โอ้โฮ กรุงเทพมหานครสบายเลยนะคะ เห็นของพวกนี้แล้วผู้ชมที่อยู่ทางบ้านประชาชนที่อยู่ ทางบ้านท่านเคยคิดไหมว่าทำไมเราถึงไม่มีแพลตฟอร์ม Shopee Lazada ภาครัฐที่เรา สามารถไปเทียบราคากันได้เลย ทำไมท่านเทียบเองที่บ้านได้ ทำไมหน่วยงานเทียบไม่เป็น อ้าวถูกไหม ข้อเสนอของดิฉันมันเลยเรียบง่ายแบบนั้นว่าก็ทำแพลตฟอร์มแบบ B2G แพลตฟอร์มแบบ Shopee Lazada ดิฉันเคยไปศึกษาดูงานที่ประเทศเกาหลีเขามี แพลตฟอร์มแบบที่ดิฉันกำลังพูดถึงอยู่นี้ที่ชื่อว่า KONEPS เพราะ ๖๐ เปอร์เซ็นต์ของ งบประมาณของประเทศเกาหลีใต้ซื้อไปกับครุภัณฑ์ที่มีการใช้ซ้ำทุกปี กระดาษ ปากกา คอมพิวเตอร์ บางทีก็ซื้อรถ กล้องวงจรปิด ฝักบัวบางทีเขาก็ซื้อนะคะ แล้วก็เขามีแพลตฟอร์ม แบบ B2G สามารถที่จะลดกระบวนการในเอกสาร คือท่านไม่ต้องมานั่งทำกระบวนการ เอกสารทุก ๆ ปีซึ่งแบบภาระงานราชการถูกไหม แล้วก็ท่านสามารถเปรียบเทียบราคา ในแพลตฟอร์มได้เลย การหาส่วนต่างมันก็จะหายไปโดยหน่วยงานรัฐสามารถไปเลือกได้แบบ Real-time เลย ท่านก็เลือกเอาของที่ถูกที่สุดสิ เพราะว่าถ้าใครที่ไปเลือกเอาของแพง เราก็จะเห็นแล้วถูกไหม ของถูกมี ทำไมเลือกของแพงในแพลตฟอร์ม ดีไม่ดี ดี กรมบัญชีกลาง เกาหลีใต้ให้ข้อมูลว่าหลังจากใช้แพลตฟอร์มนี้ เขาสามารถประหยัดงบประมาณในการซื้อ ครุภัณฑ์ได้ ๔๐ เปอร์เซ็นต์ ดิฉันช่วยรัฐบาลหาเงิน แล้วก็ตอนนี้เข้าใจว่ากรมบัญชีกลางกำลัง พัฒนาแพลตฟอร์มที่คล้าย ๆ กันนี้อยู่ แต่ดิฉันมีความกังวลพอมันเป็นแพลตฟอร์ม ประเทศไทยดิฉันก็ไม่อยากให้ท่านกลายเอาไปเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการล็อกสเปก ไม่เอานะ คือเราเชื้อเชิญผู้ประกอบการเข้าไปเยอะ ๆ ให้แข่งราคากัน ก็ขอให้ท่านทำเสร็จ โดยไว ข้อเสนอที่ ๒ เปิดเผยข้อมูลและทำ Red Flag การฮั้วประมูล การล็อกสเปก โครงการ ที่ข้าราชการหรือว่านักการเมืองเข้าไปมีเอี่ยว โดยที่ดิฉันเสนอให้เปิด ๔ ข้อมูลนี้ อันดับแรก เปิดเอพีไอจากระบบ e-GP ของกรมบัญชีกลาง ๒. เปิดข้อมูลผู้ถือหุ้นของบริษัทจดทะเบียน ทั้งหมดใน DBD ๓. เปิดข้อมูลผู้บริหารหน่วยงานภาครัฐข้าราชการระดับสูงทั้งหมดหรือว่า ระดับเล็กก็ได้ก็เปิดมา ข้อ ๔ เปิดเผยข้อมูลบัญชีทรัพย์สินของ ป.ป.ช. ป.ป.