สกล สุนทรวาณิชย์กิจ แสดงความกังวลต่อการเสนอร่าง พ.ร.บ. รถไฟฟ้าขนส่งมวลชนเป็นวาระด่วน โดยมองว่าอาจมีเจตนาแฝงและส่งผลเสียต่อผลประโยชน์ของประเทศในระยะยาว พร้อมคัดค้านการแก้ไขมาตรา 65 และมาตรา 7 (3) ที่เปิดช่องให้รัฐใช้รายได้ รฟม. สนับสนุนนโยบายตั๋วถูกและเปลี่ยนบทบาทของ รฟม. จากองค์กรเพื่อสาธารณะไปเป็นองค์กรแสวงผลประโยชน์ โดยย้ำถึงความจำเป็นในการพิจารณากฎหมายโดยยึดประโยชน์ของประชาชนเป็นศูนย์กลาง
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพ ผม สกล สุนทรวาณิชย์กิจ ผู้แทนราษฎรจังหวัดปทุมธานี เขต ๔ จากพรรคประชาชนครับ วันนี้ผมขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชน แห่งประเทศไทย (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ท่านประธานครับ ผมเห็นด้วยสำหรับหลักการที่จะ ปลดล็อกเพื่อพัฒนาศักยภาพของ รฟม. ให้สามารถดำเนินการได้คล่องตัวและมีประสิทธิภาพ มากขึ้น แต่ท่านประธานครับร่างพระราชบัญญัติการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย ฉบับนี้ที่คณะรัฐมนตรีเสนอเข้ามาเป็นเรื่องด่วนนั้นแม้หลักการที่กล่าวอ้างจะดูสวยหรูว่า ต้องการปลดล็อกศักยภาพของ รฟม. แต่เมื่อพิจารณาอย่างถี่ถ้วนแล้วร่างกฎหมายฉบับนี้ กลับมีปัญหาซ่อนอยู่หลายประการเป็นการดำเนินการที่น่ากังวลและอาจส่งผลเสียต่อ ประโยชน์ของประเทศและประชาชนในระยะยาวครับ
ประการแรก การเร่งรัดเสนอร่างกฎหมายฉบับนี้เข้ามาเป็นเรื่องด่วน ซึ่งมีการ แซงคิวร่างกฎหมายอื่น ๆ ที่อาจมีความสำคัญและมีความจำเป็นต่อความเป็นอยู่ของ ประชาชนมากกว่า การกระทำเช่นนี้ทำให้เกิดคำถามถึงเจตนาที่แท้จริงของรัฐบาลว่าเหตุใด จึงต้องเร่งรีบผลักดันกฎหมายฉบับนี้เป็นพิเศษ หรือมีวาระซ่อนเร้นอะไรอยู่เบื้องหลังหรือไม่
ประการที่ ๒ ซึ่งเป็นเหตุผลที่สำคัญที่ผมไม่อาจยอมรับร่างกฎหมายฉบับนี้ได้ คือการแก้ไขมาตรา ๖๕ ว่าด้วยรายได้ของ รฟม. ร่างกฎหมายนี้ได้สอดไส้ข้อความที่เป็น เหมือนการเปิดประตูหลังบ้านให้รัฐบาลสามารถเข้ามาล้วงเอารายได้ของ รฟม. ไปใช้ ได้อย่างสะดวก โดยกำหนดให้รายจ่ายของ รฟม. นั้นให้รวมถึงเงินที่ รฟม. จ่ายเพื่อส่งเสริม และสนับสนุนการดำเนินการในกรณีที่มีการบริหารจัดการระบบตั๋วร่วม ท่านประธานครับ ข้อความนี้คือกลไกที่รัฐบาลสร้างขึ้นเพื่อนำเงินของ รฟม. ไปใช้โปะนโยบายรถไฟฟ้า ๒๐ บาทตลอดสายที่หาเสียงไว้ใช่หรือไม่ นี่คือการทุบกระปุกของรัฐวิสาหกิจที่ต้องยืนด้วย ลำแข้งของตัวเขาเอง เพื่อนำเงินที่ควรจะใช้บำรุงรักษา ชำระหนี้หรือลงทุนพัฒนาโครงข่าย ในอนาคตไปใช้ในนโยบายเฉพาะหน้า เป็นการทำลายวินัยทางการคลังของหน่วยงาน และสร้างภาระใหญ่หลวงให้ รฟม. ในระยะยาว หากรัฐบาลมีความจริงใจที่จะลดภาระ ค่าเดินทางให้ประชาชนอย่างยั่งยืนจริง ๆ แนวทางที่ถูกต้องคือการเข้าไปจัดการปัญหา โครงสร้างค่าโดยสารโดยเฉพาะค่าแรกเข้าที่ประชาชนต้องจ่ายซ้ำซ้อนเมื่อเปลี่ยน สายรถไฟฟ้า ซึ่งปัญหานี้ควรถูกแก้ไขอย่างเป็นระบบในพระราชบัญญัติการบริหารจัดการ ระบบตั๋วร่วมที่จะออกมาบังคับใช้กับผู้ให้บริการทุกรายอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่แค่การแก้ กฎหมายเฉพาะของ รฟม. แล้วบังคับให้ รฟม. เป็นผู้แบกรับภาระค่าใช้จ่ายแต่เพียงผู้เดียว การกระทำเช่นนี้เป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุและไม่ยั่งยืนครับ
