อรรถกร แจงแผนงบปี 69 เน้นน้ำ-การเกษตร-ภัยแล้ง-อาหารมั่นคง

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

อรรถกร ศิริลัทธยากร ขออนุญาตประธานสภาฯ เพื่ออภิปรายร่างงบประมาณรายจ่ายปี 2569 โดยชื่นชมการจัดสรรงบประมาณให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่เพิ่มขึ้น พร้อมเน้นย้ำความสำคัญของการลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐานการจัดการน้ำและการเกษตรที่สอดคล้องกับปัญหาของเกษตรกรจริง ทั้งการพัฒนาพันธุ์พืชทนภัย ส่งเสริมการเกษตรมูลค่าสูง การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การใช้ทรัพยากรอย่างเต็มศักยภาพ โดยเฉพาะภารกิจฝนหลวง และการยุติการใช้สารเร่งเนื้อแดง พร้อมเรียกร้องให้ใช้งบประมาณเพื่อเกษตรกรอย่างมีประสิทธิภาพ ต่อเนื่อง และเป็นธรรม

นายอรรถกร ศิริลัทธยากร ฉะเชิงเทรา

กราบเรียนท่านประธานสภา ผู้แทนราษฎรที่เคารพ กระผม อรรถกร ศิริลัทธยากร สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัด ฉะเชิงเทรา สังกัดพรรคการเมืองที่ชื่อว่าพรรคกล้าธรรม ขออนุญาตท่านประธานในการ อภิปรายเพื่อให้ความเห็นของผมต่อร่างพระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี งบประมาณ ๒๕๖๙

(เจ้าหน้าที่ดำเนินการเปิด Presentative)

