ณัฐวุฒิ แจงจุดยืนคุ้มครองเด็ก-ยันส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๖ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม ชี้แจงในนามกรรมาธิการและในฐานะผู้ปกครอง สนับสนุนร่างกฎหมายคุ้มครองเด็กอย่างรอบด้าน โดยย้ำความเห็นพ้องของทุกพรรคและยืนยันการปรับปรุงร่างกฎหมายให้ครอบคลุมการทารุณกรรมทุกรูปแบบ พร้อมอธิบายเจตนารมณ์ของกฎหมายที่ต้องการส่งเสริมการเลี้ยงดูเชิงบวก ไม่ใช้ความรุนแรงหรือการตีเด็ก แม้การตีจะไม่ถือว่าเป็นการเฆี่ยนตีตามนิยามใหม่ ก็ยังคงเป็นความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็กและประมวลกฎหมายอาญาอยู่ดี จึงเรียกร้องให้สภาผ่านร่างกฎหมายนี้เพื่อคุ้มครองสิทธิเด็กตามหลักสากลและประโยชน์สูงสุดของเด็ก

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม กรรมาธิการ

ขอบคุณท่านประธานครับ อาจจะยาวสักนิดหนึ่งครับ ท่านประธานที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎร แบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัดอ่างทอง ท่านประธานครับ ผมจะขออนุญาต ใช้สิทธิชี้แจงในฐานะกรรมาธิการ แล้วก็การอภิปรายไม่ยาวนัก แต่เน้นประเด็นสำคัญว่า ในร่างที่มีผู้สงวนไว้ หรือแม้กระทั่งร่างของคณะกรรมาธิการนั้น แท้ที่สุดแล้วหัวใจเดียวกัน ไม่ได้แตกต่างกันในสาระสำคัญที่จะนำไปสู่การปฏิบัติ แล้วจะขอใช้สิทธิในฐานะคุณพ่อ ของลูกชายคนหนึ่งที่อยากจะพูดแทนเด็กทุกคนที่กำลังเติบโตขึ้นในประเทศนี้ ก่อนอื่น ต้องขอบพระคุณเพื่อนสมาชิกจากทุกพรรคการเมือง ผมคิดว่าในสภาชุดที่ ๒๖ กฎหมาย ฉบับนี้จะเปึนฉบับแรกที่ได้รับเสียงสนับสนุนเห็นชอบอย่างเปึนเอกฉันท์ในขั้นรับหลักการ ในวาระที่ ๑ และกำลังจะได้รับเสียงเห็นชอบ แม้อาจจะไม่เอกฉันท์ในวาระที่ ๒ และวาระที่ ๓ ที่จะนำไปสู่การส่งให้วุฒิสภา ซึ่งอันนี้เปึนประเด็นสำคัญที่อยากจะเน้นมากกว่า แต่อย่างไรก็ตาม ในประเด็นที่ทางเพื่อนสมาชิกได้กรุณาท้วงติง และทางคณะกรรมาธิการรับกลับไปทบทวนนั้น มีทั้งหมดอยู่ ๔ ประเด็นด้วยกัน

ประเด็นที่ ๑ ก็คือ กลัวว่าร่างของคณะกรรมาธิการที่ผ่านมาในครั้งแรกนั้น ถ้อยคำจะไม่ครบในหลักการที่สภารับมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการตัดถ้อยคำของคำว่า การทารุณกรรม หรือการทำร้าย และไปเน้นเรื่องของการใช้ความรุนแรง ก็ต้องเรียน ท่านประธานที่เคารพว่า ขณะนี้ทางคณะกรรมาธิการไม่ว่าจะเปึนเสียงข้างมาก หรือเสียง ข้างน้อยก็ได้นำคำว่า การกระทำทารุณกรรม หรือทำร้ายร่างกาย หรือจิตใจ กลับเข้ามา ถึงแม้ว่าเราอาจจะเห็นว่า มันมีคำอื่นที่สำคัญมากกว่าก็คือคำว่า ความรุนแรง ที่จะครอบคลุม ในทุกมิติก็แล้วแต่ แต่ว่าเพื่อให้ตอบโจทย์สิ่งที่เพื่อนสมาชิกได้ตั้งข้อสังเกต และไม่หลุด ไปจากหลักการที่สภารับมาในวาระที่ ๑

ประเด็นที่ ๒ มีการตั้งคำถามกันเยอะว่าคำว่า ความรุนแรง นั้นหมายถึง อย่างไร ครอบคลุมไปในแค่ไหนอย่างไร ก็ต้องเรียนว่าคำว่า ความรุนแรง นั้นเปึนคำที่ปรากฏ ทั้งในข้อเสนอแนะขององค์การสหประชาชาติ ผ่าน General Comment หรือข้อเสนอแนะ ที่ ๑๓ ของอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก หรือแม้กระทั่งในประเทศไทยก็มีคำว่า ความรุนแรง อยู่ในกฎหมายหลายฉบับ เช่น ในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรง ในครอบครัว พ.ศ. ๒๕๕๐ และร่างพระราชบัญญัติคุ้มครองเด็ก พ.ศ. .... ที่กำลังจะเกิดขึ้น ในอนาคตก็แล้วแต่

