จิตติพจน์ สนับสนุนตั๋วร่วม 20 บาท แต่ชี้ควรถ่วงอำนาจ รฟม. ให้โปร่งใส

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

จิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สนับสนุนร่าง พ.ร.บ. ตั๋วร่วมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้บริการรถไฟฟ้าในอัตราค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย โดยเสนอให้ปรับโครงสร้างอำนาจการกำหนดอัตราค่าโดยสารให้คณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วมมีบทบาทมากขึ้น และเพิ่มความคล่องตัวในการบริหารรายได้ของ รฟม. เพื่อความยั่งยืนทางการเงิน พร้อมตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับร่างกฎหมายการดำเนินงานของ รฟม. โดยเฉพาะการตัดบทบัญญัติที่ส่งเสริมประโยชน์สาธารณะและการเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ พร้อมเสนอแนวทางแก้ไขเพื่อให้สอดคล้องกับประโยชน์ของประชาชนโดยรวม

นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ แบบบัญชีรายชื่อ

กราบเรียนท่านประธาน ที่เคารพครับ กระผม นายจิตติพจน์ วิริยะโรจน์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย จากจังหวัดศรีสะเกษครับ ท่านประธานครับ ผมขออนุญาตกล่าวสนับสนุน ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้มีความจำเป็นที่จะต้องมีการ แก้ไขเพื่อให้การดำเนินการจัดการในเรื่องระบบตั๋วร่วมหรือนโยบายเก็บตั๋วโดยสารราคา ๒๐ บาทตลอดสาย สามารถกระทำได้ครับ สาเหตุที่ผมกล่าวเช่นนั้นก็เนื่องจากว่าโครงสร้าง ปัจจุบันของ รฟม. หรือการรถไฟฟ้ามวลชนแห่งประเทศไทยนั้นมีลักษณะเป็นนิติบุคคล ซึ่งมีคณะกรรมการดูแลอยู่ลักษณะของนิติบุคคล แล้วก็อำนาจต่าง ๆ ในการดำเนินงาน ของ รฟม. ก็ใช้รูปแบบของคณะกรรมการกับผู้ว่า ดังนั้นเมื่อเรามี พ.ร.บ. ตั๋วร่วมขึ้นมาเพื่อจะ ทำให้การจัดเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายได้จึงมีความจำเป็นต้องแก้ไขบางประการ เกี่ยวกับเรื่องวิธีการดำเนินงานของ รฟม. โดยให้มีการโอนอำนาจในเรื่องของการกำหนด อัตราค่าโดยสารไปอยู่ที่ทางคณะกรรมการนโยบายมากขึ้น ดังที่ปรากฏอยู่ในมาตรา ๙ วรรคท้าย เขียนว่าในการดำเนินการกิจการรถไฟฟ้าของ รฟม. และการดำเนินการ รฟม. ในกรณีมีการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วมให้อยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยการนั้น ซึ่งก็เสมือนกับ การโอนอำนาจหน้าที่ในการกำหนดอัตราค่าโดยสารของรถไฟฟ้าไปที่คณะกรรมการนโยบาย ตั๋วร่วม ซึ่งก็แสดงให้เห็นอีกช่วงหนึ่งครับก็คือในเรื่องของอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ ในมาตรา ๑๘ มีอำนาจหน้าที่ในการกำหนดในเรื่องของการออกข้อบังคับ ก็ได้มีการแก้ไข ในสาระสำคัญก็คือใน (๑๓) บอกว่าการกำหนดอัตราค่าโดยสารจากเดิมต้องได้รับความ เห็นชอบจากคณะรัฐมนตรี แต่ในร่างใหม่ได้มีการเปลี่ยนแปลงให้เป็นได้รับความเห็นชอบจากรัฐมนตรีเท่านั้น ซึ่งรัฐมนตรีในที่นี้ก็คือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมซึ่งก็เป็นประธานคณะกรรมการ นโยบายตั๋วร่วมอยู่ในตัว ดังนั้นถ้าดูจากโครงสร้างนี้ก็จะแสดงให้เห็นว่าโครงสร้างในการ กำหนดอัตราค่าโดยสารของ รฟม. ตอนนี้อำนาจกลับไปอยู่ที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวง คมนาคมซึ่งเป็นประธานคณะกรรมการนโยบายตั๋วร่วม ดังนั้นความจำเป็นในการแก้ไข ในส่วนนี้จึงมีความจำเป็น ทั้งนี้ก็เพื่อที่จะทำให้การกำหนดอัตราค่าโดยสาร ๒๐ บาท ตลอดสายเป็นไปได้ในแง่กฎหมายก็มีความจำเป็นอย่างนี้ ในแง่ของการประกอบธุรกิจนั้น เป็นที่ทราบกันดีว่าเรื่องรถไฟฟ้ามี Fix Cost ที่สูง มีการลงทุนเบื้องต้นที่สูง แต่ Variable Cost ไม่ได้สูงมากเนื่องจากเวลาขนคนใช้พลังงานไฟฟ้าและขนคนจำนวนมาก ดังนั้นในแง่ ของความเป็นไปได้ทางธุรกิจ ๒๐ บาทตลอดสาย ถ้าหากมีประชาชนใช้บริการมากเพียงพอ ก็เป็นได้ว่า รฟม. น่าที่จะสามารถทำธุรกิจโดยไม่ขาดทุนได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าหากว่า มีรายได้เสริมจากรายได้ส่วนอื่น ๆ ซึ่งก็ได้มีการแก้ไขเช่นเดียวกัน อยู่ในมาตรา ๑๘ (๑๓) มีการเขียนไว้บอกว่าค่าบริการและค่าธรรมเนียมการใช้ทรัพย์สินการให้บริการและความ สะดวกในกิจการรถไฟฟ้าตลอดจนวิธีการจัดเก็บค่าโดยสาร ค่าบริการและค่าธรรมเนียม ดังกล่าว และกำหนดประเภทบุคคลซึ่งได้รับการยกเว้นไม่ต้องชำระค่าโดยสาร อำนาจนี้ แต่เดิมต้องขออนุมัติจากคณะรัฐมนตรี แต่ปัจจุบันอำนาจนี้เป็นอำนาจของคณะกรรมการ รฟม. ดังนั้นคณะกรรมการ รฟม. ซึ่งเป็นนิติบุคคลบริหารโดยระบบคณะกรรมการแล้วก็มี ผู้ว่าก็จะมีความเป็นอิสระมากขึ้นในการบริหารจัดการเพื่อให้ได้รับรายได้ส่วนอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินกิจการรถไฟฟ้านะครับ ก็จะทำให้ รฟม. สามารถดำเนินกิจการ ถึงแม้จะเก็บค่าโดยสาร ๒๐ บาทตลอดสายก็มีความเป็นไปได้ว่าจะไม่ขาดทุน

