แนน บุณย์ธิดา สมชัย หารือปัญหาการจัดสรรงบประมาณด้านการบริหารจัดการน้ำในปี 2569 โดยเฉพาะโครงการระยะสั้นที่ขาดการดูแลคูคลองขนาดเล็กและแหล่งน้ำในชุมชน ซึ่งส่งผลให้ประชาชนในพื้นที่อย่างอุบลราชธานีประสบปัญหาน้ำท่วมซ้ำซาก เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรม แทนการเน้นเพียงการศึกษา พร้อมวิพากษ์การจัดสรรงบประมาณให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ไม่เป็นธรรม และเน้นย้ำความจำเป็นในการรับฟังข้อมูลปัญหาจากภูมิภาคเพื่อการแก้ไขที่ตรงจุดและใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ
กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพ แนน บุณย์ธิดา สมชัย สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดอุบลราชธานี พรรคภูมิใจไทย ท่านประธานคะ วันนี้พระราชบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปี พ.ศ. ๒๕๖๙ คงจะมี เพื่อน ๆ สมาชิกหลายท่านอภิปรายเห็นด้วยอย่างสุดกำลัง เห็นด้วยแบบมีข้อกังวล หรือหลาย ๆ ท่านอาจจะไม่เห็นด้วยในวิธีการจัดการงบประมาณในครั้งนี้ แต่ในส่วนของ ดิฉันเองท่านประธานก็ต้องบอกทางพรรคภูมิใจไทยเราเห็นด้วยกับงบประมาณรายจ่าย ของปี ๒๕๖๙ ในครั้งนี้ แต่ก็มีในบางหัวข้อมีในบางมุมที่เรามีความกังวลในแผนบริหารจัดการ งบประมาณเพื่อแก้ไขปัญหาประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในระยะสั้น ระยะกลางหรือระยะยาว ดิฉันขออนุญาตเจาะไปแค่ประเด็น ๆ เดียว ที่น่าเป็นห่วงและเกิดขึ้นมาให้พี่น้องประชาชน ต้องบอกว่าได้รับทุกข์ทรมานจากเรื่องภัยพิบัติ ไม่ต้องดูเล่มใหญ่ ดูแค่เล่มคำแถลง ในประเด็น ของค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ๑๐๐,๐๐๐ ล้าบาทเท่านั้นเอง ทำไมดิฉันถึงห่วง เพราะว่าก่อนที่ดิฉันจะมานั่งอ่านคำแถลงสั้น ๆ นี่ ๑๐๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท เกี่ยวกับการบริหารจัดการน้ำนี่ก็เปิดดูในเล่มขาวคาดแดงซึ่งเป็นรายละเอียดจากหน่วยงาน ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับประเด็นเรื่องน้ำ ไม่ว่าจะเป็นของกรมเจ้าท่า จะเป็นของกรมชลประทาน จะเป็นของกรมจัดการทรัพยากรน้ำ หรือแม้กระทั่งกรมโยธาธิการเองก็ตามแต่ สิ่งที่ดิฉันกังวลก็คงจะเป็นแผนของเรื่องระยะสั้น และเมื่อมองดูโครงการทั้งหมดในเล่มเราจะ เห็นได้ชัดว่าส่วนใหญ่จะเป็นโครงการขนาดใหญ่ จะเป็นโครงการแก้ปัญหาน้ำท่วมตรงมุมนั้น มุมนี้ จังหวัดนั้นจังหวัดนี้ ด้วยมูลค่าเท่านั้นเท่านี้ และแน่นอนดิฉันกังวลในประเด็นนี้ เพราะอะไร เพราะในจังหวัดอุบลราชธานีนั้น แน่นอนเวลาพูดถึงเรื่องน้ำจังหวัดดิฉันคือ จังหวัดสุดท้ายที่รับมวลน้ำมหาศาล