อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด หารือเรื่องการปลดล็อกศักยภาพของการรถไฟแห่งประเทศไทย โดยเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงระบบราง เพื่อให้สามารถทำธุรกิจได้ และสามารถสร้างรายได้และความยั่งยืนได้ นอกจากนี้ยังได้กล่าวถึงเรื่องการออกพันธบัตรของการรถไฟแห่งประเทศไทย และเรียกร้องการสนับสนุนให้รัฐมนตรีสามารถพิจารณาอัตราค่าโดยสารได้โดยไม่ต้องรอคณะรัฐมนตรี รวมถึงการให้รฟม. บริหารจัดการทรัพย์สินของตัวเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเรียกร้องการสนับสนุนให้มีการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาและแข่งขันในธุรกิจรถไฟฟ้า
ท่านประธานที่เคารพ กระผม อนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ท่านประธานที่เคารพครับ โลกยุคใหม่เป็นโลกแห่งการแข่งขันจากโลกของการคิดใหม่ ทำใหม่ ไปสู่โลกของการคิดใหญ่แล้วต้องทำให้เป็น ถ้าเราคิดแบบติดยึดกับกรอบวิธีคิด แบบเดิม ๆ เราก็จะได้ผลลัพธ์แบบเดิม ๆ ในอดีตใครจะไปคิดว่าบริษัทยักษ์ใหญ่ของเกาหลีใต้ อย่างเช่นบริษัท ซัมซุง นั้น ธุรกิจแรกเริ่มของเขา เขาทำธุรกิจขายปลาแห้ง ถ้าเขาไม่เปลี่ยน รูปแบบธุรกิจด้วยการคิดใหญ่ทำเป็น วันนี้ซัมซุงอาจจะอย่าง Live ขายสดปลาแห้งแข่งกับ บังฮาซันอยู่ก็ได้ ดังนั้นเราต้องไม่มอง รฟม. แค่ว่าเขาบริหารจัดการระบบขนส่งสาธารณะ ทางรางเท่านั้น แต่เราต้องมองให้ไกลไปมากกว่านั้น ผมจึงเห็นด้วยกับร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้ ที่จะได้ ทำหน้าที่ในการปลดล็อกศักยภาพของ รฟม. โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะทำให้ รฟม. ติดปีก และจะเป็นองค์กรขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มากกว่าที่เป็นอยู่ แต่ถ้าเกิดเรามองติดยึด แค่ระบบรางเราก็เห็นแค่ระบบราง เราจะไม่ได้หวังผลลัพธ์ที่ดีขึ้นในอนาคตได้แต่อย่างใด ผมมีเหตุผลสนับสนุน ๕ ประการ
ประการที่ ๑ รฟม. ภายใต้ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะสามารถทำธุรกิจได้ สามารถ เปลี่ยนสถานีเป็นแหล่งรายได้ นี่ไม่ได้ว่าคิดเองนะครับ แต่ว่ามี Model ที่เขา Success แล้ว ประสบความสำเร็จแล้ว เช่น ญี่ปุ่น ฮ่องกง เขาเปลี่ยนสถานีเป็นศูนย์การค้า เป็นศูนย์ เศรษฐกิจ เช่น ที่ญี่ปุ่นเขามีสถานีชินจูกุ ที่ฮ่องกงมีสถานี Central เขาสร้างรายได้มากมาย มหาศาล แล้วเกิดความยั่งยืน ซึ่ง รฟม. เราถ้าปลดล็อกศักยภาพเราก็สามารถทำได้
ประการที่ ๒ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้เปิดโอกาสให้ รฟม. สามารถออกพันธบัตรได้ โดยไม่ต้องรอการจัดงบแบบปีต่อปี แน่นอนจะออกพันธบัตรแบบใดที่รัดกุม ออกพันธบัตร แบบใดที่ตอบโจทย์กับประชาชนได้ ก็ต้องไปออกแบบกลไกวิธีการมา ก็แน่นอนว่าการลงทุน มีความเสี่ยง ผู้ลงทุนควรศึกษาและพิจารณาให้ดีก่อนการตัดสินใจลงทุน รฟม. ก็เช่นกัน และจะเพิ่มความยืดหยุ่น ลดความล่าช้าในการตัดสินใจริเริ่มโครงการลงทุนใหม่ ๆ
