กรวีร์ ปริศนานันทกุล ตั้งข้อสังเกตถึงความไม่โปร่งใสในการพิจารณากฎหมายที่ถูกถอนไปแก้ไขโดยไม่มีการเปลี่ยนแปลง ก่อนนำกลับเข้าสู่ที่ประชุมอีกครั้ง พร้อมคัดค้านการคืนอำนาจการสอบคัดเลือกให้ท้องถิ่นทั้งหมด เพราะขัดกับเจตนาเดิมในการกระจายอำนาจอย่างมีระบบตรวจสอบ โดยเรียกร้องให้ทบทวนร่างกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักการเดิมที่สภาเห็นพ้องในวาระแรก
ประการแรก คือสิ่งที่เราได้อภิปราย กันมา แล้วก็อยากที่จะฝากท่านประธานไปยังท่านประธานคณะกรรมาธิการ นี่น่าจะเปึน ครั้งแรก แล้วก็เปึนปรากฏการณ์ใหม่ของสภาผู้แทนราษฎรเราเลยนะครับ ที่ได้มีการถอนเรื่อง ออกไปแล้วกลับมาแก้ไข ครั้งนี้ถ้าผมจำไม่ผิดเปึนครั้งที่ ๓ ครับ เพื่อนสมาชิกที่นั่งอยู่ในห้อง ประชุมสภานึกเอะใจไหมครับ นึกเอะใจเหมือนที่ผมนึกเอะใจไหมว่า มันเกิดอะไรกันขึ้น เมื่อมานำเสนอต่อสภาหลังจากที่เขียนกฎหมายมาแล้วเสร็จ แล้วสภาแห่งนี้พิจารณาว่า ขัดกับหลักการ ท่านประธานคณะกรรมาธิการ ท่านก็ได้เอากลับไปเพื่อที่จะแก้ไข ล่าสุดครับ ในครั้งล่าสุดก่อนที่จะเข้ามาสภาแห่งนี้ เมื่อวันจันทร์ได้มีการประชุมผู้ประสานงานพรรคร่วม รัฐบาลครับ เราก็ได้ถามไปยังกรรมาธิการว่า แล้วล่าสุดนี้ที่ท่านถอนออกจากสภาใหญ่แห่งนี้ ไปและจะไปแก้ไขมาให้ถูกต้อง เพราะมันขัดกับหลักการ ท่านกรรมาธิการที่มาชี้แจงในวิป ก็บอกยืนยันว่า ไม่แก้ ผมก็ต้องมีคำถามว่า แล้วจะให้พวกผมลงมติอย่างไร ในเมื่อครั้งที่แล้ว ท่านรับไป เพราะบอกว่า มันขัดกับหลักการ วันนี้ไม่ได้ไปแก้อะไรมาแม้แต่ตัวอักษรเดียว แล้วก็จะมาให้พวกผมรับ และมันเกิดอะไรขึ้นกับพวกเราละครับ อันนั้นเปึนประการแรกครับ
ประการที่ ๒ ที่อยากจะอภิปรายตรงนี้ขอเวลาท่านประธาน แล้วก็อยากจะ บอกกับท่านสมาชิกทั้งฝ์ายค้านและฝ์ายรัฐบาลครับ ในเรื่องของการแก้ไขที่มันขัดกับ หลักการอย่างไร ผมใช้เวลาเล่าสั้น ๆ ง่าย ๆ นิดเดียวครับ ในเมื่อก่อนนี้ก่อนที่เราจะมาเสนอ แก้ไขนี่นะครับ กฎหมายในการกระจายอำนาจท้องถิ่นให้ ไม่ว่าจะเปึนสอบแข่งขัน สอบคัดเลือกอะไรก็แล้วแต่มันอยู่ที่ท้องถิ่น เมื่อมันมีปัญหาครับ มีปัญหาในเรื่องของการ ทุจริต มีปัญหาเรื่องของข้อสอบรั่ว มีปัญหาเรื่องของการซื้อขายตำแหน่งในยุคของ คสช. ก็เลยบอกว่า ประกาศคำสั่ง คสช. ออกมารวบทั้งหมดมาอยู่ที่กรมครับ มาอยู่ที่ส่วนกลาง ที่เรียกว่า ก.กลาง อยู่ที่กระทรวงมหาดไทย แต่เราก็ต้องยอมรับว่า การแก้ไขปัญหาแบบนั้น พิสูจน์มาจนถึงปัจจุบันมันไม่ได้แก้ปัญหาเลย หนำซ้ำมันแค่เปลี่ยนที่ในการเกิดปัญหาครับ จากแต่เดิมไปเกิดที่ท้องถิ่น อบต. ใคร อบต. มัน เทศบาลใครเทศบาลมัน มันมาเกิด ที่กระทรวง ที่สภาพวกเราแห่งนี้ได้พิจารณาและเสนอและเรารับหลักการ ผมอยากจะเล่า ให้เพื่อนสมาชิกทุกท่านก่อนที่จะลงมติได้เข้าใจครับ เรารับไปว่าอะไรครับ เรารับไปว่า เอาละ เราจะยกเลิกคำสั่งของ คสช. และจะคืนอำนาจให้ท้องถิ่น หลักการตรงนี้ผมยืนยันกับท้องถิ่น ทั่วประเทศว่า เราเห็นด้วยกับการกระจายอำนาจ และคืนอำนาจที่ยึดเอาไว้ที่ส่วนกลาง กลับไปอยู่ที่ท้องถิ่น แต่การแก้ไขกฎหมายฉบับนี้ที่เสนอเข้ามา ถ้าหากว่าจะเอากลับไป แล้วเปึนแบบเดิมเลยคือ เอาอำนาจทั้งหมดไปอยู่ที่ท้องถิ่น ทำไมท่านไม่เขียนกฎหมายมา แค่ยกเลิกคำสั่ง คสช. เฉย ๆ ละครับ ทำไมท่านเสนอยกเลิกคำสั่ง คสช. พร้อมกับเสนอแก้ไข ในรายละเอียดมาด้วย แก้ไขรายละเอียดที่พวกเราลงมติรับหลักการในวาระที่ ๑ คือแก้ว่า จากแต่เดิมที่รวบอำนาจอยู่ที่กระทรวง เราจะคืนอำนาจไปอยู่ที่จังหวัด ในระดับจังหวัดครับ มี ก.จังหวัด ทั้ง ก.อบจ. ก.เทศบาล ก.อบต. เพื่ออะไรครับ เพื่อให้ในจังหวัดโดยท่าน ผู้ว่าราชการจังหวัดเปึนประธาน ประกอบไปด้วยนายก อบต. นายกเทศบาลต่าง ๆ ปลัด หน่วยงานราชการต่าง ๆ ให้มาอยู่ในคณะกรรมการนี้ มันก็จะได้มีการตรวจสอบ ได้มีการ ถ่วงดุล เพิ่มความโปร่งใส เพราะเรารู้ครับ ถ้าหากว่าเรากลับไปเปึนแบบเดิมก่อนที่ คสช. เขาจะไปยึดอำนาจ เราเคยเจอปัญหามันมาแล้วครับ เรื่องปัญหาทุจริตคอร์รัปชัน เรื่องข้อสอบรั่ว เรื่องการซื้อขายตำแหน่ง สภาแห่งนี้เราไม่ได้ต้องการแก้กฎหมาย และย้อนกลับไปสู่ปัญหาเดิมอย่างไรครับ เราจึงรับในหลักการว่า เราจะให้มี ก. ในระดับ จังหวัด แต่สิ่งที่เกิดขึ้นคืออะไรครับท่านประธานและเพื่อนสมาชิกครับ ในกฎหมายที่ส่ง เสนอมาให้สภาและพวกเรากำลังพิจารณาอยู่นี้ เขาบอกว่าเอาละ อย่างนั้นเอาไปอยู่เฉพาะ เรื่องของการสอบแข่งขันครับ เรื่องของการสอบคัดเลือกและการคัดเลือกนี่ให้กลับไปเปึน แบบเดิม ซึ่งแบบนี้ละครับที่พวกเราส่วนใหญ่ สมาชิก สส. ส่วนใหญ่ไม่สบายใจและคิดว่า มันขัดกับหลักการที่รับไปจากสภาในวาระที่ ๑ และผมไม่ได้คิดเองครับท่านประธาน แม้กระทั่งข้อเสนอ สิ่งที่กรรมาธิการได้มารายงานสู่สภาแห่งนี้ในหน้าที่ ๗ ในข้อสังเกต คณะกรรมาธิการวิสามัญได้พิจารณาร่างพระราชบัญญัตินี้แล้วเห็นว่า การแก้ไขเพิ่มเติม มาตรา ๑๓ (๖) ที่ตัดการสอบคัดเลือกและคัดเลือก ไม่สอดคล้องกับหลักการที่สภา ผู้แทนราษฎรรับหลักการมา ผมขีดเส้นใต้ ๕๐๐ เส้นเลยครับ ไม่สอดคล้องกับหลักการ ที่สภาผู้แทนราษฎรรับหลักการมา แล้วแบบนี้ครับมาเสนอสภาให้พวกเรารับแบบนี้ ผมคิดว่า ไม่น่าจะถูกครับ ดังนั้นผมลุกขึ้นอภิปรายตรงนี้ เพื่อที่จะยืนยันถึงวิธีคิดที่ยืนยันในสภาใหญ่ แห่งนี้ได้ส่งให้ท่านได้กรุณากลับไปเพื่อแก้ไขให้มันถูกต้อง ให้มันเปึนไปตามขั้นตอนของการ เขียนกฎหมาย ตามกฎหมาย ตามสภาแห่งนี้ที่ได้ทำกันมา แล้วต้องบอกกับท่านประธานครับ ผมก็ได้ไปหาข้อมูลครับ ที่บอกว่า เคยมีในเรื่องของการแก้ไขหลักการ และประเด็นนี้ ผมอยากจะอภิปรายเพื่อบันทึกไว้ในสภาครับ การแก้ไขหลักการนั้นถามว่าถ้ามีความจำเปึน อย่างยิ่งยวด แก้ไขได้ไหม ผมคิดว่าจำเปึนที่ต้องแก้ไขได้ครับ ยกตัวอย่าง เช่น ในหลักการนี่ เขียนระบุมาเลยว่า จะแก้กฎหมายทั้งหมด ๕ มาตรา สมมุติครับ แต่ในการแก้ไข ๕ มาตรานั้น ปรากฏว่าเมื่อแก้ไขไปแล้วมันไปพันกับมาตราอื่นที่ไม่อยู่ ในหลักการใน ๕ มาตรานั้น สมควรที่กรรมาธิการจะไปหยิบมาตราอื่นมาแก้ไข เพื่อให้มันเกิน จากหลักการไปได้ เพราะเพื่อให้กฎหมายนั้นในการแก้ไขในหลักการใหญ่ของพวกเรามีความ สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ผมคิดว่าถ้าแก้แบบนี้ควรที่จะแก้ได้ครับ หรือที่เราเคยทำกันมาครับ เปึนพระราชบัญญัติเพิ่มเติมคุ้มครองแรงงานที่แก้ไปในสมัยที่แล้วครับ ก็มีการแก้ไขหลักการ แล้วก็ได้บันทึกไว้ในข้อสังเกต แต่การแก้ไขกฎหมายฉบับนั้น ผมสรุปสั้น ๆ เขาแก้ไขว่า จากแต่เดิม จะให้ลูกจ้างสามารถนำงานกลับไปทำที่บ้านได้ เปลี่ยนคำว่า บ้าน ในหลักการ เปึน นอกสถานประกอบกิจการ เพื่อให้ความหมายมันกว้างขึ้น และตอบเจตนารมณ์หลักว่า เราต้องการที่จะเห็นคนสามารถที่จะไปทำงานนอกสถานที่นอกจากที่ทำงานได้ ถ้าแก้ไข หลักการแบบนี้แล้วมันยังอยู่ในเนื้อความเดิมของกฎหมายที่เรารับหลักการไป ผมเห็นควรว่า จะอนุญาตให้มีการแก้ไขได้ แต่ถ้าแก้ไขไปแล้วเรามอบหมายให้ไปทำอย่างหนึ่ง ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ เราสั่งบอกว่า เราจะกินก๋วยเตี๋ยวต้มยำครับท่านประธาน ทำไปทำมาสั่งเปึน ขนมจีนน้ำยามาให้เรากิน แล้วบอกว่ามันก็เปึนเส้นสีขาวเหมือนกัน มันก็มีน้ำซุปเหมือนกัน มันก็อิ่มเหมือนกัน แบบนี้ละครับที่พวกเราไม่ควรที่จะรับหลักการ เพราะมันไม่ตรงกับ เจตนารมณ์ของสภาที่ได้รับหลักการเอาไว้ในวาระที่ ๑ ในส่วนที่ผมแปรญัตติไว้ครับ ท่านประธาน ผมบอกให้กับท่านกรรมาธิการได้สบายใจ และบอกกับพี่น้องส่วนท้องถิ่น ให้สบายใจ ผมไม่ขัดข้องครับ เพราะรู้ว่าในส่วนที่ผมเสนอคำแปรญัตติไว้มีคณะกรรมาธิการ บางท่านก็ได้มาชี้แจงว่า ในส่วนของท้องถิ่นเองก็ไม่ได้เห็นด้วยกับสิ่งที่ผมได้เสนอ คำแปรญัตติไว้ แต่ส่วนที่ผมเสนอคำแปรญัตติไว้เจตนาสั้น ๆ มีนิดเดียวครับ เรากังวลว่า ถ้าหากว่าให้แต่ละจังหวัดเขาไปเป่ดสอบกันเองได้ จังหวัดจะไม่มีงบประมาณเพียงพอ ในการจัดสอบ ผมก็จะเขียนว่า เอาละเพื่อให้มันสามารถทำได้ก็สามารถที่จะไปจับกลุ่ม จังหวัดได้ หรือใช้งบประมาณของท้องถิ่นเข้ามาอุดหนุนในการจัดสอบได้ เท่านั้นเอง แต่ผม ไม่ได้ติดใจ แต่สิ่งที่ติดใจและพรรคภูมิใจไทย รวมไปถึงพรรคของ สส. รัฐบาลที่เรากำลังจะลงมติ เราไม่สามารถที่จะลงมติในการรับร่างที่คณะกรรมาธิการมาเสนอต่อสภาแห่งนี้ได้ และนี่เปึน เหตุผลที่จำเปึนต้องอธิบาย และทำให้เกิดความเข้าใจกับพี่น้องส่วนท้องถิ่นทั่วทั้งประเทศ ให้เข้าใจ และเราไม่ได้ขัดข้องนะครับ ถ้าหากว่าจะเอากฎหมายอย่างที่ท่านกรรมาธิการเขียนมา พวกเราก็ไม่ได้ขัดข้องครับ แต่ทำมาให้มันถูกต้อง เพื่อไม่ให้มีปัญหาในการตีความเรื่องของ กฎหมายต่อไปในอนาคตเท่านั้นเอง ขอบคุณท่านประธานครับ