ไม่ว่าจะเป็นจากแม่น้ำมูลหรือจากแม่น้ำชีที่เสริมจาก แม่น้ำโขงอีกสายหนึ่ง ที่ดิฉันกังวลคืออย่างนี้ อย่างที่บอกว่ามีแต่โครงการใหญ่ ๆ แต่สิ่งที่จะ ช่วยพี่น้องประชาชนที่อยู่ในหมู่บ้านต่าง ๆ อยู่ในอำเภอต่าง ๆ มีไม่กี่หมู่บ้าน มีไม่เยอะหรอก ที่อยู่ตาม ๒ ข้างทางแม่น้ำขนาดใหญ่ แต่เราอย่าหลงลืมไปว่าก่อนที่จะท่วมเส้นใหญ่นั้น มาจากไหนเส้นเล็กก่อน เรายังไม่ได้เห็นโครงการที่ชัดเจนว่าเราจะทำอย่างไรในแผนระยะสั้น ในประเด็นของการจัดการพวกคูคลอง สายน้ำต่าง ๆ ที่อยู่ตามหมู่บ้าน จะบอกว่าปัญหา อย่างหนึ่งก็คือว่าการรับผิดชอบต่อพื้นที่นั้น ๆ ในการขุดลอกหรือในการดูแลคูคลองเหล่านั้น แน่นอนมีหลายเจ้าภาพเหลือเกิน มีทั้งกรมเจ้าท่า มีทั้งองค์การบริหารส่วนท้องถิ่นต่าง ๆ ที่ต้องดูแล เราจะหวังพึ่งให้ท้องถิ่นทำเรื่องนี้เขาก็กลัวอีก ไม่ว่าจะเป็นติดปัญหาเรื่องการ ขุดลอกแล้วไม่รู้จะขนดินไปไว้ที่ไหน เมื่อทำเสร็จแล้วโดนตรวจขนดินไปไม่ได้หรือไปผิดที่ ผิดอีก โดนฟ้องโดนร้องอีก แล้วบางทีโครงการใหญ่ ๆ ของกรมเจ้าท่า เข้าใจว่าท่านก็ต้องมุ่งเน้น ไปที่เส้นสายใหญ่ ๆ แต่ในมุมมองเล็ก ๆ เส้นสายคูคลองเล็ก ๆ ซึ่งตรงนี้ที่เป็นปัญหา ท่านอย่าลืม ว่าท่านบริหารจัดการน้ำในเส้นทางใหญ่ให้ไหลลงเร็วออกทิ้งไปเท่าไรก็จริง แต่เส้นเล็ก ๆ ก็ยัง คาอยู่ตรงนั้นเป็นหลักธรรมชาติโดยปกติ ถ้าเส้นใหญ่ไหลเร็วกว่าเส้นรองลงไปก็ช้า การระบายก็ช้าลง มันก็ท่วมเกิดนานขึ้น ดูจากมูลค่าดูจากงบประมาณที่เตรียมไว้ในการ บริหารทรัพยากรน้ำ ๑๐๗,๐๐๐ ล้านบาท แต่ถามว่าใน ๑๐๗,๐๐๐ ล้านบาท ถ้าไปดูไส้ใน มีโครงการเรื่องศึกษาก็เยอะ ศึกษาเยอะมาก ศึกษาอย่างเดียวดิฉันว่าอาจจะเป็นหลักเกือบ ๆ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาทเลยด้วยซ้ำ เรื่องที่จำเป็นในระยะสั้น การขุดลอกมุมต่าง ๆ เพื่อให้เป็น แหล่งเก็บน้ำน้อย น้อยมาก ๆ ดิฉันพยายามบวกเลขของฝั่งกรมเจ้าท่านี่ ๗๐๐ กว่าล้านบาท แค่นั้นเอง พอมาดูในหน่วยงานอื่น ๆ ยังไม่มีทีท่าว่าจะหาเหตุหรือหาโครงการในระยะสั้น ที่จะช่วยให้พี่น้องประชาชนพ้นจากเรื่องนี้ เราเห็นกันชัดเจนปีที่แล้วปัญหาเรื่องน้ำท่วม และหลายเขต หลายพื้นที่ท่วมซ้ำซาก เราได้รับการเตือนหลังจากเกิดเหตุการณ์แผ่นดินไหว ครั้งใหญ่ว่าในหมู่บ้านหรือชุมชนที่อยู่ริมชายเขาอาจจะมีปัญหาในเรื่องน้ำ มีแต่การเตือน แต่เป็นการเตือนจากนักวิชาการ จากหน่วยงานก็เตือนบ้างแต่เตือนเขาแล้วให้เขาทำอะไรต่อ ให้พี่น้องประชาชนทำแบบไหน วันนี้ที่ต้องพูดในเรื่องนี้เพราะว่าอยากเห็นทางหน่วยงาน ราชการ ไม่ได้อยากให้ท่านทำงานในตาม Routine ของท่านในแต่ละปีว่าปีนี้ท่านจะต้องทำ เรื่องนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ทำเรื่องนี้กี่เปอร์เซ็นต์ ทำเรื่องนี้อีกกี่เปอร์เซ็นต์ อยากให้ท่านโฟกัส ให้ชัด เมื่อปัญหานี่มันชัดเจนแล้วมันเกิดแล้ว ปีที่แล้วมีน้ำท่วมแล้วปีนี้ท่านก็เห็นชัดเจน แล้วว่าภัยพิบัติที่เกิดขึ้นนั้นมีปัญหา มันผิดปกติ มันแปลกไป ไม่ต้องพูดแค่ถึงในโซน ของกรุงเทพฯ กรุงเทพฯ นี่คือเห็นชัดเจนเวลาน้ำท่วมเกิดวิกฤติในกรุงเทพฯ แต่ต่างจังหวัด ก็เช่นกัน ไม่มีใครอยากประสบปัญหาเรื่องภัยพิบัติในประเด็นของน้ำ แต่เมื่อดูในรายละเอียด ที่การบริหารจัดการน้ำนั้น นี่คือการรวมตัวเลขเท่านั้น รวมตัวเลขแล้วบอกว่าเป็นการบริหาร ทรัพยากรน้ำ แต่ลึก ๆ แล้วกี่เปอร์เซ็นต์ก็ไม่ทราบได้ว่าเป็นการจัดการแก้ปัญหาที่แท้จริง เพราะดิฉันเข้าใจว่าไม่ว่าจะเป็นโครงการศึกษา หรือโครงการที่กำลังวางแผน หรือโครงการ ที่ออกแบบก็มาอยู่ในวง ๑๐๐,๐๐๐ นี้ ซึ่งการศึกษาออกแบบนี้ไม่ใช่ระยะเวลา ๒ ปี ๓ ปี อีกนานค่ะ ปัญหาระยะสั้น ปัญหาเฉพาะหน้า เราต้องการการแก้ไขในประเด็นนี้ เราอยากเห็นในส่วน ตรงนี้ เพราะว่าอะไร ในหลาย ๆ พื้นที่ปีนี้มีการเตือน เตือนแล้วว่าจะน้ำท่วม น้ำท่วมใหญ่ ในหลายพื้นที่ งบปี ๒๕๖๘ ที่กำลังใช้ปัจจุบันนี้แทบจะไม่มีที่ไหนเป็นการขุดลอกคูคลองเล็ก ๆ เพื่อเก็บน้ำไว้ให้ชาวบ้านในแต่ละหมู่บ้าน ในแต่ละตำบลเขาไว้ใช้ มีแต่ทำเป็นโครงการ ขนาดใหญ่ ซึ่งแน่นอนเข้าใจได้ มันเห็นภาพชัด มันช่วยพี่น้องที่อยู่ริมตลิ่งชัด แต่พี่น้องที่อยู่ ภายใน อยู่ตามเส้นสายคูคลองต่าง ๆ ที่ถ้าเขาท่วมมันแช่น้ำอยู่นาน ปัญหานี้อยากให้ทาง หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องท่านจะต้องปรับปรุงวิธีการ ท่านอย่าเอาเป็น Percentage ว่า ปีนี้เอาแค่นี้ก็พอ เอาเรื่องนี้แค่นี้ก็พอ ต้องปรับตามสถานการณ์ให้ทัน หลาย ๆ ท่าน เมื่อสักครู่มี ๒ ท่านอภิปรายเรื่องการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว มันไม่ใช่แค่เรื่อง ความรู้ มันไม่ใช่แค่เรื่องเศรษฐกิจอย่างเดียว ภัยพิบัติธรรมชาติก็เช่นกันมันเปลี่ยนแปลงอย่าง รวดเร็ว เมื่อรวดเร็วแล้วนี่หน่วยงานที่ต้องช่วยเหลือประชาชนเราก็ต้องรวดเร็วเช่นเดียวกัน พี่น้องประชาชนเขาไม่ได้อยากรอหรอกว่าเขาได้รับเงินชดเชยเท่าไร สิ่งที่เขาอยากได้ที่สุดคือ ทำอย่างไรก็ได้ให้เขาประสบเหตุภัยพิบัติให้น้อยที่สุด ให้น้อยที่สุดค่ะ แล้วมีงบประมาณ ในส่วนของการเตือนเรื่องภัยพิบัติ ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท การป้องกัน ๒๐,๐๐๐ กว่าล้านบาท ดิฉันก็เข้าใจได้ค่ะว่าเป็นการเตรียมระบบต่าง ๆ ซึ่งก็ต้องขอชื่นชมว่าอย่างน้ำท่วม เมื่อตอนต้นปีหรือปลายปีที่แล้วพี่น้องในพื้นที่เขาก็บอกว่ามีการได้รับเตือนจริง ได้รับเตือน อย่างรวดเร็ว