ช. คือท่าน ไม่ต้องตอบว่าท่านเปิดอยู่แล้วเพราะว่าการเปิด ๙๐ วันแล้วปิดแถวบ้านดิฉันเขาไม่เรียกเปิด หลังจาก ๙๐ วันมันไม่เรียกว่าเปิด มันไม่เรียกว่าโปร่งใส เสนอให้เปิดทุกฐานข้อมูลไปเลย แล้วให้มันเชื่อมต่อข้อมูลกันได้ เราจะได้เอามาวิเคราะห์ได้หาความเชื่อมโยงแล้วทำ Red Flag จับโครงการที่มันน่าสงสัย ยกตัวอย่างเช่นเชื่อมโยงกันไปเลย ผู้ชนะประมูลโครงการ ในภาครัฐในแต่ละจังหวัดมีส่วนเกี่ยวข้องกับนักการเมืองหรือว่าข้าราชการในท้องที่ไหม กรมชลประทานหรือว่ากรมทางหลวง กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการใครเข้าไปคุม สุดท้าย สส. ที่แบบว่าอยู่ในกลุ่มก้อนได้โครงการไปไหม Red Flag ก็มาเปิดดู เพื่ออะไร เคสนี้ Classic มากทุจริตการจัดซื้อจัดจ้างลู่วิ่งกรุงเทพมหานคร อันดับแรกเลย Classic ไปสืบราคาจากดาวอังคาร เพราะว่ามันหาในประเทศไทยไม่เจอจริง ๆ ราคาแพงกว่าราคา ที่หาได้ตามตลาด ๔-๗ เท่า แพงแบบหูฉีก แล้วสุดท้ายมีการล็อกสเปกตั้งแต่การเขียน TOR แล้วก็ฮั้วประมูล รอบนี้ฉันได้รอบหน้าเธอได้เราไม่แข่งกันจริง ๆ แล้วสุดท้าย พบข้อมูลว่า ผู้ชนะประมูลเป็นลูกของอดีต ผอ. สำนักงบประมาณ กรุงเทพมหานคร แต่ว่าอันนี้เราต้อง ไปสืบ สงสัยไปสืบโน่นนี่นั่น ทีนี้ถ้าเราเปิดเอพีไอข้อมูลให้ภาคประชาสังคมและภาค ประชาชนทั้งหมดนำไปวิเคราะห์เราจะได้เห็นโครงการแบบนี้เด้งขึ้นมาฟ้องกันเต็มไปหมด และเราไม่ต้องมาจับผิดเป็น Case by Case ซึ่งข้อมูลทั้งหมดนี้มันไม่ได้วิเคราะห์ได้แค่ข้อมูล ในเงินงบประมาณแผ่นดินเท่านั้น มันจะสามารถวิเคราะห์รวมไปถึงเงินที่อยู่ในท้องถิ่น เงินที่อยู่ในกองทุนต่าง ๆ เงินที่อยู่ในองค์กรอิสระ งบกลางที่มันผ่านระบบการจัดซื้อจัดจ้าง แต่เงินพวกนี้ที่ดิฉันพูดมาเมื่อสักครู่สภาไม่เห็น แต่ถ้าเรามีระบบนี้เราสามารถทำ Red Flag แล้วก็ไปทำทุจริตได้เลย ข้อเสนอที่ ๓ เปิดเผยการบริหารสัญญาหลังการจัดซื้อจัดจ้าง เพราะเมื่อเข้าสู่กระบวนการ จัดซื้อจัดจ้าง หลังจากที่ทำสัญญากับผู้รับเหมา หรือผู้ชนะประมูลไปแล้ว ทั้งสภาและ ประชาชนไม่มีโอกาสได้เห็นอะไรหรอก ยกเว้นว่าปัญหามันจะเกิดขึ้นก่อนหรือประชาชน ร้องเรียนมาแล้วกรรมาธิการเอาเรื่องเข้าสภามันถึงจะได้ไปขอดูรายละเอียดไส้ใน