ผมต้องเรียนท่านประธานว่า ผมและพรรคที่ผมสังกัดอยู่นั่นก็คือพรรคกล้าธรรม พวกเรามีความผูกพันกับกระทรวงเกษตร และสหกรณ์ แต่นั้นเองวันนี้ผมจึงขออนุญาตอภิปรายเกี่ยวกับงบประมาณซึ่งเป็นงบประมาณ ภาพรวมของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์กระทรวงเดียวเท่านั้นครับ ผมไม่แน่ใจว่าผมมีสไลด์ หรือเปล่า เพราะว่าท่านประธานยุทธศาสตร์คนใหม่ของพรรคกล้าธรรม ท่าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ได้กรุณาทำสไลด์ให้ผม ท่านประธานที่เคารพครับ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้รับการจัดสรรงบประมาณ ในปีก่อน ซึ่งก็คือปีงบประมาณปี ๒๕๖๘ อยู่ที่ ๑๒๕,๓๕๘ ล้านบาท ถ้าเทียบกับงบประมาณ ปีนี้ก็คืองบประมาณปี ๒๕๖๙ ถ้าไม่ถูกกรรมาธิการงบประมาณตัดทิ้งก็จะได้รับการจัดสรร งบประมาณอยู่ที่ ๑๓๓,๑๗๗ ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง ๗,๘๑๙ ล้านบาท ผมต้องขอบคุณ ทางรัฐบาลที่กรุณาเพิ่มงบให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีภารกิจในการดูแลพี่น้องประชาชนที่เป็นเกษตรกรมากกว่า ๓๐ ล้านคนด้วยกัน ซึ่ง ๓๐ กว่าล้านชีวิตนี้จะมีชีวิตที่ดีขึ้น หรือจะมีชีวิตที่แย่ลงปัจจัยหนึ่งที่มีความสำคัญก็คือว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ตลอดจนรัฐบาลชุดนี้จะใช้เงินงบประมาณ ๑๓๓,๐๐๐ กว่า ล้านบาท ให้เกิดประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกรได้มากน้อยเพียงใด ดังนั้นเองวันนี้ผมจึงต้องให้ ความเห็นอย่างยิ่งต่อการจัดสรรงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ซึ่งเท่าที่ผม ได้ดูเอกสารเล่มของงบประมาณที่สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรได้รับกันกระทรวงเกษตรและ สหกรณ์ให้ความสำคัญต่อการจัดสรรงบประมาณอ้างอิงตามแผนแม่บทของยุทธศาสตร์ชาติ ใน ๒ มิติหลัก ๆ ด้วยกัน โดยมิติแรกก็คือการที่จะลงทุนในการสร้างความสามารถในการ แข่งขัน ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จะลงทุน ๓๖,๗๔๗ ล้านบาท ในส่วนนี้จะเน้นไปใน การส่งเสริมการเกษตรที่เป็นอัตลักษณ์ท้องถิ่น เน้นไปในการทำเกษตรมูลค่าสูง เน้นการทำ เกษตรอินทรีย์ การทำเกษตรแบบผสมผสาน การยกระดับคุณภาพมาตรฐานสินค้า ทางการเกษตร หรือแม้แต่กระทั่งการสร้างความเชื่อมั่นในสินค้าเกษตรและอาหารของไทย นอกจากนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังจะลงทุนอีกไม่ต่ำกว่า ๘๓,๐๐๐ ล้านบาท ซึ่งต้องบอกว่าเป็นแผนในการดำเนินการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ และเป็นแผนบูรณาการ บริหารจัดการทรัพยากรน้ำ พูดง่าย ๆ เลยท่านประธานว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีแนวทางที่มั่นคงและชัดเจนว่าปีนี้ก็คือปี ๒๕๖๙ เราจะลงทุนในการบริหารจัดการน้ำ ให้เกิดผลลัพธ์มากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวเลขแบบที่ผมได้กล่าวมาด้วยเหตุนี้ทำให้ตัวเลขที่เป็นงบลงทุน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เพิ่มขึ้นจากปีที่แล้วร้อยละ ๙.๔๕ ส่วนงบประมาณ ด้านอื่น ๆ ก็คงจะลดหลั่นลงไป แต่ที่สำคัญในสถานการณ์ที่ประเทศไทยต้องการการลงทุน ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็เข้าใจ เราเลยตั้งใจที่จะลงทุน ในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวกับน้ำ ดังนั้นเองการจัดสรรงบประมาณแบบนี้ถึงแม้ อาจจะมีคำถาม อาจจะมีข้อสงสัยจากเพื่อนสมาชิก แต่สำหรับผมนั้นผมถือว่าคนจัดสรร งบประมาณในรอบนี้ของ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล้าที่จะจัด กล้าที่จะทำ ทำในสิ่งที่ ถูกใจผมครับ ทำในสิ่งที่ถูกใจพี่น้องเกษตรกร ผมพูดไม่ได้พูดลอย ๆ ท่านประธานครับ ที่ถูกใจพี่น้องเกษตรกรเพราะว่าก่อนหน้านี้ผมเคยดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ผมก็ติดสอยห้อยตามท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในสมัยนั้น นั่นก็คือท่าน ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า ไปตั้งแต่เหนือ ไปอีสาน ตะวันออก ตะวันตก ภาคกลาง ภาคใต้ ท่านประธานครับ รัฐมนตรี ๒ คนเดินทางบ่อย ปัญหาแรก ๆ ที่เราได้รับการร้องเรียน ปัญหาแรก ๆ ที่เราทราบจากพี่น้องเกษตรกรว่าอยากจะให้กระทรวง เกษตรและสหกรณ์ อยากจะให้รัฐบาลทำอะไร เขาอยากจะให้แก้ปัญหาในเรื่องน้ำ ทำอย่างไรที่จะให้พี่น้องเกษตรกรทั้งในและนอกเขตชลประทานมีน้ำกินน้ำใช้ มีน้ำเพื่อ การเกษตร อันนี้ผมประสบมากับตัว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างอ่าง ไม่ว่าจะเป็น ในเรื่องของการสร้างประตูระบายน้ำ ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการสร้างระบบส่งน้ำต่าง ๆ นี่คือสิ่งที่ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า และผมได้รับมาโดยตลอดในการลงพื้นที่ ดังนั้นเองผม คิดว่าการจัดสรรงบแบบนี้เป็นความกล้ารูปแบบที่ ๑ ที่ผมจะพูด

ต่อมาการที่จะกล้าจัดสรรงบประมาณในแบบที่ ๒ ก็คือการที่จะกล้าขยาย กล้าขยายหมายความว่าอะไร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เตรียมจะใช้งบประมาณไม่ต่ำกว่า ๒,๙๐๐ ล้านบาทในการพัฒนาพันธุ์พืชที่ดี พันธุ์ที่ทนต่อสภาพอากาศพันธุ์ที่ทนต่อโรค พันธุ์ที่จะทำให้ผลิตผลเพิ่มขึ้น หมายถึงว่า Yield ที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผ่านการขยายพันธุ์ ของการผลิตเมล็ดพันธุ์ข้าวจากศูนย์ข้าวชุมชนต่าง ๆ ที่มีอยู่ทั่วประเทศก็ดีหรือแม้แต่กระทั่ง การส่งเสริมการเปลี่ยนเมล็ดพันธุ์ข้าวทำให้ Cop ต่าง ๆ ทำให้ Yield ต่าง ๆ เพิ่มขึ้นก็อยู่ใน การจัดสรรงบประมาณในปี ๒๕๖๙ นี้