แต่หลายอย่างก็แน่นอนว่าจะต้องใส่ความรู้ภูมิธรรมชาติของแต่ละพื้นที่ในการ ดูแล ดิฉันเป็นห่วงค่ะ ยกตัวอย่างอย่างที่ตอนแรกบอกแล้วอุบลราชธานีเวลาท่วม เราท่วมแรง เราท่วมนาน เราท่วมหลายอย่าง หน่วยงานมีข้อมูล มีทฤษฎี มีข้อมูลสมัยใหม่ แต่อย่าลืมค่ะ ข้อมูลของพี่น้องประชาชนที่เขาอาศัยอยู่ริมน้ำจะต้องใช้ข้อมูลคนที่อายุ ๗๐-๘๐ ปีขึ้นไป เขาจะได้ตอบได้ถูกว่าลำรางการมาของน้ำในแต่ละเส้นแต่ละสายนั้นไปทางไหน มันอยู่ ทางไหน เราจะไปใช้ทฤษฎีว่าเราจะบังคับน้ำให้ไปตามใจที่มนุษย์สร้างขึ้นมาได้ ไม่มีใคร เอาชนะธรรมชาติได้ เพราะฉะนั้นในประเด็นที่ท่านทำงบประมาณขึ้นมาดิฉันเห็นด้วยใน หลายโครงการ แต่ก็มีข้อกังวลที่มันขาดไปหลายอย่างเช่นกันค่ะท่านประธาน เพราะฉะนั้น ในเรื่องการบริหารจัดการน้ำนั้นเราพูดกันมานาน ตรงไหนที่แล้งก็แล้งอยู่ตรงนั้น ตรงไหน ที่ท่วมก็ท่วมอยู่ตรงนั้น เพราะฉะนั้นเป็นสิ่งที่เราต้องหาทางออกมากกว่าการที่บอกว่าอย่างนั้น เราก็ไปทำที่ใหม่เลย เราไปทำตรงนั้นเลย เดี๋ยวย้ายพี่น้องประชาชนไปอยู่ที่ใหม่เลย เป็นเรื่องยาก ยากมาก ๆ แต่จะทำอย่างไรให้เขาได้อยู่กับภัยพิบัติให้สั้นที่สุด ได้น้อยที่สุด เพื่อประโยชน์ ของเขาเอง และเป็นประโยชน์ต่องบประมาณแผ่นดินในแต่ละปี แทนที่จะใช้แก้ไขปัญหา เฉพาะหน้า เราจะได้แก้ไขปัญหาระยะยาวต่อ ๆ ไป อันนั้นคือเรื่องของการบริหารจัดการน้ำ
สุดท้ายค่ะท่านประธาน ดิฉันขออนุญาตพูดสั้น ๆ ในการสรุปตัวเลข ในคำแถลงนี้ ก็ต้องบอกว่าในส่วนของการกระจายอำนาจในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ต้องบอกว่าเป็นการรวมตัวเลขที่ไม่ค่อย Fair ไม่ค่อยยุติธรรมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เพราะท่านบอกว่ามีงบประมาณทั้งหมด ๓๘๐,๐๐๐ ล้านบาท แต่จริง ๆ แล้วในนั้นแฝงไปด้วย นโยบายต่าง ๆ ของภาครัฐที่ใช้จ่ายผ่านทางองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น องค์กรปกครอง ส่วนท้องถิ่น เหลือให้เขาพัฒนาพื้นที่จริง ๆ แค่น้อยนิด เพราะฉะนั้นในประเด็นนี้ก็อยาก ฝากว่าสุดท้ายแล้วเราไม่สามารถจะให้หน่วยงานตรงกลางไปแก้ปัญหาในพื้นที่ภูมิภาคได้ทุกที่ ท่านต้องรับฟังภูมิภาค ท่านต้องรับฟังปัญหาจากจังหวัดต่าง ๆ บางทีเจ้าหน้าที่ของท่าน คนตัวเล็ก ๆ อาจจะมีข้อมูลมากมายที่เกี่ยวข้องแล้วตรง และเขาต้องการแก้ไขปัญหาโดยตรง ดิฉันก็หวังว่าในการทำงบประมาณในปีต่อ ๆ ไป ต้องฝากในปีต่อ ๆ ไปว่าให้ท่านฟังภูมิภาค ให้เยอะขึ้น เมื่อฟังเยอะขึ้นท่านจะได้แก้ปัญหาได้ตรงจุด เมื่อตรงจุดแล้ว ท่านสามารถจะใช้ งบประมาณในปีถัด ๆ ไปในเรื่องอื่น ๆ ต่อไปได้ ไม่ใช่วนอยู่กับเรื่องเดิม แล้วเราก็ไม่สามารถ เดินหน้าไปไหนได้เสียที ขอบพระคุณมากค่ะ