ณัฐพล เสนอร่างกฎหมายจัดสรรที่ดิน ผลักดันนิติบุคคลหมู่บ้าน-เสริมบทบาทท้องถิ่น

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๖ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล หารือปัญหาหมู่บ้านจัดสรรในจังหวัดเชียงใหม่ โดยเสนอร่าง พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดินหลายฉบับเพื่อแก้ไขปัญหาสาธารณูปโภคและความยากในการจัดตั้งนิติบุคคล ทั้งการกำหนดให้เจ้าของโครงการต้องจัดตั้งนิติบุคคลภายใน 3 ปี หรือให้ลูกบ้าน 50% สามารถรวมตัวจัดตั้งได้เอง รวมถึงเปิดโอกาสให้ชุมชนดำเนินการซ่อมแซมและเรียกเก็บค่าใช้จ่ายล่วงหน้าพร้อมเรียกเงินคืนจากเจ้าของโครงการในภายหลัง เพื่อเสริมพลังการบริหารตนเองและเร่งแก้ปัญหาที่เกิดจากการละเลยของผู้พัฒนา พร้อมเสนอให้ท้องถิ่นมีบทบาทในการกำกับดูแลและเร่งการโอนสาธารณูปโภคสู่สาธารณะเพื่อประโยชน์ร่วมของประชาชน

นายณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล เชียงใหม่

เรียนประธานสภาที่เคารพครับ ณัฐพล โตวิจักษณ์ชัยกุล สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ เขต ๓ สันกำแพง แม่ออน ดอยสะเก็ด พรรคประชาชน วันนี้ก็จำเปึนที่ผู้แทนจากจังหวัดเชียงใหม่ก็เปึน อีกจังหวัดหนึ่งที่มีบ้านจัดสรรเยอะเพิ่มขึ้นมาในช่วงเวลาหลายสิบป้ที่ผ่านมา ก่อนจะเข้าสู่ รายละเอียดก็ต้องบอกท่านประธานอย่างนี้ครับว่า ตั้งแต่เปึนผู้แทนมาป้กว่า ๆ ก็ได้รับปัญหา เกี่ยวกับหมู่บ้านจัดสรรมาพอสมควร ปัญหาก็ไม่ได้แตกต่างจากที่เพื่อน ๆ ได้อภิปรายไปว่า สาธารณูปโภคไม่ดี เจ้าของโครงการดูแลไม่ดี ลูกบ้านอยากจัดตั้งนิติบุคคลทำได้ยากลำบาก ท้องถิ่นบางที่อยากเข้าไปทำ ทำไม่ได้ นิติบุคคลบางที่อยากให้ท้องถิ่นเข้าไปทำ ท้องถิ่น ก็กล้า ๆ กลัว ๆ ที่จะเข้าไปทำนะครับ ทีนี้ผมไม่ลงรายละเอียดเรื่องปัญหา แต่ผมก็เชื่อว่า ปัญหาต่าง ๆ เหล่านี้ มันก็เปึนที่มาที่ทำให้ทาง สส. ณัฐพงษ์ ทาง สส. ธีรรัตน์ ทางกรมที่ดิน ปรับแก้ พ.ร.บ. การจัดสรรที่ดิน เพื่อให้แก้ปัญหาเหล่านี้ให้ได้เสียที ผมจะหยิบข้อดี ของทั้ง ๓ ร่างมาพูดนะครับ แน่นอนว่าในแต่ละร่างก็มีรายละเอียดแตกต่างกันไป แต่จะหยิบ ข้อดีเปรียบเทียบกับปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อที่จะได้เห็นภาพกันนะครับ

เริ่มกันที่ร่างของ สส. ณัฐพงษ์ ร่างนี้กำหนดไว้ ๒ ข้อนะครับ ข้อแรกคือ ให้เจ้าของโครงการเร่งรัดการจัดตั้งนิติบุคคลให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ป้ หลังจากการโอน ทั้งหมด เรื่องนี้ดีอย่างไร ก็อย่างที่ทราบว่า เจ้าของโครงการหลายพื้นที่เขาละทิ้ง ลูกบ้าน อยากจะตั้งเอง แต่เจ้าของโครงการบางพื้นที่ก็ยื้อระยะเวลาเก็บค่าส่วนกลาง แต่ก็ไม่ทำอะไร ข้อนี้ก็จะเปึนการกำหนดให้มันมี Deadline ครับ ลูกบ้านที่พร้อมตั้งนิติบุคคลได้แล้ว เขาจะได้สามารถจัดการได้เอง ข้อที่ ๒ ในร่างของ สส. ณัฐพงษ์ ก็คือการกำหนดให้ว่าลูกบ้าน ๕๐ เปอร์เซ็นต์ของโครงการก็สามารถที่จะรวมตัวจัดตั้งได้ ข้อนี้ดีอย่างไรครับ ท่านประธาน ลองนึกถึงจังหวัดเชียงใหม่ หลาย ๆ หมู่บ้านจัดสรรอาจจะมีคนเชียงใหม่จริง ๆ อยู่ แค่ประมาณกึ่งเดียว ส่วนอีกกึ่งหนึ่งอาจจะเปึนคนต่างจังหวัดที่เขาไปลงทุนซื้อบ้านไว้ เปึนบ้านพักตากอากาศหรืออะไร ในแต่ละป้เขาไม่ค่อยได้ไป หรืออาจจะไม่ได้ไปหลายป้เลยก็ได้ เลยไม่ได้มีส่วนร่วมใด ๆ เลยในการดูแล ข้อนี้ก็จะเปึนการปลดล็อกตรงนั้น เพื่อให้ประชาชน ลูกบ้านที่อยู่ในหมู่บ้านนั้นเปึนประจำทุกวัน เขาได้แก้ไขปัญหาของเขาเสียทีนะครับ

