ชลน่าน ศรีแก้ว ชี้ประเด็นข้อขัดแย้งในร่างกฎหมายที่ขัดกับหลักการเดิมและมีเนื้อหาแย้งกัน พร้อมเสนอให้กรรมาธิการทบทวนปรับปรุงและชี้แจงแนวทางใหม่ให้ชัดเจน ย้ำความสำคัญของอำนาจการตัดสินใจในสภาเพื่อไม่ให้สูญเสียบทบาทในการพิจารณากฎหมายอย่างสมบูรณ์
ท่านประธานที่เคารพ กระผม นายชลน่าน ศรีแก้ว สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดน่าน พรรคเพื่อไทย ขออนุญาตท่านประธานใช้สิทธิ ของสมาชิกในการอภิปราย เนื่องจากกรรมาธิการมีการแก้ไขในมาตรา ๔ ท่านประธาน ที่เคารพครับ นอกจากที่มีเหตุผลตามข้อบังคับว่า กรรมาธิการแก้ไข สมาชิกอภิปรายได้แล้ว ผมต้องกราบเรียนท่านประธานด้วยความเคารพว่า ผมมีความจำเปึนที่จะต้องอภิปราย แสดงความเห็นต่อท่านประธานไปยังเพื่อนสมาชิก เนื่องจากว่ามีส่วนร่วมในการจัดทำร่าง พระราชบัญญัติฉบับนี้ ผมขออนุญาตกลับไปนิดเดียวครับ ตอนที่เสนอเข้ามาหลังจากกรรมาธิการพิจารณาเสร็จแล้ว ที่ประชุมแห่งนี้ได้แสดงความเห็น ได้ทักท้วงว่าร่างของกรรมาธิการที่นำมามันขัดกับหลักการ ของร่างหลักที่รับไป ผมเน้นนะครับร่างหลักที่รับไป เพราะใช้ร่างของนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม เปึนหลักในการพิจารณา ก็เกิดมีข้อคำถามว่าจะต้องทำอย่างไร ผมเองในฐานะที่ได้มีโอกาส ทำงานตรงนี้มาพอสมควร มีประสบการณ์ในการทำกฎหมายลักษณะแบบนี้ ก็ได้เสนอ ทางออกให้ว่า การแก้ไขหลักการที่ขัดกับร่างหลักกระทำได้ แล้วข้อเท็จจริงผมเองก็ไม่ได้ คำนึงถึงเรื่องของร่างอื่น ๆ ที่รับมาด้วย เอาเฉพาะนิติวิธี เอาเฉพาะร่างหลัก ซึ่งกรรมาธิการ ก็ยินดีกลับไปปรับปรุงกลับมาใหม่หมด ซึ่งวิธีการที่เราทำอย่างนี้ ถ้ากรรมาธิการไปแก้ไข หลักการมันผิดกับข้อบังคับเปึนข้อห้าม แต่ถ้าทำมาแล้วด้วยความมีเหตุมีผล เกิดประโยชน์ สูงสุด และนำมาเสนอให้สภาแห่งนี้ให้ความเห็นชอบก็สามารถกระทำได้ ผมเน้นต้องให้สภา เห็นชอบนะครับ แต่แก้มาแล้วสภาไม่เห็นชอบ ก็ถือว่าแก้ไม่ได้ วิธีการที่จะให้สภาเห็นชอบ ทำอย่างไรครับ กรรมาธิการก็บันทึกไปในข้อสังเกตว่า มีการแก้ไขเปลี่ยนแปลงหลักการอะไร ด้วยเหตุผลอะไร เพื่อให้สภาแห่งนี้เห็นชอบกับข้อสังเกต ซึ่งเพื่อนสมาชิกพูดไปแล้วว่า เห็นชอบตัวบทต้องเห็นชอบกับข้อสังเกตด้วย ก็จะเปึนมติของสภาว่า ให้แก้ไขเปลี่ยนแปลง ไปตามนั้นได้ อันนี้คือหลักทั่วไปนะครับ แต่สิ่งหนึ่งที่สภาเราเองไม่ได้ให้ความสำคัญนะครับ โดยเฉพาะหลัง ๆ มานี้นะครับ ผมขออนุญาตนิดเดียวครับท่านประธาน อาจจะเกินเวลาสักนิดหนึ่ง คือเรื่องของกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมที่ถูกส่งมาในสภาแห่งนี้ เน้นกฎหมายแก้ไขเพิ่มเติมนะครับ ไม่ใช่ยกร่างใหม่ มักจะเขียนหลักการ และนำถ้อยคำในหลักการไปเขียนไว้ในตัวบท เช่น กฎหมายฉบับนี้ สอบคัดเลือก สอบแข่งขัน สอบคัดเลือก ท่านไปตัดคำว่า สอบคัดเลือก ตัดออกจากหลักการเดิม มันก็มีผลให้ไปแก้หลักการ อันนี้คือข้อด้อย ฝากท่านสมาชิก ต่อไป ถ้ามีกฎหมายลักษณะทำนองนี้เข้ามา เราอาจจะต้องติงตั้งแต่ชั้นวาระรับหลักการเลยว่า เราไม่รับหลักการ เพราะเปึนการมัดมือสมาชิกไม่ให้ไปแก้ไขเปลี่ยนแปลงในชั้นกรรมาธิการเลย อันนี้คือข้อด้อย
