เผ่าภูมิ โรจนสกุล ชี้แจงภาพรวมงบประมาณและเศรษฐกิจของประเทศ โดยย้ำถึงวินัยการคลังที่รัฐบาลดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ลดการขาดดุลและปรับโครงสร้างการใช้จ่ายให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมยืนยันความตั้งใจในการบริหารงบประมาณอย่างรับผิดชอบ สะท้อนจากการลดสัดส่วนงบประจำและเพิ่มงบอุดหนุนให้ท้องถิ่น ขณะที่เศรษฐกิจเริ่มเห็นสัญญาณฟื้นตัวจากบริโภคและภาคการผลิตที่เริ่มกลับมาขยายตัว แม้บางภาคยังเผชิญปัญหา แต่รัฐบาลยังคงยึดมั่นในเจตนารมณ์เพื่อการพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน
กราบเรียน ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพครับ เผ่าภูมิ โรจนสกุล รัฐมนตรีช่วยว่าการ กระทรวงการคลัง ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้เปรยถึงภาพรวมของตัวงบประมาณในหลาย ๆ มิติ ซึ่งผมมองว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีในการที่เราจะมาดูกันว่าตัวงบประมาณฉบับนี้มีหน้าตา เป็นอย่างไร มีภาพรวมเป็นอย่างไร มีทิศทางเป็นอย่างไร แล้วก็มีเรื่องของสัดส่วนต่าง ๆ เป็นอย่างไร แต่การเริ่มต้นที่ดีนั้นอาจจะนำไปสู่ข้อสรุปที่ไม่ถูกต้องถ้าหากใช้สมมุติฐาน และข้อมูลที่ไม่ถูกต้อง ผมคิดว่าการพูดของผมสั้น ๆ ในช่วงนี้น่าจะเป็นประโยชน์ต่อพี่น้อง ประชาชนเพื่อที่จะให้เราเห็นภาพรวมตรงกันก่อน เป็นก้าวแรกที่ตรงกันก่อนว่างบประมาณ ฉบับนี้มันแย่อย่างที่ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้นำเรียนหรือไม่ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้มีการพูดถึง เรื่องของประเด็นใหญ่ ๆ เรื่องของการขาดดุลงบประมาณ แน่นอนเราตรงกัน ประเทศไทย อยู่ในช่วงที่เรากำลังจะเจอกับความท้าทายทางเศรษฐกิจ เรากำลังจะเจอกับความไม่แน่นอน การใช้งบประมาณในการบริหารเป็นสิ่งที่สำคัญ และการขาดดุลงบประมาณเป็นสิ่งที่ หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่การขาดดุลงบประมาณ เราบอกว่าการขาดดุลงบประมาณมากขึ้นเรื่อย ๆ และการขาดดุลงบประมาณมีจำนวนที่สูงอย่างน่าตกใจนั้น ผมอยากให้เราย้อนกลับไปดู เรื่องของตัวการคลังระยะปานกลาง หรือ MTFF ที่เสมือนเป็นพันธสัญญาที่รัฐบาลสัญญาไว้ กับประชาชนว่าจะมีลักษณะหน้าตาเป็นอย่างไร ในงบปี ๒๕๖๘ เรามีขาดดุลงบประมาณ อยู่ที่ ๔.