ไปกันที่ร่างที่ ๒ ครับ ร่างของทางกรมที่ดิน หลังจากที่ ๒ ร่าง ของท่าน สส. ถูกอุ้มไปหลายเดือน ก็ยินดีนะครับแม้ว่าจะใช้เวลาหลายเดือน แต่ร่างของกรมที่ดินที่นำเสนอ เข้ามาในวันนี้รายละเอียดเยอะมาก ๆ เลยครับ เพราะว่ากรมที่ดินเองก็เปึนหน่วยงาน เจ้าภาพโดยตรงที่ทำเรื่องนี้ ผมขอหยิบมาข้อหนึ่งครับ คือการแก้ไขมาตรา ๔๔ มาตรา ๔๔ ของ พ.ร.บ. จัดสรร ก็จะเปึนเรื่องของความรับผิดชอบ หน้าที่ในการดูแลสาธารณูปโภค ของหมู่บ้านจัดสรร ถ้าเราว่ากันตาม พ.ร.บ. จัดสรรที่ดินปัจจุบัน บางโครงการลูกบ้าน เขารวมตัวกันตั้งนิติบุคคลแล้ว แต่การที่จะตั้งเปึนนิติบุคคลได้สำเร็จ เจ้าของโครงการ เขาต้องซ่อมแซมสาธารณูปโภคต่าง ๆ นานาก่อน ให้แล้วเสร็จอยู่ในสภาพที่ดีตามที่เขาได้ ระบุไว้ในเอกสารของโครงการ แต่ก็มีอีกหลายโครงการครับ เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงเคสนี้ผมรับมา เมื่อสัปดาห์ที่แล้วจากอำเภอสันกำแพง เจ้าของโครงการผ่านไป ๓ ป้ ไม่ซ่อมอะไรเลย ทุกวันนี้ก็ยังส่งมอบไม่ได้ นิติบุคคลที่ลูกบ้านโอเคแล้ว มีมติจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดิน จังหวัดแล้วว่า คุณตั้งได้นะเมื่อมีการส่งมอบทั้งหมด ก็ยังทำอะไรไม่ได้ การแก้มาตรา ๔๔ ของร่างจากกรมที่ดิน ถ้าผมเข้าใจไม่ผิดก็คือ ราวกับว่าให้นิติบุคคลที่มีมติได้ตั้งขึ้นมาแล้ว สามารถดำเนินการเรียกเก็บค่าใช้จ่ายส่วนกลาง ทำอะไรก็ได้เพื่อซ่อมแซมมันไปได้ก่อนเลย เพื่อให้บำบัดทุกข์ บำรุงสุขหมู่บ้านตัวเองไปก่อน แล้วเป่ดช่องให้ไปไล่เบี้ยเอาจากเจ้าของ โครงการได้ทีหลัง อันนี้เปึนข้อดีนะครับ เพื่อให้ลูกบ้านที่รวมตัวกันตั้งได้แล้ว แก้ปัญหา ได้ก่อน แล้วก็มีช่องให้ไปไล่เบี้ยให้เจ้าของโครงการเดิมนั่นล่ะมาจ่ายเสียทีนะครับ อันนี้ เท่ากับว่าเปึนการติดอาวุธให้กับลูกบ้าน คล้าย ๆ กับที่ทางท่านรัฐมนตรีได้พูดตอนต้นว่า โดยรวมมันคือการเติมพลังให้ลูกบ้านนะครับ

