สหัสวัต คุ้มคง อภิปรายประเด็นแรงงานจากเหตุแผ่นดินไหวในเมียนมาที่ส่งผลกระทบต่อไทย โดยเน้นย้ำความจำเป็นในการตรวจสอบผู้รับเหมาและบริษัท Sub contract เพื่อแก้ปัญหาการเข้าถึงสิทธิและการเยียวยา สหัสวัต คุ้มคง เสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านสิทธิและสวัสดิการของแรงงานข้ามชาติ รวมถึงปัญหาการเข้าถึงข้อมูลและการสูญเสียเอกสารประจำตัว โดยเสนอมาตรการระยะสั้น ๙ ข้อเพื่อเร่งดำเนินการประสานงานชดเชยเยียวยา และกำหนดความรับผิดชอบร่วมกันระหว่างนายจ้างและผู้รับเหมา สหัสวัต คุ้มคง เสนอแนะให้กระทรวงแรงงานอำนวยความสะดวกในการพิสูจน์ตัวตนและอัตลักษณ์ของทั้งผู้ประสบภัยและทายาท โดยจัดตั้งจุดประสานงานและประชาสัมพันธ์ที่ชัดเจน พร้อมจัดทำเอกสารข้อมูลเป็นภาษาท้องถิ่น เช่น ภาษาเมียนมาและกัมพูชา เพื่อสื่อสารกับแรงงานข้ามชาติ และต้องประสานงานอย่างใกล้ชิดกับสถานทูตประเทศต้นทาง นอกจากนี้ยังเสนอให้ผ่อนผันด้านเอกสารใบอนุญาตทำงานในช่วงฉุกเฉิน เปิดโอกาสให้น
เรียนท่านประธานสภาที่เคารพครับ ผม สหัสวัต คุ้มคง สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดชลบุรี เขต ๗ พรรคประชาชนครับ ขอมีส่วนร่วมในการอภิปรายญัตติด่วนเรื่องแผ่นดินไหวครับ จากกรณีเกิดเหตุแผ่นดินไหว โดยมีศูนย์กลางที่เมืองมัณฑะเลย์ ประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ ๒๘ มีนาคม ที่ผ่านมาครับ ก็อย่างที่เพื่อนสมาชิกทุกท่านทราบว่าเหตุการณ์นี้ส่งแรงกระเพื่อมมาถึงประเทศไทย อย่างรุนแรงจนเป็นเหตุให้อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน หรือ สตง. ถล่มลงมาส่งผลให้ มีผู้เสียชีวิตและมีผู้สูญหายติดอยู่ในซากตึกถล่มเป็นจำนวนนับร้อยคน สำหรับเรื่องการรับมือ ในด้านต่าง ๆ เช่น การกู้ภัย เอสเอ็มเอส อะไรต่าง ๆ เพื่อนสมาชิกหลายท่านก็ได้อภิปราย ไปแล้ว สิ่งที่ผมอยากจะกล่าวในนี้คือเรื่องมิติด้านแรงงานครับ ท่านประธานครับ เป็นที่ทราบ กันว่าผู้บาดเจ็บและผู้เสียชีวิตและผู้ที่ยังติดอยู่ในซากนั้นส่วนมากเป็นแรงงานครับ แล้วเป็น แรงงานทั้งคนไทย แล้วก็แรงงานข้ามชาติปะปนกันไปครับ ผมเองเข้าใจว่าตอนนี้ทาง กระทรวงแรงงานก็มีการดำเนินมาตรการบางอย่างไปแล้วซึ่งขอชื่นชม ณ จุดนี้ครับ แต่อย่างไรก็ดีครับ เนื่องจากตึกดังกล่าวนั้นมีผู้รับเหมาหลักได้มีการจ้างบริษัท Sub contract จำนวนมากครับ การทำแบบนี้แม้แต่การเก็บข้อมูลเกี่ยวกับแรงงาน เพื่อประเมินความเสียหายทำได้ลำบากมาก เพราะต้องรวบรวมจากหลายที่หลายแห่ง เมื่อรวบรวมได้ยากการเข้าช่วยเหลือก็ทำได้ยากเช่นเดียวกันครับ จากเรื่องนี้ทำให้ผมมี ข้อกังวลในเรื่องเกี่ยวกับประเด็นแรงงานอยู่ ๗ ข้อด้วยกันครับ
