กัณวีร์ สืบแสง อภิปรายคัดค้านร่างงบประมาณรายจ่ายประจำปี 2569 โดยระบุว่าการจัดทำขาดวิสัยทัศน์ ดำเนินการแบบซ้ำซาก ไม่ตอบสนองต่อปัญหาโครงสร้างพื้นฐานและเรื่องเร่งด่วนของประเทศ ทั้งยังขาดภาวะผู้นำและไม่คำนึงถึงความมั่นคงของชาติและประชาชน อีกทั้งยังเรียกร้องให้จัดสรรงบประมาณและแผนงานอย่างเร่งด่วนเพื่อรับมือกับปัญหามลพิษข้ามแดนจากเหมืองแร่และโครงการนิวเคลียร์ในประเทศเพื่อนบ้านที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและความมั่นคงของไทย
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม นายกัณวีร์ สืบแสง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเป็นธรรม วันนี้ต้อง ขออนุญาตลุกขึ้นมาอภิปรายร่วมกับท่านผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ร่วมกับเพื่อนพี่น้องพรรคร่วมฝ่ายค้านในการที่จะลุกขึ้นมาอภิปราย ไม่เห็นชอบในร่างพระราชบัญญัติว่าด้วยเรื่องงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ จริง ๆ แล้ววันนี้ผมคงจะทำให้พี่น้องเพื่อน ๆ พรรคประชาชนที่นั่งรอบรอบข้างผมนี้อาจจะ เสียใจเล็กน้อยที่ผมไม่สามารถที่จะชี้ช่องตัดหาเงินงบประมาณเพิ่มให้กับรัฐบาลตาม Motto ของพรรคประชาชนได้ แต่ผมจะมานำเรียนให้กับท่านประธานผ่านไปยังพี่น้องประชาชน ทั่วประเทศไทยและพี่น้องประชาชนที่อยู่รอบโลกใบนี้ทราบว่าเหตุผลกลใดการที่รัฐบาลชุดนี้ ไม่สามารถมีประสิทธิภาพในการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ได้ด้วยเหตุผล ทั้งหมด ๔ ประการ
ประการแรก รัฐบาลชุดนี้ขาดความเป็นมืออาชีพในการจัดทำงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ครั้งนี้เป็นครั้งที่ ๓ อีกครั้งหนึ่งที่ผมจะต้องมาพูดเหมือน Copy paste ตัวเองในการที่จะต้องมาพูดเรื่องเกี่ยวกับว่าทำไมเราถึงไม่เห็นชอบงบประมาณ รายจ่ายประจำปีที่รัฐบาลได้จัดทำ ปี ๒๕๖๗ ไม่เป็นไร รัฐบาลชุดที่แล้ว คุณเศรษฐา เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ปี ๒๕๖๘ รัฐบาลชุดนี้คุณแพทองธาร ขึ้นมาเป็นนายกรัฐมนตรี เพิ่งเข้ามารับตำแหน่งก็บอกว่ามันเป็นเวลาสั้น ๆ ปี ๒๕๖๙ ยังเหมือนเดิม และยิ่งได้ยินคำชี้แจงของท่านรองนายกรัฐมนตรี รัฐมนตรีว่าการกระทรวง การคลังที่ใช้เหตุผลทางด้านเศรษฐศาสตร์มาสนับสนุนรับรองในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำ งบประมาณที่ขาดประสิทธิภาพแล้ว ผมยิ่งอยากจะบอกว่าหน้าที่ของพวกท่านที่นั่งอยู่บน บัลลังก์ หน้าที่พวกท่านในการเป็นคณะรัฐมนตรี เป็นรัฐมนตรีกุมบังเหียนของกระทรวง ต่าง ๆ หน้าที่ของท่านเป็นผู้ชี้นำ ต้องบอกครับปัญหาของประเทศนี้คืออะไร ปัญหาที่ กระทรวงของท่านแต่ละกระทรวงรับผิดชอบอยู่คืออะไร ไม่ใช่เป็นการจัดทำงบประมาณ แบบเดิม ๆ ผมเคยเป็นข้าราชการ ท่านประธาน ตั้งแต่ปี ๒๕๔๕ ๒๐ กว่าปีที่ผ่านมายังทำ เหมือยเดิม ข้าราชการประจำทำงบประมาณขึ้นมา ท่านใช้กรอบงบประมาณ ใช้กรอบตัวเงิน ในการเป็นตัวตั้ง ทำโครงการขึ้นมาสอดรับกับแผนงาน แผนแม่บท แผนยุทธศาสตร์ต่าง ๆ โดยที่ไม่ยอมนำปัญหาจริง ๆ ที่ท่านมองเห็น ที่ท่านเป็นนักการเมืองและเป็นผู้นำฝ่ายบริหาร คุมกระทรวงต่าง ๆ จัดทำเป็นโครงการแผนงาน ท่านทำเป็นกลับหัวกัน เป็นพีระมิดที่กลับหัว ซึ่งมันผิดกรอบการจัดทำงบประมาณ มันทำให้ประเทศของเราไม่ก้าวหน้า ประเทศเรา ไม่สามารถที่จะมองเห็นท่านต้องมี Vision ท่านต้องมีวิสัยทัศน์ในการที่จะบอกว่าปัญหาของ ประเทศของเราคืออะไร อันนี้เป็นเหตุผลแรกที่ผมบอกว่าไม่สามารถยอมรับได้ร่างประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ เพราะท่านไม่เป็นมืออาชีพเลย
อันที่ ๒ เหตุผลที่ต่อเนื่องกัน ขาดความเป็นผู้นำของส่วนราชการ เพราะท่าน ไม่มี Vision ท่านไม่มีวิสัยทัศน์ในการบอกว่าปัญหาจริง ๆ คืออะไร ท่านมองไม่ออก พอท่าน มองไม่ออกท่านไม่สามารถบอกได้ ส่วนราชการก็บอกว่าก็เขามีงานเต็มมือ เขาก็ต้องทำ งบประมาณที่เคยทำงบต่อเนื่องต่าง ๆ นานาออกมาเรื่อย ๆ เขาก็เสนอท่าน ท่านส่งต่อ ท่านก็ส่งเข้ามาในสภาผู้แทนราษฎร เราก็ต้องผ่านงบประมาณให้กับพวกท่าน เพราะว่า ฝ่ายค้านก็เสียงข้างน้อยกว่าอยู่แล้ว มันเป็นเสียอย่างนี้ แล้วพวกท่านจะ อยู่ทำไมตรงนั้น เอาข้าราชการประจำ เอาปลัดกระทรวง เอาหัวหน้าส่วนราชการมานั่งอยู่ ข้างบนดีกว่าไหม
ข้อที่ ๓ ท่านไปทราบความจำเป็นเร่งด่วนต่าง ๆ นานาในประเทศของเรา ว่าเรากำลังเผชิญปัญหาอะไรอยู่ ท่านเลยไม่สามารถบอกได้ว่าปัญหาต่าง ๆ มันควรจะนำการ จัดทำงบประมาณ ปัญหาต่าง ๆ มันควรจะเป็นต้นทางในการที่สร้างโครงการแผนงานและ งบประมาณทีหลัง งบประมาณมาทีหลังสำหรับผม ถ้าท่านเป็นคนที่มองแบบก้าวหน้า ท่านจะมองเห็นว่าท่านต้องเอาปัญหาขึ้นมาเป็นตัวตั้ง ท่านสร้างแผนงานโครงการขึ้นมาแก้ไข ปัญหา งบประมาณไม่ว่าจะมากขนาดไหนก็ตามใส่เข้าไปก่อน ถ้ามันเยอะเกินไปท่านตัด ออกไปได้ แต่นี่ท่านเอางบประมาณเป็นตัวตั้ง งบเท่าเดิมปีนี้ ๓.๗๘ ล้านล้านบาท การจัดทำ งบประมาณมันขึ้นนิดเดียวเราก็ทราบกันอยู่ มันไม่ใช่ เพราะฉะนั้นนี่คือเหตุผลข้อที่ ๓ คือท่านไม่ยอมมองเห็นความจำเป็นเร่งด่วนต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นตัวตั้งในการ จัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี
เหตุผลข้อที่ ๔ ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนความมั่นคงทั้งภายใน ประเทศและภายนอกประเทศมันกระทบกับเราท่านก็มองไม่ออก