ความกล้าต่อมากล้าที่ ๓ กล้าที่จะส่งเสริม ฝ่ายโสตทัศนูปกรณ์ผมไม่แน่ใจ ท่าน อนุดิษฐ์อุตส่าห์ทำสไลด์ให้ผมแล้วก็ช่วยกรุณาเปิดสไลด์ตามให้ทันด้วย กล้าที่ ๓ กล้าที่จะ ส่งเสริม โดยที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์เราจะเน้นในการส่งเสริมเกษตรมูลค่าสูง จะเน้น ในเรื่องของบริการทางการเกษตรมูลค่าสูง ไม่ว่าจะเป็นการทำเกษตรมูลค่าสูงที่มีตลาดทั้งใน และต่างประเทศต้องรองรับ ผมยกตัวอย่างง่าย ๆ งบประมาณปี ๒๕๖๙ กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ ไม่ว่าจะเป็นกรมวิชาการเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตร เราจะลงทุนในเรื่อง ของการเพิ่มพื้นที่ปลูกกาแฟ ไม่ว่าจะเป็น Robusta Arabica ในพื้นที่สูง การส่งเสริมและ แก้ไขปัญหาการส่งออกทุเรียนสดจากประเทศไทยของชาวสวนไทยไปยังต่างประเทศ ที่ผ่านมาก็ทำได้แล้ว ปีหน้าก็ต้องทำให้ดีขึ้น การเพิ่มความมั่นคงทางอาหาร ยกตัวอย่างการที่ จะเพิ่มพื้นที่การผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ เพราะปัจจุบันนี้เกษตรกรไทยมีความจำเป็นที่จะต้อง สั่งนำเข้าข้าวโพดเลี้ยงสัตว์จากต่างประเทศ ถ้าเราสามารถเพิ่มตรงนี้ได้ เราก็ลดการนำเข้าได้ นี่คือตัวอย่างบางตัวอย่างครับ

กล้าที่ ๔ คือการกล้าที่จะปราบ หมายถึงว่านโยบายในการปราบปราม การลักลอบนำเข้าสินค้าทางการเกษตรที่ผิดกฎหมาย ซึ่งผมต้องบอกตรง ๆ นโยบายนี้ เป็นนโยบายเรือธงตั้งแต่สมัย ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวง เกษตรและสหกรณ์ ดีเอ็นเอนั้นถูกส่งมายังรัฐมนตรีว่าการในสมัยนี้ นั่นก็คือศาสตราจารย์ ดอกเตอร์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ก็ให้ความสำคัญและเน้นย้ำ โดยการที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ฉก. พญานาคราชกับหน่วยงาน อื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในการไล่บี้ ไล่จับ ไล่ปราบสินค้าที่จะทะลักมาจากต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ล่าสุดก็เห็น ฉก. พญานาคราชร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไปจับอะโวคาโดที่ลักลอบ นำเข้ามา การทำแบบนี้ทำให้สินค้าที่มันอาจจะทะลักมาจากต่างประเทศเข้ามากระทบราคา สินค้าเกษตรของประเทศไทยนั้นอาจจะทำให้ไม่กระทบมาก ก็ขอให้ทำต่อไป

กล้าที่ ๕ กล้าที่จะใช้งาน ใช้งานทั้งเครื่องจักร ใช้งานทั้งบุคลากรที่เป็นมนุษย์ ผมยกตัวอย่างเอาที่เห็นชัดที่สุดเลย กรมฝนหลวงในปีที่ผ่านมาได้ขึ้นปฏิบัติภารกิจการบิน เพื่อลดฝุ่น PM2.5 แบบ Non Stop ๑๔๕ วัน ๒,๖๙๐ เที่ยวบิน ตั้งแต่ต้นเดือนธันวาคม ที่ผ่านมาจนถึงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านไป ขึ้นทั้งกลางวัน ขึ้นทั้งกลางคืนทำให้ค่าฝุ่น PM2.5 ที่กระทบต่อปอดและร่างกายของพี่น้องประชาชนคนไทย ปีที่ผ่านมาต้องยอมรับว่า ผลกระทบน้อยกว่าปีก่อน ๆ ดังนั้นเองผมทราบมาว่าปีหน้า ปี ๒๕๖๙ กระทรวงเกษตรและ สหกรณ์โดยเฉพาะกรมฝนหลวงก็ได้รับการจัดสรรงบประมาณในส่วนนี้ขอให้กรมฝนหลวง พยายามทำต่อไป ทำให้ดีขึ้น ทำให้มากขึ้น