๕ เปอร์เซ็นต์ของตัวงบประมาณ ปีนี้ปี ๒๕๖๙ เราขาดดุลลดลงในเชิงของสัดส่วน ลงเหลือ ๔.๓ และจะลงเหลือ ๓.๖ ในปีหน้า และจะลงเหลือ ๓.๑ ในอีก ๒ ปีต่อจากนั้น ท่านเห็นทิศทางหรือไม่ว่ารัฐบาลบริหารตัวงบประมาณด้วยความรับผิดชอบ เราขาดดุล งบประมาณลดลงเรื่อย ๆ นอกเหนือจากนั้นรัฐบาลยังได้มีการตั้งงบประมาณสำหรับ การใช้หนี้เงินต้นสูงที่สุดเท่าที่กฎหมายจะกำหนดให้ในขณะนี้ เราตั้งงบในการใช้หนี้เงินต้นถึง ๔ เปอร์เซ็นต์เพดานสูงสุด นั่นแสดงถึงอะไรครับ นั่นแสดงถึงความรับผิดชอบ นั่นแสดงถึง วินัยการเงินการคลังที่รัฐบาลพยายามจะปฏิบัติตาม ไม่หยุดแค่นี้ครับ เราแก้กฎเกณฑ์ การใช้หนี้เงินต้น ๔ เปอร์เซ็นต์เราเห็นว่าไม่พอครับ เราแก้กฎให้กลายเป็น ๕ เปอร์เซ็นต์ ปีหน้าท่านก็จะเห็นการตั้งงบประมาณที่มีการใช้หนี้เยอะกว่าเดิมอีก นี่คือความรับผิดชอบ ของเรา นี่คือความรับผิดชอบของรัฐบาลในการตั้งงบประมาณ นั่นคือในประเด็นที่ ๑ เรื่อง ของการขาดดุลงบประมาณ
ประเด็นที่ ๒ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้มีการพูดถึงเรื่องของงบประมาณนั้น สามารถในการที่จะบริหารจัดการได้เพียง ๑ ใน ๔ จริงครับ ถูกต้อง เพราะเรามีสัดส่วนที่เป็น งบประจำค่อนข้างเยอะ แต่ผมอยากให้กลับไปดูที่ตัวเลขเหมือนกัน รัฐบาลนี้ งบประมาณ ฉบับนี้ เรามีการลดเรื่องของการตั้งเรื่องของงบประจำ ท่านจะเห็นว่าปีนี้มีการตั้งงบประจำ ลดลง ๑.๐๕ เปอร์เซ็นต์ ไม่ค่อยบ่อยครั้งที่เราเห็นการตั้งงบประจำลดลง และถ้าท่านไปดูใน ตัวสถิติเลย งบประจำปีนี้อยู่ที่ ๗๐.๑๖ เปอร์เซ็นต์ ต่ำสุดในรอบ ๑๘ ปี ของการทำ งบประมาณมา นั่นแสดงถึงอะไร นั่นแสดงถึงเราพยายามที่จะลดเรื่องของงบประจำ งบต่าง ๆ ที่อาจจะไม่ได้ไปลงทุนต่าง ๆ เราลดลง เพื่อทำให้เปิดช่องว่างสำหรับการลงทุน เพื่อการสร้างโครงสร้างที่ดีสำหรับประเทศในอนาคต นั่นคือความรับผิดชอบของเรา
ประเด็นที่ ๓ ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้มีการพูดถึงเรื่องของการกระจายรายได้ งบไปสู่ท้องถิ่นว่ามีการจัดสรรไม่เพียงพอ ไม่ได้กระจายไปสู่ท้องถิ่น ไปดูกันที่ตัวเลขครับ งบปีนี้มีการจัดเรื่องของรายได้ให้กับ อปท. อยู่ที่ ๒๙.๔๓ เปอร์เซ็นต์ มากขึ้นทุก ๆ ปี แล้วปีนี้ถ้าสมมุติไม่อยากใช้คำนี้แต่มันก็เป็นคำที่ถูกต้องตามหลักสถิติสูงสุดในประวัติศาสตร์ อีกเช่นเดียวกัน งบที่เราจัดสรรให้ตัว อปท. เงินอุดหนุนที่รัฐบาลจัดสรรจากตัวงบประมาณให้ อปท. นั้น ปีนี้โต ๒.๙๕ เปอร์เซ็นต์ ดูเหมือนไม่เยอะใช่ไหมครับ แต่ถ้าไปดูถึงตัวงบประมาณ แล้วงบประมาณเราโตทั้งก้อน ๓.๗ กว่าล้านบาท โตทั้งก้อน ๐.๗ เปอร์เซ็นต์ แต่งบท้องถิ่น โตเร็วกว่าตัวงบประมาณนั่นหมายถึงอะไร นั่นหมายถึงเจตจำนงของรัฐบาลในเรื่องของการ กระจายรายได้