อันนี้เป็นสิ่งสำคัญ ทั้ง ๔ เหตุผลนี้เป็นสิ่งที่ทำให้ผมไม่สามารถให้ความ ไว้วางใจในเรื่องเกี่ยวกับการจัดทำงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ของพวกท่าน ท่านประธานครับ ผมจะยกตัวอย่างปัญหาอะไรต่าง ๆ ที่มันควรจะเป็นตัวตั้งในการจัดทำ งบประมาณ
(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิดคลิปภาพ)
ขอสไลด์แรกครับ สไลด์แรก หากผมนั่งอยู่บนบัลลังก์ หากผู้แทนของเราได้เป็นนายกรัฐมนตรี เรามองปัญหาอันแรก ๆ ที่ใกล้เข้ามาในประเทศไทย ปัญหาเจาะเหมือง มลพิษ ชายแดน ต้นน้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง ปัญหานี้มาตั้ง ๔ เดือนที่ผ่านมาจะมาบอกว่าเป็นปัญหาใหม่ ๆ ไม่สามารถจะนำมา พิจารณาได้หรือไม่ ท่านไม่ทราบหรือว่าปัญหานี้เป็นปัญหาจริง ๆ ปัญหาในประเทศ เพื่อนบ้านของเราที่เขามีการจัดทำเหมือง ทั้งเหมืองทอง ทั้งเหมืองเกี่ยวกับแร่ Rare Earth เกิดขึ้น แล้วมีผลกระทบที่แม่น้ำกกของเรา เข้าถึงจังหวัดเชียงใหม่ไล่เข้าไปเชียงรายลงไปสู่ แม่น้ำโขงท่านมองไม่ออกหรือว่านี่คือปัญหาจริง ๆ หากท่านมองออกท่านจะรู้ว่าท่านควรจะ จัดทำงบประมาณอย่างไร ท่านจะรู้ว่าแผนงานโครงการในการแก้ไขปัญหาตรงนี้ควรทำ อย่างไร สไลด์ ที่ ๒ อันนี้คือเหมืองที่ทำเป็นแร่ Rare Earth ในประเทศเพื่อนบ้านของเรา ห่างจากชายแดนของประเทศไทยแค่ ๒๕ กิโลเมตร ตอนนี้เราเห็นพี่น้องภาคประชาชน ภาคประชาสังคมในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดเชียงราย ออกมาต่อสู้บอกว่าท่านทำอะไรกันอยู่ ทำไมท่านถึงไม่แก้ไขปัญหา ผมก็ตกใจ สไลด์ถัดไป อันนี้ก็เป็นอีก ๑ ภาพชัดเจน Google Earth สามารถมองได้ ท่านไม่ต้องไปหาข้อมูลที่ไหนท่านใช้ Google Earth ท่านใช้ คอมพิวเตอร์ของท่าน ท่านก็จะเห็นว่าปัญหามันมีจริง ๆ ทำไมงบประมาณ แผนงานต่าง ๆ มันถึงไม่มี สไลด์ถัดไป อันนี้คือโครงการ จริง ๆ แล้วอยู่ในงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์สร้างการเติบโต คุณภาพชีวิตเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม อยู่ภายใต้แผนย่อยของแผนแม่บทการจัดการมลพิษ ที่มีผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสารเคมี ผมดีใจว่าปีที่แล้วพอเทียบกัน ปี ๒๕๖๘ กับ ปี ๒๕๖๙ มีเงินงบประมาณเพิ่มขึ้นมา ๒๐๐ กว่าล้านบาท ตอนแรกก็นึกว่าท่านสามารถ จัดทำแผนงานและโครงการขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์ปัญหาในการแก้ไขปัญหามลพิษที่มาจาก มลพิษข้ามแดนมาจากประเทศเพื่อนบ้านของเราเข้ามากระทบสู่ประเทศไทย แต่พอไปดูจริง ๆ ว่า ๒๐๐ กว่าล้านบาทมาจากไหน งบประมาณของท่านไปลงสู่กระทรวงอุตสาหกรรม องค์การ จัดการน้ำเสียของรัฐวิสาหกิจ ๒๐๐ กว่าล้านบาท กระทรวงอุตสาหกรรมไปทำอะไร เรื่องเกี่ยวกับมลพิษที่เกี่ยวข้องกับแม่น้ำกก