เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร อภิปรายสนับสนุนร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินทั้ง 3 ฉบับ โดยเน้นย้ำประเด็นปัญหาชุมชนเก่าในกรุงเทพฝั่งธนบุรีที่เผชิญความซับซ้อนของกรรมสิทธิ์ที่ดินที่ส่งผลต่อการพัฒนาร่วมกัน พร้อมเสนอให้มีการตั้งกรรมาธิการเพื่อแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ และผลักดันให้คอนโดมิเนียมในฐานะนิติบุคคลมีส่วนร่วมในการปกครองท้องถิ่นผ่านการเชิญตัวแทนเข้าร่วมประชุมประธานชุมชน อีกทั้งเสนอให้ตั้งคณะกรรมการประสานงานเพื่อคลี่คลายความขัดแย้งจากการตีความกฎหมายที่แตกต่างกัน เพื่อให้กระบวนการพิจารณากฎหมายมีประสิทธิภาพ สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของประชาชน และย้ำว่ารัฐสภาที่มาจากการเลือกตั้งคือแหล่งอำนาจสูงสุดที่ต้องคำนึงถึงประโยชน์ของประชาชนเป็นหลักในการตัดสินใจ
ท่านประธานครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ ผมขอร่วมอภิปรายในร่างพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งเสนอโดยท่านหัวหน้าพรรคของผม ท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แล้วก็ยังมีร่างประกบจากท่านรัฐมนตรี ทาง ครม. ด้วย แล้วก็ของท่าน รมช. อิ่ม ธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ ด้วยนะครับ ซึ่งจริง ๆ แล้วผมและพรรคประชาชนเห็นด้วยทั้ง ๓ ร่างครับ ก่อนอื่นผมจะอภิปรายใน ๒ ประเด็นด้วยกันครับ
ประเด็นแรก ก็อาจจะซ้ำกับเพื่อนครับ แต่จำเปึนต้องพูดครับ เพราะว่า ในฐานะ สส. เขต สมัย ๒ นี่จริง ๆ แล้วก็ได้ลงพื้นที่อยู่บ่อยครั้งครับ แล้วพื้นที่ผมเอง เปึนพื้นที่ใจกลางกรุงเทพมหานครฝัืงธนบุรีเก่า ซึ่งผมอยากจะโม้ว่า มีหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ที่จัดสรรเก่าที่สุดในประเทศไทยอยู่ด้วย จริง ๆ แล้วมีเก่ากว่านั้นครับท่านประธาน ปัญหา ที่ผมเจอก็คือ ที่อยากฝากทางกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้น ก็คือเรื่องของการที่ให้บ้าน เขาได้รวมตัวกันครับ เพราะว่าหลายแห่งเปึนการสร้างตึกแถวของนายห้างคนจีนสมัยก่อน แล้วก็มาเปึนตึกแถวเรียงกันหมด แล้วตรงส่วนกลางนี่ละครับ มันยากกว่าเขตอื่นมากครับ เพราะมันอาจจะเปึนของรุ่นที่ ๓ แล้วครับ ไปหาใครก็ไม่เจอครับ เปลี่ยนมือไปมากันหมด คนที่มาอยู่ก็เปลี่ยนไปอีกครับ ก็ไม่รู้จะร่วมมือกันอย่างไร จะยกให้สาธารณประโยชน์ เขตก็บอกให้ไปเซ็นมาให้หมดตาม พ.รบ. ก็หาไม่ได้แล้วครับ ไม่รู้ว่าเกิดไปชาติไหนต่อกี่ชาติแล้ว ก็ตามไม่เจอจริง ๆ ครับท่านประธาน ก็ฝากเพื่อนกรรมาธิการด้วยนะครับ แล้วผมเชื่อว่า สส. หลายคน โดยเฉพาะใน กทม. ก็จะเจอบ่อยครับ ปัญหานี้ก็เปึนปัญหาเรื่องที่ประชาชน ร้องเรียนเปึนอันดับต้น ๆ ใน Traffy Fondue ของผมเอง ในระบบของผมเองนะครับ แล้วก็หลายครั้งครับโทรมา สส. เท่า ขอได้ไหมครับ ยางมะตอย ๒๐ ถุง ไปถมหน่อยน้ำท่วม อะไรต่าง ๆ นานา ผมก็งงเหมือนกันครับว่า ผมจะไปเอาเงินที่ไหนมาซื้อยางมะตอยได้ ก็ไม่ได้มีนอกมีในเวลามาทำหน้าที่ในสภาแห่งนี้ ผมว่าวันนี้เรามาแก้ปัญหานี้ให้มันหมดไป ตลอดกาลเพื่อให้ประชาชน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง กทม. หรือว่าหัวเมืองต่าง ๆ ที่จะมีหมู่บ้าน ขณะนี้อยู่เยอะจะได้ประโยชน์นี้ครับ
