ชนินทร不停地 สนับสนุนร่างรถไฟฟ้า ชูลดค่าโดยสาร-เชื่อมต่อระบบตั๋วร่วม

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๑ · ๓๑ พฤษภาคม ๒๕๖๘

ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ อภิปรายสนับสนุนร่างกฎหมายรถไฟฟ้าเพื่อผลักดันตั๋วร่วมและค่าโดยสาร 20 บาทตลอดสาย โดยเน้นการใช้รายได้จากการบริหารรถไฟฟ้าเองมาชดเชยความต่างและสร้างระบบขนส่งสาธารณะที่เชื่อมต่อ ประหยัด และเป็นธรรม

นายชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ

ท่านประธานครับ กระผม ชนินทร์ รุ่งธนเกียรติ แบบบัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปราย สนับสนุนร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (ฉบับที่..) พ.ศ. .... ซึ่งมีสาระสำคัญคือการแก้ไขเพื่อส่งเสริมกลไกการลดค่าโดยสารในระบบรถไฟฟ้าด้วยการใช้ รายได้จากการบริหารในระบบรถไฟฟ้าเอง ท่านประธานครับ ในอดีตประเทศไทยประมูล สัมปทานรถไฟฟ้าแบบแยกสายให้เอกชนเป็นผู้ร่วมลงทุนแทนและมีการคิดกรอบ การตั้งค่าโดยสารแยกเป็นรายสายไป เพื่อให้เอกชนแต่ละเจ้าที่ลงทุนในสัมปทานนั้น ๆ มีโอกาสที่จะคุ้มทุน แต่สิ่งนี้ทำให้เป็นปัญหาเรื่องของค่ารถไฟฟ้าที่แพงและคิดค่าแรกเข้า ที่ซ้ำซ้อน ทำให้ตั๋วไม่ร่วม ราคาไม่ร่วม และการบริหารไม่เชื่อมต่อกัน หลายรัฐบาลครับ มีความพยายามที่จะแก้ไขปัญหานี้ด้วยกระบวนการเจรจากับภาคเอกชน แต่ก็ยังไม่มี รัฐบาลใดทำได้สำเร็จครับ เพราะการแก้ไขเรื่องนี้ให้ยั่งยืนจะต้องทำเป็นกฎหมายและวาง โครงสร้างกติกาใหม่ ท่านประธานครับ รัฐบาลพรรคเพื่อไทยเราให้ความสำคัญและให้ความ สนใจกับเรื่องนี้มาโดยตลอด เพราะการทำให้ขนส่งมวลชนมีราคาที่ถูกสะดวกสบายและ ใช้งานกันได้อย่างกว้างขวางจะส่งผลกระทบเป็นประโยชน์ในหลายมิติ ทั้งการแก้ปัญหา ค่าครองชีพให้พี่น้องประชาชนสามารถเดินทางได้ในราคาที่ถูกลง แก้ปัญหาจราจรลดจำนวน รถยนต์ในท้องถนน แก้ปัญหามลพิษ PM2.5 จากไอเสียและส่งเสริมการกระจายตัวของเมือง ที่จะพัฒนาไปตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้าที่มีการโดยสารเพิ่มมากขึ้น ภายใต้การบริหาร ในระยะเวลา ๒ ปีของรัฐบาลมีการเสนอแก้กฎหมายอย่างเป็นรูปธรรมแล้ว ๒ ฉบับ นั่นก็คือ พ.ร.บ. การขนส่งทางราง และ พ.ร.บ. การจัดการระบบตั๋วร่วม กฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ จะสร้างโครงสร้างคณะกรรมการที่มาพิจารณาราคาค่าโดยสารที่เหมาะสม วิธีการบริหาร จัดการและรูปแบบการจ่ายค่าโดยสารให้เป็นมาตรฐานเดียวกัน ตลอดจนวางแผน ต่อไปในอนาคตว่าโครงสร้างการจัดการเกี่ยวกับรถไฟฟ้าและระบบตั๋วต่าง ๆ จะต้องเป็น อย่างไร รวมทั้งยังจะให้อำนาจของหน่วยงานที่รับผิดชอบในการออกพระราชกฤษฎีกา