ยกตัวอย่าง เช่นอะไร เคสตึก สตง. ถล่มแก้สัญญากันไปกี่รอบ หรือว่ามีการแก้ไขแบบกันไปเท่าไร ประชาชนหรือสภานี้ไม่ได้เห็นอะไรเลยในงบประมาณตึก สตง. สัญญาก็ไม่ได้เห็น ดังนั้นเสนอ ให้กรมบัญชีกลางเปิดเผยข้อมูลการบริหารสัญญาโดยให้กำหนดรหัสเดียวไปเลยตั้งแต่เริ่ม โครงการ ท่านอย่ากำหนดหลายรหัสมันงง ตั้งแต่เริ่มประมูลจนถึงได้ผู้ชนะประมูลมาบริหาร สัญญามา ส่งมอบงาน โดยให้ประชาชนสามารถเข้าไปดูได้เลย ผ่านช่องทางออนไลน์ ข้อมูล การบริหารสัญญา ข้อมูลการแก้ไข ข้อมูลการส่งมอบ แล้วไปดูด้วยว่าโครงการไหนผู้รับเหมา ทิ้งงาน ซึ่งรัฐบาลท่านไม่ต้องรอให้หน่วยงานอยากเปิดเอง เพราะว่าเวลาไปขอมันยาก ดังนั้น ดิฉันชี้ช่องให้ท่านสามารถออกกฎหมายลูกตามมาตรา ๙ (๘) ของ พ.ร.บ. ข้อมูลข่าวสาร ราชการได้ทันที บังคับให้หน่วยงานเปิดเผยข้อมูลเลยค่ะ ส่วนที่ ๔ ส่วนสุดท้าย ข้อเสนอ ในการปฏิรูปข้อเสนอในการสอบทานคือปฏิรูป สตง. และสำนักงบประมาณ สำนัก งบประมาณหน้าที่ของท่านที่เหมาะสมที่สุดก็คือการวัดผลโครงการที่ถูกใช้งบประมาณไปเมื่อ ปีก่อนหน้า เพื่อประกอบการจัดสรรงบประมาณในปีถัดไป หากโครงการไหนที่ทำมาหลายปี แล้วมันยังไม่ได้มีผลสัมฤทธิ์เลย หรือมันไม่ได้ทำให้ประเทศเปลี่ยนไปไหนเลย หรือพบว่า มีทุจริตเกิดขึ้น สำนักงบประมาณต้องไม่ปล่อยให้มันเกิดโครงการซ้ำ ๆ ซาก ๆ แบบนี้ ยกตัวอย่างเช่นกรมการข้าวมีทุกปีมันเป็นไปได้อย่างไร และปีนี้ก็อาจจะมีอีกหรือเปล่า เดี๋ยวจะมีเพื่อนสมาชิกมาอภิปราย หรือการจัดสรรงบประมาณแบบที่ท่านอนุมัติให้โครงการ ที่มันซอยแบบล็อกสเปก ๔๙๐,๐๐๐ ๔๘๐,๐๐๐ แบบนี้ บางกรมแบบยับเลย หรือการ แบ่งชั้นผู้รับเหมาชั้นพิเศษที่มีการแบ่งโครงการกันในโครงการตัดถนนต่าง ๆ สำนัก งบประมาณก็ยังอนุมัติให้โครงการพวกนี้ ดังนั้นท่านต้องกลับไปดูกลับไปพิจารณาตัวเอง แล้วก็ทำจัดการสิ่งเหล่านี้ และการจัดการให้โครงการเหล่านี้มันหมดไปนี่คือดุลยพินิจที่สำนัก งบประมาณควรจะใช้