ประการสุดท้ายซึ่งเป็นหัวใจสำคัญและเป็นเหตุผลที่ผมไม่อาจยอมรับ ร่างกฎหมายฉบับนี้ได้คือการแก้ไขมาตรา ๗ (๓) คำถามสำคัญที่พวกเราในสภาแห่งนี้ ต้องตอบประชาชนให้ได้คือ รฟม. วิ่งรถไฟฟ้าวิ่งเพื่อใคร ร่าง พ.ร.บ. ซึ่งคณะรัฐมนตรีได้ส่ง ให้แก่สภาผู้แทนราษฎรฉบับนี้ได้แก้หัวใจสำคัญของกฎหมายฉบับเดิมในมาตรา ๗ (๓) จากแต่เดิมได้บัญญัติไว้ว่าดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับกิจการรถไฟฟ้าและธุรกิจอื่นเพื่อประโยชน์ แก่ รฟม. และประชาชนในการใช้บริการกิจการรถไฟฟ้า โดยคณะรัฐมนตรีเสนอแก้ไข ซึ่งตัดประโยคที่ว่า และประชาชนในการใช้บริการกิจการรถไฟฟ้า ให้เหลือเพียงแค่เพื่อประโยชน์แก่ รฟม. เท่านั้น การตัดไปสั้น ๆ เพียง ๑๖ พยางค์นี้ไม่ใช่ เรื่องเล็ก แต่เป็นการเปลี่ยนปรัชญาและเข็มทิศของ รฟม. จากองค์กรที่ต้องให้บริการ ประชาชน เป็นที่ตั้งมาเป็นองค์กรมุ่งแสวงหาผลประโยชน์ของตัวเอง ซึ่งน่ากังวลว่า ผลประโยชน์ของประชาชนจะถูกลดทอนความสำคัญลงไป ท่านประธานครับ ความคล่องตัว และประสิทธิภาพที่เรามอบให้ รฟม. ที่ผมสนับสนุนนั้นต้องคำนึงถึงประโยชน์ที่ประชาชน จะได้รับเป็นสำคัญ และการพัฒนา รฟม. ให้มีประสิทธิภาพจะเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนได้อย่างสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อมันถูกกำกับด้วยเข็มทิศที่ถูกต้อง นั่นคือการยึดโยง ประโยชน์ของประชาชนเป็นที่ตั้ง หากปราศจากเข็มทิศนี้อำนาจและเครื่องมือใหม่ ๆ ที่เรา กำลังจะมอบให้อาจถูกนำไปใช้เพื่อแสวงหากำไรสูงสุดให้กับองค์กรโดยละเลยมิติทางสังคม และภาระค่าครองชีพของประชาชนได้ ผมขออภิปรายเพื่อให้สภาแห่งนี้พิจารณา ร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้อย่างรอบคอบ เพื่อให้เราสามารถตอบคำถามกับประชาชนได้อย่าง เต็มภาคภูมิว่ากฎหมายเกี่ยวกับ รฟม. นี้ถูกแก้ไขเพื่อพี่น้องประชาชนอย่างแท้จริง ดังนั้น ด้วยเหตุผลทั้งหมดนี้ผมจึงขอคัดค้านพระราชบัญญัติฉบับนี้และขอเรียกร้องให้กับ เพื่อนสมาชิกและคณะกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน คงไว้ซึ่งหลักการที่ผมได้อภิปรายไว้ข้างต้น คงไว้ซึ่งผลประโยชน์ของประชาชนจะทำให้ บทบัญญัติแห่งกฎหมายนี้เกิดความสมดุลอย่างที่ควรจะเป็น การปฏิรูป รฟม. จะสมบูรณ์แบบ และทำให้ รฟม. กลายเป็นองค์กรที่ทันสมัยมีประสิทธิภาพทางการเงินและในขณะเดียวกัน ก็ยังคงเป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง ไม่ใช่กลายเป็นเพียงเครื่องมือสนองนโยบาย ของรัฐบาลที่ละเลยเสียงของประชาชน ขอบคุณครับ