ส่วนประเด็นข้อกฎหมายที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตและเป็นคำถามไว้ เผื่อว่ามีการพิจารณาต่อไปในขั้นของคณะกรรมาธิการจะได้ช่วยกันดูนะครับ ส่วนแรกก็เป็น เรื่องของการดำเนินกิจการรถไฟฟ้าในมาตรา ๓ (๓) ที่มีการแก้ไข คือแต่เดิมบอกว่าดำเนิน ธุรกิจเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์แก่ รฟม. และประชาชนในการใช้บริการ กิจการรถไฟฟ้า แต่ว่าทางร่างที่เขียนมามีการตัดออกไป ซึ่งตามความเห็นของผมการเก็บไว้ จะทำให้ประชาชนรู้สึกสบายใจกว่าว่า รฟม. ไม่ได้กระทำการเพื่อผลประโยชน์ของ รฟม. อย่างเดียว แต่ได้ดำเนินการโดยคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนด้วย ในส่วนนี้ก็ขออนุญาตฝากไว้ครับ

แล้วอีกส่วนหนึ่งที่ผมขออนุญาตตั้งข้อสังเกตไว้ก็คือในเรื่องของการแก้ไข มาตรา ๙ (๑๑) โดยมีการเพิ่ม (๑๑/๑) ไว้ ในส่วนนี้มีการเขียนว่า ๑๑/๑ รฟม. มีอำนาจ ปกครอง ดูแล บำรุงรักษา จัดการ ใช้และจัดหาประโยชน์ในทรัพย์สินของ รฟม. ซึ่งผมคิดว่า ไม่น่าจะต้องไปแก้ไขโดยการเพิ่มมาตรา ๑๑/๑ ถ้าหากว่าท่านจะแก้ไขใน (๑๑) โดยการ แก้ไขว่า พัฒนาบริหารและใช้ประโยชน์จากอสังหาริมทรัพย์ของ รฟม. ตามความจำเป็น เพื่อประโยชน์แก่การให้บริการกิจการรถไฟฟ้า ผมก็คิดว่าก็น่าจะได้อำนาจทำนองเดียวกัน โดยไม่จำเป็นต้องเพิ่มมาตรา (๑๑/๑) คงไม่จำเป็น เบื้องต้นก็ขออนุญาตฝากความกังวลเท่านี้ และข้อสังเกตไว้ครับ ขอบพระคุณครับ ท่านประธานครับ