แม่น้ำสาย แม่น้ำโขง คือเรามองไม่เห็น เพราะฉะนั้นแสดงว่าท่านไม่ได้มองปัญหาเป็นตัวตั้ง ท่านมองแต่ว่างบประมาณอยู่ตรงไหน แล้วท่านก็เอาไปใส่ตรงนั้น อันนี้คือปัญหาแรกที่ท่านมองไม่ออกว่าปัญหาจริง ๆ ที่ประเทศไทย กระทบอยู่เป็นแค่ตัวอย่าง สไลด์ถัดไปอีกเรื่องหนึ่ง มีหลายส่วนที่เราได้เห็นจากข่าว ทั้งข่าวสารและข้อมูล ผมเชื่อมั่นว่าท่านได้ยินเช่นกัน ประเทศเมียนมามีความร่วมมือกับ ประเทศรัสเซีย ในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ทวาย หรือ Dawei ที่อยู่ติดกับประเทศไทย แค่ ๑๓๒ กิโลเมตร ห่างจากจังหวัดกาญจนบุรีมี ๒ ที่ อีกอันอยู่ที่พะโคซึ่งสามารถลากเข้ามาสู่ จังหวัดแม่ฮ่องสอนได้ประมาณ ๒๐๐ กว่ากิโลเมตร ท่านเห็นหรือไม่ว่าปัญหาแรกที่ผมบอกไป คือเหมืองแร่ แร่ Rare Earth การทำ Business and Human Rights เรื่องเกี่ยวกับธุรกิจ และเรื่องเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในประเทศเพื่อนบ้านของเรา เขาจะทำอย่างไรเราไม่สนใจ เพราะเป็นเรื่องของประเทศเพื่อนบ้าน แต่มันกระทบต่อประเทศไทย การไม่มี Accountability การไม่มีความรับผิดชอบของประเทศเพื่อนบ้านในการจัดทำธุรกิจต่าง ๆ ส่งผลกระทบต่อ ประเทศไทย ท่านลองคิดดูว่าที่ทวายถ้าสมมุติว่าโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เกิดขึ้น แล้วเขาไม่สามารถ ควบคุมสิ่งต่าง ๆ เกิดขึ้นได้ สารกัมมันตภาพรังสีแผ่ขยายเข้ามาในประเทศไทย แล้วเราจะทำ อย่างไร ท่านมองไม่ออกว่านี่คือปัญหาหลัก ๆ จริง ๆ ถ้าเกิดขึ้นจริง ๆ ท่านจะทำอย่างไร สไลด์ถัดไป พอไปดูงบประมาณภายใต้ยุทธศาสตร์ความมั่นคง ๔๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท อยู่ภายใต้แผนงานยุทธศาสตร์การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่มีผลกระทบต่อความมั่นคง ๒๓,๘๔๒ ล้านบาท ปี ๒๕๖๗ ปี ๒๕๖๘ เพิ่มขึ้น ๕๖ ล้านบาท ไปอยู่ในสำนักงานปรมาณู เพื่อสันติ จริง ๆ แล้วก็ถูกต้อง แต่ว่าพอเราไปดูในรายละเอียดว่าสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ หน้าที่ความรับผิดชอบ Mission ของเขาคืออะไรเราจะเห็นชัดเจนว่าเป็นการป้องกันแค่ ภายในประเทศ แต่ท่านไม่มองออกไปว่าถ้ามีผลกระทบจริง ๆ จากประเทศเพื่อนบ้านของเรา และเข้ามาสู่ประเทศไทย ท่านจะป้องกันอย่างไร ท่านได้ดำเนินการใด ๆ หรือไม่ในการพูดคุย กระทรวงการต่างประเทศผมก็ไม่เห็นมีโครงการใด ๆ ที่จะไปแก้ไขปัญหาตรงนี้ ไม่มีการ พูดคุยในเรื่องต่าง ๆ ตรงนี้ กระทรวงกลาโหมเองก็ตามไม่มีการพูดคุยในเรื่องต่าง ๆ ดังนี้ สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติก็ไม่มี งบประมาณตรงไหนที่จะไปป้องกันที่จะบอกเขาว่า ไม่ควรจะทำ หรือจะมีการ Deal อย่างไรพูดคุยเกิดขึ้น