ได้บังคับให้เอกชนที่ไม่ยินดีจะเข้าร่วมโครงการต้องเข้าร่วมในระบบตั๋วร่วมนี้ เพื่อเป็น หลักประกันว่าการดำเนินการในระบบตั๋วร่วมเป็นประโยชน์สาธารณะของพี่น้องประชาชน ที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ ซึ่งสถานะปัจจุบันของกฎหมายทั้ง ๒ ฉบับ เราผ่านในชั้นรับหลักการไปแล้ว มีการตั้งกรรมาธิการไปเรียบร้อยแล้วและพิจารณาเสร็จสิ้นในชั้นกรรมาธิการแล้วครับ รอจะบรรจุวาระเข้ามาสู่วาระที่สอง วาระที่สาม เมื่อเปิดสมัยประชุมในเดือนกรกฎาคมที่จะ ถึงนี้ ซึ่งถ้ากฎหมายทั้ง ๒ ฉบับผ่านในชั้นของ สส. และ สว. ประกาศใช้ในราชกิจจานุเบกษา เท่ากับว่าหลังจากนี้ตั๋วต้องร่วมครับ ราคาต้องเหมาะสม และการบริหารต้องเชื่อมต่อ แต่คำว่าราคาต้องเหมาะสมในที่นี้ควรจะเป็นราคาเท่าไร แต่ละพรรคแต่ละฝ่ายคงมีความเห็น ต่อเรื่องนี้ที่แตกต่างกันครับ เพื่อนสมาชิกฝ่ายค้านก็ได้อภิปรายไปบ้างแล้ว แต่อย่างไรก็ตาม ต้องมีการปรับปรุงราคาใหม่อย่างแน่นอน พรรคเพื่อไทยเราผลักดันนโยบายมาตลอดว่า รถไฟฟ้าควรจะมีราคา ๒๐ บาทตลอดสายหรือตลอดเส้นทาง ซึ่งท่านรองนายกรัฐมนตรี สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม ก็ได้ประกาศกับพี่น้องประชาชนอย่าง ชัดเจนครับว่าภายในเดือนกันยายนนี้เราจะได้ใช้ระบบตั๋วร่วมและได้ใช้ค่าโดยสารรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดเส้นทางอย่างแน่นอน แต่ก็แน่นอนเช่นกันว่าการปรับลดราคาลงมาในระหว่าง ที่เอกชนยังถือสัมปทานเดิมที่ประมูลไปก่อนหน้านี้คงไม่สามารถทำได้และไม่เป็นธรรมกับ เอกชน จึงมีความจำเป็นที่เราจะต้องชดเชยส่วนต่างรายได้ที่หายไปให้กับเอกชนผู้รับ สัมปทานนั้น ๆ ในระหว่างที่ระยะเวลาสัมปทานยังไม่สิ้นสุดลง ซึ่งการชดเชยเหล่านี้จะชดเชย อย่างไรให้เหมาะสมมันคงไม่ใช่การชดเชยทุกบาทของทุกการเดินทางครับ แต่ด้วยราคาที่ ถูกลงคนจะเดินทางมากขึ้น แม้เงินรายได้ที่จะเก็บต่อผู้โดยสาร ๑ คนจะลดลง แต่เมื่อ มีผู้โดยสารมากขึ้นก็จะทำให้มีรายได้ส่วนเพิ่มให้กลับมาในระบบขนส่งนั้น ๆ แล้วก็จะทำให้ ความต่างของราคาที่เอกชนรายเดิมเคยเก็บได้กับที่เก็บได้ใหม่จะแคบลงเรื่อย ๆ และ เงินชดเชยของภาครัฐก็จะลดลงเรื่อย ๆ เช่นกัน นอกจากนี้เรายังสามารถคาดหวังได้ว่าจะมี การเก็บรายได้ส่วนเพิ่มจากปริมาณผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น นั่นก็คือการนำพื้นที่ในสถานีหรือพื้นที่ โดยรอบของ รฟม. มาหาประโยชน์ทางเศรษฐกิจด้วยวิธีอื่น เช่น การขายโฆษณาครับ การปล่อยพื้นที่เช่าหรือการลงทุนธุรกิจอื่นที่เกี่ยวข้อง ซึ่งส่วนเพิ่มของรายได้เหล่านั้นก็ควรจะ ถูกนำกลับมาใช้เพื่อชดเชยค่าโดยสารให้พี่น้องประชาชนเช่นกัน นั่นหมายความว่าสิ่งที่เรา ต้องการจะทำก็คือการนำเงินรายได้ของ รฟม. เองมาชดเชยค่าโดยสารให้ผู้โดยสารที่เดินทาง ในระบบของ รฟม. หากมาดูในเนื้อกฎหมายครับ เรามีเจตนาที่จะแก้เรื่องนี้อย่างชัดเจน ในมาตรา ๕ ที่เป็นการเพิ่มเติม (๑๑/๑) ของมาตรา ๙ กำหนดให้ รฟม. สามารถจัดหา ประโยชน์ในทรัพย์สินของ รฟม. เองได้ นั่นก็หมายความว่าในอนาคต รฟม. จะสามารถ ทำกิจกรรมในลักษณะอื่นเพื่อหารายได้ให้กับ รฟม. เอง และรายได้ตัวนี้ก็จะถูกใช้เพื่อชดเชย กับค่าโดยสารของพี่น้องประชาชน หรือในมาตรา ๘ มีการแก้ไขเพิ่มเติมมาตรา ๖๕ ในวรรคสอง ระบุให้ รฟม. สามารถนำเงินรายได้ที่จัดเก็บได้ในแต่ละปีมาใช้จ่ายเพื่อส่งเสริมและสนับสนุน การดำเนินการของระบบตั๋วร่วมได้ ดังนั้นการแก้ไขครั้งนี้ก็จะตอบคำถามพี่น้องประชาชน ได้ชัดเจนว่าการที่จะลดค่ารถไฟฟ้านี้รัฐบาลจะนำเงินจากไหน คำตอบก็คือนำเงินรายได้ของ รฟม. เอง มาลดค่าโดยสารให้ผู้เดินทางในระบบของ รฟม. เปลี่ยนจากการทำธุรกิจที่มุ่งหา รายได้ หากำไรจากค่าตั๋ว มาเป็นการคิดค่าโดยสารให้ถูกลง แล้วไปหารายได้จากส่วนควบ อื่น ๆ ของกิจการรถไฟฟ้าแทน ซึ่งจะเป็นวิธีการที่ยั่งยืนที่สุดและไม่เป็นภาระกับผู้เดินทาง หรือพี่น้องประชาชน แต่ทั้งนี้ผมก็ยังติดใจในประเด็นที่ไม่แตกต่างกันกับเพื่อนสมาชิก หลาย ๆ ท่านครับ ก็คือในมาตรา ๓ ที่เป็นการแก้ไขเพิ่มเติม (๓) ของมาตรา ๗ ที่ว่าด้วย วัตถุประสงค์ของการดำเนินธุรกิจของ รฟม. จากเดิมที่เขียนไว้ว่าจะต้องเป็นประโยชน์แก่ รฟม. และประชาชนในการใช้บริการรถไฟฟ้า มีการปรับปรุงตัดเหลือเพียงประโยชน์แก่ รฟม. เอาข้อความเรื่องประโยชน์ของประชาชนในการใช้บริการรถไฟฟ้าออกไป ผมได้มีการ ซักถามในประเด็นนี้กับผู้ชี้แจงที่เข้ามาชี้แจงในวิปรัฐบาล แล้วก็ได้เข้าใจมุมมองของ หน่วยงานว่าการเขียนเรื่องประโยชน์ของประชาชนในการใช้บริการรถไฟฟ้าอาจจะทำให้การ ตัดสินใจดำเนินการใด ๆ ของ รฟม. ติดขัด เนื่องจากถูกตีความว่าธุรกิจหรือว่ากิจการที่ไปประกอบนั้น ไม่ได้เป็นการสนับสนุนประชาชน ในการใช้บริการรถไฟฟ้าโดยตรง แต่ผมก็อยากจะฝากไปยังกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นว่าอยากจะ ให้พิจารณาข้อความตรงนี้ให้ถี่ถ้วน และมีการปรับปรุงให้เหมาะสมเพราะอาจจะถูกครหาว่า การทำแบบนี้จะเป็นการตัดประชาชนออกจากสมการ ซึ่งผมเชื่อโดยสนิทใจว่าทั้งหน่วยงานเอง หรือสภาผู้แทนราษฎรของเราไม่ได้มีเจตนาที่จะนำประชาชนออกจากการพิจารณาอย่าง แน่นอน อย่างไรการดำเนินการใด ๆ ของหน่วยงานก็ต้องอิงประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง ท้ายที่สุดผมสนับสนุน พ.ร.บ. ฉบับนี้และจะลงมติรับหลักการเพื่อร่วมผลักดันการลด ค่าใช้จ่ายในการเดินทางในระบบตั๋วร่วมให้พี่น้องประชาชนอย่างแน่นอน ขอบคุณครับ ท่านประธาน