สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๓๖ · ๓๐ ตุลาคม ๒๕๖๗

ณัฐวุฒิ บัวประทุม หารือเรื่องการแก้ไขร่างกฎหมายเกี่ยวกับการกระจายอำนาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น โดยมีข้อสังเกตและข้อเสนอแนะเพิ่มเติม และสอบถามเกี่ยวกับผลกระทบจากการแก้ไขกฎหมาย โดยเฉพาะเรื่องการกระจายอำนาจให้กับท้องถิ่น และเรียกร้องให้กรรมาธิการยืนยันว่าแก้ไขไม่ขัดหรือแย้งหลักการ

นายณัฐวุฒิ บัวประทุม แบบบัญชีรายชื่อ

ขอบคุณครับ ท่านประธาน ที่เคารพ ผม ณัฐวุฒิ บัวประทุม ผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน คนจังหวัด อ่างทองครับ คนที่เติบโตมาจากการเมืองท้องถิ่นเช่นเดียวกันครับ ท่านประธานครับ ผมอาจจะต้องขออนุญาตใช้เวลา แล้วก็นำเรียนต่อทางคณะกรรมาธิการว่า ถ้าท่านประธาน จำได้ ผมเองเปึนคนแรกที่ท้วงติงประเด็นเรื่องการแก้ไขในคณะกรรมาธิการในวาระที่ ๒ ที่กลับเข้ามาในครั้งแรกว่า ร่างของคณะกรรมาธิการนั้นอาจจะขัด หรือแย้ง หรือตกหล่น ไปจากหลักการที่ควรจะเปึน ซึ่งเปึนบทบัญญัติทั้งตามรัฐธรรมนูญและบทบัญญัติ ตามข้อบังคับการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ผมอาจจะต้องนำย้ำครับ และต้องนำเรียน เปึนเบื้องต้น แล้วอยากจะได้ยินเสียงทางกรรมาธิการได้ช่วยกรุณาชี้แจงว่า เอาเข้าจริง ๆ แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ควรจะเปึนเนื้อหาที่ย้ำกันในวันนี้ก็คือ ประเด็นที่บอกว่า ตกลงแล้วไม่ว่า จะเปึนการสอบคัดเลือก การคัดเลือก การแต่งตั้งการดำรงตำแหน่ง แม้กระทั่งการโอนย้าย ของข้าราชการและบุคลากรส่วนท้องถิ่นนั้น ตามหลักการกระจายอำนาจที่ควรจะเปึน ที่สุดนั้นควรจะเปึนอำนาจของท่านผู้ใด ผมคิดว่านี่เปึนเหตุผลที่สำคัญที่สุดที่นำมาสู่การ เข้ามาในสภาถึงครั้งที่ ๓ ในวันนี้ ฉะนั้นแน่นอนครับว่า ถ้าเราจับกุมประเด็นหัวใจอำนาจ ในตรงนี้อย่างถูกต้อง เหมาะสม และตอบต่อพี่น้องประชาชน ตอบโจทย์ต่อบุคคลที่อยู่ ในองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น เมื่อวานก็มีหนังสือจากนายกสมาคมสันนิบาตเทศบาล แห่งประเทศไทย หนังสือจากนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัด หนังสือจากนายก สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย มาถึงวิปฝ์ายค้านว่า เห็นถึงความจำเปึน ของร่างกฎหมายฉบับนี้อย่างไร แน่นอนครับ เราต้องย้อนไปอีกขั้นหนึ่งว่า ตอนหลักการ ที่รับมาในวาระที่ ๑ นั้น เราคงต้องเคารพเสียงของพวกเราเองที่ยกมือสนับสนุนและ รับหลักการมา หลักการนั้นมีกว้าง ๆ อยู่แค่ ๒ แบบเองครับ แบบที่ ๑ ก็คือหลักการนำร่าง ของท่านวรภพ วิริยะโรจน์ ที่บอกว่า กระบวนการของท้องถิ่นที่ควรจะเปึนอำนาจท้องถิ่นนั้น ถูกหยุดยั้งและถูกควบรวมอำนาจโดยคำสั่ง คสช. ที่ ๘/๒๕๖๐ เรื่อง การขับเคลื่อน การปฏิรูปงานบริหารงานบุคคลส่วนท้องถิ่น ซึ่งใช้กันมาแล้ว ๖-๗ ป้ด้วยกัน หลักการ อีกแบบนั้นก็คือ หลักการบอกว่าต่อไปนี้ถ้าอย่างนั้นจะให้อำนาจของคณะกรรมการ ไม่ว่า จะเปึนเรียก ก.