ไม่มี ป้องกันภายในประเทศเราก็ไม่มี การพูดคุยภายนอกประเทศเราก็ไม่มี ท่านมองไม่ออกว่านี่คือปัญหาที่จะมีผลกระทบส่งต่อ ความมั่นคงของประเทศ สิ่งต่าง ๆ เหล่านี้ไม่ใช่สิ่งใหม่ท่านประธาน เกิดขึ้นมาประมาณสัก ๒ ปีแล้ว มีความความพยายามของประเทศเพื่อนบ้านของเราในการสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ ที่จะอยู่ใกล้ประเทศไทย แต่เราก็ไม่ทำอะไรเกิดขึ้น แล้วพี่น้องในจังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดตาก ที่จะมีผลกระทบหากเกิดสารกัมมันตภาพรังสีทะลุออกมา จะทำอย่างไร ตอนนี้พี่น้องประชาชนบริเวณชายแดนของเรารู้สึกหนาว ๆ ร้อน ๆ เรียบร้อย ท่านประธาน หากเราไม่มีแผนงานโครงการต่าง ๆ เกิดขึ้น สไลด์ถัดไป ตัวอย่างที่ ๓ โครงการ อีอีซี ณ ปัจจุบันนี้ท่านประธาน เราก็มีอีกปีนี้ เดี๋ยวผมโชว์ก่อน ภาพอีอีซีเราสีดำ ๆ ข้างบน อีอีซีตรงนี้ อีกอันหนึ่งคือที่ประเทศกัมพูชา มีการตัดคลองที่เรียกว่าฟูนันเตโช ที่ผ่านจาก จังหวัดแกบที่อยู่ชายแดนอ่าวไทยเข้าไปสู่กรุงพนมเปญ เมืองหลวงของประเทศกัมพูชา ๑๘๐ กิโลเมตรที่ประเทศจีนเข้ามาลงทุนตัดคลองนี้ออกมาให้ได้ ท่านรู้หรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น นัยของมันท่านต้องวิเคราะห์ให้ออก หากการทำคลองนี้สำเร็จท่านรู้หรือไม่ อะไรจะเกิดขึ้น จะมีการท่าเรือน้ำลึกเกิดขึ้นหรือไม่ ตอนนี้มีการติดต่อระหว่างจังหวัดแกบ กำปอด สีหนุวิลล์ เรียบร้อยแล้ว เขาลงทุนไปตรงนั้นแล้วนี่ ถ้าเกิดเขามีเกี่ยวกับนิคม อุตสาหกรรมขึ้นเหมือนกับที่เราทำเออีซีเราจะทำอย่างไร สไลด์ถัดไป ท่านประธานครับ ปี ๒๕๖๘ เราลงทุนเรื่องอีอีซีของเรานี่อยู่ภายใต้ยุทธศาสตร์ ด้านสร้างความสามารถในการแข่งขัน ๓๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ภายใต้แผนงานบูรณาการ เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก ๘,๓๑๔ ล้านบาทของปีนี้ ปี ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๘ ลงทุนไป ๗,๓๒๙ ล้านบาท รวม ๒ ปี ๑๕,๖๗๑ ล้านบาทเศษ ที่เราลงทุนเข้าไป ท่านรู้ไหม ถ้าสมมุติว่ากัมพูชาเขาสามารถทำท่าเรือน้ำลึกได้เกิดขึ้น ตรงที่จังหวัดแกบตรงนั้นมันจะเป็น ตาข่ายรองรับการเดินเรือสมุทรเข้ามา แล้วอีอีซีของเราจะมีผลกระทบ ท่านได้สร้างโครงการ แผนงานอะไรบ้างหรือยัง กระทรวงพาณิชย์ได้มีการพูดคุยหรือยังว่าจะทำอย่างไรในการที่จะ ประสานงานกับประเทศกัมพูชา รัฐบาลเองที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับรัฐบาลกัมพูชา ได้มีการพูดคุยอะไรกันบ้างหรือยัง ได้มีการตกลงอะไรกันบ้างหรือเปล่าว่าเรามีโครงการตรงนี้ เกิดขึ้น ท่านไม่ควรที่จะมีโครงการต่าง ๆ เข้ามารองรับเป็นตาข่ายทางด้านเศรษฐกิจ ที่จะทำให้ อีอีซีของเราที่เราลงทุนเป็นหลายหมื่นล้านบาทมาหลายปีแล้วไม่ได้รับผลกระทบ ท่านทำ อะไรบ้างหรือยัง ไม่มีอะไรเลย มีแต่การพัฒนาอีอีซี มีแต่การเอาเงินไปลงทุน มีกองทัพเรือ ที่เข้าไปทำงานตรงนี้อีก มีได้รับงบประมาณปี ๒๕๖๙ อีก ท่านไม่ดูว่าความจำเป็นเร่งด่วน มันคืออะไร ท่านใส่แต่งบประมาณในการลงทุนเข้าไปเรื่อย ๆ แล้วมันมีผลกระทบอะไร ต่อการลงทุนของเรา ถ้าลงทุนไป ๑๐๐,๐๐๐ ล้านบาท แล้วเราไม่ได้ผลกำไรกลับมา เราจะลงทุนไปเพื่ออะไร ขอสไลด์ถัดไป อีก ๑ สถานการณ์ เมื่อสักครู่นี้ท่านนพดล ปัทมะ ต้องขอประทานโทษที่เอ่ยนามท่าน ท่านได้พูดถึงเรื่องผลกระทบจากสถานการณ์ในประเทศ เมียนมาที่จะเกิดขึ้นกับประเทศไทยหากไม่เกิดสันติภาพ ต้องขอขอบคุณท่านนพดลนะครับ ที่ท่านได้พูดเรื่องนี้ เพราะมันจำเป็นจริง ๆ ประเทศไทยของเราทราบนานแล้วว่าผลกระทบ เกิดขึ้นแน่ ๆ หากเกิดสถานการณ์ไม่สงบในประเทศเมียนมา ผู้ลี้ภัยเองก็ตาม Scammer Call Center เรื่องการค้ามนุษย์ ขบวนการนำพา จีนเทา จีนดำ ไทยเทา ไทยดำ ต่าง ๆ นานา ที่เกิดขึ้นในประเทศเมียนมา เราไม่มีงบประมาณโครงการใด ๆ ทั้งสิ้น ท่านรู้ไหม ปี ๒๕๖๗ ตอนนั้นเป็นท่านเศรษฐา ขอประทานโทษ แค่มีโครงการในการทำเรื่อง Humanitarian Corridor ในการสนับสนุนทางด้านมนุษยธรรม เงิน ๕ ล้านบาท ปีที่ผ่านมาภายใต้การนำ ของคุณแพทองธาร ชินวัตร มีการใช้งบประมาณของเราผ่าน R5 คือศูนย์ประสานงาน ทางด้านการให้ความช่วยเหลือทางด้านมนุษยธรรมผ่านอาเซียน ใช้เงินเท่าไรไม่รู้ เงินไป ตรงไหนไม่รู้ เอาเงินทุกอย่างไปสู่ที่งบกลาง ทั้ง ๆ ที่เรารู้ว่าตรงนี้เป็นการป้องกันผลกระทบ ต่าง ๆ ที่เข้ามาในประเทศไทย พี่น้องบริเวณชายแดนไทยกับเมียนมา ทั้งหมด ๒,๔๑๖ กิโลเมตร ตั้งแต่จังหวัดเชียงรายลงไปถึงจังหวัดระนองได้รับผลกระทบทั้งนั้น ท่านไม่มี แผนงาน โครงการใด ๆ ท่านเพียงแค่พูดว่าเราต้องเป็นคนนำในการสร้างสันติภาพ เรามีการ ประชุม ASEAN Summit เพิ่งเร็ว ๆ นี้เมื่อวันที่ ๒๔ ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีก็ไปจับมือ กับเขาที่มาเลเซีย ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศก็บอกว่าอาเซียนขอบคุณไทย ช่วยแก้วิกฤติเมียนมา เราทำทุกอย่าง แต่เราไม่มีงบประมาณ เราไม่ทำโครงการ ท่านเอาเงิน ไปทำอะไรกันหมดผมก็ไม่เข้าใจ อันนี้คือ Vision คือวิสัยทัศน์ที่ท่านจำเป็นต้องมีในการที่เรา จะสร้างงบประมาณ สร้างงบประมาณคือท่านจะต้องเอาปัญหาเป็นตัวตั้ง สร้างโครงการ แผนงานเข้ามา เงินเข้ามาทีหลัง แต่ท่านเอาเงินเข้ามาก่อน มันเลยเกิดปัญหาขึ้น อันนี้ที่จะ ทำให้ประเทศไทยมีผลกระทบ และโดยเฉพาะความสง่าผ่าเผยของเราในเวทีระหว่าง ประเทศด้วย ภาพลักษณ์ของเรา หากเราไม่มีภาพลักษณ์แล้ว การค้า การลงทุน ที่ท่าน พยายามทำ เชื่อผมเถอะเขาก็กังวลว่าเราไม่สามารถที่จะแก้ไขปัญหาต่าง ๆ นานาได้ ขอสไลด์ถัดไป เรื่องนี้เรื่องสำคัญ ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ผมขอพูดอีกครั้งหนึ่งในที่นี้ ในพื้นที่ปาตานี สถานการณ์ต่าง ๆ นี่น่ากลัวมากครับ ณ ปัจจุบันวันนี้เองก็ยังมีสถานการณ์ ความรุนแรงเกิดขึ้น ที่ลานกีฬาสีที่เกิดขึ้น ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับผู้ได้รับผลกระทบ จากการยิงเข้ามาในงานกีฬาสีตอนกลางวันวันนี้ แล้วยังมีอีกหลายคน ทั้งครอบครัว ผู้สูญเสีย ชีวิตไปมากมาย ตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบัน นี่แค่ปีเดียว ยังไม่รวมถึงหลาย ๆ ปีที่ผ่านมา งบประมาณต่าง ๆ ที่ผ่านมาที่ลงไปในพื้นที่ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้บวก ๔ อำเภอที่สงขลา เงินลงไปเท่าไรแล้ว ๒๓ ปีที่ผ่านมาใช้เงินเกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท ปีที่ผ่านมา งบบูรณาการ ๕,๘๗๒ ล้านบาท ปีนี้ดูดี งบบูรณาการลดลงเหลือ ๑,๔๒๕ ล้านบาท แต่เผอิญ ปัญหามันอยู่ตรงนี้ครับท่าน ท่านเอางบประมาณที่เหลือไปใส่ในงบ Function ท่านเอา งบประมาณที่เหลือไปใส่ให้กับกระทรวง ทบวง กรม โดยเฉพาะหน่วยงานความมั่นคงเข้าไป เยอะแยะมากมาย ท่านไม่ได้แก้ไข มันเหมือนกับการพลิกเอางบประมาณไปใส่สู่กับอีก ส่วนหนึ่งที่ทำเป็นงบ Function เกิดขึ้นและแสดงว่าตอนนี้งบบูรณาการ ปัญหาในสถานการณ์ มันดีขึ้น มันดีขึ้นอย่างไรบ้าง สันติภาพอยู่ตรงไหน สไลด์แรกที่ผมบอกไป มันเป็นนโยบายของ รัฐบาลหรือไม่ ที่จะบอกว่า Iron fist คือกำปั้นเหล็ก หรือจะเป็น Velvet Glove หรือจะเป็น ทางด้านถุงมือพรม ๆ ที่สามารถที่จะใช้อะไร จะใช้ไม้เรียวหรือแครอทในการแก้ไขปัญหา แต่เผอิญงบประมาณมันย้อนแย้งกัน สไลด์ถัดไป อันนี้อาจจะเป็นตัวเล็กไปหน่อย ตั้งแต่ ปี ๒๕๔๗ จนถึง ๒๕๖๙ งบประมาณถึงปี ๒๕๖๗-๒๕๖๘ ท่านดู ๒๓ ปี รวม ๆ เร็ว ๆ เกือบ ๖๐๐,๐๐๐ ล้านบาท จนถึง ๒๕๖๙ ปี ๒๕๖๙ ตอนแรกมันจะลดน้อยถอยลง เพราะนโยบาย ชัดเจนบอกว่าเราจะมีการแก้ไขปัญหาที่ชัดเจน การแก้ไขปัญหาแบบยั่งยืนให้เกิดขึ้น แต่มันกลายเป็นว่า ๑,๔๐๐ กว่าล้านบาท เข้าไปสู่งบบูรณาการ ที่เหลือส่วนต่างเป็น ๒๑,๐๐๐ กว่าล้านบาท เงินทั้งหมดไปอยู่ในงบ Function นโยบายเราก็ไม่มี การสร้าง สันติภาพก็ไม่เกิด ปัญหาก็เกิดทุกเมื่อเชื่อวัน นโยบายท่านไม่ทำ ท่านจะทำอะไรต่อไป ท่านจะเอาเงินไปละลายแม่น้ำตลอดเวลาไม่ได้ เงินภาษีพี่น้องประชาชน ณ ปัจจุบันนี้ท่านจะ ทำอย่างไร เราไม่เห็นจริง ๆ คงจะมีเพื่อน ๆ สมาชิกพรรคร่วมฝ่ายค้านมีการพูดคุยในเรื่อง เกี่ยวกับงบประมาณเกี่ยวกับ ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ แต่อันนี้เป็นสิ่งที่ผมจะแสดงให้ท่าน เห็นว่าปัญหามันอยู่ที่ว่ารัฐบาลชุดนี้ไม่สามารถมองออกว่าความจำเป็นเร่งด่วนคืออะไร ขาดการเป็นมืออาชีพในการจัดทำงบประมาณ เอาเงินเป็นตัวตั้ง ไม่ใช่เอาปัญหาความสำคัญ เร่งด่วนเป็นตัวตั้ง ท่านไม่สามารถเป็นผู้ชี้นำให้กับข้าราชการประจำได้ในการจัดทำ งบประมาณ ต้องขอประทานโทษท่านประธานครับ ขอใช้เวลาอีกสักครู่หนึ่งในการจบการ อภิปรายของผม เหตุผลทั้ง ๔ เหตุผลนั้น ที่ผมบอกไปตั้งแต่เบื้องต้น มันเป็นเหตุผลสำคัญ ที่จะทำให้เห็นว่าเราจำเป็นที่จะต้องไม่สามารถเห็นชอบกับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ได้ มีอีกอันหนึ่งผมขอติดปลายนวม ผมเพิ่งได้รับข้อมูล ข้อความ สด ๆ ร้อน ๆ จากจังหวัดเชียงราย อยากจะให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ไปหาความจริงให้ผมสักนิดหนึ่ง โรงพยาบาล ๑ แห่งในจังหวัดเชียงรายได้รับการ ประสานงานจากส่วนกลางบอกว่าต้องการโครงการที่เรียกว่า DICOM หรือไม่ DICOM เรียกว่า Digital Imaging and Communication in Medicine หรือเรียกว่าเครื่องมือ เก็บมาตรฐานกลางในการสื่อสาร จัดเก็บ เรียกดู ประมวลผล จัดพิมพ์และแสดงผล ภาพถ่ายทางการแพทย์ เครื่องมือนี้มันเป็นเครื่องมือที่สามารถจะเอาผลต่าง ๆ ใส่เข้าไป แล้วมันแสดงผลออกมาได้ จังหวัดเชียงรายโดนถามว่าต้องการเครื่องมือตรงนี้หรือไม่ เครื่องละ ๕๐ ล้านบาท มันจะเป็นจริงหรือไม่ อย่างไร ก็ต้องให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวง สาธารณสุขไปสืบดูว่าจริงหรือเปล่า ถ้าเป็นจริง อันนี้แสดงว่าเป็นการที่เรามีงบประมาณเหลือ แล้วส่งไป โทรไปถามในพื้นที่ แล้วให้เขามีความต้องการหรือไม่ ถ้ามีความต้องการ บอกมา มีใครบ้างจะบอกว่าไม่ต้องการ นี่เป็นการจัดทำงบประมาณในงบประมาณรายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ที่ทำอย่างขาดประสิทธิภาพ มีงบประมาณแล้วบอกว่าไปหาจัดทำแผนงานโครงการ มารองรับใช่หรือไม่ อันนี้ต้องไปถามดู ถ้าเป็นจริงนี่เครื่องเดียว ๕๐ ล้านบาท ถ้าสมมุติ ๑๐๐ เครื่อง ๕,๐๐๐ ล้านบาท มันมีส่วนต่างหรือเปล่า อันนี้ต้องไปถามดู ทั้งหมดทั้งมวลผมขอสรุป เหตุผลที่ผมไม่สามารถยอมรับร่างพระราชบัญญัติงบประมาณ รายจ่ายประจำปี ๒๕๖๙ ที่นำเสนอโดยคณะรัฐมนตรีที่มีการนำโดยนางสาวแพทองธาร ชินวัตร และคณะต่อสภาผู้แทนราษฎรอันทรงเกียรติแห่งนี้เนื่องจากเหตุผลขาดความเป็นมือ อาชีพ ขาดความเป็นผู้นำให้กับส่วนราชการ ทำให้ไม่สามารถบอกความจำเป็นเร่งด่วน ต่อผลประโยชน์ของประเทศชาติ ทำให้ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนและภัยความ มั่นคงทั้งภายในและภายนอกประเทศง่อนแง่น อยู่จุดเสี่ยงที่สุดของประเทศ ขอบคุณครับ ท่านประธาน