ต่อมาการปฏิรูป สตง. ถ้าให้พูดถึง สตง. ตอนนี้ดิฉันพูดได้ครึ่งวัน แต่เอาแค่ ที่มันเกี่ยวกับงบประมาณวาระหนึ่ง ไปก่อน ข้อเสนอก็คือ สตง. ควรจะต้องเป็นเสาหลัก ในการทำงบประมาณให้ถูกต้อง และคุ้มค่า มีประสิทธิภาพ ท่านต้องขีดเส้นใต้ ๒ คำหลังด้วย สตง. มีหน้าที่ ๓ อย่าง ข้อ ๑ คือตรวจสอบการใช้งบประมาณให้ถูกต้องตามระเบียบ ข้อ ๒ คือสอบทานความถูกต้องตามบัญชี ข้อ ๓ คือตรวจประสิทธิภาพความคุ้มค่า แต่ดูเหมือนว่ายิ่งท่านตรวจ นับวันการใช้งบประมาณยิ่งไม่คุ้มค่า ท้องถิ่นบ่นกันระงม ดังนั้น สตง. ต้องพิจารณาตัวเองว่าสิ่งที่ สตง. ควรจะทำคือให้ความรู้เรื่องระเบียบแก่หน่วยรับ งบประมาณ เพื่อให้หน่วยรับงบประมาณสามารถใช้งบประมาณได้อย่างคุ้มค่าและเพื่อป้องกัน ทุจริตคอร์รัปชัน ไม่ใช่ว่าไปไล่จิกหน่วยงาน จนสุดท้ายเขาทำงานไม่ได้เลย อย่างกรณี ซื้อวัคซีนพิษสุนัขบ้าฉีด และท่านไปบอกว่าท้องถิ่นไม่มีอำนาจหน้าที่ แต่เป็นหน้าที่ของ กรมปศุสัตว์ แล้วเรียกเงินคืนจากท้องถิ่น แทนที่เขาตั้งใจอยากทำบริการสาธารณะดี ๆ แต่ท่านก็ไปบอกว่าเขาไม่มีอำนาจ แล้วนอกจากท่านตั้งข้อสังเกตไปที่หน่วยงานแล้ว ท่านเคย ตั้งข้อสังเกตไปที่ท้องถิ่นบ้างไหมว่าท้องถิ่นเงินอุดหนุนทำไมไม่เพิ่มรายการที่มันตามโลก ตามยุคตามสมัยให้ทันบ้าง ท่านเคยตั้งข้อสังเกตไปไหม ดังนั้นท่านอย่าไปเพิ่มภาระ ที่ไม่จำเป็น เพราะว่ามันไม่สามารถที่จะช่วยให้การใช้งบประมาณมีประสิทธิภาพหรือว่า กำจัดทุจริตอะไรได้เลย สุดท้ายนี้การทุจริตและคอร์รัปชันดิฉันยืนยันเป็น สส. มา ๒ ปี ดิฉันยืนยันว่ามันป้องกันได้ และดิฉันก็เชื่อว่าประชาชนในประเทศนี้ไม่ว่าท่านจะเป็นอนุรักษ์นิยมหรือว่าท่านเป็นเสรีนิยม ไม่มีใครที่ชอบเรื่องการทุจริตคอร์รัปชัน ทุกท่านรู้ว่ามันเป็นสิ่งที่เลวร้ายและถ่วงความ เจริญก้าวหน้าของประเทศไทยและมันเป็นสิ่งที่ไม่สามารถยอมรับให้เกิดขึ้นได้ในประเทศนี้ แต่ตั้งแต่ดิฉันเกิดมาดิฉันก็ถูกเสี้ยมสอนอะไรหลาย ๆ อย่างหนึ่งในนั้นก็คือโตไปไม่โกง สอนกันมาตั้งแต่ดิฉันเด็ก ๆ แต่ปรากฏว่าพอดิฉันโตมาถึงได้รู้ว่าพวกที่พยายามจะเสี้ยมสอน ปลูกฝังเด็ก ๆ นั่นล่ะโกงกันฉิบหาย คอร์รัปชันกันทุกระดับ ตั้งแต่ของใหญ่ ๆ อย่างตึกอาคาร ถนน แหล่งน้ำเพื่อการเกษตรไปจนถึงค่าอาหารกลางวันและนมโรงเรียน ถามว่าประเทศไทย เราวันหนึ่งจะจัดการปัญหาทุจริตคอร์รัปชันได้จริง ๆ ไหม คำตอบคือทำได้ แต่มันต้องเป็น รัฐบาลที่มีเจตจำนงที่มาทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชนจริง ๆ สิ่งที่ดิฉันพูดมา ทั้งหมดนี้มันไม่ได้วิเศษวิโสหรือวิลิศมาหราอะไรเลย มันไม่ได้ไกลเกินสมองของรัฐมนตรี ทั้งหมดที่นั่งอยู่ในสภาแห่งนี้จะคิดได้ แต่ถามว่าพวกเขารู้ทุกอย่างทำไมพวกเขาไม่จัดการ ก็เพราะถ้าจัดการแล้วจะกอบโกยเงินเข้ากระเป๋าตัวเองได้อย่างไร จะหาประโยชน์เข้าพวกพ้อง ตัวเองได้อย่างไร วันนี้คนที่ดิฉันอยากสื่อสารมากที่สุดก็เลยเป็นพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่อยู่ ทางบ้าน ดิฉันกล้าพูดว่าถ้าพวกเราพรรคประชาชนมีอำนาจพวกเราทำได้ พวกเราจะสร้าง ระบบงบประมาณที่ทำให้ภาษีทุกบาททุกสตางค์ของท่านถูกใช้ไปอย่างคุ้มค่า ถูกใช้ไปเพื่อ พัฒนาทุกชีวิตในประเทศนี้ให้มีโอกาสได้เข้าถึงศักยภาพสูงสุดของตัวเอง และก่อนที่เราจะลด คอร์รัปชันได้ เราต้องมีรัฐบาลที่มันจริงจังก่อน ดังนั้นดิฉันจึงไม่สามารถที่จะโหวตรับ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ได้ นอกจากว่าพวกเราจะต้องล้างบางพวกทุจริตคอร์รัปชันออกไปก่อน ให้หมดประเทศ ขอบคุณค่ะ
ขอบคุณครับ ต้องขอบคุณท่านผู้อภิปราย เมื่อสักครู่ท่านสมาชิกได้พาดพิงถึงงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรที่ท่านพริษฐ์ วัชรสินธุ ได้จุดกระแสงบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร แล้วก็ทำให้เสมือนว่าในสภาผู้แทนราษฎรนั้นมีการโกงกินคอร์รัปชัน เป็นข่าวในหน้า หนังสือพิมพ์ในสื่อหลายวัน วันนี้ต้องขอถือโอกาสใช้ที่ท่านได้พาดพิงถึงสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งก็คงจะไม่มีท่านใดได้มาชี้แจง ผมขอชี้แจงในฐานะที่ได้พาดพิง ถ้าไม่ชี้แจงแล้ว สภาผู้แทนราษฎรจะเสียหาย การที่นายพริษฐ์วัชรสินธุ ได้ยกประเด็นงบประมาณของ สภาผู้แทนราษฎรขึ้นมาว่าจะมีการโกงกินคอร์รัปชัน วันนี้งบประมาณยังไม่ได้ผ่าน สภาผู้แทนราษฎรเลย ฉะนั้นจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติขึ้นอยู่กับคณะกรรมาธิการวิสามัญที่เรา จะตั้งขึ้นมา ผมอยากจะเรียนพี่น้องประชาชนว่าเสาหลักของประเทศก็มีฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการและฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหารโดยเฉพาะคณะรัฐมนตรีใช้งบกลางเป็น แสนล้านบาท