ประเด็นที่ ๔ ท่านได้โชว์กราฟอันหนึ่งซึ่งผมว่าน่าสนใจ เรื่องของการบริโภค และเรื่องของการผลิต ผมคิดว่าเราตรงกัน เราเห็นการบริโภคที่เติบโตขึ้น แต่เราเห็นภาคของ การผลิตที่ยังไม่ผงกหัวเท่าไรเป็นภาพเดียวกันที่เราเห็น แต่รัฐบาลใช้ความพยายามอย่าง ขะมักเขม้นในเรื่องนี้ ในเรื่องของการสร้างภาคบริโภคให้มันไปดึงดูดภาคการลงทุนให้ได้ ผมพูดถึงในภาคของภาคการบริโภคก่อน เราไปดูรายได้จัดเก็บเรื่องของแวต ขอใช้ Nominal แวต เพราะตัวราคายังไม่ออก ในการใช้ Real แวต ก็เลยขอพูดถึงตัว Nominal แวต ก่อน ในประเทศเรื่องเกี่ยวกับการบริโภค แวตภาพรวมการเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มภาพรวมนั้นเราโต ติดต่อกัน ๑๕ เดือนติด นั่นสะท้อนถึงการบริโภคในประเทศที่แข็งแกร่ง แวตในประเทศโตขึ้น ๒๘ เดือนติด นั่นคือการบริหารของรัฐบาลในเรื่องของการที่จะทำให้เกิดการจับจ่ายใช้สอย ท่านเถียงตัวเลขนี้ไม่ได้ครับ ตัวเลขการจัดเก็บรายได้ภาษีมูลค่าเพิ่ม เพราะมันบอกถึง Transaction มันบอกถึงธุรกรรมว่ามีการซื้อขายเท่าไร ยิ่งมีการซื้อขายจับจ่ายใช้สอยมาก รัฐบาลจะดูจากตัวเลขภาษีมูลค่าเพิ่มอันนี้ ภาพนี้เราเห็นตรงกัน ภาพที่การบริโภค อยู่ในเกณฑ์ที่ดี ภาคการผลิตมีปัญหา ถูกต้องผมเห็นด้วย และถ้าภาคการผลิตที่มี ปัญหา เราเข้าไปดูเรื่องของที่มี ๒ ภาคส่วนสำคัญ ๆ ที่มีปัญหา นั่นคือเรื่องของภาคยานยนต์ และภาคอสังหาริมทรัพย์ แต่เราเห็นอะไรครับ เราเริ่มเห็นปลายทางแห่งความหวัง เรื่องเกี่ยวกับภาคยานยนต์ ผมพาท่านไปดูตัวเลข ในเดือนเมษายนข้อมูลล่าสุดที่เรามี ปริมาณการขายรถยนต์นั่งของเราในภาคยานยนต์ เราติดลบมาโดยตลอด ติดลบมายาว นานมาก เดือนเมษายนนี้จะเป็นเดือนแรกที่พลิกกลับมาเป็นบวกในเรื่องของยานยนต์รถนั่ง อีกตัวเลขหนึ่งเรื่องของรถบรรทุกซึ่งบ่งบอกถึงภาคการลงทุนและสะท้อนกลับมาที่ ภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ เราเห็นลบมาโดยตลอดเช่นเดียวกัน แล้วผมก็หนักใจมาโดยตลอด เรื่องเกี่ยวกับภาคยานยนต์ แต่เดือนเมษายนจะเป็นเดือนแรกในรอบ ๑๗ เดือนที่เราเห็น ตรงนี้จะกลับกลายเป็นบวกขึ้น เราเริ่มเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์เรื่องเกี่ยวกับการลงทุน ของภาคอุตสาหกรรมยานยนต์ ท่านพูดถึงเรื่องการผลิต ผมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพูดถึงเรื่องของตัวเอ็มพีไอซึ่งเป็นดัชนี สำคัญที่นักเศรษฐศาสตร์ทุกคนใช้ในการชี้วัดตัวการผลิตของภาคอุตสาหกรรม เอ็มพีไอ ภาพรวมยังไม่ประกาศ กำลังจะประกาศ แต่ผมบอกท่านได้ว่ามันจะเป็นการบวกครั้งแรก ในรอบ ๙ เดือน เราลบมาโดยตลอดผมหนักใจทุกเดือนที่เห็นตัวเลข เดือนนี้จะกลายเป็นบวก และจะเป็นในรอบ ๙ เดือนที่เกิดขึ้นเอ็มพีไอถ้าเจาะไปในภาคเป็นภาคยานยนต์ ลบมา ๒๑ เดือน เดือนนี้จะกลายเป็นบวกครั้งแรกในรอบ ๒๑ เดือน
ประเด็นสุดท้าย ท่านผู้นำฝ่ายค้านได้พูดถึงเรื่องประเด็นสำคัญเรื่องเกี่ยวกับ การค้ำประกันสินเชื่อ เรื่องของการค้ำประกันสินเชื่อต่าง ๆ ว่าท่านมองไม่เห็นสิ่งนี้ ในงบประมาณ ใช่ครับ ท่านจะมองไม่เห็นสิ่งนี้ในงบประมาณ เพราะเราจะไม่ตั้งใน งบประมาณ การตั้งงบประมาณเกี่ยวกับการค้ำประกันสินเชื่อไว้ในงบประมาณ การขาด การยืดหยุ่นในการใช้นั่นคือการตั้งงบประมาณที่สูญเปล่า เราสามารถมีช่องทางในการใช้ งบประมาณต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นการใช้มาตรา ๘ การใช้ในส่วนอื่นในเรื่องของการตั้งเพื่อมา การค้ำประกันสินเชื่อได้ ผมกำกับดูแล บสย. โดยตรง ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ทำอยู่คนเดียว เรื่องของการค้ำประกันสินเชื่อ ผมให้ความสำคัญกับสิ่งนี้มาก แต่ตัวเลขท่านผิดที่ท่านบอกว่า ตัวคูณมัน ๗ เท่า ไม่ใช่ครับ ตัวคูณมันแค่ ๔ เท่า แต่เห็นตรงกันว่ามันเป็นสิ่งที่สำคัญ และเรา จะพยายามผลักดันตรงนี้ แต่มันจะไม่อยู่ในงบประมาณ เพราะผมไม่ตั้งมันอยู่ในงบประมาณ ต่าง ๆ เหล่านี้เป็นเพื่อที่จะทำให้ข้อมูลตรงกันก่อน ก้าวแรกของ ๓-๔ วันนี้ในการอภิปราย เรื่องงบประมาณมีความสำคัญ เราต้องก้าวแรกให้ตรงกันก่อนว่างบประมาณฉบับนี้ไม่ได้แย่ เหมือนที่ท่าน ๆ ได้นำเรียนมาในช่วงแรก รัฐบาลใช้ความพยายามอย่างหนัก ในการทำ งบประมาณฉบับนี้ด้วยความรับผิดชอบ ด้วยเจตจำนงของการทำเพื่อพี่น้องประชาชน ด้วยเจตจำนงของการพัฒนาเศรษฐกิจภายใต้เงื่อนไขต่าง ๆ และความท้าทายของประเทศไทย ที่กำลังจะเจอกับเรื่องต่าง ๆ ในอนาคต ขอบคุณท่านประธานครับ