จ. ไม่ว่าจะเปึนเรียก ก.ส่วนกลาง ก.จังหวัดใด ๆ ก็แล้วแต่ว่า กรณีที่มีอำนาจ ในการดำเนินการสอบแข่งขันนั้น ควรจะเปึนอำนาจของใครอย่างไรบ้าง และรวมถึงเรื่องการ โอนย้ายด้วย เราเข้าใจและตระหนักดีครับว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นก่อนมีคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ คืออะไร แต่เรายิ่งเข้าใจและตระหนักดีว่า คำสั่ง ที่ ๘ /๒๕๖๐ นั้นก็ควบรวมอำนาจ อันเปึนการขัดต่อหลักการกระจายอำนาจการปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งผมคิดว่านี่เปึนหัวใจ ที่สำคัญยิ่ง ฉะนั้นในเมื่อมีการรับหลักการมาแต่บังเอิญว่า การลงมติหรือความเห็นชอบ ในร่างหลักนั้น เปึนร่างที่อาจจะมีเนื้อหาบางส่วนที่ไม่ตอบสนองต่อหลักการกระจายอำนาจ ที่ควรจะเปึน ก็เปึนเรื่องที่สภาแห่งนี้หรือคณะกรรมาธิการที่ต้องมาดูกันครับ แน่นอนครับ มีผู้เสนอซึ่งไม่ใช่ผมนะครับ เปึนผู้อาวุโสหลายท่านบอกว่า ในกรณีถ้าเราจะยืนแบบนั้นปุ็บ ก็ควรจะต้องมีการแก้ไขหลักการ สภาแห่งนี้ก็มีการถามกันว่า การแก้ไขหลักการทำได้จริง หรือไม่ มีการให้ฝ์ายเจ้าหน้าที่ช่วยย้อนดูในอดีตเคยมีหรือไม่ แบบใด ประการใด มีการช่วย ย้อนดูว่า เวลาที่กฎหมายมีผลใช้บังคับ หลักการจะอยู่ส่วนไหนของกฎหมาย หรืออะไรบ้าง ที่เปึนเหตุผล หรืออะไรบ้างที่อยู่ในร่าง ก็ได้ใจความตกลงเห็นตรงกันครับ ถึงแม้ว่าจะเปึนการใช้ข้อยกเว้นเปึนอย่างยิ่ง ซึ่งแน่นอนว่า ถ้าไม่จำเปึนก็ไม่ควรจะใช้ ก็คือการไปแก้ไขหลักการโดยใส่เปึนข้อสังเกต ข้อสังเกตตรงนี้ครับ ที่อยู่ในการพิจารณาของคณะกรรมาธิการเสียงข้างมาก และท่านกลับมานำเสนอสภา ในวาระที่ ๒ ท่านกลับมานำเสนอในสภาในวาระนี้อีกครั้งหนึ่งเปึนครั้งที่ ๓ แน่นอนครับ ถึงแม้อาจจะมีถ้อยคำบางถ้อยคำที่เราเองก็เห็นว่า มันไม่จำเปึนต้องใส่เลยครับ ที่ท่านบอกว่า กรณีการตัดการสอบคัดเลือก คัดเลือกไม่สอดคล้องกับหลักการที่สภาผู้แทนราษฎร เพราะมันไม่ได้ขัดกันขนาดนั้น เนื่องจากมีหลักการร่างของท่านวรภพที่พูดถึงการยกเลิกคำสั่ง ที่ ๘/๒๕๖๐ อยู่ แต่อย่างไรก็ตามผมคิดว่ายังมีความจำเปึนที่ต้องยืนยันและอธิบายความครับ และให้คำตอบต่อบุคลากรที่อยู่ในท้องถิ่น ตอบอะไรครับ

ตอบโจทย์ประการที่ ๑ ก็คือว่าตอบว่า ตกลงแล้วหลักการกระจายอำนาจ ที่ควรจะเปึนในการให้อำนาจท้องถิ่นในการจัดการสอบ การคัดเลือก การแต่งตั้ง การแข่งขัน ใด ๆ ต่าง ๆ นั้นควรจะเปึนอำนาจของท้องถิ่นในระดับแค่ไหน อย่างไร ระดับบริหาร ระดับสูงใช้แบบไหน ระดับบุคลากรโดยทั่วไปเปึนแบบใด