ส่วนร่างที่ ๓ คือร่างของ สส. ธีรรัตน์ที่ยื่น ณ ตอนนั้น ข้อดีของร่างนี้คือ การเพิ่มอำนาจให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเข้าไปมีส่วนในการตรวจตรา ในการกำกับ ในการควบคุม ในการสั่งการให้เจ้าของโครงการ หรือให้นิติบุคคลก็ดี ทำสาธารณูปโภคให้ดี ผมยกตัวอย่าง ให้เห็นได้ชัดอย่างหนึ่ง เมื่อเดือนก่อนเขตผม ตำบลต้นเปา อำเภอสันกำแพง เกิดน้ำท่วมขัง คำเล่าลือจากท้องถิ่น จากพ่อแม่พี่น้องเขาก็บอกว่า มีโครงการบ้านจัดสรรหนึ่งนั่นล่ะ ตั้งตัวใหญ่เลยแบบหรูเลย แล้วขวางทางน้ำอยู่ ถ้าเรามองกันตามผังนะครับ มันจะเปึน ลำเหมืองสาธารณะที่วิ่งผ่านโครงการบ้านจัดสรรหรูนั้นด้วย เขาก็เล่าอ้างกันว่า โครงการ บ้านจัดสรรนั้น เขาก็เป่ดลำเหมือง แต่เขาแอบป่ดประตูมันลง เพื่อไม่ให้น้ำล้นจากลำเหมือง เข้าสู่ลูกบ้านเขา แต่ผลกระทบก็คือ พี่น้องประชาชนที่อยู่รอบนอกหมู่บ้าน ก็รับน้ำขัง ไม่มีที่ระบาย รอการระบายขังอยู่ ๗ วัน ก็ต้องไปส่งข้าวส่งน้ำนะครับ ทีนี้ท้องถิ่นเขาทราบ ผมคุยกับเจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นเขาก็ไม่กล้าที่จะเข้าไป ไม่กล้าที่จะไปบอกว่า โครงการเป่ดประตูสิ น้ำมันจะได้ไหลไปเร็ว แต่ก็แน่นอนครับ โครงการเขาก็กลัวลูกบ้าน สุดหรูของเขามีปัญหา อันนี้เปึนตัวอย่างปัญหาที่เกิดขึ้นจริงนะครับ ซึ่งผมเห็นด้วยที่เรา จะให้เจ้าหน้าที่ท้องถิ่น เทศบาล อบต. เพราะเขาอยู่ตรงนั้นเขามีหน้าที่ที่จะดูแลเรื่อง สาธารณะต่าง ๆ ถ้าเขาเข้าไปตรวจตราได้ ไปสั่งได้ รับข้อร้องเรียนได้ แล้วไปยื่นเรื่องแทนได้ อันนี้เปึนข้อดี อย่างไรก็ตามในร่างของท่าน สส. ธีรรัตน์ รวมถึงร่างของกรมที่ดินจะมีอีกส่วนหนึ่ง ที่ให้ท้องถิ่นมีส่วนร่วม นั่นก็คือการที่นิติบุคคลสามารถที่จะมอบถนนหนทาง สาธารณูปโภคต่าง ๆ ให้เปึนสาธารณประโยชน์ได้ อันนี้มองในด้านดีก็คือ เปึนการให้อำนาจให้กับท้องถิ่น เขามีหน้าที่ต้องทำเรื่องนั้นให้ดีอยู่แล้ว ด้านดีก็คือด้านนั้น แต่ผมอยากจะตั้งเปึนประเด็นถกเถียงไว้สักเล็กน้อยว่า โดยหลักแล้ว โครงการบ้านจัดสรรมันคือ เอกชน คือ Private property Private Area บางที่รั้วรอบขอบชิด ป่ดหมด ก็จะมีแค่ลูกบ้านเท่านั้นที่เขาได้ใช้ประโยชน์ถนนหนทาง ประชาชนโดยรอบนอก เขาก็ไม่ได้ใช้ด้วย ไม่ได้สัญจรผ่านถนนเส้นทางนั้นด้วย แต่ถ้าในกรณีที่ถนนในหมู่บ้าน มันพังจริง ๆ ไม่มีใครทำอะไรได้แล้ว ท้องถิ่นเข้าไปจัดการก็ดี แต่เราจะมีหลักเกณฑ์อย่างไร เราจะพิจารณาอย่างไร เราจะปัองกันคนประเภทแบบหัวหมออย่างไร ที่ไม่ได้โอนที่นี้มอบให้ เปึนสาธารณะ โดยที่ตัวเองไม่ต้องดูแลรับผิดชอบอะไรเลย ซึ่งเราต้องไม่ลืมว่า โครงการบ้าน จัดสรรเหล่านี้ทำขึ้นมาเพื่อขาย หากำไร แล้วก็ไปลงทุนต่อ ๆ ไป อันนี้ก็จะเปึนข้อสังเกต ที่อยากจะฝากไว้ ณ ที่นี้เลยสำหรับมาตราใด ๆ ก็ตามที่กำหนดให้นิติบุคคล หรือหมู่บ้าน จัดสรรสามารถมอบที่ดินตัวเองให้เปึนสาธารณประโยชน์ได้ นี่เปึนข้อดีและข้อสังเกต ของทั้ง ๓ ร่าง ผมก็หวังว่าวันนี้พวกเราก็จะผ่านมติรับหลักการของร่างพระราชบัญญัติ การจัดสรรที่ดิน (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพราะว่ามันจะแก้ปัญหาให้กับพี่น้องประชาชน ในหลาย ๆ จังหวัด รวมถึงเขตผมด้วย จังหวัดเชียงใหม่ด้วย ขอบพระคุณครับท่านประธาน