ประเด็นที่ ๒ จริง ๆ แล้วกรรมาธิการที่จะตั้งขึ้นศึกษาด้วยครับ เรื่องการ ยกระดับที่มีส่วนร่วมในการปกครองในระดับเขตของนิติบุคคล อย่างเช่น นิติบุคคล คอนโดมิเนียมอะไรต่าง ๆ ครับ ในกรุงเทพมหานคร จะมีการประชุมประธานชุมชนครับ แต่ไร้ซึ่งคนที่เปึนนิติบุคคลคอนโดมิเนียมครับ ในอนาคตก็อยากฝากเปึนข้อสังเกตว่า ให้เชิญเหล่านี้มาด้วย เพราะคอนโดมิเนียมแท่งหนึ่งนี่ก็แทบจะเทียบเท่ากับชุมชนหนึ่ง ในกรุงเทพมหานครด้วยซ้ำครับ
ประเด็นสุดท้ายครับ จริง ๆ ผมรู้สึกว่าอาจจะพูดไม่ซ้ำเพื่อนตรงที่ประเด็น ของเรื่องของกฎหมาย หรือหลักการต่าง ๆ นะครับ ที่เราได้เสนอมา ซึ่งถ้าเราดูอาจจะ แตกต่างกันทั้ง ๓ ร่างเลย ร่างของทางพรรคประชาชนกับร่าง ครม. อาจจะเหมือนกันมาก ขออภัยที่เอ่ยนาม ท่านธีรรัตน์อาจจะแตกต่างไปบ้าง แต่ผมยืนยันนะครับว่า ตั้งแต่ร่าง พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าของผมว่า ตอนนั้นเองก็มีเพื่อนสมาชิกหลายท่านบอกว่า ขัดหลักการ รับไปเดี๋ยวทำไม่ได้ ผมก็ยืนยันว่า มันได้ครับ แล้วผมคิดว่าเรื่องนี้อยากให้ท่านประธาน ในระหว่างป่ดสมัยประชุมช่วยทำกระบวนการขึ้นมาให้เรื่องนี้มันหมดไป ปัญหานี้ เรื่องหลักการของกฎหมายของเรา มันเปึนปัญหาที่เล็กครับ แล้วจริง ๆ ผมว่าไม่ใช่เรื่อง กฎหมายอะไรครับ เปึนเรื่องกระบวนการภายในสภาเราที่ทำได้ ผมขอเสนอแนวทาง ข้างต้นไว้เบื้องต้นอย่างคิดเร็ว ๆ ตอนนี้เรามีผู้ประสานงานของวิปทั้ง ๒ ฝ์ายอยู่แล้ว จะใช้กระบวนการนี้ก็ได้ โดยขออำนาจของท่านประธานครับ ตั้งเปึนคณะกรรมการ ประสานงานเรื่องพิจารณาหลักการของกฎหมายมาไว้ก่อนเลย เพื่อให้มีความเข้าใจตรงกัน ของทั้ง ๒ ฝ์าย เพื่อที่จะได้มาพิจารณาโดยไร้ข้อกังวล แล้วก็ไม่ต้องเสียเวลาสภาในเรื่อง มาเถียงกันว่าหลักการได้ ไม่ได้ กฎหมายวาระที่ ๑ วาระที่ ๒ อย่างไร ซึ่งผมเห็นด้วย กับหลักการของคุณหมอชลน่าน ศรีแก้ว เพื่อนสมาชิกฝ์ายรัฐบาลอย่างยิ่งครับ เพราะว่า โดยหลักการที่ผมเชื่อ พรรคประชาชนเชื่อว่า เราได้อำนาจมาจากประชาชนแล้ว ดังนั้น ถึงแม้หลักการในวาระที่ ๑ ที่เรารับไปหลายอัน แม้จะกลับมาในวาระที่ ๒ จะมีอันไหนบ้าง ไม่มีอันไหนบ้าง แต่ถ้าสภาเราได้ลงมติเช่นไรในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ผลมันก็ควรจะเปึน เช่นนั้นใช่ไหมครับ เพราะว่าเราก็ได้ให้อำนาจไปแล้ว ถ้าเราคิดว่าเรารับวาระที่ ๑ มา เราถือว่า เปึนศักดิ์สิทธิ์ที่สุด เราขัดหลักการไม่ได้ แล้ววาระที่ ๒ เราจะโหวตไม่เห็นชอบ หรือวาระที่ ๓ เราโหวตไม่เห็นชอบ เราก็ขัดวาระที่ ๑ สิครับ อย่างนี้มันก็ออกกฎหมาย หรือกรรมาธิการก็แก้อะไรไม่ได้เลย ซึ่งประเด็นนี้ เปึนประเด็นที่สำคัญ แล้วอยากให้ทุกคนเพื่อนสมาชิกได้นึกถึงว่า ถ้าเราวางหลักการว่า อำนาจสูงสุดเปึนของประชาชน เราเปึนตัวแทนการใช้อำนาจนั้น ดังนั้นการโหวตในสภา ของเราล้วนแต่ไปในทางทิศทางที่เราคิดได้เสมอครับ และไม่ต้องกังวลถึงผลที่ตามมาครับ ไม่มีใครติดคุกหรอกครับ เพราะว่าสุดท้ายแล้วถ้ามีใครไปร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ แล้วมันเกิดขึ้นจริง ๆ นะครับ กฎหมายนั้นก็แค่ไม่ชอบแล้วก็หยุดใช้เท่านั้นเอง ก็จะเปึน บรรทัดฐาน แต่ผมเชื่ออยากให้เรื่องนี้ไม่ไปถึงตรงโน้น แล้วก็ให้ความเชื่อมั่นว่า สภาของเรา ต่อทั้งท่านประธานผ่านไปยังเพื่อนสมาชิกและพี่น้องประชาชนว่า เรามาอยู่ที่นี่ เรามีอำนาจ ที่จะกำหนดชะตากรรมของเรา รวมถึงวิธีนิติบัญญัติของเราด้วย ก็ยืนยันอีกครั้งว่า แม้ ๓ ร่าง จะมีหลักการที่อาจจะแตกต่างกันบ้าง แต่เนื้อหาหลักมุ่งแก้ปัญหาประชาชน ด้วยกันครับ ด้วยหลักการอย่างนี้ครับ หลักการที่เห็นประโยชน์ของประชาชนเปึนใหญ่ พรรคประชาชนและผมขอรับทั้ง ๓ ร่างครับ ขอบคุณครับ