เรื่องที่ ๒ เรามักจะพิจารณารวมและรับหลักการรวมทุกฉบับ ทั้งที่กฎหมาย มีหลักการขัดกันเราก็รับ เช่น ๔ ฉบับนี้ กฎหมายขัดกันอย่างชัดเจน แต่สภาแห่งนี้มีมติ รับหลักการรวมทั้งหมด ขัดอย่างไรครับ ของนายครูมานิตย์ สังข์พุ่ม ให้คณะกรรมการ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด มีหน้าที่สอบแข่งขัน สอบคัดเลือก สอบเลือก ทั้ง ๓ กรณี เปึนหน้าที่ของ ก.จังหวัด กรรมการ ข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัด แต่ของสมาชิกอีกท่านหนึ่ง ยกเลิกคำสั่ง คสช. เอาอำนาจนี้คืนไปที่ท้องถิ่นก็คือ องค์การ บริหารส่วนตำบล เทศบาลไปเลย เพราะฉะนั้นหน้าที่และอำนาจก็ต่างกันอยู่แล้ว อันนี้ ถ้าเรารับอย่างนี้ไปแสดงว่า สภามีมติเอาหมด ก็เปึนดุลยพินิจของกรรมาธิการเองว่า จะเอา หลักการเหล่านั้นไปปรับให้มันสอดคล้องเหมาะสมอย่างไร กรรมาธิการไม่ผิด ที่ผมแก้ให้ ที่เรามีส่วนร่วมช่วยกันแก้นี่เปึนการแก้ปัญหาในสิ่งที่เราทำขึ้นมาเอง ก็จะเปึนร่างของ กรรมาธิการร่างสุดท้ายตรงนี้ ผมย้ำนะครับ ร่างสุดท้ายนี้เปึนร่างที่อาจจะเกินหลักการ หรือขัดกับหลักการของร่างหลัก แต่นำเอาร่างของสมาชิกมารวมแล้วจะไม่ขัดหลักการ เหมือนที่ท่านสมาชิกผู้อาวุโสได้พูด ออกไป แต่ว่าในการจัดทำในชั้นของกรรมาธิการต้องเขียนให้ชัด กรรมาธิการต้องบอกกับเรา ด้วยว่า ใช้ร่างนี้เปึนร่างหลัก มีหลักการ ๑ ๒ ๓ แต่เมื่อไปพิจารณาแล้วกรรมาธิการเห็นว่า ต้องเพิ่มหลักการเข้ามาตามร่างอื่น ๆ ที่รับมาด้วย ก็ไปบันทึกในข้อสังเกตมีหลักการใหม่ ๑ ๒ ๓ ๔ ๕ พร้อมเหตุผลบอกว่า เนื่องจากสภารับหลักการมาจำเปึนต้องนำหลักการ ทั้งหมดมารวมกัน เขียนเปึนหลักการใหม่ เขียนตัวบทใหม่ อันนี้สภาก็ง่ายต่อการพิจารณา ด้วยความเคารพท่านประธานครับ ผมเองในฐานะที่มีส่วนร่วมโดยตรง มติสภาแห่งนี้ จะอนุญาต จะเห็นชอบ ให้มีการเปลี่ยนแปลงแก้ไขหลักการตามที่กรรมาธิการร่างมาหรือไม่ เปึนอำนาจของสภาครับ ถ้าสภาเห็นชอบกฎหมายฉบับนี้ไปต่อ ถ้าสภาไม่เห็นชอบก็ยุติแค่นี้ ก็ไปยกร่างกันมาใหม่ เปึนอำนาจของสภาเท่านั้นเองครับ ผมเองเปึนสมาชิกคนหนึ่งนี่ ผมแสดงทัศนะชัดเจนว่า ในกระบวนการของการตรากฎหมาย กระบวนการของนิติวิธี สามารถทำแบบนี้ได้และเกิดประโยชน์สูงสุด เพราะอะไรครับ เฉพาะการแข่งขันให้ ก.จังหวัด คัดเลือก สอบคัดเลือก ในการเลื่อนระดับก็เปึนหน้าที่ของท้องถิ่นกันเองที่จะดูแลก็จบแค่นั้น ส่วนของอีกหลักการหนึ่งนั้นไม่มีปัญหาใด ๆ เพราะเห็นชอบด้วยกันหมด ด้วยความเคารพ ท่านประธานครับ ผมขอแสดงจุดยืนของผมที่ได้ทำไว้ ส่วนมติของสภาแห่งนี้จะเปึนอย่างไร ก็ขึ้นกับมติสภา ขอบพระคุณครับ