ตอบโจทย์ประการที่ ๒ ว่าในกรณีถ้าเราจะเห็นชอบกับร่างมาตรา ๔ ที่มีการกลับเข้ามาในวันนี้ เราสามารถให้ความเห็นชอบโดยถูกต้อง ไม่ขัดหรือแย้ง ต่อหลักการที่มีเพื่อนสมาชิกบางท่านกังวลได้ใช่หรือไม่ แต่แน่นอนครับเราก็จำเปึนต้องให้ ความเห็นชอบกับข้อสังเกตไปพร้อมกันด้วย ถ้าไม่เห็นชอบต่อข้อสังเกต มันก็อาจจะ กลายเปึนประเด็นที่ถูกตีความว่า เราเปลี่ยนจุดยืนไปมาระหว่างการรับในข้อเนื้อหากับการ ไม่รับในข้อสังเกต

ตอบโจทย์ประการที่ ๓ ท่านต้องตอบว่า ณ ขณะนี้ มาตรา ๔ ที่แก้ไข (๖) ที่ตัดคำว่า สอบคัดเลือก คัดเลือกตามที่องค์การบริหารส่วนจังหวัดร้องขอ ออก เหลือแต่เพียงคำ ว่า จัดและดำเนินการสอบแข่งขันข้าราชการองค์การบริหารส่วนจังหวัดตามที่องค์การบริหาร ส่วนจังหวัดร้องขอนั้น อันนี้คือสอดคล้องถูกต้องตามเจตนารมณ์ที่ควรจะเปึนแล้วใช่หรือไม่

ตอบโจทย์ประการที่ ๔ ว่าวันนี้หนังสือที่มาจากหน่วยงานต่าง ๆ โดยเฉพาะ ท้องถิ่นที่ท่านเห็นว่า อยากจะให้สภาแห่งนี้เร่งดำเนินการ เพราะมีกรณีที่มีการสอบ มีกรณี ที่มีการโอน ที่เกิดขึ้นในระหว่างที่กฎหมายฉบับนี้ยังไม่ผ่านออกมาเปึนจำนวนมาก ถ้าท่านตอบโจทย์แบบนี้ได้ พวกผมคิดว่าเราก็สามารถที่จะเห็นชอบในร่างมาตรา ๔ ที่ท่าน มีการแก้ไขกลับเข้ามาเปึนครั้งที่ ๓ ได้ ซึ่งอันนั้นเปึนสิ่งที่ท่านต้องสื่อสารครับ เพราะว่า ข้อกังวลหลายอย่างที่เพื่อนสมาชิกท่านมีการอภิปราย เพื่อนสมาชิกได้ติติงนั้น ท่านใช้คำว่า ติติงในเชิงทฤษฎีการออกกฎหมาย แต่พวกผมก็ยืนยันว่าผมอยากให้คำนึงถึงเปัาหมาย ของการกระจายอำนาจ ซึ่งเปึนประเด็นที่สำคัญที่สุดมากกว่าว่า การกระจายอำนาจให้ท้องถิ่น เขาสามารถดูแลจัดการบุคลากรและข้าราชการของเขา มันควรจะตอบโจทย์ต่อการกระจาย อำนาจมากที่สุดครับ ฉะนั้นเปึนสิ่งที่ผมต้องแสดงจุดยืน เรื่องสนับสนุนการกระจายอำนาจ แสดงจุดยืนต่อการที่ ๓ องค์การบริหารหน่วยงานใหญ่ ๆ ของประเทศเปึนตัวแทนท้องถิ่น กว่า ๘,๐๐๐ แห่ง ส่งต่อมาให้พรรคร่วมฝ์ายค้าน และแสดงจุดยืนว่าเราจะเห็นด้วยก็ต่อเมื่อ ทางกรรมาธิการยืนยันกับเราว่า ได้มีการแก้ไขไม่ขัดหรือแย้งต่อหลักการ มีการแก้ไข ข้อสังเกตแบบมั่นคงให้กับเราในการลงมติในวันนี้ครับ ขอบคุณครับท่านประธานครับ