สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๖ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ พูดถึงปัญหาการจัดสรรที่ดินในหมู่บ้านจัดสรรและระบุว่า รัฐราชการมีความอุ้ยอ้ายและระบบการเมืองไทยมีความล้มเหลว เขายังแสดงความไม่เห็นด้วยในเรื่องการแก้ไขร่างพระราชบัญญัติจัดสรรที่ดิน โดยระบุว่า กรมที่ดินไม่เห็นด้วยกับหลายข้อ และขอให้ใช้ชั้นกรรมาธิการในการพิจารณาเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุด

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้นำฝ์ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร

ท่านประธานสภาผู้แทนราษฎรที่เคารพ ผม ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ผู้แทนราษฎรแบบบัญชี รายชื่อ พรรคประชาชน ท่านประธานครับ วันนี้ขออนุญาตท่านประธานที่ผมอาจจะไม่ได้ อภิปรายในรายละเอียด เนื่องจากว่าก่อนหน้านี้ในเดือนกุมภาพันธ์ ผมเองก็ได้นำเสนอ เนื้อหาสาระของร่างหลักในวันนี้ไปแล้ว รวมถึงวันนี้วาระจริง ๆ ควรจะต้องอภิปรายถึง ข้อแตกต่างระหว่างร่างที่ ครม. เสนอกลับมาหลังจากที่นำไปพิจารณาประมาณ ๘ เดือน แต่อย่างไรก็ตามท่านประธาน ผมมีประเด็นบางอย่างที่อยากจะชวนท่านประธาน และเพื่อนสมาชิกทุกท่านช่วยกันลองพิจารณาถึงสิ่งที่ผมจะนำเสนอไปต่อจากนี้ ก็คือ ในเรื่องของปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชนในส่วนของร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ที่นอกจากใช้เวลา ๘ เดือน ที่ ครม. หยิบไปพิจารณาแล้ว จริง ๆ แล้ว เปึน ๕ ป้นับตั้งแต่ตอนที่ผมเข้ามาทำหน้าที่เปึน สส. เขตที่หมู่บ้านเศรษฐกิจ ถือเปึนหมู่บ้าน จัดสรรแห่งแรก ตาม ปว. ๒๘๖ ก็คือกฎหมายสมัยคณะปฏิวัติ เปึนหมู่บ้านจัดสรรแห่งแรก ของประเทศไทย แล้วก็รวมถึง ๒๔ ป้ นับตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ ที่กฎหมายฉบับนี้มีผลบังคับใช้ มีการปรับแก้มาเปึนบางครั้ง แต่ก็ยังมีปัญหาอยู่หน้าบ้านของพ่อแม่พี่น้องประชาชนที่ยัง ไม่ได้รับการแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้คือเรื่องอะไรครับท่านประธาน ผมคิดว่าคือเรื่องของ ปัญหาที่รัฐราชการมีความอุ้ยอ้าย แล้วก็ระบบการเมืองไทยที่มีความล้มเหลว ไม่ได้ว่ากล่าว เฉพาะเจาะจงไปที่คนใดคนหนึ่ง แต่ผมอยากให้ทุกท่านเห็นภาพรวมของปัญหาทั้งระบบครับ ในส่วนของความอุ้ยอ้ายของระบบรัฐราชการของบ้านเราคืออะไรครับท่านประธาน ตามที่ สส. บุญเลิศ จากพรรคประชาชนได้นำเสนอไปแล้วว่า ๒ ใน ๓ ของโครงการหมู่บ้านจัดสรร ในประเทศ ณ วันนี้ยังไม่มีนิติบุคคลนะครับ ผมถามทางกรมที่ดินครับ วันนี้ร่างที่ท่านเสนอ กลับมานี้ ผมต้องกราบขอบพระคุณที่หลักการเราเห็นตรงกันในการแก้ไขเพิ่มเติม แล้วก็ คิดว่าร่างของท่านมีความครอบคลุมมากกว่าร่างที่ผมเสนอ ตั้งแต่ครั้งแรกด้วยซ้ำ แต่ผมมีคำถามที่อยากจะชวนทุกท่านคิดว่า ในเมื่อกรมที่ดินเองเห็นปัญหาเหล่านี้มาตั้งแต่ ตอนที่ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน บังคับใช้ตั้งแต่ป้ ๒๕๔๓ มาจนถึงวันนี้ทำไมถึงเพิ่งได้รับ การแก้ไข ๒๐ กว่าป้ ผมเข้าใจดีครับว่า ทุกร่างกฎหมายต้องมีการใช้ไปปรับไป เรียนรู้ไป ระหว่างกระบวนการ แต่ผมคิดว่าด้วยระบบรัฐราชการ ด้วยระบบการเมืองที่เปึนแบบนี้ ที่ผมจะนำเสนอต่อว่า ปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ ปัญหาหน้าบ้านของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ถ้าเรายังไม่มีการแก้ไข ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อยู่ ผมคิดว่าหลาย ๆ ปัญหาอีกเยอะแยะเต็มไปหมดที่เปึนปัญหาใหญ่ ก็จะไม่ได้รับการแก้ไขได้อย่างมีประสิทธิภาพอย่างเต็มที่ อย่างเพียงพอครับ ผมลองชวนคิดว่า ในเมื่อเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการในกรมที่ดิน สำนักพัฒนาธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เขารู้ดีอยู่ แต่ทำไมเขาถึงไม่ชงเรื่องว่า กฎหมายควรจะต้องมีการแก้ไข กว่าจะเสนอไปที่กรมที่ดิน กว่าจะเสนอไปที่กระทรวงมหาดไทย กว่าจะผ่าน ครม. กว่าจะเข้ามาที่สภาผู้แทนราษฎร แห่งนี้ ผมเชื่อว่าข้าราชการหลาย ๆ คนเขารู้ปัญหา เข้ามาทำงานวันแรกด้วยพลังไฟ ที่เต็มเป้ืยมจะมารับใช้พ่อแม่พี่น้องประชาชน แต่เขารู้ครับว่าระบบรัฐราชการแบบนี้ ถ้าไม่มี การผลักดันมาจากฝัืงการเมือง จากระดับบนเสนอไปก็เท่านั้นครับ เหมือนพูดใส่กำแพง ทุกอย่างก็จะสลายไปกับสายลม อันนี้เปึนระบบที่ทำให้ข้าราชการเองขาดพลังในการริเริ่ม สร้างสรรค์ในการแก้ไขปัญหาให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ซึ่งเปึนปัญหาหน้าบ้านจริง ๆ เปึนปัญหาเล็ก ๆ น้อย ๆ พ.ร.บ. จัดสรรตรงนี้เหมือนจะเปึนกฎหมายเล็ก ๆ ไม่ใช่กฎหมาย การเมือง เปึนปัญหาเล็ก ๆ แต่ผมคิดว่า มันสะท้อนเรื่องของรัฐ ราชการ แล้วก็ระบบ การเมืองไทยในประเทศเราได้เปึนอย่างดีครับ

ข้อที่ ๒ ในเรื่องของระบบการเมืองที่ล้มเหลวครับท่านประธาน ผมลองชวน ทุกท่านคิดครับ ร่างนี้ที่ท่าน สส. ธีรรัตน์ ขออนุญาตเอ่ยนาม เสนอมาประกบกับผมตั้งแต่ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ถูกคณะรัฐมนตรีขออุ้มกลับไปพิจารณาก่อน ใช้เวลาถึง ๘ เดือน เลื่อนมาหลายครั้ง เรื่องนี้สะท้อนให้เห็น ขออนุญาตอีกครั้งครับ ไม่ได้ว่าถึงบุคคลใดบุคคลหนึ่ง แต่ระบบการเมืองเราเองก็ยังทำหน้าที่ได้ไม่เต็มประสิทธิภาพเพียงพอครับ ทั้ง ๆ ที่ คณะรัฐมนตรีเอง เห็นระเบียบวาระการประชุมสภาผู้แทนราษฎรมาโดยตลอดครับ ท่านประธาน เราไม่จำเปึนต้องใช้เวลาในการรอขนาดนี้เลย ถ้าคณะรัฐมนตรีเห็น ระเบียบวาระแล้ว ส่งกฎหมายไปให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพิจารณาก่อนครับ ก่อนที่ กฎหมายจะเข้าสภา เราจะสามารถร่นระยะเวลาในการรออย่างนี้ได้อีกหลายฉบับมาก นอกเหนือจากนี้ครับ นอกเหนือจากเรื่องของการที่คณะรัฐมนตรีต้องขอหยิบไปพิจารณา ก่อนแล้ว กรณีที่ สส. เท่าพิภพ ได้นำเสนอไปเมื่อสักครู่ สิ่งที่ สส. เท่าพิภพ ได้นำเสนอครับ ท่านประธาน ขออนุญาตด้วยความเคารพครับ สส. เท่าพิภพ กำลังแสดงให้เห็นว่า เขาไม่ได้ ขัดข้องในเรื่องของการที่บอกว่า กระบวนการพิจารณากฎหมายในสภาวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ไม่ควรจะเกินหลักการครับ แต่เขาขัดข้องในเรื่องที่มีเพื่อนสมาชิกที่โหวตคว่ำในส่วนของ พ.ร.