เทอดชาติ เสนอ 3 ประเด็นแก้ภัยพิบัติแผ่นดินไหว

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

เทอดชาติ ชัยพงษ์ เสนอ 3 ประเด็นหลักเพื่อป้องกันภัยพิบัติแผ่นดินไหว ได้แก่ การปฏิรูปองค์กรตรวจสอบ กฎหมายล้าหลัง และระบบมาตรฐานที่ไม่เพียงพอ โดยวิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพของหน่วยงานตรวจสอบและกฎหมายการจัดซื้อจัดจ้างที่ขาดความชัดเจน เทอดชาติ ชัยพงษ์ วิเคราะห์ว่าระบบปัจจุบันสร้างปัญหาความเชื่อมั่นและเสนอให้ปรับบทบาทองค์กรจากสร้างความกังวล สู่การเป็นองค์กรแห่งการพัฒนาประเทศเพื่อช่วยดูแลประชาชน

นายเทอดชาติ ชัยพงษ์ เชียงราย

เรียนท่านประธานที่เคารพครับ ผม เทอดชาติ ชัยพงษ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงราย เขต ๕ พรรคเพื่อไทยครับ ญัตติ ที่ท่านธีระชัย แสนแก้ว ได้เสนอเรื่องแนวทางการบริหารจัดการเรื่องภัยพิบัติแผ่นดินไหว ทำให้ตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินถล่ม ประเด็นนี้มีเรื่องเกี่ยวกับแผ่นดินไหว ตึกถล่ม โดยเฉพาะตึกของ สตง. และคนตาย ทั้งหมดนี้คนฟังก็ช็อกครับ ทำไมจึงเกิดเหตุการณ์ อย่างนี้ขึ้นในประเทศไทย แม้ว่าเราจะหนีเหตุการณ์แผ่นดินไหวไม่พ้นเพราะมันเป็นเรื่องของ ธรรมชาติ และเราไม่สามารถที่จะรับรู้มาก่อนได้เลย อย่างไรก็ตามผมอยากเสนอมุมมอง ที่สร้างสรรค์ เพราะถ้าเราไม่วุ่นวายกันก็คงจะพูดได้มากกว่านี้อีกนะครับ ผมก็รอมานาน ตั้งแต่วันศุกร์แล้วว่าจะเตรียมมาพูดเรื่องของแผ่นดินไหว แต่อย่างไรก็ตามผมมี ๓ ประเด็นที่ เป็นมุมมองว่า

เรื่องที่ ๑ คือระบบองค์กรตรวจสอบของประเทศไทย

เรื่องที่ ๒ คือกฎหมายที่ล้าหลังขาดประสิทธิภาพ

เรื่องที่ ๓ คือระบบมาตรฐานทั้งหมด

ทั้งหมดนี้ครับท่านประธานครับ เป็นบทเรียนที่ไม่ควรที่จะเกิดขึ้นอีก ในประเทศไทย เราเรียนรู้ภัยพิบัติต่าง ๆ ไม่ว่าจากดิน น้ำ ลม ไฟ มานานพอสมควร เราจำเป็นต้องหาแนวทางที่จะดำเนินการแก้ไขได้แล้ว เพราะหลายอย่างที่เป็นภัยธรรมชาติ มันเหนือความคาดหมายและมาโดยที่เราไม่รู้ตัว แต่ถ้าเราวางแผนป้องกันก็จะทำให้เกิดการ ช่วยเหลือดูแลแล้วก็ลดความสูญเสียได้มากขึ้น

อย่างไรก็ตามครับ ประเด็นที่ ๑ ระบบองค์กรตรวจสอบของประเทศไทย การตรวจสอบของประเทศไทย โดยเฉพาะ สตง. ขออภัยนะครับ พอเกิดปัญหาแล้วสังคมกังขา ทุกคนขาดความเชื่อมั่น เพราะท่านใช้งบประมาณถึง ๒,๑๐๐ ล้านบาท แล้วก็เกิดปัญหา ตึกหลายตึกไม่ถล่ม แต่ตึก สตง. สร้างยังไม่เสร็จถล่ม นี่คือสิ่งที่คนอยากฟังว่ามันเกิดอะไรขึ้น เพราะฉะนั้นหน่วยตรวจสอบตรงนี้สร้างปัญหามากกว่า ชะลอการพัฒนามากกว่าที่จะ สร้างสรรค์ เคสอย่างที่เราเคยได้ยินมาคือครูที่เอาอาหารกลางวันประถมไปให้มัธยมทาน แล้วก็ถูกไล่ออกทำผิดระเบียบ หรือการไปตรวจสอบท้องถิ่นที่บอกว่าไม่ใช่ภารกิจ ให้คืนงบประมาณ ช่วยสังคมด้านการศึกษา ด้านอื่น ๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจไม่ได้ อันนี้เขาก็กลัวกันในความเป็นข้าราชการ และหน่วยงานอื่น ๆ อีกมาก เพราะฉะนั้น กรณีแบบนี้เราถือว่าเป็นการใช้หลักนิติศาสตร์มากกว่าหลักรัฐศาสตร์ สิ่งสำคัญที่สุดตรงนี้ องค์กรต้องปรับบทบาทนะครับให้เป็นองค์กรแห่งความสร้างสรรค์และการพัฒนาประเทศ มันถึงจะไปได้ เพราะฉะนั้นสิ่งที่เราจำเป็นต้องทำคือระบบของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุข และสร้างสรรค์ให้มีความสุข นั่นคือระบบการทำงาน ระบบงาน ระบบหน่วยงานที่ช่วย ประชาชน ดูแลภาคประชาชน นี่คือกฎหมายสำคัญ