กล้าที่ ๖ กล้าที่จะยืน กล้าที่จะยืนหยัดในเรื่องของแนวทางการทำงาน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผมเรียนว่ากรมปศุสัตว์มีนโยบายที่ชัดเจนที่เขาบอกว่า อวสานสารเร่งเนื้อแดงในประเทศไทย หรือว่าสาร Ractopamine Ractopamine ก็คือการ ใช้สารเร่งเนื้อแดงในเนื้อสัตว์ ทำให้เนื้อดูดี แต่ว่าข้อเสียมันคือทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ พี่น้องประชาชนที่บริโภคเข้าไป ดังนั้นเองกรมปศุสัตว์ได้ยืนยันในจุดยืนนี้และยืนยันว่า เราจะยึดกฎหมายด้านความปลอดภัยเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลร้ายต่อพี่น้องประชาชน ผู้บริโภค

กล้าที่ ๗ กล้าที่จะต่อยอด อันนี้ไม่พูดก็ไม่ได้ ถ้าผมจะพูดชื่อของคนที่ริเริ่ม โครงการก็กลัวจะหมั่นไส้ แต่อย่างไรก็ต้องพูดเพราะว่าท่านเป็นคนเริ่มทำจริง ๆ นั่นก็คือ ท่านประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าทำของผม ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า กระทรวงเกษตร และสหกรณ์ให้ความสำคัญกับการจัดที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร เป็นนโยบายที่ได้ทำ เริ่มมาจากการปรับปรุง ส.ป.ก. ให้เป็นโฉนดเพื่อการเกษตร ล่าสุดนอกจากโฉนดเพื่อ การเกษตรแล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้ต่อยอดยกระดับโฉนดที่ดินทำกินของ พี่น้องเกษตรกรให้สามารถแปลเป็นหลักทรัพย์หรือเป็นหลักประกันสินเชื่อ เพิ่มมูลค่าให้กับ ผู้ถือครองได้มากขึ้นกว่าเดิมอีก โดยการออกนโยบายที่เรียบง่ายแต่ชัดเจน ก็คือโฉนด ต้นยางพาราและโฉนดต้นไม้ กล่าวง่าย ๆ ก็คือว่านอกจากมูลค่าของโฉนดที่ดินที่พี่น้อง เกษตรกรถือครองอยู่แล้ว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ Top Up เข้าไปเลย มูลค่าของ ต้นไม้ที่อยู่บนดินอีก เป็นทรัพย์บนดินที่สถาบันการเงินจะให้การยอมรับ ปี ๒๕๖๙ และปี ๒๕๗๐ ปีถัด ๆ ไป ผมก็เชื่อว่าโครงการนี้ต้องสานต่อ ท่านประธาน ด้วยความเคารพเวลาผมหมดแล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นหลายมิติแต่ว่าผมได้รับการจัดสรร เวลาที่ค่อนข้างจำกัด กระผมจึงขออนุญาตท่านประธานนิดเดียวครับข้อสรุปว่าไม่ว่าโลก จะเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางใด นโยบายทางการค้าของแต่ละประเทศจะโหดร้าย จะไม่โหดร้ายมากน้อยขนาดไหนก็ตาม สภาพภูมิอากาศแปรปรวน สภาวะทางเศรษฐกิจ จะถดถอย กระทบทุกประเทศ แต่สิ่งหนึ่งที่ผมยืนยันได้ก็คือภาคการเกษตรนั้นอุ้มชูและ อยู่เคียงคู่กับพี่น้องคนไทย ดังนั้นการจัดสรรงบประมาณโดยคำนึงถึงความเดือดร้อนของ พี่น้องเกษตรกรเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ตัวผมชื่นชอบและชื่นชมการจัดสรรงบประมาณ สำหรับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ สำหรับภาคเกษตรกรในครั้งนี้ ผมไม่รู้ใครเป็นคนจัด ไม่รู้ใครเป็นคนทำ แต่ผมเชื่อว่าคนคนนั้นกล้าที่จะคิด กล้าที่จะลงมือ กล้าที่จะทำ ทำในสิ่งที่ ผมเชื่อว่าจะเป็นประโยชน์กับพี่น้องเกษตรกร ดังนั้นผมขอให้รัฐบาลและขอให้ข้าราชการ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กล้าที่จะใช้งบประมาณอย่างคุ้มค่าเพื่อพี่น้องเกษตรกรตลอดปี ขอบคุณครับ