ธีรัจชัย พันธุมาศ หารือร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน โดยเสนอให้ใช้เกณฑ์ผู้เข้าร่วมไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 เพื่อแก้ปัญหาหมู่บ้านจัดสรรที่ไม่สามารถตั้งนิติบุคคลได้ พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าร่างกฎหมายดังกล่าวอาจเอื้อประโยชน์แก่ผู้จัดสรรที่ดินมากเกินไป ขาดการรับฟังเสียงจากผู้ซื้อที่ดิน และให้อำนาจคณะกรรมการกว้างเกินควร ซึ่งอาจนำไปสู่การละเลยสิทธิของประชาชนและการฮั้วผลประโยชน์ จึงเรียกร้องให้ทบทวนบทบัญญัติที่เกี่ยวกับหลักประกันของผู้จัดสรรที่ดินใหม่ โดยเฉพาะกรณีบริษัทล้มละลายหรือเลิกกิจการ ให้มีความเป็นจริงและคุ้มครองผู้ซื้อที่ดินอย่างแท้จริง
ท่านประธานที่เคารพครับ ผม ธีรัจชัย พันธุมาศ ผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร เขตหนองจอก มีนบุรี ลาดกระบัง พรรคประชาชน ท่านประธานครับ เกี่ยวกับ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... นั้น เดิมทีท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ขออนุญาตเอ่ยนาม ก็ได้ริเริ่มในกรณีที่เป่ดโอกาสให้ตั้ง นิติบุคคลบ้านจัดสรรนั้น ผู้ซื้อที่ดินสามารถที่จะมีฝ์ายที่ริเริ่ม เนื่องจากว่าในระบบของ กฎหมายเดิมนั้น เปึนกฎหมายที่ผู้จัดสรรที่ดินเพียงฝ์ายเดียว เมื่อต้องการที่จะปลดภาระ จากการที่จะดูแลสาธารณูปโภคที่ตัวเองกำหนดไว้ จะต้องริเริ่มในการที่จะตั้งนิติบุคคล นี่คือเปึนแนวคิดที่สำคัญทำให้ ๒ ฝ์าย มีโอกาสที่จะตั้งนิติบุคคลได้ แต่เนื่องจากว่า ในกฎหมายจัดสรรที่ดินนั้น นิติบุคคลบ้านจัดสรรไม่ใช่เปึนสิ่งเดียวครับ อาจจะมีนิติบุคคลอื่น ซึ่งกำหนดไว้เช่นกันสามารถเปึนไปได้ หลายหมู่บ้านที่เกิดขึ้นในประเทศนี้ ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านใหญ่ ๆ ที่ได้มีการจัดตั้งขึ้น และมีการเก็บเงินล่วงหน้า บางหมู่บ้าน ๕๐ ล้านบาท บางหมู่บ้าน ๒๐ ล้านบาท เสร็จแล้วก็มาตั้ง ตั้งไม่ได้เนื่องจากว่า จำนวนของผู้ที่ซื้อที่ดิน จัดสรรนั้นไม่ถึงกึ่งหนึ่งของโครงการทั้งหมด ก็ไม่สามารถริเริ่มในการจัดตั้งได้ หลายโครงการ ที่ผมเข้าไปดู ยกตัวอย่างเช่น หมู่บ้านฟลอร่าวิลล์ ในเขตพื้นที่ของกระผมอยู่ก็ยังตั้งไม่ได้ ทั้งที่ตั้งมาหลายป้แล้ว ตอนนี้กำลังมีความริเริ่มที่จะตั้งเปึนสหกรณ์บริการ หรือจะมี นิติบุคคลอื่นก็ได้ แต่โอกาสสำเร็จไม่ง่ายในส่วนตรงนี้ กฎหมายฉบับนี้มันอาจจะมีการที่ทำได้ แต่สัดส่วนที่จะถือครองของทั้งหมดทั้งโครงการเหมือนร่างของรัฐบาลที่ทำมานั้น ของร่าง ทั้งหมดต้องมีเกินกึ่งหนึ่งก็จะทำให้ยาก แต่ร่างของท่านณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ไปถึงว่า กำหนดไม่น้อยกว่าร้อยละ ๕๐ ก็สามารถที่จะริเริ่มในส่วนตรงนี้ได้ นี่คือเปึนสิ่งหนึ่งที่มี ความแตกต่างและสามารถที่จะทำได้
ท่านประธานครับมาดูประเด็นหนึ่ง คือ ประเด็นมาตรา ๔๔ ผู้จัดสรรที่ดิน จะต้องพ้นจากหน้าที่นั้นจะต้องทำอะไรบ้างนะครับ กรณีของ (๑) ที่กำหนดไว้ว่า จะต้องตั้ง นิติบุคคลบ้านจัดสรรให้เรียบร้อย อันนี้ไม่เปึนไรคล้าย ๆ อันเก่า แต่ (๒) ที่ทางร่างของทาง รัฐบาลตั้งขึ้นมา (๒) เขาบอกว่า ผู้จัดสรรที่ดินได้ดำเนินการอุทิศทรัพย์สินดังกล่าวให้เปึน สาธารณประโยชน์ กรณีนี้อุทิศได้เลย แล้วก็ไม่มีอะไรที่บอกว่า ผู้ซื้อที่ดินเขาต้องการให้เปึน สาธารณประโยชน์หรือไม่ บางครั้งการซื้อที่ดินเขาต้องการเปึนที่ดินส่วนตัวก็ได้ เขาอยากจะจัด ตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลอื่นก็ได้ แต่นี่ยกให้เลยแล้วตัวเองพ้นเลย กรณีนี้เอื้อต่อบริษัทนิติบุคคลที่จะผลักภาระโดยเร็วหรือไม่ โดยที่ไม่ได้ฟังความเห็นจากผู้ซื้อที่ดินเลย นี่ตั้งข้อสังเกตครับ ผมฝากกรรมาธิการวิสามัญไปดู หรือได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการให้ดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง เพื่อการบำรุงรักษา สาธารณูปโภค กรณีนี้คือเขียนไว้กว้างมาก นั่นคือมอบอำนาจสูงสุดอยู่ที่คณะกรรมการ ดำเนินการว่า จะใช้อะไรก็ได้ มันกว้างแบบมากเลย แต่ถามว่าสมการของผู้ซื้อที่ดินที่เปึน เจ้าของโครงการที่ต้องอยู่ เขาอยู่ตรงไหน มีส่วนร่วมในการตัดสินใจไหมว่า ส่วนที่จะดูแล สาธารณูปโภคเขาคืออะไร ร่างฉบับนี้ไม่มีครับ ตัดออกไปเลย นั่นถือว่าเอื้อต่อในส่วนของ ผู้จัดสรรที่ดินใช่หรือไม่ แล้วไปฮั้วกับกรรมการก็ได้ นี่คือสิ่งที่จะต้องตั้งข้อสังเกต
ท่านประธานครับ ถัดมาก็คือมีอีก ๑ เรื่อง ก็คือในเรื่องของเงินหลักประกัน ในกรณีของการที่ผู้จัดสรรที่ดินต้องมีธนาคารที่วงเงินค้ำประกัน โดยร่างของทางรัฐบาล ได้เขียนไว้ในมาตรา ๔๓ ว่าในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินเปึนบุคคลล้มละลาย เลิกบริษัท หรือบริษัทร้าง หรือโดยเหตุอื่น อันทำให้ธนาคาร หรือสถาบันการเงินไม่อาจทำสัญญา