เท่าพิภพ วิพากษ์ระบบราชการล้าหลัง เสนอปฏิรูปกระจายอำนาจ-แก้กฎหมายคอนโด

สภาผู้แทนราษฎร · ครั้งที่ ๒๙ · ๓ เมษายน ๒๕๖๘

เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร แสดงความเสียใจต่อเหตุการณ์แผ่นดินไหวและให้กำลังใจผู้ประสบภัย พร้อมเสนอแนะว่าต้องปฏิรูประบบราชการไทยโดยลดจำนวนคณะกรรมการและกระจายอำนาจเพื่อแก้ปัญหาการตัดสินใจที่ล่าช้า เท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร วิพากษ์วิจารณ์ประสิทธิภาพระบบราชการที่ล้าหลังและขาดการปรับตัว พร้อมเสนอแนะให้กรุงเทพมหานครปรับปรุงกฎหมายเพื่อรวมนิติบุคคลคอนโดมิเนียมเข้าในการบริหารจัดการภัยพิบัติ และเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งหาทางออกกรณีบริษัทประกันภัยอาจล้มละลาย

นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร กรุงเทพมหานคร

ท่านประธานที่เคารพครับ กระผม นายเท่าพิภพ ลิ้มจิตรกร ผู้แทนราษฎร แบบแบ่งเขต กรุงเทพมหานคร ธนบุรี คลองสาน บางปะกอก พรรคประชาชนครับ วันนี้ก็ขออภิปรายในฐานะผู้แทนชาวคลองสาน ธนบุรี แล้วก็บางปะกอก ในการแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แล้วก็ให้ กำลังใจทั้งประชาชนโดยทั่วไป แล้วก็แน่นอนอย่างยิ่งอาสาสมัคร แล้วก็เจ้าหน้าที่ที่กู้ภัยอยู่ ประเทศนี้ติดหนี้บุญคุณท่านอย่างยิ่ง ผมกราบขอบพระคุณอย่างสุดซึ้ง ณ ที่นี้ด้วย ผมเอง ก็อภิปรายใน ๒ ฐานะครับ ผู้แทน แล้วก็จริง ๆ ผู้ประสบภัยด้วยครับท่านประธาน ผมนี่หนี ลงมาจากคอนโดมิเนียมตัวเองชั้น ๑๓ สิ้นเนื้อประดาตัวครับ มีแต่ Boxer ตัวเดียว ดีไม่มีรูปหลุด นะครับท่านประธาน ซึ่งผมเองก็รู้สึกว่าแผ่นดินไหวครั้งนี้มันสอนอะไรเราหลายอย่าง เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ผมว่าเราไม่ควรจะสูญเปล่ากับมัน หลายคนมีประสบการณ์ที่แตกต่างกัน ผมเองมองในมุมของผู้ประสบภัยแล้วก็นักการเมืองผมได้เห็นหลายอย่างครับ เจ้าของบ้านที่มี ผนังคอนโดมิเนียมผมร้าว ได้เห็นเนื้อในของคุณภาพการก่อสร้างของคอนโดมิเนียมของเรา รวมถึงรัฐราชการของเราครับ แผ่นดินไหวครั้งนี้มันได้กะเทาะแล้วเปลือยออกมาไม่ใช่แค่ตึก แต่เป็นระบบรัฐราชการรวมศูนย์แบบแตกระแหง หรือถ้าภาษาอังกฤษเขาเรียกว่า Fragmented Centralization ครับท่านประธาน มันหมายความว่าอย่างไรครับ ประเทศไทยเป็นรัฐราชการรวมศูนย์มาก ๆ แต่พอเกิดอะไรเข้าจริงก็กลายเป็นว่าไม่รู้ว่าใคร จะเป็นคนที่รับผิดชอบกันแน่ โดยเฉพาะเรื่องที่มันเป็นวิกฤติและปัญหา แทนที่เป็นรัฐ ราชการร่วมศูนย์จะสั่งการได้ไวใช่ไหมครับ กลับกลายเป็นว่าทำไมมันช้าเหลือเกินก็ไม่มีใคร กล้าออกมารับผิดชอบในเรื่องที่มันยิ่งแทงกั๊กแทงกึ๊กอะไรกันอย่างนี้ครับ ก็เนื่องจาก กายวิภาคของรัฐไทยครับ ผมก็ได้อภิปรายไปหลายครั้งในการตั้งคณะกรรมการต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกของผมจากเชียงใหม่ก็ได้อภิปรายไปแล้วว่ามีคณะกรรมการกำกับพวกสาธารณภัยอยู่ ประชุมครั้งล่าสุดนี่ ๓-๔ ปีก่อนเป็นต้นครับ คือนายกรัฐมนตรีคนเดียวเหมือนจะมีอำนาจเยอะ เพราะเป็นประธานกรรมการหลายอันมาก แต่คือสุดท้ายนี่มันเยอะเกินไปครับท่านประธาน มันเลยไม่มีการตัดสินใจหรือการให้ความสำคัญได้เท่า ๆ กันหมด อันนี้ก็เป็นธรรมชาติ ของมนุษย์ นี่คือกายวิภาคของรัฐไทยที่สภาแห่งนี้พวกเราเองผมก็พูดไปหลายครั้ง อย่าตั้ง คณะกรรมการอะไรขึ้นมาอีกเลย เพราะคนส่วนใหญ่ก็คือเป็นข้าราชการหลาย ๆ อัน มารวมกัน พอเอามารวมกันก็เกรงใจกันครับ เพราะว่าด้วยวัฒนธรรมของไทย ด้วยกายวิภาค คือโอ้โฮ มีหน่วยงานเยอะเทอะทะเต็มไปหมด แต่สมองสั่งการคือเรียกว่าการตัดสินใจช้า แล้วก็คือไม่รู้ว่าใครเป็นเจ้าของกันแน่ ดังนั้นเราต้องปรับลดในเรื่องนี้อย่างเร่งด่วนครับ เป็นการปฏิรูประบบราชการไทย นอกจากการกระจายอำนาจแล้วก็ต้องมาจัดการเรื่องของ Bureaucracy หรือ Governance ตรงนี้ด้วย