ฝ่ายตุลาการศาลงบประมาณก็หลายหมื่นล้านบาท ในส่วนของฝ่ายนิติบัญญัติ ซึ่งเป็นเสาหลักของประเทศ ผมจะเรียนท่านว่าเราได้งบ ๘,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในปี ๒๕๖๙ ในส่วนของสภาผู้แทนราษฎรได้ ๖,๐๐๐ กว่าล้านบาท ในส่วนของวุฒิสมาชิกได้ ๒,๐๐๐ กว่า ล้านบาท รวมแล้วแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท แล้วสภาผู้แทนราษฎรเราเพิ่งตรวจรับเมื่อ กลางปี ๒๕๖๗ เราใช้ฟรีมา ๕ ปีแล้ว โดยที่ไม่มีการซ่อมแซม ไม่มีการปรับปรุงใด ๆ ทั้งสิ้น แม้แต่ก๊อกน้ำในห้องน้ำเราก็ซ่อมไม่ได้ เพราะเราไม่ได้รับการส่งมอบ เมื่อเรารับส่งมอบแล้ว เราต้องบำรุงรักษา เราต้องจัดการหลายสิ่งหลายอย่าง น้ำรั่วก็เพราะว่าเราไม่ได้รับ งบประมาณที่จะซ่อมแซมได้ เพราะอยู่ในสัญญา ดังนั้นเมื่อรับมอบแล้วจำเป็นจะต้องตั้งงบประมาณเพื่อดำเนินการในส่วนที่ขาดอยู่นะครับ เช่นที่จอดรถ วันนี้ที่เราประชุมงบประมาณ ๔ วันนี้ที่จอดรถไม่มีครับ วัดแก้วฟ้าหรือ ห้างสรรพสินค้า หรือรอบ ๆ สภาเป็นที่จอดรถทั้งหมด ไม่พอนะครับ โดยพื้นที่ใช้สอยของ สภาผู้แทนราษฎร ๔๐๐,๐๐๐ ตารางเมตร ถ้าจะให้สมดุลกับที่จอดรถนั้นจะต้องมีที่จอดรถ ถึง ๗,๐๐๐ คัน วันนี้เรามี ๓,๐๐๐ คัน ผิดกฎหมาย โดยสัดส่วนแล้วพื้นที่ใช้สอยต่อพื้นที่ จอดรถต้องสมดุลกัน ทำไมตอนนั้นไม่ทำ เพราะว่างบประมาณของสภาผู้แทนราษฎร ที่ก่อสร้างงบ ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถูกตัดเหลือ ๑๒,๐๐๐ ล้านบาท ทำให้เกิดก่อน ให้ได้สภาก่อน ได้โครงสร้างมาก่อน แล้วก็หาทางแต่งเติมให้สมบูรณ์ขึ้นมา ดังนั้นเมื่อเรา รับมอบแล้ว เราก็ต้องหาทางดูแลให้สมบูรณ์แบบ ให้สมศักดิ์ศรีฝ่ายนิติบัญญัติของประเทศ
มาถึงศาลาแก้ว ทำไมจะต้องไปปรับปรุงศาลาแก้ว วันนี้ท่านเดินออกไปเลย ข้างนอกสภาเรานี่ ศาลาแก้ว ๒ หลังอยู่นั้น มีน้ำล้อมรอบตะไคร่ขึ้นเต็มเลย ไม่มีใคร เหยียบย่างเข้าไปเลย เพราะใช้ประโยชน์ไม่ได้ ทำไมเราต้องปรับปรุง เราปรับปรุงเพราะว่า จะมีอนุสาวรีย์ของรัชกาลที่ ๗ ที่จะมาตั้งข้างหน้าสภาของเรา แล้วศาลาแก้วจะต้องทำให้เกิด ประโยชน์ ให้สมดุลกับอนุสาวรีย์ที่จะมาตั้งต้นปีหน้า ดังนั้นวันนี้ศาลาแก้วเริ่มผุพังแล้ว เพราะบางส่วนเป็นหลังคาเปลือยไม่มีสิ่งห่อหุ้มแล้วก็ร้อน จำเป็นจะต้องตั้งงบประมาณ ปรับปรุงให้ใช้ประโยชน์ให้ได้ แขกบ้านแขกเมืองที่จะมาเปิดพระอนุสาวรีย์ในต้นปีหน้า จำเป็นจะต้องต้อนรับแขก เราต้องทำ ท่านตรวจสอบเลย วันนี้งบประมาณยังไม่ได้รับเลย ถ้าทำแล้วตรวจสอบได้ครับ นี่บ้านของเราเอง