เรื่องที่ ๒ ระบบกฎหมายที่ล้าหลัง ขาดประสิทธิภาพ ไม่ทันต่อยุคสมัย ผมมองไปที่กฎหมายที่เกี่ยวข้องอยู่ ๒ ฉบับ ฉบับแรกคือพระราชบัญญัติจัดซื้อจัดจ้าง การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ และระเบียบกระทรวงการคลังว่าด้วยการซื้อจัดจ้างและ การบริหารพัสดุภาครัฐ พ.ศ. ๒๕๖๐ เช่นเดียวกัน กฎหมายฉบับนี้ระบุเรื่องของการจัดซื้อจัดจ้าง ระบบ e-Bidding ราชการเองเขาจำเป็นจะต้องเอาที่ถูก ถ้ามีหลายเจ้าเอาที่ถูกไว้ก่อน ของดีราคาถูกมีหรือครับ ของดีราคาถูกจริง ๆ มีหรือครับ เราอาจจะได้ของปลอม ของที่ไม่ใช่ ของจริง ไม่ใช่ของดีก็เกิดปัญหาอย่างนี้ แล้วก็โทษกัน เพราะฉะนั้นนี่คือปัญหาเช่นเดียวกัน หลายหน่วยงานก็ประสบปัญหาแบบนี้ กฎหมายที่ ๒ กฎหมายช่วยเหลือประชาชนครับ อย่างกรณีน้ำท่วมที่เชียงราย ต้องขอบคุณท่านนพพล เหลืองทองนารา ที่พูดถึง เราช่วยเหลือ เยียวยาช้ามาก หลายหน่วยงานที่เกี่ยวแต่ว่าก็ทำได้ช้า ข้าวนาปี นาปรังหมดไปแล้ว แต่ข้าว ประสบภัยยังไม่ได้เลย อันนี้ก็ถือว่าหน่วยงานล่าช้า

ประเด็นที่ ๓ คือเรื่องของระบบมาตรฐาน มาตรฐานการผลิตของปลอม ของเลียนแบบกรณีเหล็กเส้นเป็นเหล็กปลอม มาตรฐานการตรวจสอบอยู่ตรงไหน มาตรฐาน ของการควบคุมงาน การตรวจงานอยู่ตรงไหน นี่คือมาตรฐานครับ มาตรฐานการตรวจสอบ การขาดองค์ความรู้ ประสบการณ์ในเรื่องที่ตรวจสอบก็เป็นเรื่องสำคัญ ถ้าเราเอาคน ไม่มีความรู้ไปตรวจคนที่ทำงานก็จะมีปัญหา วันนี้หน่วยงานองค์กรที่เกี่ยวข้องจึงต้องพัฒนา ระบบมาตรฐาน รวมถึงมาตรฐานของความปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกันนะครับ ประเทศไทย คงไม่หมดแผ่นดินไหวครับ ยังมีรอยเลื่อนในภาคกลางอีก ๑๖ รอยเลื่อนในประเทศไทย ประเทศเพื่อนบ้านอีก ๔ รอยเลื่อนที่ยังมีอยู่ เราอาจจะประสบปัญหาเหล่านี้ได้

เพราะฉะนั้นการเรียนรู้ตรงนี้ ขออนุญาตเรียนท่านประธานครับว่าข้อเสนอ สำคัญก็คือ ๑. ปฏิรูปองค์กรตรวจสอบระบบการตรวจสอบกรณีของตึกถล่ม ๒. ปรับรื้อ สังคายนาระบบเตือนภัย Cell Broadcast ต้องใช้ได้จริง เอสเอ็มเอสต้องเร็วในหลาย ๆ พื้นที่ เพราะไปได้ไวกว่า แหล่งกำเนิดแผ่นดินไหวบางส่วนในประเทศไทยและบางส่วนในประเทศ เพื่อนบ้านนะครับ เพราะฉะนั้นดูตัวอย่างที่เชียงราย เราก็มีหลักสูตรของการที่จะดำเนินการ จัดการเรียนการสอนและสร้างระบบการเรียนรู้ให้กับพี่น้องประชาชนตั้งแต่นักเรียนเป็นต้นไป นี่เป็นเรื่องสำคัญ ๓. ปรับแก้ระเบียบที่เกี่ยวข้องที่สร้างปัญหา ๔. เตรียมเครื่องมือ รับแผ่นดินไหว เครื่องวัด เครื่องมือรับเหตุ เครื่องจักรกลต่าง ๆ ๕. การเตรียมคน การปรับ หลักสูตรการเรียนการสอน การสร้างความตระหนักรู้ การฝึกซ้อมเตรียมรับแผ่นดินไหว การสร้างองค์ความรู้ใหม่ ๆ ให้นักเรียน ให้ภาคประชาชนจึงเป็นเรื่องสำคัญ ท่านประธานครับ เราคนไทยให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เราจะพ้นวิกฤติภัยธรรมชาติครั้งนี้ไปให้ได้ครับ ขอบคุณครับ