ปัญหาอีกอันหนึ่งครับ แต่ก่อนถ้าถามว่ารัฐราชการหรือข้าราชการเราไม่เก่ง จริงไหม ไม่จริงครับ เราเคยยุค ๗๐ ๘๐ คะแนนของเราดีมากครับในระดับโลกเลย คือถ้าเต็ม ๑๐ ก็ได้ ๘ ได้ ๙ ครับท่านประธาน แต่ตอนนี้ลบ ๕ ครับ ๒๐ ปีวันนี้คือลบ ๕ คือเกิดอะไรขึ้นไม่รู้ครับ ผมโชคร้ายจริง ๆ เลย โตมาแล้วก็คือไม่เคยเห็นระบบราชการที่ดี ก็เนื่องจากว่ามันไม่มีการ Update เลยครับ สถานการณ์ไม่มีการ Update ผมยกตัวอย่าง ง่าย ๆ ครับ การรับวิกฤติใน กทม. โอเคละครับมี Traffy Fondue แต่การทำงานอื่น ๆ ที่ประสานงานกันมาส่วนใหญ่ผมจะไปประชุมเขตเดือนละครั้งครับ ผมยกตัวอย่างคนที่ มาด้วยก็คือประธานชุมชน ซึ่งเป็นประธานชุมชนในแนวราบครับท่านประธาน ไม่มีการรวม นิติบุคคลคอนโดมิเนียมซึ่งเป็นชุมชนแนวตั้งเข้ามา กฎหมายเราหรือระเบียบ กทม. ก็ไม่ทราบครับ ที่ข้อบัญญัติ กทม. ไม่ได้มีตรงนี้ เราต้องผลักดันโดยด่วน เพราะว่าเกิด เหตุการณ์อย่างนี้ครับ การกระจายข่าวและการทำงานร่วมกันกับชุมชน โดยเฉพาะทั้งนี้ครับ แนวตั้งก็คือคอนโดมิเนียมนี่ไม่มีเลย ถ้าเราไม่มีโครงสร้างที่มันยึดเหนี่ยว ทำงานกับ Stakeholder หรือผู้มีส่วนได้ส่วนเสียอย่างนี้ ต่อไปผมว่าอันนี้จะไม่ได้เป็นผลบวกผลดีกับ ประชาชนครับ

ประเด็นที่ ๒ ครับท่านประธาน ผมเป็นกังวลอย่างยิ่ง ผมคำนวณเลขคิดในใจ คอนโดมิเนียมผมทำประกันไว้ห้องละ ๑๐๐,๐๐๐ ครับท่านประธาน พูดไปพูดมาก็คือของผม มี ๓๓ ชั้น ก็เฉลี่ยเป็น ๑,๐๐๐ ห้องอยู่ครับท่านประธาน ตึกหนึ่งคิดง่าย ๆ เฉลี่ย ๑๐๐ ห้อง ต่อตึก แล้วก็มีเป็น ๑,๐๐๐ ตึกเลย ผมว่าเงินเป็นหมื่นล้านที่บริษัทประกันอาจต้องจ่าย ในครั้งนี้ ผมกลัวจะซ้ำรอยครั้งก่อนที่ประกันโควิดครับท่านประธาน อันนี้ก็อยากให้รัฐบาล ส่งเรื่องนี้ไปให้รัฐบาล แล้วรัฐบาลได้ดูด้วยว่ามีความเป็นไปได้ไหมที่บริษัทประกันภัย วินาศภัยต่าง ๆ จะล้ม แล้วก็ทางออกของเรื่องนี้จะเป็นอย่างไร ไม่รวมถึงกองทุนที่มาบรรเทา ของประชาชนอีก ก็อยากให้เรื่องขั้นตอนอย่างนี้มันง่ายขึ้น แล้วก็อำนวยความสะดวก ให้ประชาชนหลังเกิดวิกฤติครับ ขอบคุณมากครับ