ประกันบำรุงรักษาสาธารณูปโภคให้กับผู้จัดสรรที่ดินตามวรรคสองได้ คณะกรรมการ พิจารณาให้ผู้จัดสรรที่ดินนำหลักประกันอย่างอื่นมาค้ำประกันได้ ทั้งนี้ หลักประกันอย่างอื่น ให้เปึนไปตามระเบียบที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินกำหนด ดูแล้วเหมือนดีนะครับ แต่รู้สึกว่า ถ้ามองลึก ๆ แล้วอาจจะไม่ดีก็ได้ บริษัทที่ล้มละลาย บริษัทที่เลิกไปแล้ว บริษัทร้าง หรือเหตุอื่นใด จะเอาหลักประกันไหนมาวางให้ได้ครับ ดูเหมือนเขียนจะมีหลักประกัน แต่ว่าจะเอาตรงไหนครับ ล้มละลายแล้วตรงไหนได้ขึ้นมา นี่คือระเบียบที่เขียนแล้ว กฎหมาย ที่เขียนมาแล้ว โอกาสปฏิบัติได้แทบเปึน ๐ ระเบียบที่กำหนดมาจะกำหนดได้อย่างไรครับ จะเนรมิตของหลักประกันบริษัทล้มละลาย บริษัทร้าง บริษัทเลิกแล้วมาจากที่ไหนครับ ผมฝาก ทางกรรมาธิการวิสามัญช่วยไปพิจารณาทำให้มันเกิดความเปึนจริงขึ้นมาก็ได้ ท่านประธาน ที่เคารพครับ ในหมู่บ้านจัดสรรจำนวนไม่น้อยที่ก่อนหน้านี้มีการจัดตั้งขึ้นมา แต่บริษัทเลิก บริษัทร้าง บริษัททิ้งโครงการต่าง ๆ ออกไป ประชาชนที่ซื้อขึ้นมา แต่ไม่สามารถรวบรวม ได้เกินกึ่งหนึ่งตั้งนิติบุคคลได้ บางแห่งตั้งสหกรณ์ยังตั้งไม่ได้ กฎหมายฉบับนี้ไม่เคยเหลียวแล หมู่บ้านเหล่านั้นเลย ซึ่งมีจำนวนมาก และทำให้เปึนหมู่บ้านที่มีปัญหา ในกรณีที่ท่อเต็ม ท่อตัน ไฟดับ ถนนพัง จะมาขอให้ สส. ประสานงานไปเพื่อจะมาซ่อมก็ไม่ได้ เพราะเปึนที่เอกชน กฎหมายฉบับนี้อย่างไรก็ทำแล้วครับ ทำไมถึงไม่เขียนไปเลยครับ ถึงให้เขาแก้แล้ว ถ้ารัฐบาล ต้องขอเวลาท่านณัฐพงษ์ยื่นไปตั้งนานแล้วครับ แต่ทำไมไม่แก้เลยให้ถึงที่สุด ให้ถึงแก่นไปเลยว่า จะทำอย่างไรกับที่ดินแปลงเหล่านี้ และที่ก่อนหน้านี้ที่จะตั้งได้นะครับ เรื่องนี้อยากจะให้ ทางฝ์ายกรรมาธิการได้โปรดพิจารณาแก้ไข แล้วก็ปรับปรุงในหลักการอย่างนี้ เพื่อให้กฎหมาย ฉบับนี้บังคับได้จริง และไม่เอื้อต่อในส่วนของบริษัทผู้จัดสรร และให้ผู้ซื้อที่ดินซึ่งเปึน ประชาชนทั่วไปนั้นได้อยู่ในสมการในการตัดสินใจทุกเรื่องได้หรือไม่ สิ่งที่ท่านทำมา แล้วดีครับ นั่นคือให้มีทางในการจัดตั้งนิติบุคคลบ้านจัดสรรได้ สิ่งที่ท่านได้เขียนไว้ดีครับ เปึนทางเลือกที่เพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งทาง ก็คือสามารถตั้งนิติบุคคลอื่นได้ ก็ฝากท่านกรรมาธิการ วิสามัญที่จะเปึนได้โปรดพิจารณาประเด็นเหล่านี้ด้วยครับ