เรื่องแรกครับ ท่านประธานครับ เรื่องของการชดเชยเยียวยาลูกจ้างทั้งหมด จากผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งนายจ้าง ผู้รับเหมาในการก่อสร้างและรัฐบาลว่าจะทำอย่างไร ให้เกิดการเยียวยาได้ทั่วถึงครับ
เรื่องที่ ๒ คือการตรวจสอบตัวตนครับ ทายาทของแรงงานทั้งหมดในการใช้ กองทุนเงินประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนครับ
เรื่องที่ ๓ การเข้าถึงสิทธิการเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลและค่าชดเชย
เรื่องที่ ๔ การเข้าถึงการชดเชยเยียวยาของแรงงานที่นายจ้างไม่ได้นำเข้า ระบบประกันสังคมครับ
เรื่องที่ ๕ และต่อมาครับคือการเข้าถึงการชดเชยเยียวยาของแรงงานข้ามชาติ ที่ยังอยู่ในขั้นตอนของการดำเนินงานทางเอกสารและรอสิทธิประกันสังคมอยู่
เรื่องที่ ๖ การเข้าถึงข้อมูลและความช่วยเหลือของแรงงานข้ามชาติที่ได้รับ ผลกระทบจากอุบัติเหตุโดยทั่วไป ซึ่งจะเจอกับปัญหาด้านการติดต่อและการสื่อสารกับ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องโดยเฉพาะกับหน่วยงานภาครัฐครับ ซึ่งเรื่องนี้ส่งผลให้แรงงานข้ามชาติ จำนวนมากไม่สามารถเข้าถึงความช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ข้อสุดท้ายครับ ในเหตุการณ์นี้เอกสารประจำตัวของแรงงานข้ามชาติมักจะ สูญหายและไม่สามารถดำเนินการต่ออายุได้ในระหว่างที่มีกระบวนการต่ออายุเอกสาร ซึ่งก็คือช่วงนี้ครับ
ท่านประธานครับ จากข้อกังวลที่ผมกล่าวมาทั้งหมดครับ ผมมีข้อเสนอ ต่อรัฐบาลและทางกระทรวงแรงงานเป็นข้อเสนอในการดำเนินการในระยะสั้น ๙ ข้อดังนี้
ข้อแรกครับ กระทรวงแรงงานควรดำเนินการติดต่อประสานความร่วมมือให้ บริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดครับ ทั้งผู้รับเหมาหลักและ Subcontract ส่งรายชื่อคนงานทั้งหมด พร้อมหลักฐานการนำส่งเงินประกันสังคม กองทุนเงินทดแทนต่าง ๆ เพื่อดำเนินการชดเชย และเยียวยาต่อไปครับ
ข้อ ๒ กระทรวงแรงงานควรกำหนดมาตรการให้สำนักงานประกันสังคมและ กองทุนเงินทดแทนนำเงินในประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนเข้ามาชดเชยเยียวยา ให้ลูกจ้างและทายาททั้งหมดโดยไม่มีการแยกลูกจ้างในกองทุนหรือนอกกองทุนครับ เพื่อให้ ทุกคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้รับการเยียวยาอย่างทั่วถึงก่อน สำหรับการ บังคับใช้กฎหมายกับนายจ้างที่ไม่นำเงินส่งประกันสังคมนะครับให้ไปที่กระทรวงแรงงาน ดำเนินการต่อไปภายหลังจากนี้ครับ