บ. สุราก้าวหน้าไป ให้เหตุผลว่าเดี๋ยววาระที่ ๒ วาระที่ ๓ จะแก้ต่ำกว่าหลักการ ก็เลย ให้เหตุผลว่าถ้าต่ำกว่าหลักการแล้วนี้ จะเปึนการขัดต่อการรับหลักการวาระที่ ๑ ก็เลยคว่ำ ร่างของ สส. เท่าพิภพไปครับ ซึ่งในวันนั้นพวกเราเอง พรรคประชาชนโหวตให้กับทุกร่างครับ เราไม่ได้อยากจะเรียกร้องอะไรท่านนะครับ ไม่อยากจะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมาแล้ว วันนี้เรา ก็มีการถกเถียงถึงในเรื่องของร่าง พ.ร.บ. ระเบียบบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... ซึ่งในวันนี้เองการจัดสรรที่ดินเกี่ยวข้องอะไรกับเรื่องนั้นครับท่านประธาน วันนี้มีการ ให้ความเห็นจากการรับฟังความเห็นจากกรมที่ดิน แล้วก็กฤษฎีกา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ถึงร่างของท่านธีรรัตน์ครับ ในหน้าที่ ๕ กรมที่ดินเขียนมาอย่างชัดเจนว่า ไม่เห็นด้วย กับหลาย ๆ ข้อที่ทางท่านธีรรัตน์เสนอมาครับ เพราะฉะนั้นถ้าวันนี้พวกเราพรรคประชาชนเอง จะให้เหตุผลเช่นเดียวกันว่า เดี๋ยววาระที่ ๒ วาระที่ ๓ หน่วยงานต่าง ๆ ที่มาจากฝ์ายบริหาร ให้ความเห็นคัดค้าน สรุปว่าเราไม่ควรที่จะรับร่างของท่านธีรรัตน์ใช่หรือไม่ ซึ่งผมไม่เห็นด้วย พวกเราคิดว่าหลักการที่ถูกต้องก็คือ เรายืนยันในชั้นรับหลักการ อะไรที่เปึนการแก้ปัญหา ให้กับพ่อแม่พี่น้องประชาชน ข้อเสนอดี ๆ ของท่านธีรรัตน์หลายข้อครับท่านประธาน ผมยกตัวอย่างเช่น การที่บอกว่าสามารถใช้เสียงน้อยกว่ากึ่งหนึ่งในการจัดตั้งนิติบุคคลก็ได้ ถ้าคณะกรรมการจัดสรรจังหวัดอนุญาต อันนี้เปึนข้อเสนอที่แสดงให้เห็นว่า สส. ในพื้นที่ รู้ปัญหาจริงครับ รู้ปัญหาในทางปฏิบัติว่า ผู้ซื้อที่ดินจัดสรรหลาย ๆ คนที่เขาอยู่ในปัจจุบัน เขาเปึนแค่ผู้ครอบครอง ไม่ใช่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ เปึนคนมาเช่าอยู่ หลาย ๆ คนอาจจะโทรติดตาม ไม่ได้ หลาย ๆ ที่เปึนบ้านร้างครับ นี่แสดงให้เห็นว่าคนที่เปึนผู้แทนราษฎรเห็นปัญหาในพื้นที่ เสนอเข้ามา รู้จริงถึงปัญหา บางอย่างอาจจะรู้ดีกว่าหน่วยงานที่ปฏิบัติด้วยซ้ำ ซึ่งกรรมาธิการเรา ประกอบไปด้วยตัวแทนจากทุกฝ์ายครับ ทั้งฝ์ายบริหาร ทั้งหน่วยงานเอง ทั้ง สส. ในพื้นที่ รวมถึงผู้ประกอบการ และตัวแทนของประชาชนครับ เพราะฉะนั้นพื้นที่ที่ดีที่สุดที่เราจะมา พิจารณาหาทางออกตรงนี้ร่วมกันว่า ตกลงแล้วทางออกที่ดีที่สุดของประชาชนอยู่ที่ตรงไหน ก็คือใช้ชั้นกรรมาธิการในการพิจารณาครับ ผมทราบดีว่าทุกอย่างที่ผมพูดมาทุกท่าน น่าจะทราบดีอยู่แล้วครับว่า หลักการที่ดีที่สุดคืออะไร เพียงแต่ทุกวันนี้ผมว่าเรายังไม่ได้จริงจัง กับการแก้ไขปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้อย่างดีเพียงพอครับ ในเรื่องของโครงสร้างระบบราชการ ที่อุ้ยอ้าย เรื่องของระบบการเมืองที่เราทำได้ดีกว่านี้ได้ ผมคิดว่าหลาย ๆ อย่างเราผลักดัน ได้ร่วมกันครับ ผมคิดว่าในเรื่องของการทำให้ระบบรัฐราชการ และการเมืองมีความโปร่งใส มีประสิทธิภาพในการทำงาน มีความเปึนประชาธิปไตย และมีประชาชนเปึนศูนย์กลาง คือทางออกที่พวกเราจะนำปัญหาของพ่อแม่พี่น้องประชาชน ไม่ใช่เฉพาะร่างพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... แต่ทุก ๆ เรื่องที่ทำให้พ่อแม่ พี่น้องประชาชนได้รับ การตอบสนองอย่างดียิ่งขึ้นในอนาคตครับ ขอบคุณครับ