ประเด็นที่ ๓ มีข้อถกเถียงเรื่องการเฆี่ยนตีกันเยอะ ก็ต้องนำเรียนท่านสมาชิก ว่ากรรมาธิการเสียงข้างมากยังยืนยันว่า อยากจะให้มีการใส่คำว่า ไม่เปึนการเฆี่ยนตี ในกรณี ของการลงโทษ หรือการปรับพฤติกรรมของพ่อแม่ ผู้ปกครอง ซึ่งแน่นอนคำว่า เฆี่ยนตี นั้นก็มีอยู่ในพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน ความหมายคือ การใช้อุปกรณ์ หรือใด ๆ ต่าง ๆ ที่มีการกระทำต่อเนื้อตัว ร่างกาย ในกรณีนี้ก็คือบุตรครับ แต่อย่างไรก็ตามแม้กรรมาธิการเสียงข้างน้อยจะตัดคำว่า ไม่เปึนการเฆี่ยนตี ออกไป ก็ไม่ได้ หมายความว่า ผู้ปกครองจะสามารถเฆี่ยนตีต่อบุตรได้ เพราะการเฆี่ยนตีนั้นล้วนเปึนสิ่งที่ ไม่อาจทำได้ในเชิงการที่เราพยายามจะสนับสนุน หรือส่งเสริมการเลี้ยงดูบุตรเชิงบวก หรือแม้กระทั่งการเฆี่ยนตีด้วยความรุนแรง ถึงขนาดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อร่างกาย หรือจิตใจนั้น ก็ย่อมเปึนความผิดตาม พ.ร.บ. คุ้มครองเด็ก หรือประมวลกฎหมายอาญา ในระดับความแตกต่างที่แตกต่างกันอยู่แล้วครับ ฉะนั้นตรงนี้ไม่ได้แตกต่างกันในสาระสำคัญ เพียงแต่ว่าในกรรมาธิการเสียงข้างมากนั้น ท่านอยากย้ำประเด็นนี้ให้สังคมตระหนักว่า การเฆี่ยนตี หรือการตีนั้น ไม่บอกว่า เปึนข้อห้าม แต่การไม่ตีเด็กจะนำไปสู่การแก้ปัญหา หรือส่งเสริมการพัฒนาเด็กในระยะยาวมากกว่า

ส่วนประเด็นสุดท้ายครับ คือการปรับถ้อยคำ ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการด้อยค่า ซึ่งผมได้ใส่มาในวาระที่ ๑ ออกไป ไม่ว่าจะเปึนเรื่องการกระทำที่อาจจะละเมิด หรือกระทบ ต่อศักดิ์ศรีความเปึนมนุษย์ ออกไป แต่กลับมาใช้คำว่า การกระทำโดยมิชอบ ซึ่งความหมาย ก็มีโดยวิญ็ูชนที่เข้าใจโดยทั่วไปว่าคำว่า การกระทำโดยมิชอบนั้นเปึนอย่างไร ท่านประธานครับ ในภาพรวมในข้อสรุปก็คือว่า ในกรณีของเรานั้นเราได้พยายามปรับแก้ไขตามข้อเสนอแนะ ของท่านสมาชิก ไม่ตกหล่นจากประเด็นที่ท่านสมาชิกได้กรุณาให้เราทบทวนทั้งหมดแน่นอน แต่จุดยืนของเรายังชัดเจนว่า เปึนจุดยืนที่นำไปสู่การทำโทษ หรือการปรับพฤติกรรม ที่เหมาะสม แล้วแน่นอนว่าวันนี้แม้ว่าจะผ่านในร่างที่มี หรือไม่มีคำว่า ไม่เปึนการเฆี่ยนตี ผมก็ถือว่านี่เปึนศักดิ์ศรีของสภาแห่งนี้ ที่จะช่วยกันในการส่งเสริมและสนับสนุนการเลี้ยงดู บุตรเชิงบวก ท่านประธานครับ การติดริบบิ้นสีขาวรณรงค์ยุติความรุนแรงต่อเด็กและสตรี ที่กำลังจะติด หรือเกิดขึ้นในเดือนพฤศจิกายนในทุก ๆ ป้จะไม่เกิดผลเลยครับ หากสภาแห่งนี้ จะไม่เริ่มจากการที่ช่วยกันผ่านกฎหมายฉบับนี้ และผมเชื่อมั่นว่า การผ่านกฎหมายฉบับนี้นั้น ไม่ใช่แต่เพียงของพวกเรา ไม่ใช่แต่ของกรรมาธิการ ซึ่งล้วนมาจากผู้ทรงคุณวุฒิที่เกี่ยวข้อง กับเรื่องเด็กที่ทำงานมีประสบการณ์ แต่เปึนการส่งต่ออนาคตให้กับลูกหลาน ผมในฐานะ เจ้าของร่าง ในฐานะสมาชิกท่านหนึ่ง แล้วก็ในฐานะคุณพ่อของลูกคนหนึ่งต้องขอบคุณ สภาแห่งนี้ ไม่ว่าผลการลงมติจะออกมาอย่างไร แต่นาทีนี้ผมมั่นใจและเชื่อมั่นว่า การลงมตินั้น จะเปึนไปในทางการสนับสนุนให้ผ่านกฎหมายฉบับนี้ ให้สมกับที่ประเทศไทยรณรงค์ ประเทศนี้ไม่ตีเด็กและการไม่ใช้ความรุนแรงต่อเด็กในทุก ๆ รูปแบบ ให้สมกับที่เราให้คำมั่น กับนานาอารยประเทศ และเปึนไปตามหลักการอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิเด็ก และเปึนไป เพื่อประโยชน์สูงสุดของเด็ก ซึ่งพวกเราทุกคนเชื่อมั่นและถือมั่นต้องตรงกันครับ ก็ขออนุญาตนำเรียนเหตุและผลต่อท่านประธาน ต่อเพื่อนสมาชิกที่กรุณาช่วยกันสนับสนุน กฎหมายฉบับนี้ และหวังความสนับสนุนจากท่านอีกครั้งหนึ่งในวันนี้ครับ ขอบพระคุณครับ