ข้อ ๓ กระทรวงแรงงานต้องกำหนดมาตรการการบังคับใช้กฎหมายคุ้มครอง แรงงานในการเยียวยาและให้ความรับผิดชอบในการชดเชยโดยให้นายจ้างชั้นต้นที่เป็น ผู้รับผิดชอบหลักทั้งหมดนี่รับผิดชอบค่าชดเชยร่วมกับผู้รับเหมารายย่อยด้วย
ข้อ ๔ กระทรวงแรงงานจะต้องอำนวยความสะดวกในการพิสูจน์ตัวตน พิสูจน์อัตลักษณ์ต่าง ๆ ทั้งของตัวผู้ประสบภัยแล้วตัวทายาทเองให้มีจุดประสานงานที่ชัดเจน เพื่อทำการตรวจสอบและดูแลแรงงานที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ได้อย่าง ครอบคลุมครับ
ข้อ ๕ กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องประสานงานตั้งจุดประชาสัมพันธ์ครับให้ ข้อมูลชัดเจนกับกระบวนการพิสูจน์ตัวตน ทายาท ที่รวดเร็วครับ เพื่อให้ทายาทที่เป็นทั้ง แรงงานไทยและแรงงานข้ามชาติได้รับสิทธิประโยชน์ทั้งหมด ต้องมีการจัดหาล่ามนะครับ และมีการจัดทำเอกสารข้อมูลที่เป็นภาษาของแรงงานนั้น ภาษาของแรงงานนั้น เช่น ภาษา เมียนมา ภาษากัมพูชานะครับ โดยมีขั้นตอนที่ชัดเจนและเข้าใจง่ายครับ รวมทั้งประสานงาน กับสถานทูตของประเทศต้นทางอย่างใกล้ชิดในการอำนวยความสะดวกในการดำเนินการครับ
ข้อ ๖ กระทรวงแรงงานจำเป็นต้องมีมาตรการผ่อนผันด้านเอกสารแรงงาน ในระหว่างที่มีการดำเนินการขอใบอนุญาตทำงานครับ เพื่ออำนวยความสะดวกใน สถานการณ์ฉุกเฉินครับ อย่างที่ผมเรียนไปแต่แรกนะครับว่าช่วงนี้เป็นช่วงเดียวกับการที่มี การดำเนินการต่ออายุแรงงานข้ามชาติครับ สำหรับแรงงานข้ามชาติรายใดที่เอกสารได้รับ ความเสียหายก็ให้กระทรวงแรงงานเปิดให้ขึ้นทะเบียนสำหรับลูกจ้างในบริษัทที่เกี่ยวข้อง เพื่อจัดเก็บข้อมูลและอนุญาตให้นายจ้างสามารถส่งเงินประกันสังคมย้อนหลังได้ครับ ทั้งเรื่อง ประกันสังคมและกองทุนเงินทดแทนย้อนหลังนะครับ เพื่อให้ลูกจ้างได้รับสิทธิในการเยียวยา และถ้าจะให้ดีครับเปิดขึ้นทะเบียนเป็นการพิเศษชั่วคราว เป็นการขึ้นทะเบียนฝ่ายเดียวเลยครับ สำหรับแรงงานในพื้นที่ประสบภัยเหล่านี้ โดยอาจจะยกเว้นค่าธรรมเนียมเป็นกรณีพิเศษ เพราะว่าอาจจะอ้างเรื่องเหตุภัยพิบัติขึ้นมาก็ได้ครับ
ข้อ ๗ เรื่องนี้ค่อนข้างสำคัญครับ คือติดตามเหตุเพราะอุบัติเหตุทำนองนี้ หลายเคสนะครับนายจ้างฉวยโอกาสไม่จ่ายค่าแรงนะครับ กระทรวงแรงงานต้องมีมาตรการ ในการดำเนินการเรื่องนี้ครับ
ข้อ ๘ กระทรวงแรงงานต้องประสานงานและตรวจสอบลักษณะการจ้างงาน ของลูกจ้างในบริษัทที่เกี่ยวข้องทั้งหมดครับเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการเยียวยาครับ
ข้อ ๙ กระทรวงแรงงานต้องพิจารณานำเงินกองทุนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดมาช่วย เยียวยาครอบครัวและแรงงานที่ได้รับผลกระทบทั้งหมดอย่างเร่งด่วนครับ อันนี้เป็นข้อเสนอ ระยะสั้นครับ
แล้วสุดท้ายครับส่วนต่อไปนี้คือข้อเสนอระยะยาวท่านประธานครับ เพื่อป้องกันหรือบรรเทาเหตุหลังจากนี้ครับ
ข้อเสนอระยะยาวข้อแรกครับ กระทรวงแรงงานควรกำหนดแนวทาง ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายความปลอดภัย อาชีวอนามัยในสถานประกอบการและ พิจารณาออกแนวทางในการกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงานในกิจการก่อสร้างครับ เพราะไม่ใช่แค่ความเสี่ยงจากอุบัติเหตุครับท่านประธาน แต่แรงงานในภาคก่อสร้างนี่ มีเหตุความเสี่ยงทั้งฝุ่น อากาศร้อนครับ ซึ่งควรจะพิจารณาผลสัมฤทธิ์ทางกฎหมาย ที่เกี่ยวข้องเพื่อวางกรอบในการจัดการป้องกันปัญหาต่อไปครับ
ข้อ ๒ แก้ปัญหาการจ้างงานแบบ Subcontract ครับ คือถ้ายกเลิกไม่ได้ครับ ให้ออกกฎหมายมาคุมครับ มีการขึ้นทะเบียน Subcontract มีการจัด Tier เลยครับว่า บริษัท Sub นี้ดูแลดี บริษัท Sub นี้ดูแลไม่ดีครับ ถ้ายกเลิกไม่ได้ก็จัดการให้มันดีกว่านี้ครับ
แล้วเรื่องระบบแรงงานข้ามชาติครับท่านประธานครับ เป็นเรื่องสุดท้ายนะครับ เรื่องระบบขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติผมได้อภิปรายในสภาแห่งนี้หลายครั้งครับ เรื่องการจัดการ การขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติที่ปัจจุบันนี้มันทั้งช้า ทั้งไม่สะดวก และแพงมาก ซึ่งมันเป็นเหตุ ให้การขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาตินั้นมันยาก ทำให้แรงงานข้ามชาติจำนวนมากที่อยู่ในบ้านเรา อยู่แล้วนี่ยังคงมีสถานะเป็นแรงงานผิดกฎหมาย แล้วพอเกิดเหตุขึ้นเราก็ไม่สามารถดูแลเขาได้ อย่างเต็มที่ ทั้งที่คนกลุ่มนี้ทำงานขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้กับบ้านเราครับซึ่งควรจะปรับระบบ ขึ้นทะเบียนแรงงานข้ามชาติใหม่ ให้มันง่าย ให้มันเร็ว และให้มันถูกนะครับ โดยเฉพาะขึ้นทะเบียนเมียนมา ให้เลิกเอาเผด็จการทหารเมียนมาเข้ามายุ่งได้แล้วให้ขึ้น ทะเบียนฝ่ายเดียวไปเลยนะครับ เพราะท้ายที่สุดแรงงานในที่เกิดเหตุที่ตอนนี้ยังมีสถานะ แบบผิดกฎหมายอยู่ก็เพราะว่าขอ Name List ไปแล้วแต่รัฐบาลเมียนมายังไม่อนุมัติมา นะครับ เรื่องนี้อยากให้รัฐบาลพิจารณาเร่งด่วนครับ เพราะว่าคนทั้งโลกเขาก็ไม่ได้เอา เผด็จการทหารเมียนมาหรอกครับ อย่าให้เขาบอกว่ารัฐบาลนี้เป็นรัฐบาลเพื่อเผด็จการทหาร เมียนมาเลยครับ ขอบคุณครับ