มาถึงห้องประชุมงบประมาณ ท่านสมาชิกท่านใดที่เคยเป็นกรรมาธิการ วิสามัญงบประมาณ ท่านจะรู้ว่าท่านนั่งอยู่ในนั้น ๒ เดือน ๖๐ วัน มันลำบากมาก ไม่มีที่วาง เอกสาร มีจอคอมพิวเตอร์ที่บังหน้าทั้งหมดมองไม่เห็นใคร ด้วยการออกแบบที่จินตนาการ ของนักออกแบบ วันนี้เมื่อใช้มาแล้วมันใช้การที่ไม่สะดวก ห้องงบประมาณที่อู่ทองในสมัยก่อน ดีกว่านี้อีก กดปุ๊บคอมพิวเตอร์โผล่ขึ้นมาแล้วก็กดปิดลงได้ ทันสมัยกว่านี้อีก ดังนั้นจำเป็น จะต้องปรับปรุงห้องงบประมาณให้เหมาะสมกับการประชุมงบประมาณที่ยาวนาน แล้วก็นั่ง ทุกวัน จำเป็นต้องทำครับ ท่านไปตรวจสอบได้เลยมีคอร์รัปชันหรือไม่ หลังจากได้รับ งบประมาณปี ๒๕๖๙ ไปตรวจสอบเลยครับ อันนี้ห้องงบประมาณ
ต่อไปห้อง 4D ห้อง Animation สมัยก่อนเรียกว่าห้องฉายหนัง ที่รัฐสภาเก่า ที่ถนนอู่ทองในเรามีห้องฉายหนังบรรจุคนได้ ๑๐๐ คน ถึง ๒๐๐ คน ฉายหนังให้พี่น้อง ประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชมสภา ดูประวัติศาสตร์ ดูความเป็นไปของประชาธิปไตย วันนี้เรา มาเริ่มเพื่อต้อนรับคนที่เข้ามาเยี่ยมสภา เขามาเยี่ยมสภาก็มาสวัสดีแค่นี้ ให้เขารู้ ประวัติศาสตร์ ให้เขารู้ประชาธิปไตย ให้เขาดื่มด่ำ ให้เขาภูมิใจกลับบ้าน ต้องทำครับ ท่านตรวจสอบได้เลย มันล้ำหน้าไม่ได้หรือครับ มันทันสมัยไม่ได้หรือครับสภาผู้แทนนี้ มันเป็นต้นแบบของความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีไม่ได้หรือครับ ของเราเอง ฉะนั้นใครจะ ตรวจสอบ ตรวจสอบได้เลย ถ้างบประมาณผ่าน ยินดีให้ตรวจสอบเต็มที่ ท่านพริษฐ์ครับ ถ้าท่านเก่งจริงท่านตรวจสอบงบประมาณของกระทรวงต่าง ๆ สิครับ ๒๐,๐๐๐ หน้า ท่านตรวจสอบไปเลย นี่บ้านของเราเอง มีงบแค่ ๘,๐๐๐ ล้านบาท จะมารื้อรั้วบ้านทำไม แน่จริงไปตรวจสอบงบประมาณกระทรวง ทบวง กรม ที่เป็นแสน ๆ ล้าน ต้องขออนุญาต ที่ท่านพาดพิง สภาเสียหาย ก็ชี้แจงพี่น้องประชาชนให้เข้าใจ ต่อไปเชิญท่านไชยา พรหมา
๑๔๓/๑