เหตุผลประการที่ ๓ ระบบตั๋วร่วมระบบเดียว แตะครั้งเดียวขึ้นได้ทุกสาย ยังอยู่ อย่างที่บอกว่า พ.ร.บ. ตั๋วร่วม ก็เดินหน้าไป แต่ว่า รฟม. เขาจะเป็นองค์กรกลางในการ ออกแบบระบบรองรับระบบตั๋วร่วมให้ รฟม. นั้นเป็นหน่วยงานกลางในการบริหารระบบตั๋วร่วมนี้ จะเป็นการยกระดับการเดินทาง เรียกว่าแตะครั้งเดียวขึ้นได้ทุกสาย ไปได้ทุกที่ ไม่ต้องไปไกล ไปสิงคโปร์เพื่อนบ้านเราเขามีระบบที่เรียกว่า Easy Link ยกระดับการเดินทาง แตะครั้งเดียว ขึ้นได้ทุกระบบ เดินทางได้ทุกสายครับ
เหตุผลประการที่ ๔ ที่ผมต้องสนับสนุนและเห็นด้วย ก็คือจะออกแบบให้ รัฐนั้นคุมราคา ไม่ว่าจะออกแบบคำสั่งอะไร จะลดราคา ปรับราคา ต้องรอ ครม. ทั้งคณะ ไม่จำเป็นต้องรอครับ พ.ร.บ. ฉบับนี้โดยเฉพาะมาตรา ๑๘ (๑๓) จะปรับขั้นตอนให้รัฐมนตรี สามารถพิจารณาอัตราค่าโดยสารได้โดยไม่ต้องรอการประชุมคณะรัฐมนตรี หรือไม่ต้องรอ การประชุมของ ครม. ทั้งคณะ รวดเร็ว ทันสถานการณ์ แล้วก็สอดรับตรงกับความต้องการ ของผู้โดยสาร หรือตรงต่อความต้องการของพี่น้องประชาชน นี่ก็เป็นการตัดขั้นตอนที่ล่าช้า แต่ยังคงระบบตรวจสอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ และมีธรรมาภิบาล โปร่งใส ตรวจสอบได้
เหตุผลประการที่ ๕ ร่าง พ.ร.บ. ฉบับนี้จะเปิดโอกาสให้ รฟม. นั้นสามารถ บริหารจัดการทรัพย์สินของ รฟม. ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ให้ รฟม. ไปดูแล Maintenance บำรุงรักษา บริหารจัดการทรัพย์สินของตัวเอง เป็นการบริหารจัดการแทนรัฐอย่างคล่องตัว เปิดโอกาสให้ รฟม. นั้นสร้างรายได้เสริมอย่างยั่งยืน โดยไม่ต้องพึ่งพาหรือไม่ต้องพึ่งพิง ภาระงบประมาณจากทางภาครัฐ
ดังนั้นเหตุผล ๕ ประการ ผมอ่านแล้ว และมาดูตัวเนื้อหาในร่างพระราชบัญญัติ การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น ผมเห็นด้วยทุกประการ แต่จะมีประการสำคัญอีก ๑ ประการในตอนท้ายที่ฝากไว้ว่า รฟม. นั้นจะต้องไปออกแบบ กรรมาธิการที่สภาจะตั้งขึ้น ก็อาจจะมีผู้เสนอคำแปรญัตติ ถ้าจะมีก็ให้ความคิดเห็นประกอบ ผมก็ถือว่าเป็นการเปิดพื้นที่ในการสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนโดยทุกภาคส่วน สามารถร่วมด้วยช่วยกัน แล้วก็ผมหวังว่าร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะเป็นจุดเริ่มต้น ของการคิดใหญ่ ทำเป็น แปลง รฟม. แล้วก็ปลดล็อกศักยภาพของ รฟม. ให้สามารถ แข่งขันได้ เราจะต้องมอง รฟม. ไม่ใช่แค่ผู้บริหารจัดการการขนส่งทางสาธารณะ ผ่านระบบรางเท่านั้นครับ และ รฟม. ไม่ได้ทำหน้าที่แค่เชื่อมระหว่างสถานีไปสู่สถานี หรือเชื่อมระหว่างระบบสู่ระบบ แต่วันนี้ถึงเวลาที่ รฟม. จะพาคนไทยไปแตะขอบฟ้า ถึงเวลาที่ รฟม. จะเชื่อมไทย เชื่อมโลก และสร้างโอกาสทางธุรกิจ และจะพัฒนารายได้ให้กับ ประเทศชาติและประชาชนอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไปครับ ขอบพระคุณครับ